บนถนนในเมืองหลวงของประเทศไทย ท่ามกลางการจราจรที่ติดขัดในช่วงค่ำ ร่างเล็กของหญิงสาวในชุดพนักงานบริษัทกับรถจักรยานยนต์สีชมพูหวานคู่ใจก็ค่อย ๆ ขับลัดเลาะไปตามช่องว่างเล็ก ๆ ของรถยนต์ที่มีช่องให้แทรกได้เพียงเล็กน้อย แล้วไปจอดรวมกับรถจักรยานยนต์คันอื่น ๆ ที่จอดรออยู่ใกล้ ๆ ทางม้าลายระหว่างรอสัญญาณไฟเขียว
"เยลลี่…เธออยู่ไหนแล้วเนี่ย ถ้าช้ากว่านี้เดี๋ยวก็เข้าเยี่ยมไม่ทันหรอก"
"ตอนนี้ติดไฟแดงก่อนถึงหน้าโรงพยาบาลน่ะ รถติดมาก ไม่รู้ว่าติดอะไร ปกติก็ไม่เคยเห็นติดขนาดนี้นะ"
"มีคอนเสิร์ตน่ะสิ ตรงนี้เป็นทางผ่านรถก็ต้องติดอยู่แล้วล่ะ นี่เธอไม่ติดตามข่าวสารบ้างเลยหรือไง "
"ฉันไม่ค่อยรู้หรอก เพราะไม่ค่อยได้เล่นโซเชียลเท่าไหร่ งั้นแค่นี้ก่อนนะขวัญ เดี๋ยวฉันค่อยโทรหาตอนที่ไปถึงอีกทีนะ เพราะไม่อยากคุยตอนที่ยังอยู่บนถนนมันอันตรายเกินไป เดี๋ยวฉันคงจะไปทางลัดแหละ เพราะถ้าไปทางหลักคงไม่ถึงง่าย ๆ แน่ อ้อ...ฉันทำอาหารมาเผื่อเธอด้วย เดี๋ยวรอทานพร้อมกันนะ"
"ฉันก็หิวจนไส้กิ่วแล้วเหมือนกันเนี่ย แต่ยายของเธอยังหลับอยู่เลยนะ"
"เดี๋ยวจะรีบไปนะ ฝากดูแลยายก่อนนะขวัญ ขอบใจมากที่คอยเป็นธุระให้ตลอดเลย งั้นฉันขอวางสายก่อนนะ"
เยลลี่รีบเก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋าลงตามเดิม ก่อนจะมองไปที่สัญญาณไฟจราจรอย่างใจจดใจจ่อ ตอนนี้ในใจของเธอกำลังนึกถึง
ยายของตัวเองที่ต้องนอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลมานานแล้ว เพราะอาการป่วยจึงต้องได้รับการดูแลจากหมออย่างใกล้ชิดเท่านั้น
เสียงบีบแตรรถยนต์จากด้านหลังดังขึ้นถี่ ๆ จนเยลลี่ที่กำลังนึกอะไรเพลิน ๆ ก็สะดุ้งตกใจเสียงแตรที่เสียงดังไม่ขาดสาย เยลลี่เห็นสัญญาณไฟสีเขียวก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองกำลังพลาด ทำให้รถยนต์ที่รออยู่ด้านหลังไม่ได้ออกตัวสักที เพราะรถจักรยานยนต์จำนวนมากที่จอดอยู่เมื่อสักครู่ได้ขับไปข้างหน้ากันหมดแล้ว
เยลลี่รีบหันไปก้มศีรษะให้รถยนต์หรูคันที่อยู่ข้างหลังทันทีเพื่อขอโทษ ก่อนจะรีบบิดรถแล้วเลี้ยวไปยังซอยเล็กซึ่งเป็นทางลัดไปยังถนนใหญ่ของอีกฝั่งทันที เพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่ติดขัดในช่วงเวลานี้
เอี๊ยด...โครม!
"โอ๊ย..."
ลูกแมวกระโดดออกมาตัดหน้ารถของเยลลี่อย่างกะทันหัน เธอรีบเบรกรถอย่างรวดเร็วเพื่อหลบลูกแมวตัวเล็ก จนทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มลงไปทันที จนเยลลี่กระเด็นล้มออกจากตัวรถแล้วไถลไปไกลถึงฟุตบาท
ร่างเล็กนอนโอดครวญอยู่บนฟุตบาท ศีรษะกระแทกกับพื้นเล็กน้อยเพราะยังไหวตัวได้ทัน แต่เธอก็ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมาก โชคดีที่เธอสวมหมวกกันน็อกจึงทำให้ศีรษะเธอไม่ได้กระแทกอะไรรุนแรง นอกจากแผลถลอกภายนอกจนมีเลือดซึมอยู่หลายแห่งเท่านั้น
ดวงตากลมโตตกใจสุดขีดเพราะไม่ถึงเสี้ยววินาทีที่เธอกระเด็นไปที่ฟุตบาท รถยนต์หรูคันที่ขับตามเธอจากด้านหลังมาติด ๆ เกิดเบรกไม่ทันจึงพุ่งชนรถจักรยานยนต์ของเธอที่ขวางทางอยู่กลางถนนทันที
บนถนนในซอยแคบ ๆ ที่เป็นทางลัดไปยังถนนอีกฝั่งก็วุ่นวายไปตาม ๆ กัน เพราะมีถนนเพียงแค่เลนเดียวเท่านั้น รถหรูที่พุ่งชนรถจักรยานยนต์เต็ม ๆ ก็ปิดทางออกไปยังถนนอีกฝั่งทันที
คนที่เดินผ่านแถวนั้นที่เห็นเหตุการณ์ก็รีบโทรเรียกรถพยาบาลอย่างเร่งด่วน ส่วนรถยนต์ที่ขับตามมาอีกหลายคันก็ค่อย ๆ ทยอยขับถอย
หลังออกไปจากซอยนี้ เพราะระยะทางจากถนนใหญ่อยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่สิบเมตรเท่านั้น
"คุณเป็นอะไรหรือเปล่า ใจเย็น ๆ นะคะ ฉันกำลังเรียกรถพยาบาลให้แล้ว"
"ขะ...ขอบคุณมากค่ะ" เยลลี่กล่าวขอบคุณเสียงแผ่ว เพราะเธอรับรู้ถึงร่างกายของตัวเองว่ากำลังไม่ไหว โดยเฉพาะบริเวณข้อเท้าที่ปวดตุบ ๆ จนไม่สามารถลุกขึ้นยืนเองได้ "รบกวนช่วยประคองฉันลุกขึ้นหน่อยได้ไหมคะ"
"แต่เธอเจ็บอยู่นะ เดี๋ยวรอรถพยาบาลมาดีกว่า โรงพยาบาลอยู่ใกล้แค่นี้น่าจะใกล้มาถึงแล้วล่ะ"
"ฉันเป็นห่วงคนที่ในรถยนต์คันนั้นน่ะค่ะ ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้าง ถ้างั้นฉันรบกวนคุณไปดูคนในรถได้ไหมคะ ไม่รู้จะได้รับบาดเจ็บมากหรือเปล่า ไม่ต้องห่วงฉันหรอกค่ะ"
"มีเพื่อนของฉันอีกสามคนกำลังไปช่วยแล้วล่ะคะ อย่าห่วงเลย แล้วนี่แน่ใจใช่ไหมว่าไม่ได้เป็นอะไรน่ะ แต่ยังไงฉันต้องขอบคุณเธอมากนะที่ช่วยลูกแมวฉันไว้ พอดีฉันจะเอาลูกไปฝากเพื่อนก่อนไปงานคอนเสิร์ต แต่ไม่ได้เอาใส่ในกระเป๋าเพราะอยากจะอุ้มจนไปถึงบ้านเพื่อน แต่มันดันหลุดมือน่ะสิ"
"อ๋อ...ลูกแมวของคุณเองหรือคะ ดีแล้วล่ะค่ะที่ลูกแมวคุณไม่เป็นอะไร เอ่อ...งั้นรบกวนคุณช่วยพยุงฉันขึ้นได้ไหมเพราะฉันผิดเองที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น ฉันอยากจะไปดูคนที่อยู่ในรถคันนั้นหน่อยน่ะค่ะ" เยลลี่ค่อย ๆ พาตัวเองเดินไปที่รถหรูช้า ๆ พลางถอดหมวกกันน็อกออก ก่อนจะมองไปยังพลเมืองดีที่กำลังช่วยกันเข้าไปดูผู้บาดเจ็บที่ยังติดอยู่ในรถ
"รถพยาบาลมาแล้ว ตอนนี้คนข้างในยังมีสติและพูดคุยได้ปกติอยู่ งั้นเราให้กู้ภัยและพยาบาลมาจัดการดีกว่า เรารีบเอาลูกแมวไปฝากได้แล้ว คอนเสิร์ตใกล้จะเริ่มแล้วนะ"
"คนด้านในไม่ได้เป็นอะไรมาก แต่ต้องรีบพาส่งโรงพยาบาลโดยด่วน" พยาบาลกับกู้ภัยรีบพาคนเจ็บที่อยู่ในรถสามคนออกมา ส่วนเยลลี่ก็ยืนอยู่ใกล้รถหรูพลางชะเง้อมองไปทางนั้นด้วยความเป็นห่วง สาวสวยที่ออกจากรถมาเป็นคนแรกในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยว ก็เดินตรงดิ่งไปที่เยลลี่ด้วยความหงุดหงิด
เพี๊ยะ!
มือเล็กออกแรงและสาดฝ่ามือใส่ใบหน้าใสของเยลลี่เต็มแรง จนเยลลี่หน้าหันไปตามแรงตบของเจ้าของรถคันนั้น
เยลลี่รู้สึกถึงความเจ็บและชาจากฝ่ามือของผู้หญิงเจ้าของรถหรู พร้อมกับกลิ่นคาวเลือดที่อบอวลอยู่เต็มปาก เยลลี่รีบยกมือไหว้และก้มศีรษะขอโทษทันทีเพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองเป็นต้นเหตุของเรื่องชุลมุนนี้ทั้งหมด
"ฉันไม่ได้ตั้งใจค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่คิดว่ามันจะกลายเป็นแบบนี้ ฉันแค่จะหลบลูกแมวที่วิ่งออกมาบนถนน ก็เลยเบรกกะทันหันและเสียหลักไป ขอโทษด้วยจริง ๆ นะคะ"
เยลลี่มองดูรถหรูที่ด้านหน้าของรถยุบลงไปมาก ก่อนจะมีบุรุษพยาบาลนำคนขับออกจากรถแล้วพาคนเจ็บขึ้นรถฉุกเฉินไปเพราะได้รับบาดเจ็บหนัก ใบหน้าใสสลดลงอย่างเห็นได้ชัด เพราะเธอรู้ดีว่าตัวเองจะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด
"เดี๋ยวเธอต้องเคลียร์กับฉันที่นี่ห้ามหนีไปไหนล่ะ เธอคงรู้นะว่ามูลค่าความเสียหายมันมากมายแค่ไหน เรื่องรถมันไม่ได้สำคัญเลย แต่ที่สำคัญไปกว่านั้นคือเธอเป็นต้นเหตุทำให้พวกเราต้องเสียงานที่สำคัญไป เธอจะรับผิดชอบยังไงกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เดี๋ยวได้รู้กัน!"
ผู้หญิงใบหน้าสวยเดินกลับไปที่รถอีกครั้ง แล้วเดินไปหาผู้ชายที่นั่งมาด้วยอีกคนที่กู้ภัยพาออกมาจากรถ ร่างสูงใหญ่เจ้าของใบหน้าคมหล่อเหลา กำลังก้มหน้าคุยกับผู้หญิงร่างเล็กคนนั้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
ใบหน้าของชายคนนั้น เยลลี่รู้สึกคุ้นมาก ๆ แต่นึกไม่ออกว่าเธอเคยเห็นเขาที่ไหนมาก่อน แต่พอนึกได้อีกครั้ง เธอคงไม่มีทางที่จะรู้จักกับผู้ชายแบบนั้นแน่ ๆ เพราะดูจากลักษณะภายนอกและการแต่งตัวแล้ว เธอกับเขาไม่น่าจะเคยรู้จักกันได้เลย แถมผู้ชายคนนั้นยังมีเสน่ห์ดึงดูดบางอย่างที่ดึงดูดสายตาเธอ รอบตัวของเขาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เธอไม่สามารถละสายตาไปจากเขาได้
"เดี๋ยวกำลังจะให้คนแถวนี้เรียกวินมอเตอร์ไซต์ให้ คิดว่าน่าจะไปถึงที่งานทันนะเกรย์ ตะกี้ฉันให้คนปิดข่าวเรื่องอุบัติเหตุแล้วล่ะ ตอนนี้ถ้าให้คนเอารถยนต์มารับก็คงไปถึงที่งานไม่ทันแน่ เห็นว่าถนนเส้นหลักที่จะไปที่นั่นรถก็ติดมาก แล้วตอนนี้สภาพร่างกายนายไหวหรือเปล่า"
"ตอนแรกก็คิดว่าจะไม่เป็นอะไรมาก แต่พอเดินลงจากรถเท่านั้นแหละ เพิ่งรู้สึกได้ว่าข้อเท้าน่าจะไม่ไหว คิดว่ายังไงก็คงไปเล่นคอนเสิร์ตไม่ได้แล้วล่ะ เพราะแค่ยืนอยู่เฉย ๆ ตอนนี้ก็เต็มกลืนแล้ว"
"แย่ล่ะสิ แล้วนี่จะเอายังไงต่อดีล่ะ ถ้าไม่มีนักร้อง แล้วคอนเสิร์ตมันจะเริ่มได้ยังไง นายต้องเดินต้องวิ่งไปทั่วเวทีใหญ่เลยนะ เพราะยัยหน้าจืดคนนั้นเลยที่ทำให้เราวุ่นวายกันหมด อีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะถึงเวลาแล้วเนี่ย ไม่ทันแล้วสินะ"
"ตอนนี้เอาเป็นว่าเรียกประกันให้มาจัดการรถก่อน แล้วโทรบอกเจ้าพวกนั้นถึงสถานการณ์ในตอนนี้ด้วย ส่วนเราก็ไปที่งานกันก่อนเถอะ อ้อ...แล้วอย่าลืมลากตัวยัยนั่นมากับเราด้วยล่ะ ยัยผู้หญิงตัวซวยคนนั้นที่ทำให้งานคอนเสิร์ตของฉันต้องพังไม่เป็นท่าแบบนี้น่ะ"