หลังจากการนัดหมายครั้งนั้น เยว่ไป๋ฮวาก็ออกจากจวนบ่อยขึ้น นางอยากรู้ว่าระหว่างเซี่ยเหยียนไห่และซูหนิงเซียนคืบหน้าไปถึงไหนแล้ว แต่จนแล้วจนรอดก็สืบไม่ได้อันใด จนตอนนี้นางก็เริ่มท้อแล้วเหมือนกัน
“ลี่จิน เราจะหาคนที่ไว้ใจได้จากที่ไหน” ตอนนี้นางคงต้องหาคนที่ไว้ใจได้จริง ๆ มาคอยรับใช้เสียแล้ว ไม่ว่าจะทำอันใดก็ล้วนแต่ยุ่งยากไปเสียหมด
“คุณหนูจะใช้ทำอันใดหรือเจ้าคะ บ่าวจะได้แนะนำถูก” ในจวนก็พอมีคนที่นางสนิทสนมอยู่บ้าง แต่จะไว้ใจได้จริง ๆ หรือไม่นางก็ไม่แน่ใจ หากเป็นเรื่องสำคัญจริง ๆ นางก็จะทำด้วยตนเอง
“อยากให้ตามสืบเรื่องคนคนหนึ่ง”
“เรื่องนี้เห็นทีจะยากเจ้าค่ะ หากเป็นเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ยังพอมีคนทำให้ แต่เรื่องนี้ดูจะเสี่ยงเกินไป หากให้คนอื่นรู้จะเป็นเรื่องใหญ่ได้” หากเป็นเรื่องนี้นางไม่ไว้ใจให้ผู้อื่นทำจริง ๆ “มิเช่นนั้นให้บ่าวตามสืบดีหรือไม่เจ้าคะ”
“เจ้าทำไม่ได้หรอก” เยว่ไป๋ฮวาได้แต่ถอนหายใจ แล้วเช่นนี้นางจะเริ่มแผนการขั้นต่อไปได้อย่างไร ในเมื่อนางไม่รู้ความเคลื่อนไหวของเซี่ยเหยียนไห่ “ข้าอยากไปดูที่ตลาดค้าทาส เจ้าพาข้าไปได้หรือไม่”
นี่คงเป็นหนทางเดียวที่นางจะมีคนเป็นของตนเองจริง ๆ
“จะดีหรือเจ้าคะคุณหนู ที่แห่งนั้นไม่มีสตรีไปเดินหรอกนะเจ้าคะ” สถานที่แบบนั้นสตรีไม่มีผู้ใดคิดจะไป เพราะที่จวนก็มีคนให้เลือกใช้ จึงไม่จำเป็นต้องที่ตลาดค้าทาสด้วยตนเอง
“หากไม่ไป แล้วจะได้คนหรือ ข้ามีเรื่องจำเป็นต้องใช้คน” เยว่ไป๋ฮวาบอกกับสาวใช้ไปตรง ๆ ที่ผ่านมานางเอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน จึงไม่ค่อยรู้เรื่องภายนอกมากนัก
“แต่มันอันตรายนะเจ้าคะ” ที่นั่นเต็มไปด้วยบุรุษวัยฉกรรจ์ หากเกิดเรื่องกับคุณหนูจะต้องแย่แน่ ๆ
“เจ้าเอาเงินไปจ้างคนคุ้มกันมา อีกสองวันเราจะไปที่ตลาดค้าทาสกัน” เยว่ไป๋ฮวาบอกอย่างแน่วแน่
“จะดีหรือเจ้าคะ” ลี่จินไม่ค่อยจะเห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะว่ามันเสี่ยงเกินไป
“ดีสิ เจ้าไปจัดการตามที่ข้าสั่ง หากไม่ไป พวกเราก็จะไปกันแค่สองคน” เยว่ไป๋ฮวาขู่ นางมีให้เพียงสองทางเลือกเท่านั้น ไม่ว่าอย่างไรนางก็จะไปที่ตลาดค้าทาสให้ได้
“เจ้าค่ะ” ลี่จินจำต้องออกไปทำตามคำสั่งของเจ้านายอย่างห้ามไม่ได้ แม้จะไม่อยากทำก็ตาม
เยว่ไป๋ฮวานั่งรออยู่ในโรงน้ำชาอย่างสบายใจ ปล่อยให้สาวใช้ไปจัดการว่าจ้างผู้คุ้มกัน
“จัดการให้คนของเราไปอยู่ข้างกายคุณหนูใหญ่เยว่ เปิ่นหวางอยากรู้ทุกการเคลื่อนไหวของคุณหนูใหญ่เยว่” จ้าวซุนหยานสั่งลูกน้อง หากอยากรู้ว่านางคิดจะทำอันใด ก็ต้องส่งคนไปอยู่ข้างกายของนาง
“พ่ะย่ะค่ะ” ฉางหลงรับคำสั่ง เขาก็ไม่รู้ว่าเจ้านายสนใจอันใดในตัวของสตรีผู้นั้น ทั้ง ๆ ที่ไม่เคยสนทนาแม้เพียงครึ่งคำ
ฉางหลง ฉางเฉิงพยายามหาวิธีส่งคนไปอยู่ข้างกายของเยว่ไป๋ฮวา เขาก็ไม่รู้ว่าเจ้านายจะทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ไปทำไม มิใช่ว่าถูกใจสตรีผู้นั้นเข้าจริง ๆ หรอกนะ
“คุณหนูใหญ่เยว่จะไปซื้อคนที่ตลาดค้าทาส เราก็ส่งคนไปที่นั่น” ฉางหลงเสนอแผนการ
“แล้วคุณหนูใหญ่เยว่จะเลือกซื้อคนของเราหรือ” การส่งคนไปที่ตลาดค้าทาสไม่ใช่เรื่องยาก แต่นางจะเลือกคนที่ส่งไปหรือ พวกเราไม่สามารถบังคับให้นางเลือกได้นี่
“ไม่ว่าจะทำอย่างไรก็ต้องให้คุณหนูใหญ่เยว่เลือกคนของเราให้ได้” ฉางหลงบอก เพราะหากทำไม่ได้เจ้านายต้องเล่นงานพวกเขาแน่ ๆ
“เจ้าว่าท่านอ๋องแปลกไปหรือไม่ ปกติไม่เคยเห็นสนใจสตรีเช่นนี้” ฉางเฉิงอดที่จะถามไม่ได้ เพราะเจ้านายของเขาแปลกไปจริง ๆ
“มิใช่สนใจธรรมดา สนใจสตรีที่มีคู่หมั้นแล้วด้วย” ทั้งสองอดที่จะนินทาเจ้านายไม่ได้ เขาว่าสตรีที่จะมาเป็นนายหญิงของจวนอ๋อง ดูแล้วคงจะหนีไม่พ้นสตรีผู้นี้
“ก็แค่คู่หมั้น หากท่านอ๋องต้องการผู้ใดจะขัดขวางได้” ฉางเฉิงบอก จะมีผู้ใดกล้าแย่งชิงสตรีกับท่านอ๋องด้วยหรือ
“ก็จริงของเจ้า” ฉางหลงเห็นด้วยกับความคิดนี้ สตรีที่ท่านอ๋องหมายตา จะมีผู้ใดกล้าแย่งชิงอีกหรือ
จ้าวซุนหยานนั่งมองสตรีที่เดินออกจากโรงน้ำชาด้วยสายตาล้ำลึก โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้เหล่าลูกน้องกำลังนินทาตนเองอยู่
“คุณหนูนายท่านให้มาเชิญไปที่ห้องหนังสือขอรับ” ทันทีที่เยว่ไป๋ฮวาเดินเข้ามาในจวน ก็ถูกพ่อบ้านเดินมาขวางทางทันที
“ท่านพ่อมีเรื่องอันใดท่านรู้หรือไม่” เยว่ไป๋ฮวารู้สึกว่าครั้งนี้ต้องเป็นเรื่องด่วน มิเช่นนั้นพ่อบ้านคงไม่มาดักรอนางที่หน้าจวนเช่นนี้
“บ่าวไม่ทราบขอรับ”
“นำทางไปเถิด” ครั้งนี้นางมีลางสังหรณ์ว่าต้องไม่ใช่เรื่องดี ไม่รู้ว่าฟางซินหรูผู้นั้นไปพูดอันใดกับบิดาของนางหรือไม่
“คารวะท่านพ่อ” เมื่อมาถึงเยว่ไป๋ฮวาก็ยอบกายทักทายบิดาด้วยท่าทางงดงาม
“ได้ข่าวว่าช่วงนี้เจ้าออกไปด้านนอกบ่อย ๆ” เยว่โจวเหยาเงยหน้ามองบุตรสาวที่เพิ่งเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง ฟางซินหรูมารายงานว่าช่วงนี้นางออกไปด้านนอกบ่อย ๆ ไม่รู้ว่าออกไปทำไม ไปกับใคร เพราะหากนางจะออกไปพบเซี่ยเหยียนไห่จะต้องพาน้องสาวออกไปด้วย
“ข้าออกไปเลือกดูสินเดิมเจ้าค่ะ ข้ายังขาดของอีกนิดหน่อย กลัวว่าหากออกไปซื้อตอนที่ใกล้ออกเรือนจะยุ่งยาก เพราะตอนนั้นคงมีเรื่องอีกมากมายให้จัดการ” เยว่ไป๋ฮวายกเรื่องแต่งงานขึ้นมาอ้าง หากเป็นเรื่องนี้ นางเชื่อว่าบิดาไม่มีทางต่อว่านาง
“ดี เจ้าก็จัดการเรื่องของตนเองให้ดี จำเอาไว้ว่าอย่าทำให้ตระกูลเดือดร้อนเป็นพอ” เยว่โจวเหยาพอใจกับคำตอบของบุตรสาวมาก นางใส่ใจเรื่องงานแต่งเช่นนี้ก็ดี และดูเหมือนว่านางจะสนิทสนมกับเซี่ยเหยียนไห่ตามที่เขาต้องการ “ไปเถิด”
“ลูกลาเจ้าค่ะท่านพ่อ” เยว่ไป๋ฮวาเดินออกจากห้องของบิดาด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
คิดจะเล่นงานนางหรือ ไม่มีทางเสียหรอก
ตกดึก เยว่ไป๋ฮวาและสาวใช้ก็ลอบออกไปจากจวนด้วยชุดบุรุษ ลี่จินได้จัดการจ้างวานผู้คุ้มกัน นัดพบกันที่หน้าตลาดค้าทาส
“คารวะคุณชาย” ผู้คุ้มกันสองคนเข้ามาทักทายผู้ว่าจ้าง พวกเขาได้รับหน้าที่มาคุ้มกันคุณชายน้อยที่อยากออกมาเผชิญโลก เพียงแค่คุ้มกับความปลอดภัยยามที่อยู่ในตลาดค้าทาส แต่กลับได้เงินมหาศาล วันนี้พวกเขาช่างโชคดียิ่งนัก
“ไปกันเถิด” เยว่ไป๋ฮวาพูดด้วยน้ำเสียงที่เข้มขึ้น เสมือนเป็นคุณชายน้อยผู้หนึ่ง แต่แม้จะพยายามปรับเสียงเพียงใด น้ำเสียงของนางก็ยังคงเป็นดรุณีน้อยผู้หนึ่ง
คนทั้งสี่เดินเลือกอยู่นานก็ไม่ได้คนตามที่ตั้งใจเอาไว้ จนลี่จินอดที่จะบ่นออกมาไม่ได้
“คุณชาย ยังไม่ได้อีกหรือขอรับ”
“ยัง เดินดูอีกหน่อย” นางยังไม่เจอคนที่ถูกใจเลยสักคน บางคนก็ผอมแห้งแรงน้อยเกินไป บางคนก็ดุดันจนดูน่ากลัว นางตัดใจเลือกไม่ได้จริง ๆ
เยว่อิงฮวาเดินดูอีกนานสองนานก็ไม่ได้คนที่ต้องการ จึงตัดสินใจว่าจะกลับไปก่อน วันหลังค่อยออกมาหาใหม่
“เรากลับกันเถิด วันหลังค่อยมาใหม่”
“ยังจะมาอีกหรือขอรับ!” ลี่จินถามเสียงหลง นางคิดว่าเรื่องราวจะจบวันนี้เสียอีก
“ขอบคุณพวกท่านสองคนมาก วันหน้าพวกเราจะใช้บริการอีก” เยว่ไป๋ฮวาหันไปขอบคุณคนที่คอยคุ้มกันตลอดทาง
“ยินดีขอรับ” พวกเขาบอกอย่างเต็มใจ งานง่าย ๆ เช่นนี้ผู้ใดจะไม่อยากรับ ยังไม่ต้องออกไปเสี่ยงอันตรายด้วย