บทที่ 2

1837 Words
“ส่งตัวเจ้าสาว!” เสียงอึกทึกครึกโครมของงานแต่งดังขึ้น ผู้คนต่างออกมาแสดงความยินดี ยกเว้นเจ้าสาวกับเจ้าบ่าวที่มีใบหน้าเรียบนิ่งตลอดการทำพิธี มิได้ยินดียินร้ายกับการแต่งงานครั้งนี้ “หากไม่เพราะสัญญาหมั้นหมายตั้งแต่ยังเป็นเด็ก ข้าก็ไม่มีวันแต่งงานกับเจ้าหรอก” เซี่ยเหยียนไห่เดินเข้ามาในห้องหอด้วยสภาพที่เมามาย และพ่นคำพูดที่ไม่คิดรักษาน้ำใจของเจ้าสาวเลยแม้แต่น้อย เยว่ไป๋ฮวาไม่ได้เอ่ยอันใด ยังคงนั่งนิ่งเหมือนเดิม นั่นยิ่งทำให้เซี่ยเหยียนไห่โมโหมากขึ้นไปอีก “ได้ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าแต่งงานกับข้าต้องเจออันใดบ้าง” เหยียนไห่ปรี่เข้าไปบีบต้นแขนของเยว่ไป๋ฮวาอย่างแรง และเริ่มลงมือทำรุนแรงกับนาง แต่นางก็ยังไม่ยอมปริปากร้องขอความสงสาร นั่นยิ่งทำให้เขาลงมือรุนแรงมากขึ้นมากกว่าเดิม เมื่อกระทำจนพอใจแล้ว เขาก็ล้มตัวลงนอนแล้วหลับไปด้วยฤทธิ์สุรา หญิงสาวลุกขึ้นแต่งตัว พร้อมกับมองไปยังบุรุษที่เป็นสามีด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย นางคิดว่าแต่งงานออกมาจากที่นั่นแล้วชีวิตจะดีขึ้น แต่ดูแล้วก็คงจะไม่ต่างจากอยู่ที่จวนมากนัก ผ่านไปเกือบหนึ่งเดือน เซี่ยเหยียนไห่ก็รับซูหนิงเซียน เข้ามาเป็นฮูหยินรอง จากชีวิตที่เคยสงบสุขของนาง ก็แปรเปลี่ยนไปทันตา เพราะซูหนิงเซียนมักจะเข้ามาสร้างเรื่องปวดหัวให้นางไม่เว้นวัน บางครั้งก็กลั่นแกล้งจนนางล้มป่วยไปหลายวัน แต่ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสามีก็หาได้สนใจไม่ ไม่ว่านางจะอยู่หรือตาย เขาก็ไม่คิดจะเหลียวแล แรก ๆ แม่สามีก็สนใจนางอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อเห็นว่าผ่านไปหลายปีนางไม่มีบุตรให้เสียที ก็เริ่มหมางเมินไม่สนใจว่านางจะใช้ชีวิตอยู่อย่างไร จนวันที่ซูหนิงเซียนตั้งครรภ์ชีวิตของเยว่ไป๋ฮวาก็ตกต่ำถึงที่สุด นางถูกส่งตัวไปอยู่ที่เรือนท้ายจวน ใช้ชีวิตอย่างลำเค็ญ สามีก็แวะเวียนมาหาบ้างบางครั้ง จนวันหนึ่งเยว่ไป๋ฮวาก็ตั้งครรภ์ขึ้นเช่นกัน ซึ่งนั่นสร้างความไม่พอใจให้ซูหนิงเซียนเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะตั้งครรภ์ได้ “ฮูหยินรอง จะปล่อยไปเช่นนี้จริง ๆ หรือเจ้าคะ” มี่มี่ถามเจ้านายอย่างกังวลใจ เพราะหากฮูหยินใหญ่คลอดบุตรชายออกมา พวกนางได้ลำบากแน่ “ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญ จะทำอันใดไม่ได้” ตอนนี้สามีของนางกำลังทำเรื่องสำคัญ จะเกิดเรื่องไม่ได้ นางทำได้เพียงเก็บความไม่พอใจเอาไว้ “แต่ก็อย่าให้นางได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายเกินไป” ตอนนี้นางเป็นคนคุ้มเรือน จะทำอันใดก็ได้ มีบุตรแล้วอย่างไร ก็มิใช่ว่าจะคลอดออกมาเป็นบุตรชายเสียเมื่อไหร่ “เจ้าค่ะ” มี่มี่ทำตามคำสั่งของเจ้านายอย่างเคร่งครัด ส่งเพียงแค่เศษอาหารไปที่เรือนท้ายจวน ยาบำรุงครรภ์ก็เป็นเพียงยาทั่วไป ที่แทบจะไม่ให้ประโยชน์อันใดเลย “ฮูหยิน นี่มันรังแกกันเกินไปหรือไม่เจ้าคะ” ลี่จินเห็นอาหารที่ส่งมาก็ได้แต่บ่นออกมา สาวใช้ที่จวนสกุลเยว่ยังได้กินอีกว่านี้ เจ้านายของนางเป็นถึงฮูหยินเอก ได้กินเพียงเศษอาหารเช่นนี้หรือ เมื่อก่อนก็แล้วไปเถิด เพราะเจ้านายของนางกินไม่ได้มาก แต่ตอนนี้เจ้านายของนางต้องบำรุงร่างกาย จะกินอาหารเช่นนี้อีกต่อไปไม่ได้ “ช่างเถิด เจ้าก็รู้ว่าข้ากินมากไม่ได้” ตั้งแต่ท้อง จนตอนนี้ผ่านมาห้าเดือนแล้ว นางก็ไม่ค่อยอยากอาหาร จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องอาหารเท่าใด “ไม่ได้นะเจ้าคะฮูหยิน หากเป็นเช่นนี้ต่อไปคุณชายน้อยจะไม่แข็งแรงได้” ครั้งนี้ลี่จินไม่ยอม เพราะหากปล่อยไปเช่นนี้คุณชายน้อยเกิดมาจะต้องไม่แข็งแรงเป็นแน่ “ได้ เดี๋ยวข้าจะไปคุยเรื่องนี้กับท่านพี่เอง” นางจะไปขอสินเดิมมาดูและเอง หลังจากนี้ต้องใช้เงินอีกมาก นางไม่อยากให้บุตรที่เกิดมาต้องลำบาก “เช่นนั้นก็ดีเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นว่าเจ้านายเริ่มคิดถึงตนเอง ก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ ลำพังนางลำบากนั้นไปเป็นอันใด แต่นางจะไม่ยอมให้ฮูหยินกับคุณชายน้อยลำบากเด็ดขาด “เจ้าไปเฝ้าประตูจวนไว้เถิด ท่านพี่กลับจวน เจ้าก็มาเรียกข้า” เยว่ไป๋ฮวาได้แต่ยิ้มให้กับความกระตือรือร้นของสาวใช้ กว่าสาวลี่จินจะจะกลับมาที่เรือน ท้องฟ้าก็มืดเสียแล้ว “ฮูหยิน คุณชายใหญ่กลับมาแล้วเจ้าค่ะ” “ไปกันเถิด” สองนายบ่าวเดินตรงไปที่ห้องหนังสือของเซี่ยเหยียนไห่ด้วยใบหน้าที่แน่วแน่ ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ก็ต้องนำสินเดิมกลับมาให้ได้ “ท่านพี่ ตอนนี้แผนการของพวกเราไปถึงไหนแล้วเจ้าคะ” ซูหนิงเซียนถามสามี พร้อมกับบีบนวดที่บ่าแกร่งอย่างเอาใจ “ตอนนี้หากไม่มีอันใดผิดพลาด ทุกอย่างก็จะเป็นไปตามแผนการของเรา คนที่ลอบปลงพระชนม์ฮ่องเต้ก็คือองค์ชายรอง ส่วนองค์ชายใหญ่ก็จะได้ครองบัลลังก์อย่างชอบธรรม หลังจากนี้ชีวิตของพวกเราก็จะมั่นคง ไม่ต้องกังวลอีกแล้ว” เซี่ยเหยียนไห่หัวเราะอย่างชอบใจ หากเรื่องนี้สำเร็จ เขาก็จะเป็นคนที่ช่วยหนุนฮ่องเต้พระองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ เมื่อถึงตอนนั้นเขาก็จะเป็นคนที่ฮ่องเต้ไว้วางใจ แล้วทีนี้เขาก็จะกลายเป็นคนสำคัญของราชสำนัก เยว่ไป๋ฮวาได้ยินเรื่องพวกนั้นก็ได้แต่ยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ ที่มาได้ยินเรื่องไม่ควรได้ยินเช่นนี้ ลี่จินเองก็ไม่ต่างกัน เพราะหากมีคนรู้เรื่องนี้เข้า พวกนางก็ยากที่จะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ “เรากลับกันก่อนเถิดเจ้าค่ะ” ลี่จินพยายามเอ่ยด้วยเสียงที่เบาที่สุด เพราะกลัวว่าคนในห้องจะได้ยิน เยว่ไป๋ฮวาได้แต่พยักหน้า และพยายามจะเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด จึงไม่ทันได้ระวังทำให้ไปชนกระถางต้นไม้จนเกิดเสียงดัง “นั่นผู้ใด!” เสียงเหี้ยมจากในห้องดังขึ้น เพราะกลัวว่าคนอื่นจะได้ยินเรื่องที่เขาเพิ่งพูดออกมาเมื่อครู่ เยว่ไป๋ฮวาตั้งใจจะรีบหลบออกไป แต่เพราะขนาดท้องที่ใหญ่จึงทำอันใดไม่สะดวก ทำให้คนที่อยู่ในห้องออกมาเห็นพอดี “ที่แท้ก็เป็นเจ้า เข้ามาก่อนสิ” เขามองไปที่เยว่ไป๋ฮวาด้วยสายตากดดัน เขาเชื่อว่าอีกฝ่ายต้องได้ยินเรื่องที่เขาเอ่ยเมื่อครู่ มิเช่นนั้นก็คงไม่มีอาการเช่นนี้ “ข้ามีเรื่องสำคัญต้องไปทำ ขอตัวก่อน” เยว่ไป๋ฮวาไม่ยอมเข้าไปด้านใน เรื่องมาถึงตรงนี้แล้ว นางคิดว่าเขาคงไม่มีทางเก็บนางเอาไว้แน่นอน เพราะหากเรื่องที่เขาพูดถูกแพร่งพรายออกไป เกรงว่าคงไม่อาจรักษาชีวิตเอาไว้ได้ “เด็ก ๆ จับตัวพวกนางสองคนไปที่คุกใต้ดิน” เขาจะต้องกำจัดตัวปัญหาตั้งแต่วันนี้ หากนางนำเรื่องพวกนี้ไปบอกผู้อื่น คนที่เดือดร้อนจะเป็นเขา ซูหนิงเซียนมองไปที่เยว่ไป๋ฮวาด้วยสายตาสมเพช อยากเข้ามายุ่งกันเรื่องนี้ก็ต้องถูกกำจัดเช่นนี้ นางอุตส่าห์ว่าจะปล่อยให้มีชีวิตรอดอีกหน่อย แต่เป็นเช่นนี้ก็ดี นางจะได้ไม่ต้องทนเห็นหน้าตาน่ารังเกียจนี่อีก “ท่านพี่ ข้าขอจัดการนางเองได้หรือไม่” ซูหนิงเซียนเข้าไปออดอ้อนสามี นางอยากจัดการสตรีผู้นี้มานาน หากไม่มีเยว่ไป๋ฮวา คนที่จะได้เป็นฮูหยินเอกก็คือนาง “ได้ เจ้าจัดการนางเถิด” เขาไม่ได้สนใจว่าซูหนิงเซียนจะจัดการกับเยว่ไป๋ฮวาอย่างไร ขอแค่นางไม่สามารถนำเรื่องของเขาไปพูดต่อได้ “อย่าทำอันใดฮูหยินนะ” ลี่จินพยายามจะปกป้องเจ้านายอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงของคนพวกนั้นได้ “เอานางออกไปจัดการ” ซูหนิงเซียนที่รำคาญสาวใช้ชั้นต่ำ สั่งให้คนนำตัวสาวใช้ออกไปจัดการ ส่วนคนที่เป็นเจ้านายนางจะจัดการเอง “จับนางเอาไว้ ข้าจะจัดการนาง” หญิงสาวหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข “เจ้าคงจะรักลูกเจ้ามากสินะ แต่น่าเสียดาย ที่ลูกเจ้าคงไม่มีโอกาสได้ลืมตาขึ้นมาดูโลก” “อย่าทำอันใดลูกข้านะ!!” เยว่ไป๋ฮวาร้องออกมาเสียงดัง นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่นางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกรี้ยวกราดเช่นนี้ “ฮ่า ๆ ๆ ไม่ต้องกลัว เพราะพวกเจ้าสองแม่ลูกจะได้ลงไปปรโลกด้วยกัน” พูดจบซูหนิงเซียนก็ใช้มีดกรีดลงไปที่ท้องของเยว่ไป๋ฮวา “อย่าทำอันใดลูกข้า!!” เยว่ไป๋ฮวากรีดร้องออกมาเสียงดัง เลือดจากตัวของนางไหลออกมาไม่หยุด “นี่ไงบุตรที่เจ้ารักนักรักหนา แต่เจ้าคงไม่มีโอกาสได้ดูบุตรของเจ้าเติบโต” ซูหนิงเซียนหัวเราะราวกับคนบ้า เมื่อกรีดท้องของเยว่ไป๋ฮวาจนพอใจแล้ว ก็หยิบเอาเด็กตัวน้อย ๆ ออกมาจากท้อง และยกให้คนเป็นแม่ดู “นี่ไงบุตรของเจ้า ข้าใจดีให้พวกเจ้าสองแม่ลูกเห็นหน้ากัน ก่อนจะไม่มีโอกาสได้เห็นหน้ากันอีก” “ไม่!! ลูกข้า” เยว่ไป๋ฮวากรีดร้องแทบจะขาดใจ บุตรที่นางเฝ้าทะนุถนอมมาอย่างดี ต้องมาถูกคนชั่วพวกนี้ทำร้ายเช่นนั้นหรือ “เจ้าไม่ต้องเสียใจไป เพราะอีกไม่นานเจ้าก็จะตายตามลูกเจ้าไป” “แม้ข้าตายกลายเป็นผี ข้าก็ไม่มีทางปล่อยพวกเจ้าไป ข้าสาบานว่าหากข้ามีโอกาส ข้าตามจองล้างจองผลาญพวกเจ้าจนตายไปข้างหนึ่ง” เยว่ไป๋ฮวาพูดด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น ดวงตาของนางแดงก่ำ ซูหนิงเซียนหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งก่อนจะแทงมีดไปที่อกซ้ายของเยว่ไป๋ฮวา ทำให้อีกฝ่ายตายไปด้วยดวงตาที่เบิกโพลง แม้สิ้นใจไปแล้วแววตาของนางก็ยังเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD