บทที่ 4

1503 Words
หลังจากจบงานเยว่ไป๋ฮวาก็เดินกลับเรือนด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ทว่าในหัวของนางตอนนี้วุ่นวายสับสนไปหมด วันนี้เกิดเรื่องที่ไม่คาดฝันหลายอย่าง ในใจของนางตอนนี้สับสนงุนงงไปหมดว่าแท้จริงแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับตนเองกันแน่ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงย้อนกลับมามีชีวิตอีกครั้ง สงสัยสวรรค์คงสมเพชในโชคชะตาของนาง จึงให้นางกลับมามีชีวิตอีกครั้ง แต่ไม่ว่าจะเพราะเหตุใด หลังจากนี้นางก็จะใช้ชีวิตให้มีความสุข และจะเอาคืนทุกคนที่ทำให้ชีวิตของนางต้องมีจุดจบเช่นนั้น ไม่ว่าผู้ใด นางก็จะเอาคืนอย่างสาสม และคนแรกที่นางจะจัดการ ก็คือน้องสาวตัวดีของนาง เพราะวันพรุ่งนี้ อีกฝ่ายก็จะเดินมาให้นางจัดการด้วยตนเอง นางเพียงแค่รออยู่ที่เรือนอย่างสงบเท่านั้น และก็เป็นไปตามที่นางคาดการณ์เอาไว้ เพราะเยว่อิงฮวาส่งคนมาเชิญนางไปพบที่ศาลากลางน้ำเหมือนเดิมไม่มีผิด “คุณหนูใหญ่ คุณหนูรองให้มาเชิญไปพบที่ศาลาริมน้ำเจ้าค่ะ” เยว่ไป๋ฮวายกยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะตอบอย่างไม่ใส่ใจ “ข้าไม่ว่าง เจ้ากลับไปเถิด” “แต่คุณหนูรองมีเรื่องต้องการสนทนากับคุณหนูนะเจ้าคะ” สาวใช้บอกเสียงแข็ง เพราะที่ผ่านมาเจ้านายผู้นี้ไม่เคยมีท่าทีเช่นนี้เลย ทุกครั้งไม่ว่าจะถูกผู้ใดเรียกก็มักจะไปอย่างว่าง่าย “เจ้ามีสิทธิ์มาใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับคุณหนูเช่นข้าหรือ” เยว่ไป๋ฮวาบอกเสียงเย็น ปรายตามองไปที่สาวใช้ด้วยสายตาที่ดูน่ากลัว “กลับไปบอกเจ้านายของเจ้า หากอยากพบก็ให้มาหาข้าเอง” “จะ เจ้าค่ะ” สาวใช้ตอบเสียงสั่น นางไม่เคยเห็นคุณหนูใหญ่ของจวนมีท่าทีเช่นนี้มาก่อน จึงทำให้หวาดกลัวเป็นอย่างมาก ลี่จินได้แต่มองเจ้านายตาปริบ ๆ ไม่คิดว่าเจ้านายจะมีมุมเช่นนี้ด้วย เมื่อก่อนไม่ว่าจะถูกกระทำเช่นไร เจ้านายของนางก็ก้มหน้ารับตลอด เยว่ไป๋ฮวาหวนคิดไปถึงเมื่อก่อน ทุกคนล้วนแต่สามารถรังแกนางได้ เพราะนางไม่ชอบความวุ่นวาย อะไรยอมได้นางก็จะยอมเสมอ แต่หลังจากนี้มันจะไม่เป็นเช่นนั้น ผู้ใดกล้าเข้ามาหาเรื่องนาง นางก็จะเขาคืนให้สาสม “นางพูดเช่นนั้นจริง ๆ หรือ” เยว่อิงฮวาที่ได้ยินสาวใช้บอกก็แปลกใจ เพราะที่ผ่านมาพี่สาวตัวดีของนางมักจะยอมตลอด เหตุใดวันนี้จึงได้แปลกไปเช่นนี้ “ใช่เจ้าค่ะ น้ำเสียงของนางยังถือดีอีกด้วยนะเจ้าคะ” สาวใช้รีบใส่ไฟทันที “กล้ามาก” เมื่อได้ยินเช่นนั้นเยว่อิงฮวาก็มีโทสะขึ้นมา “ไป ข้าจะไปจัดการนางด้วยตนเอง” หญิงสาวเดินนำเหล่าสาวใช้ไปที่เรือนของพี่สาว เพราะหวังจะไปจัดการคนที่กล้าขัดคำสั่งของตนเอง “เยว่ไป๋ฮวา เจ้าอยู่ไหน ออกมาเดี๋ยวนี้นะ” เมื่อมาถึงเยว่อิงฮวาก็เอะอะเสียงดัง เรียกให้เจ้าของเรือนออกมา “เจ้ามาหาข้ามีเรื่องอันใด” เยว่ไป๋ฮวาเดินออกมาเผชิญหน้ากับน้องสาวที่มาเยือนถึงเรือน นางมองไปยังน้องสาวด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งแฝงไปด้วยความเย่อหยิ่ง ต่างจากครั้งก่อน ๆ ที่นางแทบจะไม่สบตาของอีกฝ่ายเลย “ข้าให้สาวใช้มาเรียก เหตุใดเจ้าไม่ไปหาข้า” เยว่อิงฮวาเชิดหน้าอย่างถือดีเช่นกัน “แล้วเหตุใดข้าต้องไปหาเจ้า” เยว่ไป๋ฮวาเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ด้วยท่าทางที่ถือดีไม่ต่างกัน “แต่จะว่าไป เจ้าเป็นน้องสาวของข้า เจ้าสามารถเอ่ยวาจาเช่นนี้กับพี่สาวได้หรือ” “เหอะ เจ้าถือสิทธิ์อะไรมาบอกว่าเป็นพี่สาวของข้า เจ้าก็เป็นได้แค่ตัวอันใดไม่รู้ในจวนนี้เท่านั้น” เยว่อิงฮวาพูดอย่างไม่สบอารมณ์ นางปล่อยให้เยว่ไป๋ฮวามีชีวิตมาถึงตอนนี้ก็ถือว่าเป็นบุญมากแล้ว ตอนนี้ยังมากล้าทำปากดีใส่นางอีก “เป็นแค่คนที่ไม่มีแม่คอยสั่งสอน อย่าริอ่านมาปากดีกับข้า” “ฮ่า ๆ ขนาดเจ้ามีแม่คอยสักสอน ยังมีกิริยาต่ำช้าเช่นนี้ หากเจ้าไม่มีมารดาคอยสั่งสองเช่นข้า กิริยาของเจ้าจะต่ำช้าเพียงใด ข้าคิดไม่ออกจริง ๆ” เยว่ไป๋ฮวาหัวเราะเบา ๆ แล้วลุกขึ้นเดินไปเผชิญหน้ากับน้องสาวต่างมารดา สตรีผู้นี้ไม่มีดีอันใดดีเลย วัน ๆ ก็เอาแต่วิ่งวุ่นหาเรื่องคนอื่นไปทั่ว ช่างโง่เขลายิ่งนัก “เจ้า เจ้ากล้าพูดเช่นนี้กับข้าหรือ” เยว่อิงฮวายกมือขึ้นชี้หน้าพี่สาวอย่างมีโทสะ ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยมีผู้ใดกล้าเอ่ยวาจาเช่นนี้กับนางเลย แล้วมันผู้นี้กล้าดีอย่างไรมาเอ่ยเช่นนี้กับนางได้ “เหตุใดข้าจะไม่กล้า ข้าเป็นพี่สาวของเจ้า ย่อมมีสิทธิ์สั่งสอนเจ้า ในเมื่อมารดาของเจ้าสั่งสอนเจ้าไม่ได้ ข้าที่เป็นพี่สาวจะสั่งสอนเจ้าแทนมารดาของเจ้าเอง” เยว่ไป๋ฮวาเดินเข้าไปหาน้องสาวช้า ๆ และยกมือขึ้นปัดแขนที่ชี้หน้าตนเอง “อย่างเช่นกิริยาต่ำทรามเช่นนี้ ไม่สมควรที่จะทำกับผู้ที่อาวุโสกว่า หากเจ้ายังไม่รู้ว่าอันใดควรไม่ควร ข้าก็จะค่อย ๆ เป็นคนสอนเจ้าเอง” “กรี๊ดด เจ้า เจ้า ข้าจะไปฟ้องท่านแม่ เจ้าเตรียมตัวเอาไว้เถิด” เมื่อเห็นว่าตนเองสู้ไม่ได้ ก็เตรียมที่จะกลับไปฟ้องมารดา เพราะทุกครั้งก็จะเป็นมารดาที่คอยจัดการเรื่องพวกนี้ให้ตลอด “ไปฟ้องมารดาเจ้าก็ดี ข้าจะได้บอกว่าเจ้านั้นมีกิริยาเช่นไร หากมารดาเจ้าสอนให้เจ้ารู้มารยาทของชนชั้นสูงไม่ได้ ข้าก็จะได้เอ่ยปากขอเป็นคนสอนมารยาทเจ้าเอง” เยว่ไป๋ฮวายกยิ้มเย็นชา “แต่ลืมไป มารดาของเจ้าก็เป็นเพียงบุตรสาวคหบดีต่ำต้อย อาศัยมารยาของตนเองปีนป่าย จนได้ขึ้นมาเป็นฮูหยินขุนนางสูงศักดิ์ จะรู้มารยาทของคนตระกูลใหญ่ได้อย่างไร จึงได้สั่งสอนเจ้ามาแบบไม่รู้มารยาทเช่นนี้ เห็นแก่ที่เป็นพี่น้องร่วมบิดา ข้าจะเมตตาสั่งสอนเจ้าเอง” “เจ้า เจ้าว่าท่านแม่ของข้า” ตอนนี้สติที่มีอันน้อยนิดของเยว่อิงฮวาได้เลือนหายไปเป็นที่เรียบร้อย นี่เป็นความจริงที่นางพยายามลืมมันไป ไม่ว่าเรื่องอันใดนางก็ด้อยไปกว่าพี่สาวผู้นี้เสมอ แม้จะมีบิดาคนเดียวกัน แต่ชาติกำเนิดมารดานั้นต่างกันโดยสิ้นเชิง “ข้าพูดความจริง หากอยากให้ข้าสั่งสอนมารยาท ก็มาหาข้าที่เรือนได้” เยว่ไป๋ฮวาเดินกลับไปนั่งลงที่เดิม พร้อมกับรินชาให้ตนเองอย่างสบายอารมณ์ ต่างจากอีกคนที่ดิ้นเร่า ๆ ด้วยความโมโห “ข้าจะไปฟ้องท่านแม่” พูดจบก็เดินออกไปจากเรือน โดยลืมไปเลยว่าจุดประสงค์แรกที่มาเรือนนี้เพราะเหตุใด เพราะถูกทำให้โมโหเสียก่อน เยว่ไป๋ฮวามองน้องสาวเดินออกไปด้วยสายตาที่เรียบนิ่ง นี่เป็นการเปิดศึกระหว่างนางและคนตระกูลเยว่แล้วจริง ๆ ไม่รู้ว่าจากนี้จะเกิดเรื่องอันใดขึ้นบ้าง แต่ไม่ว่าจะเกิดเรื่องขึ้นจริง ๆ นางก็ไม่มีทางยอมแพ้ง่าย ๆ เพราะคนที่ควรได้รับโทษทัณฑ์ยังมีชีวิตอย่างสุขสบาย นางต้องการเห็นชีวิตของคนพวกนั้นล่มจมเสียก่อน เช่นนั้นนางคงไม่อาจตายตาหลับ “คุณหนูเก่งมากเจ้าค่ะ” ลี่จินมองไปที่เจ้านายด้วยสายตาชื่นชม ไม่คิดว่าเจ้านายจะกล้ามีเรื่องกับคุณหนูรอง “หึ วันหน้าก็ไม่รู้ว่าสองแม่ลูก จะสร้างเรื่องเดือดร้อนอันใดให้เราอีกหรือไม่” “ไม่ว่าจะมีเรื่องอันใด บ่าวเชื่อว่าคุณหนูสามารถจัดการได้เจ้าค่ะ” จากวันนี้นางไม่ต้องกังวลเรื่องอันใดอีกแล้ว เพราะตอนนี้เจ้านายของนางรู้จักปกป้องตนเองแล้ว วันหน้าก็ไม่ต้องกลัวว่าจะมีคนมาหาเรื่องอีก “เชื่อข้าเพียงนั้นเลย” “เจ้าค่ะ คุณหนูของบ่าวเก่งที่สุด” พูดจบลี่จินก็หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ เมื่อครู่นางอยากจะหัวเราะออกมาเสียงดัง ๆ เสียด้วยซ้ำ แต่กลัวว่าเจ้านายจะเสียสมาธิ สองนายบ่าวพากันหัวเราะคิกคักอยู่ในเรือนอย่างมีความสุข ไม่ได้หวั่นกลัวเลยว่าจะถูกคนพวกนั้นเอาคืน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD