ตอนที่8

1280 Words
ตอนที่ 8 มิเกล หลังจากฉันได้มาทำงานร้านเฮียเก่ง นี่ก็เข้าวันที่สามแล้ว ทุกอย่างราบรื่นดี ฉันมีความสุขกับการทำงานที่นี่นะ ใครบอกว่าคนที่ทำงานกลางคืน เที่ยวกลางคืน กินเหล้าเป็นคนไม่ดี ฉันว่าไม่เกี่ยวเลยเพราะทุกคนที่ฉันเจอที่นี่ส่วนใหญ่เป็นมิตรกันทั้ง พวกเขายังดูจริงใจเสียยิ่งกว่าพวกเพื่อนในวงการที่ฉันเคยเจออีก “มิเกล พรุ่งนี้เฮียมีเรื่องจะบอก” เฮียเก่งเดินเข้ามาหาฉันขณะที่ฉันกำลังเก็บของเตรียมกลับบ้าน “มีอะไรคะเฮีย” “พรุ่งนี้มิเกลไม่ต้องมาทำงานที่ร้านนะ” ดวงตาฉันเบิกกว้าง รีบตรงเข้าไปเขย่าแขนเฮียเก่ง ฉันเพิ่งมาทำงานได้สามวันเองนะ เฮียเก่งจะไล่กันออกแล้วเหรอ “อะไรนะคะเฮียเก่ง เฮียจะไล่มิเกลออกแล้วเหรอ มิเกลทำอะไรผิดอ่า หรือที่แอบจิกเฟรนช์ฟรายส์ในร้านกิน มิเกลกินไปนิดเดียวเองน้า ไก่ก็แค่สิบกว่าชิ้นเอง” “กูว่าแล้ว สองสามวันมานี้ไก่หายไปไหนหมด” “แง มิเกลขอโทษ ก็น้องหิวอ่า” ฉันพยายามกะพริบตาปริบๆ ส่งให้เพื่อว่าจะได้รับความปรานี “ช่างเถอะเฮียไม่ได้จะให้เราออก” “อ้าว แล้วที่จะไม่ให้มิเกลมาทำงานพรุ่งนี้...” “พอดีเพื่อนเฮียมันหา PR ไปงานเปิดตัวไวน์ของเจ้านายมัน เฮียเลยอยากให้เราไปช่วยงานหน่อย” ฉันเลิกคิ้วขึ้น กำลังประมวลผลกับสิ่งที่เฮียเก่งพูด เปิดตัวไวน์อย่างนั้นเหรอ ฉันนี่นะ “เฮียเก่งจะให้มิเกลไปทำอะไร มิเกลไม่รู้จักหรอกวง ไวน์อะ ทุกวันนี้กินแต่ 285” “งานง่ายๆ แค่ไปยืนสวยๆ ในงาน แนะนำไวน์นิดหน่อยเอง” อันที่จริงฉันไม่เคยรับงานแบบนี้เลยเพราะฉันพูดอะไรแบบนั้นไม่เก่ง แต่ตอนนี้สิ่งที่สำคัญในการตัดสินคือเงินเท่านั้น “ค่าจ้างเท่าไหร่อะเฮีย” “คือเพื่อนเฮียเขาเห็นเราเมื่อวาน เขาถูกชะตามาก เลยเสนอค่าจ้างให้วันละสองหมื่น” จำนวนเงินนั่นทำเอาใจฉันเต้นระรัว เงินเยอะกว่าทำร้านเฮียเก่งทั้งอาทิตย์อีกแต่ไม่ได้ ฉันต้องเก็บอาการไว้ก่อน “จริงๆ มิเกลก็ไม่ค่อยถนัดงานแบบนี้อะดิ” “วันละสองหมื่นห้า เราโอเคมั้ย” “แหมเฮีย ปัญหามันไม่ได้อยู่ที่เงินสักหน่อย” “สามหมื่นไปเลย ถือว่าช่วยเฮียหน่อยนะ” แม้ภายนอกสีหน้าฉันเหมือนจะไม่ค่อยอยากทำแต่ภายในใจตอนนี้กระโดดโลดเต้น สามหมื่น สามหมื่นเชียวนะ อย่างนี้ฉันก็หาเงินมารักษาแม่มาได้ทันเวลาแล้ว “เฮ้อ แต่ถ้ามิเกลลำบากใจขนาดนี้ เฮียก็ไม่บังคับเราหรอก ไม่ทำก็ไม่ทำ” ฉันรีบคว้าแขนเฮียเก่งไว้แทบทันทีเมื่อเขาทำท่าจะเดินออกไป “มิเกลทำก็ได้เฮีย ถือว่าช่วยเฮียแล้วกัน ปกติคนอื่นมาขอไม่ทำนะเนี่ย” “เออๆ ขอบใจมากเดี๋ยวจะส่งรายละเอียดไปให้คืนนี้นะ” บนโต๊ะทำงานใหญ่เต็มไปด้วยกองเอกสารมากมาย เนื่องจากช่วงนี้มีงานหลายอย่างต้องจัดการ ออสตินจึงแทบไม่มีเวลาได้พักผ่อนเลย เขาอยากสะสางงานทุกอย่างทางนี้ให้เรียบร้อยเนื่องจากเดือนหน้าเขาตั้งใจจะไปดูที่ที่เกาะสมหวัง เขาอยากรู้เหลือเกินว่าเหตุใด ลูกน้องของเขาถึงซื้อที่แถวนั้นไม่ได้เสียที “คุณชายรองครับ คุณชายเล็กมาครับ” “อือ ให้เข้ามา” เอเดน หรือหลายคนเรียกกันว่า คุณชายเล็ก น้องชายของออสติน เอเดนมีนิสัยสนุกสนาน ขี้อ้อนแถมยังเด็กสุดในบ้าน แม่ของออสตินเลยค่อนข้างตามใจ ไม่ว่าเอเดนจะทำอะไรแม่ของเขาก็เห็นดีเห็นงามด้วยตลอด ธุรกิจของเอเดนเกี่ยวกับไวน์ ออสตินเองทำเหมือนไม่สนใจแต่แท้จริงแล้ว เขาคอยส่งลูกน้องตามดูแลเอเดนแบบเงียบๆ ตลอด เวลาธุรกิจของเอเดนมีปัญหา เขานี่แหละที่แอบช่วยโดยไม่ให้น้องชายรู้ “โห เดี๋ยวนี้เจอพี่รองต้องรายงานขนาดนี้เหรอ” “มีอะไรก็พูดมา” ออสตินพูดขึ้นทั้งที่ยังไม่เงยหน้าจากเอกสารด้วยซ้ำ เอเดนเลยเดินมากระแทกตัวนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้าม “ไม่สนใจน้องนุ่งเลย สนใจแต่งาน” “อย่ามาทำตัวเด็ก ไอ้เล็ก” ชื่อนี้ทำเอาน้องเล็กของบ้านลุกขึ้นยืนด้วยเสียงหน้าไม่พอใจ เอเดนไม่ชอบให้ใครเรียกตัวเองแบบนี้ตั้งแต่เด็กแล้ว มันเหมือนการสบประมาทเขาอย่างไรไม่รู้ เขาออกจะมหึมา ไม่ได้เล็กสักหน่อย “ผมไม่เล็กนะพี่รอง เผลอๆ ใหญ่กว่าพี่รองอีก” “มึงอย่าพูดอะไรที่เป็นไปไม่ได้หน่อยเลย” “เหอะ ผมขี้เกียจเถียงกับพี่รองแล้ว อีกสองวันอย่าลืมไปงานเปิดตัวไวน์ของผมด้วยละ” “ไม่ว่าง” “ถ้าพี่ไม่ไป ผมจะฟ้องคุณหญิงอัญญาว่าพี่รองไม่รัก ไม่สนใจน้อง” ออสตินถอนหายใจ คุณหญิงอัญญาคือแม่ของพวกเขาเอง เธอเป็นแม่ที่ดีแต่ก็เป็นผู้หญิงที่ไม่ควรขัดใจมากที่สุด ครั้งล่าสุดที่ออสตินไม่ยอมกลับไปทานข้าวที่บ้านตามสัญญา คุณหญิงอัญญาถึงขั้นส่งคนมาปิดล้อมบริษัทเขาและส่งฮอล์มารับเขาเลยทีเดียว “พี่เลือกเองแล้วกันว่าพี่จะไปเองดีๆ หรือให้คุณหญิงอัญญามาอันเชิญ” เอเดนพูดออกมาอย่างเหนือกว่า เขาหยิบบราวนี่บนโต๊ะของเอเดนขึ้นมากินก่อนที่เขาจะเบิกตากว้างด้วยความตกใจ “โอ๊ะ ทำไมขนมนี่อร่อยได้ขนาดนี้” ไม่พูดเปล่า เอเดนยังหยิบบราวนี่กินอย่างต่อเนื่องด้วยสีหน้าเอร็ดอร่อย “พี่รองซื้อที่ไหนอะ” “ทำไมกูต้องบอกมึง” “บอกผมมาเถอะน่า ผมจะสั่งไปเลี้ยงในงาน” “ไปเอาคอนแท็กต์ที่นพแล้วกัน” “ขอบคุณครับพี่ชาย” หลังจากออกจากบริษัทของออสติน เอเดนก็ตรงมายังร้านขนมบราวนี่ที่นพพึ่งให้ข้อมูลติดต่อมาเนื่องจากเขาต้องการมาสั่งขนมสำหรับงานเลี้ยง อันที่จริงเขาได้เตรียมของพวกนี้ไว้หมดแล้ว แต่เมื่อได้ทานบราวนี่วันนี้ทำให้เขาติดใจ อยากเพิ่มมันเข้าไปในงานที่สำคัญที่สุดในชีวิตของเขาด้วย เอเดนยืนมองป้ายร้านด้วยความสับสน ร้านตรงหน้าเป็นร้านข้าว ไม่ใช่ร้านเบอเกอรี่อย่างที่เขาคิด “เอ่อ ขอโทษนะครับ” “ขอโทษด้วยนะคะ ข้าวหมดแล้วค่ะ” ร่างบางที่กำลังเช็ดเคาน์เตอร์อยู่เงยหน้าขึ้นบอก เสียงและใบหน้าหวานละมุนของเธอทำให้เอเดนนิ่งค้างไปชั่วครู่ “คุณคะ” “ครับ ว่าไงนะครับ” “ฉันบอกว่าข้าวหมดแล้วค่ะ” รอยยิ้มหวานละมุนนั่นทำเอาใจของหนุ่มรักสนุกอย่างเอเดนเต้นระรัวเร็ว เอเดนค่อนข้างชำชองเรื่องผู้หญิง เขามั่นใจว่าไม่เคยมีผู้หญิงคนไหนทำให้เขาเสียอาการขนาดนี้มาก่อนเลย “คุณเป็นอะไรรึเปล่าคะ” “เปล่าครับ เอ่อ พอดีผมจะมาสั่งบราวนี่น่ะครับ” “อ๋อ ทางอย่างนั้นเชิญนั่งก่อนนะคะ ฉันขอไปล้างมือแปบหนึ่ง” “คุณผู้หญิงคือคนที่ทำบราวนี่เหรอครับ” “ค่ะ เรียกฉันมิลินเฉยๆ ก็ได้ค่ะ เรียกคุณผู้หญิงมันแปลกๆยังไงไม่รู้” “ครับ ผมเอเดนนะครับ” ——————————
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD