บทที่ 5

1390 Words
“ท่านแม่ ท่านต้องช่วยข้านะเจ้าคะ” เยว่อิงฮวาเดินเข้าไปหามารดาด้วยท่าทางกระฟัดกระเฟียด มารดาจะต้องจัดการเรื่องนี้ให้นางได้อย่างแน่นอน “เจ้าระมัดระวังกิริยาหน่อย เป็นสตรีจะแสดงท่าทีเช่นนี้ได้อย่างไร” ฟางซินหรูปรายตามองบุตรสาวที่เดินเข้ามาด้วยกิริยาที่ไม่งาม เป็นเช่นนี้ไงถึงได้แพ้เยว่ไป๋ฮวาอยู่ร่ำไป “ท่านแม่ท่านต้องจัดการเยว่ไป๋ฮวาให้ข้านะเจ้าค่ะ” เยว่อิงฮวาบอกมารดาด้วยสีหน้าไม่พอใจ “มีเรื่องอันใดอีกเล่า” ฟางซินหรูถามอย่างรำคาญ ชอบไปหาเรื่องเยว่ไป๋ฮวา แต่ก็วิ่งโร่มาฟ้องนางทุกครั้ง ช่างไม่ได้เรื่องเสียจริง เยว่อิงฮวาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นให้มารดาฟังทั้งหมด พร้อมกับเติมแต่งเรื่องราวอีกนิดหน่อย เพื่อให้มารดาไปจัดการกับเยว่ไป๋ฮวาที่บังอาจมากเรื่องนาง “นางพูดเช่นนั้นจริงหรือ” ฟางซินหรูไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่บุตรสาวพูด นางเด็กคนนั้นน่ะหรือจะกล้าเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมา วัน ๆ นางก็เห็นแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือ จะกล้าเอ่ยเอ่ยวาจาเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร “ข้าพูดจริง ๆ นะเจ้าคะข้ามิได้โกหก หากท่านแม่ไม่เชื่อก็เรียกสาวใช้มาถามได้เลยเจ้าค่ะ” เมื่อเห็นสายตาไม่เชื่อจากมารดา จึงได้หาตัวช่วย “เรื่องนี้สาวใช้เป็นพยานให้ข้าได้” “สาวใช้ก็ของเจ้า เชื่อได้หรือ” “ข้าพูดความจริงนะท่านแม่ นางคงเห็นว่ามีคนหนุนหลัง นางจึงได้ปีกกล้าขาแข็งเช่นนี้ นางคงคิดว่าคนสกุลเซี่ยจะคอยช่วยนางกระมัง” เยว่อิงฮวายุแยงมารดา หากได้มารดาช่วยเอ่ยปากเรื่องนี้ เรื่องถอนหมั้นของเยว่ไป๋ฮวากับเซี่ยเหยียนไห่คงจะง่ายขึ้น “มิสู้ให้นางถอนหมั้นไม่ดีกว่าหรือ นางจะได้ไม่มีความกล้าเช่นนี้อีก” “นี่เจ้าชอบคุณชายใหญ่เซี่ยหรือ” เมื่อได้ยินคำพูดของบุตรสาว ฟางซินหรูก็เดาได้ทันทีว่าบุตรสาวมีใจให้ว่าที่พี่เขยของตนเอง “ข้าเปล่านะเจ้าคะ” เมื่อเห็นว่ามารดารู้ความคิดของตนเอง เยว่อิงฮวาก็รีบปฏิเสธทันควัน “เจ้าอย่าแม้แต่จะคิด เรื่องนี้ไม่มีทางเป็นไปได้” หากคิดที่จะเปลี่ยนตัวเจ้าสาวไม่ใช่เรื่องง่าย เซี่ยฮูหยินไม่มีทางยอม “ท่านแม่!” “อย่าได้เอ่ยเรื่องนี้อีก” ฟางซินหรูบอกเสียงแข็ง คนที่ตระกูลเซี่ยต้องการแต่งด้วยคือบุตรหลานตระกูลชั้นสูง มิใช่บุตรที่จากลูกสาวพ่อค้าเช่นนาง แม้ตอนนี้ตระกูลหลี่ ของหลี่ลี่ฉินจะลาออกจากเป็นขุนนาง ทว่าเส้นสายในราชสำนักกลับมีไม่น้อยผู้ใดก็ล้วนอยากสานสัมพันธ์ “ไป ๆ เจ้ากลับไปเถิด แล้วอย่าได้พูดเรื่องนี้อีก” ฟางซินหรูโบกมือไล่บุตรสาวออกไป นางจะต้องตัดไฟตั้งแต่ต้นลม เพราะหากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้น คนที่เดือดร้อนก็คือนาง พรุ่งนี้จะต้องไปดูหน่อยว่าเยว่ไป๋ฮวาเปลี่ยนไปจริงหรือไม่ จะได้เตรียมรับมือ ฟางซินหรูได้แต่คิดคนเดียวในใจ ในขณะที่เยว่ไป๋ฮวากำลังพักผ่อนอย่างสบายอารมณ์ ฟางซินหรูก็มาหาถึงที่เรือน ดูท่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานคงไปถึงหูแล้ว “คารวะฮูหยินใหญ่” เยว่ไป๋ฮวาออกไปต้อนรับฮูหยินใหญ่ของจวน ใบหน้าของนางประดับไปด้วยรอยยิ้ม ต่างจากผู้มาเยือนที่มีใบหน้าเรียบนิ่ง ฟางซินหรูปรายตามองลูกเลี้ยงที่เหมือนเสี้ยนหนามตำใจของนาง เยว่ไป๋ฮวาดูแปลกไปจริง ๆ ดูเหมือนจะจัดการอยากกว่าเมื่อก่อนมาก “จำได้ว่าไม่ได้มาที่เรือนนี้นานแล้ว จึงได้แวะมาดูเผื่อว่าต้องซ่อมแซมตรงไหน” ฟางซินหรูเดินสำรวจรอบ ๆ เรือนเล็ก หวังว่าจะพบสิ่งที่ผิดปกติ แต่ก็ไม่พบพิรุธ “ขอบคุณฮูหยินใหญ่ที่เป็นห่วง แต่ในเรือนนี้ไม่มีอันใดให้ฮูหยินใหญ่ต้องเป็นกังวล” เยว่ไป๋ฮวาแย้มยิ้มน้อย ๆ แล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ นางไม่เชื่อว่าฟางซินหรูจะมาหานางเพราะเรื่องเพียงเท่านี้ เมื่อเห็นว่าเยว่ไป๋ฮวานั่งลง ฟางซินหรูก็เดินไปนั่งลงบ้าง “อย่างไรข้าก็ถือว่าเป็นมารดาของเจ้า ก็สมควรดูแลเจ้าอย่างดี” “เช่นนั้นก็ต้องขอบคุณฮูหยินใหญ่ แต่ไม่ขอรับกวนดีกว่า ท่านเอาเวลาของท่านไปอบรมบุตรของตนเองจะดีกว่า กิริยามารยาทใช้ไม่ได้ ไม่สมกับเป็นบุตรหลานตระกูลใหญ่เลยสักนิด” เยว่ไป๋ฮวาพูดอย่างไม่ไว้หน้า จากนี้ไม่มีความจำเป็นต้องไว้หน้ากันอีก นางยอมมามากพอแล้วจาก นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมากรังแกนางได้อีก “หึ พูดกันตรง ๆ เช่นนี้ก็ดี จะได้ไม่ต้องตีหน้าแสร้งทำดีต่อกันอีก ส่วนเรื่องลูกของข้าไม่จำเป็นให้เจ้าต้องมาสอดมือ ดูแลชีวิตเองให้ดีเถิด” ฟางซินหรูได้แต่เข่นเขี้ยวในใจ นางเด็กคนนี้ปากกล้าจริง ๆ “ท่านแม่ไม่ต้องห่วง ข้าจะใช้ชีวิตให้ดี อย่างน้อย ๆ ข้าคิดว่าชีวิตของข้าต้องดีกว่าบุตรสาวของท่านแน่ ๆ” หากเยว่อิงฮวายังมีนิสัยเช่นนี้ต่อไป จุดจบคงไม่สวย “ปากดีให้ได้เช่นนี้ตลอดไปเถิด” พูดจงฟางซินหรูก็ลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ เป็นเช่นนี้นางยิ่งเกลียดเยว่ไป๋ฮวามากขึ้น ท่าทางที่เย่อหยิ่งนั่นทำให้นางคิดถึงหลี่ลี่ฉิน ก็ยิ่งทำให้นางเกลียดมากขึ้นไปอีก แต่ตอนนี้นางยังทำอันใดไม่ได้ หากเยว่ไป๋ฮวาเป็นอันใดตอนนี้ เยว่โจวเหยาต้องจัดการนางแน่ เพราะตอนนี้นางดูแลเรื่องความเป็นอยู่ในจวน หากเกิดเรื่องอันใดขึ้น คนที่ต้องรับผิดชอบก็คือนาง ซึ่งนางจะไม่มีทางทำให้ฐานะของนางในตอนนี้สั่นคลอนเด็ดขาด “ฮูหยินใหญ่ ไม่ส่งนะเจ้าคะ” เยว่ไป๋ฮวามองตามฟางซินหรูด้วยสายตาลึกล้ำยากคาดเดา ฮูหยินใหญ่ผู้นี้หวงแหนตำแหน่งของตนเองยิ่งนัก ไม่มีทางทำเรื่องให้ตนเองเดือดร้อน “คุณหนู ทำเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ หากฮูหยินใหญ่นำเรื่องนี้ไปฟ้องนายท่าน พวกเราจะไม่แย่หรือเจ้าคะ” ลี่จินเป็นกังวล กลัวว่าเจ้านายจะถูกลงโทษ “นางไม่กล้าปากมากหรอก ตอนนี้ข้ามีฐานะเป็นคู่หมั้นคุณชายใหญ่เซี่ย นางไม่กล้าแตะต้องข้าหรอก” “จริงหรือเจ้าคะ” ลี่จินไม่ค่อยเชื่อคำพูดของเจ้านาย ที่ผ่านมาก็เป็นคู่หมั้นมิใช่หรือ นางก็เห็นชีวิตของเจ้านายก็ยังคงลำบากเสมอมา ไม่เห็นจะเหมือนที่เอ่ยมาเมื่อครู่เลย “หากไม่เชื่อเจ้าก็รอดูเถิด” เยว่ไป๋ฮวายกน้ำชาขึ้นจิบอย่างสบายอารมณ์ ฟางซินหรูก็พอจะมีหัวคิดอยู่บ้าง แต่น่าเสียดายที่คลอดบุตรไม่ได้เรื่องเช่นเยว่อิงฮวาออกมา มิเช่นนั้นคงใช้ชีวิตอย่างไม่ต้องหวาดระแวงเช่นนี้ ไม่รู้ว่าวันไหนบุตรสาวจะนำความเดือดร้อนมาให้ “แล้วจากนี้คุณหนูจะทำเช่นไรหรือเจ้าคะ” ตอนนี้นางเดาความคิดของเจ้านายไม่ได้เลย เจ้านายของนางเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนไปจนเป็นคนละคน “ข้าจะทำเช่นใดได้ ก็แค่ต้องใช้ชีวิตให้มีความสุข เท่านี้ก็ดีแล้วมิใช่หรือ” เยว่ไป๋ฮวายิ้มน้อย ๆ เพราะนางคิดเช่นนั้นจริง ๆ จากนี้นางคิดจะใช้ชีวิตอย่างมีความสุข แต่ก็มิใช่ว่า นางจะปล่อยให้คนที่ทำลายชีวิตของนางมีความสุขไปด้วย ผู้ใดที่เคยทำร้ายนางในชาติก่อน นางจะทวงคืนให้หมด อย่าหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเลย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD