บทที่ 3

1279 Words
เยว่ไป๋ฮวาลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง สิ่งแรกที่นางทำคือจับที่ท้องของตนเอง เพื่อดูว่าลูกยังอยู่หรือไม่ แต่สุดท้ายก็พบเพียงความว่างเปล่า หน้าท้องของนางแบนเรียบราวกับไม่เคยมีเด็กอยู่ในนั้น “นี่ข้ายังไม่ตายหรือ” หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ห้องด้วยสายตาที่สับสน นางควรจะอยู่เรือนท้ายจวนสกุลเซี่ยมิใช่หรือ เหตุใดจึงได้มาอยู่เรือนของตนเองที่จวนสกุลเยว่ได้ “คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” ลี่จินเดินเข้ามาในเรือนด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม เพราะวันนี้เป็นวันดีของคุณหนู “คุณหนูหรือ นี่มันเรื่องบ้าอันใดกัน” เยว่ไป๋ฮวาได้แต่พึมพำกับตนเอง นางควรจะตายไปแล้ว เหตุใดจึงเป็นเช่นนี้ไปได้ หรือว่าทุกอย่างเป็นเพียงความฝัน ไม่ใช่! ทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่ใช่เพียงแค่ความฝัน นางยังจำความเจ็บปวดในวันนั้นได้ดี ไม่มีทางลืมมันไปได้ หรือสวรรค์ให้โอกาสนางได้มีชีวิตอีกครั้ง เพื่อเอาคืนคนเลวพวกนั้น “ฮ่า ๆ ๆ ๆ ขอบคุณสวรรค์” ข้าจะทวงคืนความแค้นที่มี ผู้ใดที่เคยทำร้ายนาง นางจะเอาคืนให้สาสม “คุณหนู เป็นอันใดไปหรือเจ้าคะ” ลี่จินมองไปที่เจ้านายด้วยสายตางุนงง เพราะอยู่ดี ๆ ก็หัวเราะออกมา นางไม่เคยเห็นคุณหนูเป็นเช่นนี้มาก่อนเลย “ไม่มีอันใด” ใบหน้าของเยว่ไป๋ฮวาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเยือกเย็น ในเมื่อสวรรค์ให้โอกาส นางก็จะไม่ทำให้สวรรค์ผิดหวัง จากนี้นางจะมีชีวิตอยู่เพื่อแก้แค้นคนพวกนั้น แก้แค้นให้บุตรที่ไม่ได้ลืมตามาดูโลกของนาง “คุณหนูลุกขึ้นมาแต่งตัวได้แล้วเจ้าค่ะ วันนี้คุณหนูจะต้องงดงามที่สุดนะเจ้าคะ” ลี่จินเดินไปดึงเจ้านายให้ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อไปแต่งตัว “วันนี้?” “คุณหนูลืมหรือเจ้าคะ ก็วันนี้วันปักปิ่นของคุณหนูไงเจ้าคะ” ไม่เข้าใจเลยจริง ๆ เหตุใดวันนี้เจ้านายของนางจึงได้แปลกไปเช่นนี้ วันนี้วันสำคัญแท้ ๆ ยังลืมได้ “วันนี้วันปักปิ่นข้าหรือ” ไม่อยากจะเชื่อว่านางจะได้ย้อนกลับมาในวันปักปิ่นของตนเอง นางยังไม่ได้เตรียมตัวจะเผชิญเรื่องต่าง ๆ เช่นนั้นวันนี้นางก็จะปล่อยให้คนพวกนั้นใช้ชีวิตอย่างมีความสุขไปอีกวัน ก่อนที่จะหาความสุขในชีวิตไม่ได้อีก “เจ้าค่ะ คุณหนูรีบมาแต่งตัวเถิดเจ้าค่ะ เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา” ลี่จินจัดการแต่งตัวให้เจ้านาย เรือนนี้มีสาวใช้เพียงไม่กี่คน หากช้าเกรงว่าจะไม่ทัน เยว่ไป๋ฮวาปล่อยให้สาวใช้จัดการแต่งหน้าทำผม ส่วนตนเองก็หวนกลับไปคิดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น นางไม่อยากเชื่อว่าจะเกิดเรื่องที่น่าเหลือเชื่อเช่นนี้ “คุณหนูเสร็จแล้วเจ้าค่ะ” เสียงของลี่จินดังขึ้นดึงความสนใจของเยว่ไป๋ฮวา “เราไปกันเถิด ทุกคนคงรอนานแล้ว” เยว่ไป๋ฮวาเดินนำสาวใช้ไปที่โถงจัดเลี้ยง งานวันนี้จัดขึ้นแบบเรียบง่าย ไม่ได้ใหญ่โตอันใด ซึ่งนางก็ไม่ได้คาดหวังอันใดกับพิธีปักปิ่นในครั้งนี้ ไม่ว่าชีวิตก่อนหรือตอนนี้ นางก็รู้อยู่แล้วว่าอย่างไรมันก็ต้องเป็นเช่นนี้ “เริ่มพิธีได้!” สิ้นเสียงประกาศ หญิงสาวที่มีใบหน้างดงาม ก็เดินขึ้นมาบนแท่นทำพิธี พิธีการดำเดินไปอย่างเรียบง่าย ฟางซินหรูเป็นคนปักปิ่นให้เยว่ไป๋ฮวาด้วยตนเอง ทั้งที่ความจริงไม่ได้อยากทำหน้าที่นี้เลยแม้แต่น้อย “ไป๋ฮวาไปนั่งกับเหยียนไห่สิ ทำความรู้จักกันเอาไว้ วันหน้าอย่างไรก็ต้องแต่งงานกันอยู่แล้ว” เยว่โจวเหยาบอกลูกสาวคนโต งานแต่งนี้จะยิ่งเสริมความมั่นคงในหน้าที่การงานของเขา ไม่ว่าจะทำอันใดก็ง่ายขึ้น ขอเพียงบุครสาวคนโตนั่งในตำแหน่งฮูหยินเอกสกุลเซี่ยให้มั่นคง “เจ้าค่ะท่านพ่อ” เยว่ไป๋ฮวาเดินไปหาเซี่ยเหยียนไห่ด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่ง ตลอดงานนี้หญิงสาวไม่ได้แย้มยิ้มออกมาเลยสักนิด “คุณชายใหญ่เซี่ย” นางยอบกายทักทายคนที่อายุมากกว่า และนั่งลงข้าง ๆ เขาโดยที่เขายังไม่ทันได้เอ่ยปาก เซี่ยเหยียนไห่ชำเลืองมองคู่หมั้นของตนเองครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปสนใจสุราในมือต่อ สตรีเช่นนี้เขาไม่ชอบ ไม่มีอันใดน่าสนใจเลยสักนิด หากไม่เพราะเป็นคำสั่งของผู้อาวุโส เขาก็ไม่คิดที่จะยุ่งเกี่ยว หญิงสาวรินสุราให้ตนเอง และชำเลืองมองผู้ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้น นางค่อย ๆ หลุบสายตามองสุราในจอกของตนเอง เพื่อซ่อนแววตาที่เคียดแค้นและชิงชัง นางไม่อยากให้คนอื่นรู้ความคิดของตนในตอนนี้ เยว่อิงฮวานั่งมองหน้าว่าที่พี่เขยด้วยสายตาที่หลงใหล เหตุใดถึงไม่เป็นนางที่ได้หมั้นหมาย เหตุใดเยว่ไป๋ฮวาต้องได้ทุกอย่างไป ที่ตรงนั้นมันควรเป็นของนางมากกว่า “ข้าไม่ยอมให้เจ้าได้แต่สิ่งดี ๆ ไปหรอก” ยิ่งเห็นสองคนนั้นนั่งเคียงคู่ความชิงชังที่มีในใจของนางก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น “ที่ตรงนั้นสมควรเป็นของข้า” ไม่ว่าจะทำอย่างไร นางก็ต้องทำให้เซี่ยเหยียนไห่มาเป็นของนางให้ได้ นางไม่ยอมแพ้ให้กับนางลูกไม่มีแม่แน่นอน เยว่ไป๋ฮวานั่งเงียบอยู่ข้าง ๆ คู่หมั้นของตนเอง เขาไม่ชวนสนทนา นางก็ไม่คิดที่จะเปิดบทสนทนาเช่นกัน ทุกอย่างคงเป็นเหมือนชีวิตก่อน ซึ่งนางก็พอใจให้มันเป็นเช่นนั้น เพราะหากให้นางคุยกับเขาตอนนี้ นางคงไม่อาจกักเก็บความเกลียดชังที่มีในใจได้ เซี่ยเหยียนไห่ชำเลืองมองสตรีที่นั่งอยู่ข้าง ๆ อีกครั้ง ครั้งนี้เขาตั้งใจมองสำรวจคู่หมั้นอย่างละเอียด ใบหน้าของนางจัดว่าอยู่ในขั้นที่งดงาม แต่ไม่มีสิ่งใดน่าดึงดูดเลยสักนิด ทั้งจืดชืด ไม่มีสิ่งใดน่าสนใจเลย หากให้เขาแต่งงานกับนางจริง ๆ นางก็คงเป็นจุดด่างพร้อยให้ชีวิตของเขา “คุณชายใหญ่เซี่ยมีอันใดหรือ” เมื่อรู้ว่ามีคนกำลังมองสำรวจ จึงได้เงยหน้าขึ้นไปมอง ก็พบว่าคู่หมั้นของกำลังมองมาอยู่ “แค่อยากรู้ว่าคุณหนูใหญ่เยว่เคยยิ้มบ้างหรือไม่ เพราะตั้งแต่เริ่มงานจนถึงตอนนี้ ข้ายังไม่เห็นคุณหนูใหญ่เยว่ยิ้มเลยสักนิด ทั้ง ๆ ที่เป็นวันสำคัญของตนเอง” เขาถามถึงข้อสงสัยของตนเอง สตรีไม่ว่าเป็นผู้ใด เมื่อเป็นวันสำคัญของตัวเอง ก็ต้องแย้มยิ้มออกมา แต่นี่เขายังไม่เห็นรอยยิ้มของนางเลย “คุณชายใหญ่เซี่ยกล่าวเกินไปแล้ว ผู้ใดบ้างจะไม่เคยยิ้ม” แม้จะตอบไปเช่นนั้น แต่ใบหน้าของนางก็ไม่ได้ปรากฏรอยยิ้ม นั่นยิ่งทำให้คนตรงหน้าประหลาดใจ “ก็จริงเช่นที่คุณหนูใหญ่เยว่พูด ผู้ใดบ้างจะไม่เคยยิ้ม” บทสนทนาของทั้งคู่จบลงไปเพียงเท่านั้น และไม่มีผู้ใดคิดที่จะต่อบทสนทนาอีก จนงานเลี้ยงจบจึงได้แยกย้ายกันไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD