เยว่ไป๋ฮวานัดพบคู่หมั้นของตนเองบ่อยขึ้น และทุก ๆ ครั้งก็จะพาน้องสาวของตนเองไปด้วย นางอยากให้ทั้งสองสานสัมพันธ์กัน ไม่ว่าจะฐานะใดก็ตาม สตรีเมื่อได้ใกล้ชิดกับคนที่พึงใจ จะไม่หวั่นไหวได้หรือ
“พี่เหยียนไห่ ปิ่นนี่งามหรือไม่เจ้าคะ” เยว่อิงฮวานำปิ่นที่อยู่ในมือให้ชายหนุ่มเพียงหนึ่งเดียวดู ท่าทางสนิทสนมของทั้งสองทำให้เยว่ไป๋ฮวาพอใจ ยิ่งสนิทกันมากก็ยิ่งเป็นการดี
“งามมาก เหมาะสมกับเจ้ายิ่งนัก หากเจ้าชอบพี่จะซื้อให้ ถือว่าเป็นของขวัญพบหน้า”
“ขอบคุณพี่เหยียนไห่เจ้าค่ะ” เยว่อิงฮวายิ้มอย่างดีใจ นี่เป็นของขวัญชิ้นแรกที่ได้จากชายในดวงใจ นางจะเก็บของชิ้นนี้ไว้อย่างดีที่สุด
“คุณหนูใหญ่เยว่อยากได้สิ่งใดหรือไม่” เซี่ยเหยียนไห่หันมาเอ่ยกับคู่หมั้นด้วยคำพูดที่ห่างเหิน ต่างจากที่เอ่ยกับเยว่อิงฮวาที่เป็นน้องสาว ซึ่งเยว่ไป๋ฮวาเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด
“ไม่เจ้าค่ะ ข้าไม่ค่อยชอบของพวกนี้”
เซี่ยเหยียนไห่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็ไม่ได้แปลกใจ เพราะการแต่งกายของนางนั้นได้บ่งบอกหมดทุกอย่างแล้ว
“พี่ใหญ่ไม่ชอบอันใดเช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ วัน ๆ ข้าก็เห็นแต่นางอ่านหนังสือ” เมื่อเห็นโอกาสเยว่อิงฮวาก็เริ่มยุแยงทันที นางสืบความชอบของเซี่ยเหยียนไห่มาหมดแล้ว เขาไม่ชอบสตรีที่น่าเบื่อหน่ายเช่นเยว่ไป๋ฮวา เขาชอบสตรีที่งดงามน่าหลงใหล ซึ่งนางมั่นใจว่านางตรงตามความชอบของเขาทุกอย่าง
“ใช่เจ้าค่ะ เรื่องพวกนี้ข้าไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าใดนัก” เยว่ไป๋ฮวาได้แต่ยิ้มน้อย ๆ รอดูเถิดว่าคนเช่นนางจะสามารถทำอันใดได้บ้าง
ทั้งสามเดินเลือกซื้อของกันต่ออีกหน่อย ก่อนจะพากันไปนั่งพักที่โรงน้ำชา
“พี่เหยียนไห่อีกไม่นานก็จะสอบขุนนางแล้ว ท่านเตรียมตัวพร้อมหรือยัง” เยว่อิงฮวาถาม พลางคีบขนมให้เขาอย่างเอาใจ อีกปีกว่าก็จะสอบขุนนางแล้ว นางว่าเร็ว ๆ นี้ คงจะไม่มีงานมงคลระหว่างสองตระกูล ซึ่งนั่นเป็นเรื่องดีมาก เพราะนางจะมีเวลาจัดการเปลี่ยนตัวคู่หมั้น โดยที่เซี่ยเหยียนไห่ต้องเป็นคนเอ่ยปากเรื่องนี้ด้วยตนเอง
“ตอนนี้ข้ามั่นใจมาก เพียงแค่ต้องทบทวนอีกนิดหน่อย ขอบคุณเจ้าที่เป็นห่วง”
“เช่นนั้นก็ขออวยพรให้พี่เหยียนไห่โชคดีในการสอบครั้งนี้นะเจ้าคะ”
เยว่ไป๋ฮวามองสองคนที่สนทนากันด้วยสายตาเรียบนิ่ง ตอนนี้นางเบื่อเป็นอย่างมาก ไม่ได้อยากอยู่ขัดขวางการสานสัมพันธ์ของทั้งสอง แต่จะให้ทำเช่นไรได้ จะลุกออกไปตอนนี้ก็คงจะดูไม่ดี จึงจำต้องทนนั่งอยู่ทั้งที่ความเป็นจริงอยากจะลุกออกไปเสียตอนนี้
“ข้ายังต้องมีธุระต้องไปจัดการ คงต้องแยกย้ายกันตรงนี้”
ทันทีที่เยว่ไป๋ฮวาได้ยินประโยคที่เซี่ยเหยียนไห่เอ่ย ในใจของนางก็ลิงโลด ในที่สุดช่วงเวลาที่น่าเบื่อหน่อยของนางก็ได้สิ้นสุดลงเสียที
“วันหน้าค่อยพบกันใหม่เจ้าค่ะ” เยว่ไป๋ฮวาลุกขึ้นส่งเขา นางอยากให้เขาไปใจจะขาด หากไม่เพราะแผนการในวันข้างหน้านางไม่มีทางมานั่งอยู่ตรงนี้แน่นอน
“พี่เหยียนไห่ วันหน้าไว้มาเที่ยวเล่นกันอีกนะเจ้าคะ” เยว่อิงฮวาก็ไม่น้อยหน้า นางเดินเข้าไปกอดแขนของเขาอย่างออดอ้อน นางจะแสดงให้เห็นว่าคนที่คู่ควรกับเขา มีเพียงนางคนเดียวเท่านั้น คนอื่นไม่มีสิทธิ์มายุ่ง
“ได้สิ แล้วข้าจะส่งเทียบเชิญไป” เขาถูกใจสตรีผู้นี้ยิ่งนัก ทั้งออดอ้อนและเอาใจเก่ง ต่างจากที่สาวมาก ที่นิ่งราวกับก้อนหิน
“เจ้าค่ะ” เยว่อิงฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มอย่างเขินอาย และหมายมั่นในใจว่าจะต้องทำให้เขาหลงรักให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้แผนการใดก็ตาม
“เจ้ากลับไปก่อนเถิด ข้ามีเรื่องอื่นจะต้องไปทำ” เมื่อเซี่ยเหยียนไห่ออกไปแล้ว เยว่ไป๋ฮวาก็หันไปเอ่ยกับน้องสาว
“หึ เห็นหรือไม่ เจ้ามันก็แค่คนไร้ค่า พี่เหยียนไห่ไม่ได้สนใจเจ้าเลยสักนิด” เยว่อิงฮวามองพี่สาวด้วยสายตาเหยียดหยาม คนชั้นต่ำอย่างไรก็เป็นคนชั้นต่ำ จะมาเทียบเคียงนางได้อย่างไร
“เรื่องนั้นข้าสนใจหรือ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยเพียงเท่านั้นก็เดินออกไปจากห้อง นางไม่อยากเสวนากับคนเช่นนี้เท่าใดนัก
“คุณหนูจะไปที่ใดหรือเจ้าคะ” ลี่จินอดที่จะถามไม่ได้ ช่วงนี้คุณหนูของนางแปลกไปมากจริง ๆ นางเดาความคิดของเจ้านายไม่ถูกเลย
“ไปหาซื้อของนิดหน่อย ข้าอยากซื้อเสื้อผ้าใหม่เสียหน่อย” นางคิดอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง วันหน้าไม่รู้ว่านางจะเปลี่ยนแปลงอนาคตของตนเองได้หรือไม่ นางจึงอยากเปลี่ยนแปลงตนเองเพื่อเอาฤกษ์เอาชัยเสียหน่อย
“เจ้าค่ะ”
เยว่อิงฮวาไปสั่งชุดที่ร้านชื่อดังของเมืองหลวงหลายชุด พร้อมกับไปเลือกซื้อเครื่องประดับมากมาย จนลี่จินก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ เพราะที่ผ่านมาเจ้านายของนางไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้เลย
“ลี่จินเจ้าแต่งหน้าเป็นหรือไม่”
“เป็นเจ้าค่ะ” ลี่จินตอบ แม้จะงุนงงกับความต้องการของเจ้านายก็ตาม
“ดี เช่นนั้นเจ้าไปเลือกซื้อเครื่องประทินโฉมมาหน่อย เอาของที่ดีที่สุดมาสักหลาย ๆ ชิ้น”
“เจ้าค่ะ” ลี่จินรีบออกไปซื้อของตามที่เจ้านายสั่ง ส่วนเยว่ไป๋ฮวาก็เดินเลือกซื้อของต่ออีกหน่อย
จ้าวซุนหยานนั่งมองคนที่เดินเลือกซื้อของไปมาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ส่วนแววตาที่มองไปยังคนตัวเล็กนั้นลุ่มลึกอยากคาดเดา ตอนนี้แม้แต่ลูกน้องคนสนิทก็ไม่สามารถเดาความคิดของผู้เป็นนายได้
“ให้คนตามจับตาดูคุณหนูใหญ่เยว่เอาไว้ ไม่ว่านางจะทำอันใด เปิ่นหวางต้องรู้ทุกอย่าง” ตั้งแต่วันนั้นที่โรงน้ำชา เขาก็เห็นว่านางไม่ได้ทำอันใดอีก นอกจากออกมาเที่ยวเล่นด้านนอก
ส่วนเรื่องที่แปลกไปก็คือยามที่นางนัดพบกับคู่หมั้น นางก็จะมีน้องสาวของนางตามมาด้วยตลอด เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นความต้องการของผู้ใด
“พ่ะย่ะค่ะ” ฉางหลงรับคำสั่ง เขาก็ไม่รู้ว่าเจ้านายสนใจอันใดในตัวสตรีผู้นี้ ยามที่พบนางโดยบังเอิญก็เอาแต่มองนางจนลับสายตา แล้วนี่ยังจะให้เขาตามสืบเรื่องของนางอีก
เขาก็เห็นว่านางเอาแต่เที่ยวเล่นไปวัน ๆ ไม่เห็นทำอันใด แล้วเมื่อใดเขาได้ดูละครสนุก ๆ ของนางกัน เขาแทบจะรอไม่ไหวอยู่แล้ว
“ท่านอ๋องจะให้จับตาดูคุณหนูใหญ่เยว่ทำไมหรือพ่ะย่ะค่ะ หรือว่ามีเรื่องผิดปกติ” ฉางเฉิงอดที่จะถามเจ้านายไม่ได้
“เปิ่นหวางก็แค่เห็นว่านางน่าสนใจก็เท่านั้น” เขาบอกไปตามตรงไม่ได้คิดที่จะปิดบังลูกน้อง
“สะ สนใจหรือขอรับ” ฉางหลงไม่คิดว่าจะได้คำตอบแบบนี้ เขาคิดว่าเยว่ไป๋ฮวาจะเกี่ยวข้องกับเรื่องสำคัญอันใดเสียอีก
“ใช่ นางน่าสนใจมาก” เขาพูดด้วยน้ำเสียงพอใจ
“แต่นางมีคู่หมั้นแล้วนะขอรับ” เขาไม่คิดเลยว่าเจ้านายจะสนใจสตรีที่มีคู่หมั้นแล้วเช่นนี้
“หึหึ เปิ่นหวางก็แค่สนใจสิ่งที่นางคิดจะทำเพียงเท่านั้น หาได้สนใจนางไม่” เขาเพียงแค่ชอบความครึกครื้น และเขาเดาได้ว่าสิ่งที่นางคิดจะทำต่อจากนี้ ต้องสร้างความรื่นเริงให้เขาได้ก็เท่านั้น