เจ้าได้เลือกภรรยาหลวงของเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว

1372 Words
คืนนั้นบัณฑิตรูปงามกลับไปครุ่นคิดถึงสาวใช้ผิวคล้ำ จนลืมเลือนบทเพลงกิเลนสิ้น หากเมื่อเขาหลับใหลสู่ห้วงนิทรา บทเพลงกิเลนทำนองเสนาะเพราะพริ้งกลับผุดขึ้นมาในความฝัน ขงเบ้งลืมตาในยามอรุณรุ่ง เขาเหม่อมองลำแสงสีทองแผ่อาณาเขตครอบคลุมฟากฟ้าทีละน้อย เย่อิงเป็นสาวใช้ในบ้านท่านหวงเย่อิง ไม่แปลกที่นางล่วงรู้ว่าบทเพลงกิเลนนั้นแท้จริงคือบทเพลงคชสาร นั่นหมายความว่านางย่อมรู้จักเจ้าของบทเพลง หากเขารับนางเป็นภริยาเอก ดรุณีเจ้าของบทเพลงกิเลนคงมิยินยอมเป็นภริยาน้อยของเขารองจากเย่อิงแน่นอน เขาทานอาหารเช้าอย่างเหม่อลอย จนป้าสะใภ้เอ่ยทัก “ข้าคิดว่า ข้ากำลังมีความรักขอรับ” “สตรีบ้านใดรึ ?” “บ้านเศรษฐีหวงเฉิงเยี่ยนขอรับ” “ผู้ใดกันถึงขโมยหัวใจของหนุ่มเนื้อหอมที่สุดแห่งงานเทศกาลชมดอกไม้ได้ เจ้าต้องการให้ป้าเตรียมการสู่ขอให้เจ้าหรือไม่” “ยังมิใช่ตอนนี้ขอรับ ข้ายังไม่แน่ใจว่าดรุณีที่ข้าหลงรักคือผู้ใด” “หา ?” ป้าสะใภ้งุนงง ข้าต้องการวิวาห์กับสตรีใดกันแน่ สาวใช้ผู้น่ารักน่าใคร่หรือดรุณีเจ้าของบทเพลงกิเลน ขงเบ้งมิอาจตอบคำถามในใจตนเองได้ ......................................... ยามบ่ายคล้อย ขงเบ้งขี่ม้าตรงมาหยุดหน้าจวนสกุลบัง “ข้าต้องการพบจูกัดฮูหยินขอรับ” “เชิญท่านขงเบ้งทางนี้ขอรับ” คนรับใช้นำขงเบ้งเข้ามาถึงห้องรับแขกส่วนตัวของฮูหยินจูกัด เนื่องเพราะขงเบ้งเป็นน้องชายของฮูหยินจึงสามารถเข้ามาในพื้นที่ส่วนตัวได้ ขงเบ้งนั่งจิบชาสักครู่ พี่สาวผู้แต่งงานออกเรือนกับขุนนางสกุลบังก็แต่งกายงดงามเดินออกมา “เยี่ยงไร วันนี้มาหาข้าโดยมิแจ้งล่วงหน้าได้ อ๊ะ อ๊ะ อ๊ะ มิต้องตอบ ข้าพอเดาได้ ว่าเป็นงานเทศกาลชมดอกไม้เมื่อวานใช่หรือไม่ เจ้าคงไปถูกใจสตรีผู้ใดเข้า” พี่สาวเอ่ยดักคออย่างรู้ทันน้องชาย “ใช่ขอรับ ข้าชมชอบดรุณีนางหนึ่งจึงมาขอคำปรึกษาจากท่านพี่” “ว่ามา” “นางชื่อเย่อิงเป็นสาวใช้ในบ้านสกุลหวงขอรับ เศรษฐีหวงเฉิงเยี่ยน” “ข้าพอได้ยินชื่อนี้อยู่บ้าง” พี่สาวพยักหน้า เมื่อกี้เจ้าเหลียงพูดอันใดนะ สาวใช้ใช่หรือไม่ ? อาจหมายถึงบุตรสาว ข้าคงหูเฟือนไปเอง “ข้าขอนางแต่งงาน แต่นางต้องการเป็นภรรยาเอกขอรับ หากข้า... ข้าต้องการสตรีอีกผู้หนึ่งเป็นภรรยาหลวง มิใช่เย่อิง” “อืม... ข้าเข้าใจแล้ว เจ้าหลงรักสตรีสองคน” พี่สาวพยักหน้าอีกครั้ง “เปล่าขอรับ คนเดียว ดรุณีที่ข้าหลงรักคือเย่อิงเพียงผู้เดียว หากแต่...นางเป็นเพียงสาวใช้ ข้าต้องการบุตรีของท่านหวงเฉิงเยี่ยนเป็นภรรยามากกว่า” “บุตรีของท่านหวงที่เจ้าต้องการเป็นภรรยาเอกคือผู้ใด ?” “ข้าไม่ทราบขอรับ” “เจ้าไม่ทราบ” “ขอรับ ข้ามิทราบชื่อนาง มิเคยเห็นตัวนาง ข้าเพียงได้ยินแต่เสียงกู่ฉินที่นางบรรเลง” “เจ้าหลงรักสาวใช้ หากต้องการสตรีที่ไม่รู้จักไม่เคยพบพานเป็นภรรยาเอกงั้นรึ” “ใช่ขอรับ ข้าอยากปรึกษาท่านพี่ว่า ข้าควรรับเย่อิงเป็นภรรยาเอกและตัดใจจากบุตรีของท่านหวงดีหรือไม่” “เจ้าต้องการรับสาวใช้เป็นภริยาเอก และทอดทิ้งบุตรีที่เจ้าไม่เคยเห็นตัวจริงของเศรษฐีหวง” “ขอรับ” จูกัดฮูหยินกุมขมับ เธอสับสนอย่างหนัก ในบรรดาพี่น้องเพศชายสามคน เหลียงเป็นคนฉลาดมีไหวพริบมากที่สุด ทั้งยังสุขุมเยือกเย็นอีกด้วย เมื่อวานนางวุ่นวายช่วยเหลือบุตรและบุตรีสกุลบัง จนมิได้ไปหาน้องชายที่เพิ่งออกงานดูตัวคราแรก นางคงเหน็ดเหนื่อยเกินไปจนหูฝาด “ข้าไม่สบาย ข้าขอตัวไปพักก่อน” พี่สาวของขงเบ้งเอามือแตะหน้าผาก ใช่ เป็นที่นางนี่แหละที่เหน็ดเหนื่อยจนป่วยไข้ ถึงได้ยินว่าอาเหลียงต้องการแต่งงานกับสาวใช้ แถมเพ้อถึงสตรีไร้ตัวตนอีกนางด้วย ข้าต้องป่วยแน่ๆ ข้ารู้สึกปวดหัวหน้ามืดยิ่งนัก ขงเบ้งมองพี่สาวเดินกลับเข้าห้องโดยทิ้งเขาไว้เพียงลำพัง เขานั่งทึมทื่อบนเก้าอี้รับแขกอย่างงุนงง แล้วข้าจะทำอย่างไรดี ......................................... บัณฑิตรูปงามหยุดหน้าป้ายไม้ขนาดใหญ่สลักชื่อสกุลเกง บ้านที่พี่สาวอีกคนออกเรือน เขาแจ้งความจำนงว่าต้องการพบฮูหยินผู้งดงามดั่งหยกขาวล้ำค่า พี่สาวคนนี้แตกต่างจากพี่สาวอีกคนนัก แม้จะเป็นมารดาคน นางยังแต่งตัวงดงามมีทีท่ากระฉับกระเฉงสนุกสนาน จูกัดฮูหยินท้าวคางฟังน้องชายเล่าเรื่องสตรีสองนางอย่างสนใจ “อาเหลียง เจ้ารู้หรือไม่ เจ้าได้เลือกภรรยาหลวงของเจ้าตั้งแต่แรกแล้ว” ฮูหยินคนสวยยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยมือเรียวงาม “ข้าเลือกแล้วหรือขอรับ ?” “เจ้าบอกข้าว่า เจ้ารักใคร” “เย่อิงขอรับ” ขงเบ้งตอบอย่างมิลังเล “เจ้ามั่นใจขนาดนั้นว่ารักผู้ใด ใยจึงคิดให้วุ่นวายนัก” “เพราะเย่อิง...” “เพราะนางเป็นเพียงสาวใช้ เจ้าใส่ใจว่านางเป็นเพียงสาวใช้เท่านั้นรึ” “เปล่าขอรับ นางจะอยู่ในฐานะใด ข้าก็รักนางมั่นคงยิ่ง หากนางเป็นทาสหรือคณิกา ข้าจะหาทางไถ่ตัวนางออกมาให้จงได้” “เช่นนั้นเจ้าไยจึงลังเล ?” “ข้า...” ขงเบ้งครุ่นคิดตามคำพี่สาวคนงาม นั่นสิ ทำไมข้าถึงได้ลังเลนัก เป็นเพราะเหตุใดกัน “หากเจ้ายังคิดมิได้ ข้าจะบอกเอง เป็นเพราะเจ้าเถรตรงเกินไป เจ้าระเบียบเกินไป ยึดถือความถูกต้องมากไป ไม่ว่าจะทำการใดก็ต้องมีบรรทัดฐานความเที่ยงตรงยึดตามขนบธรรมเนียมเสมอ เจ้ายึดติดจนมิยอมยืดหยุ่นเอาเสียเลย” พี่สาวใส่ขงเบ้งเป็นชุด “ขอรับ” ขงเบ้งยอมรับ จริงอย่างพี่สาวว่า เขานิสัยเยี่ยงนี้จริง “หากเจ้าเป็นเจ้าเมือง ความยุติธรรมเที่ยงตรงนั้นเป็นเรื่องดี แต่นี่มิใช่ ภรรยาและการวิวาห์เป็นเรื่องของหัวใจ” พี่สาวเอื้อมฝ่ามือมาแตะกลางอกขงเบ้ง “หากเจ้ารักใครสักคน มิว่าฐานะหรือใบหน้าหญิงผู้นั้นจะเป็นเยี่ยงไร ข้ารู้ว่าเจ้ายังรักมั่น เจ้าไม่เหมือนสามีข้าที่หลงรักอิสตรีเพียงเพราะหน้าตางดงาม ไยดีเยี่ยงไรว่าฐานะนางทัดเทียมเจ้าหรือไม่ สำคัญที่เจ้ารักนางมากเพียงไรต่างหาก” ขงเบ้งยังมิทันตอบอันใด เสียงเอะอะจากภายนอกก็ดังใกล้เข้ามา ประตูถูกเปิดผ่างออกอย่างเสียมารยาท “เจ้า...” ชายผู้หนึ่งตะโกนดังลั่น ขงเบ้งเอี้ยวตัวหันไปมอง พอชายผู้นั้นเห็นหน้าขงเบ้ง เขาลดนิ้วที่ชี้หน้าฮูหยินคนงามลง “อะ ข้า... ข้านึกว่า... ขออภัยที่เสียมารยาท” ชายผู้นั้นประสานมือคำนับน้องชายของภรรยา “พี่เขย ข้าต่างหากที่เสียมารยาท” ขงเบ้งประสานมือคำนับกลับคืน “หนนี้อันใดอีก ใครไปแจ้งข่าวลวงแก่ท่าน” ฮูหยินจูกัดสะบัดผ้าเช็ดหน้าไปมา “มีคนบอกข้าว่า...” “ข้านำชายรูปงามอ่อนเยาว์เข้ามาในห้อง ท่านเลยทิ้งงานทิ้งการรีบมาใช่หรือไม่เจ้าคะ” “ชะ-ใช่” ขุนนางเกงฝืนยิ้มขัดเขิน “ท่านก็รู้ว่าข้ามิได้มีชายใด เลิกหึงหวงได้แล้วเจ้าค่ะ ข้าจะคุยธุระปะปังกับน้องชาย เชิญ” นางผายมือไล่สามี “อย่าเลยพี่สาม ข้ากำลังกลับพอดี พี่เขย ข้าขอลาขอรับ” ขงเบ้งค้อมศีรษะคำนับลา “ข้าเดินไปส่ง” พี่สาวสะบัดผ้าเช็ดหน้าไหมกรีดกราย สองพี่น้องคุยสัพเพเหระจนขงเบ้งขึ้นม้า “พี่สาม ข้าคิดว่าพี่เขยมิได้แค่ชมชอบใบหน้างดงามของท่านเท่านั้น หากเพราะสติปัญญาและความงดงามภายในจิตใจของท่านด้วย ขอบคุณที่ท่านให้คำตอบแก่ข้า” พี่สาวแย้มยิ้มยืนสะบัดผ้าเช็ดหน้าส่งน้องชาย ณ ประตูบ้านสกุลเกง .........................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD