เยว่ไป๋ฮวาลอบออกจากจวนในตอนกลางคืนบ่อยครั้ง นางไปเดินดูที่ตลาดค้าทาสหลายครั้งแต่ก็ไม่เจอคนที่ถูกใจเสียที จนตอนนี้นางเริ่มที่จะถอดใจแล้ว
“คุณชาย หากวันนี้ยังไม่ได้อีก ก็ไม่ต้องมาแล้วนะขอรับ” ลี่จินบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางกลัวว่าหากยังลอบออกมากลางดึกเช่นนี้อีก จะถูกคนที่จวนจับได้ หากวันนั้นมาถึงคงไม่มีผู้ใดช่วยได้แล้ว
“หากไม่ได้ก็ต้องมาอีกสิ” เยว่ไป๋ฮวาก็เอ่ยอย่างไม่ยอมเช่นกัน
“วันนี้คุณชายก็เลือกไปสักคนสิขอรับ” นางไม่รู้ว่าเจ้านายต้องการคนแบบไหน เหตุใดมาเดินตั้งหลายครั้งแล้วก็ยังไม่ได้เสียที
“เรื่องเช่นนี้จะเลือกลวก ๆ ได้อย่างไร” เยว่ไป๋ฮวายิ้มน้อย ๆ ให้กับท่าทีของสาวใช้
มิใช่ว่านางไม่อยากซื้อคน แต่นางยังหาคนที่ตรงตามความต้องการไม่ได้เสียที
“คุณชายน้อย กำลังหาซื้อคนอยู่หรือขอรับ” ขณะที่กำลังเดินเลือกดูคนที่ตรงตามความต้องการอยู่นั้น ก็มีบุรุษวัยกลางคนเดินเข้ามาทัก
“ใช่” เยว่ไป๋ฮวาตอบอย่างไม่ค่อยสนใจ พลางเดินเลือกดูคนต่อ
“ข้ามีอยู่สองสามคน นายท่านต้องการดูหรือไม่” เขาเสนอ อย่างไรวันนี้เขาก็ต้องพาแม่นางผู้นี้ไปซื้อคนให้ได้
“ไม่ล่ะ” เยว่ไป๋ฮวาบอกปัดอย่างไม่สนใจ มีคนพยายามชวนนางไปดูเช่นนี้หลายคนแล้ว แต่นางไม่วางใจ เพราะกลัวจะโดนหลอกแล้วเกิดอันตราย
“อยู่ใกล้ ๆ นี่เองขอรับ หรือไม่ข้าน้อยก็จะไปพาคนมาให้คุณชายน้อยเลือกที่นี่ก็ได้”
“คุณชาย ไม่ลองดูก่อนหรือขอรับ” ลี่จินรบเร้า หากคนพวกนั้นใช้ได้ นางและคุณหนูจะได้ไม่ต้องมาที่นี่อีก
“เอาเช่นนั้นก็ได้ เจ้าไปพาคนมา ข้าจะรออยู่ที่นี่” เยว่ไป๋ฮวายอมรับข้อเสนอในที่สุด นางก็เหนื่อยที่จะเดินหาแล้วเช่นกัน
ไม่นานเถ้าแก่ผู้นั้นก็กลับมาพร้อมกับบุรุษรูปร่างกำยำสามคน เยว่อิงฮวามองสำรวจบุรุษสามนั่นอยู่นาน ก่อนจะพยักหน้าอย่างพึงพอใจ สามคนนี้ใช้ได้เลยทีเดียว
“ใช้ได้ ข้าซื้อทั้งสามคน”
“ขอรับ” เถ้าแก่ยิ้มอย่างดีใจ ในที่สุดเขาก็สามารถส่งสามคนนี้ให้ไปอยู่ข้างกายเยว่ไป๋ฮวาได้
“ลี่จิน ไปจัดการเรื่องซื้อขาย” ตอนนี้นางได้คนไว้ใช้งานแล้ว ก็ได้แต่หวังว่านางจะดูคนไม่ผิด
เมื่อจัดการเรื่องซื้อขายเสร็จแล้ว เยว่ไป๋ฮวาก็พาทั้งสามไปจวนที่ซื้อเอาไว้เมื่อหลายวันก่อน
“พวกเจ้าก็อยู่ที่นี่ไปก่อน ส่วนลายละเอียดงานต่าง ๆ วันหลังพวกเราค่อยคุยกัน” หญิงสาวไล่สายตามองไปทีละคนอย่างสำรวจ “พวกเจ้ามีนามว่าอันใด”
“ตอนนี้พวกบ่าวเป็นคนของคุณชาย คุณชายโปรดตั้งชื่อให้พวกบ่าวด้วยขอรับ” คนที่ตัวโตสุดเป็นคนเอ่ย
“เช่นนั้นเจ้าชื่อจิวคุน” เยว่ไป๋ฮวาชี้ไปยังผู้ที่เอ่ยเมื่อครู่ ก่อนจะชี้ไปยังคนที่ดูจะเย็นชา และคนที่ดูเด็กที่สุด “เจ้าชื่อจิวเผิง ส่วนเจ้าชื่อจิวเหอ”
“ขอบคุณคุณชายขอรับ” พวกเขาเอ่ยขอบคุณพร้อมกัน และไม่ได้เปิดโปงว่ารู้ตัวตนของคนตรงหน้าว่าคือสตรี
“ลี่จิน เอาเงินให้พวกเขามาก ไม่รู้ว่าพวกเราจะมาที่นี่อีกทีวันไหน” เยว่ไป๋ฮวาสั่งสาวใช้ ตอนนี้ฟางซินหรูจับตาดูนางตลอด จะขยับตัวทำอันใดก็ยาก
“เจ้าค่ะ” ลี่จินจัดการตามที่เจ้านายสั่ง เอาตั๋วเงินออกมาหลายใบแล้วยื่นให้จิวคุน ที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าของคนพวกนี้
“พวกเจ้านำเงินพวกนี้ไปซื้อเสื้อผ้า ของใช้ ซื้ออาหารการกิน เพราะอีกหลายวันกว่าข้าจะได้มาที่นี่อีก ตอนนี้พวกเจ้าก็พักผ่อนไปก่อน ข้ายังไม่มีงานอันใดให้พวกเจ้าทำ”
“ขอรับ” แม้พวกเขาจะงุนงงกับการซื้อคนของคุณหนูผู้นี้ แต่พวกเขาก็ตอบรับแต่โดยดี
“นี่ก็ดึกมากแล้ว พวกเจ้าก็พักผ่อนเถิด” ตอนนี้สมควรที่นางควรจะกลับจวนเสียที มิเช่นนั้นอาจเกิดเรื่องได้ “พวกเรากลับกันเถิด”
“เจ้าค่ะ” ลี่จินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตอบรับด้วยความดีใจ เพราะนางรอคำนี้มานานแล้ว
หลังจากเยว่ไป๋ฮวาเดินออกไปจากจวนแล้ว จ้าวซุนหยานก็เดินออกมาจากมุมมืด จวนนี้เดิมทีเป็นจวนของเขา แต่เขาได้ข่าวว่านางกำลังหาซื้อจวน เขาจึงได้ให้คนขายจวนนี้ให้นางในราคาถูก ๆ ส่วนคนที่นางซื้อมาวันนี้ล้วนก็เป็นคนของเขาเช่นกัน
“พวกเจ้าอยู่ที่นี่ดี ๆ แล้วคอยรายงานเรื่องของนางกับเปิ่นหวาง” เขาสั่งลูกน้องทั้งสามที่ถูกส่งมาแฝงตัวอยู่ข้างกายของเยว่ไป๋ฮวา
“พ่ะย่ะค่ะ” ทั้งสามรับคำอย่างพร้อมเพรียง
“ไป ควรจะไปพบนางได้แล้ว” นับวันเขาก็ยิ่งเห็นว่านางน่าสนใจ ถึงเวลาที่เขาต้องไปพบหน้าของนางค้วยตนเอง
จ้าวซุนหยานไปดักรอเยว่ไป๋ฮวาที่ตลาด เพราะบริเวณที่นางจอดรถม้าเอาไว้ต้องผ่านบริเวณนี้ และก็เป็นไปตามที่เขาคาดเอาไว้ เพราะตอนนี้สองนายบ่าวกำลังเดินตรงมาทางที่เขายืนอยู่
“คุณหนูใหญ่เยว่ จะรีบไปไหนหรือ”
คำทักทายของบุรุษแปลกหน้าทำให้หญิงสาวถึงกับชะงัก เพราะไม่คิดว่าจะมีคนรู้ตัวตนของนาง นางจึงค่อย ๆ หันไปเผชิญหน้ากับคนผู้นั้น แต่ไม่ว่ามองอย่างไรก็ไม่รู้สึกคุ้นหน้าเอาเสียเลย
“ท่านคือผู้ใด” เยว่ไป๋ฮวามองไปที่บุรุษตัวโตด้วยสายตาที่ไม่ไว้ใจ หรือจะเป็นคนที่ฟางซินหรูให้มาจับตาดูนาง
“คุณหนูใหญ่เยว่พอจะมีเวลาสนทนากับเปิ่นหวางสักครู่หรือไม่” จ้าวซุนหยานเลือกที่จะไม่ปิดบังฐานะของตนเอง เขาอยากจะให้นางรู้ตัวตนของเขาไปเลย
“พระองค์คือ...” และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งข้อเสียของนาง คิดนางไม่รู้จักผู้ใดเลย วัน ๆ เอาแต่เก็บตัวอยู่ในเรือน
“คุณหนูท่านผู้นี้คือรุ่ยอ๋อง จ้าวซุนหยานเจ้าค่ะ” ลี่จินบอก นางพอจะรู้จักอ๋องเจ้าสำราญผู้นี้อยู่บ้าง แต่นี่เป็นครั้งแรกที่นางได้เห็นหน้าผู้สูงศักดิ์ตรง ๆ เช่นนี้
“เสียมารยาทแล้ว คารวะรุ่ยอ๋องเพคะ” เยว่ไป๋ฮวายอบกายทำความเคารพผู้สูงศักดิ์ นางมั่นใจว่าไม่เคยพบอ๋องผู้นี้ แล้วเขารู้จักนางได้อย่างไร “มิทราบว่าท่านอ๋องมีอันใดกับหม่อมฉันหรือเพคะ”
“เปิ่นหวางเห็นว่าคุณหนูใหญ่เยว่ออกมาด้านนอกดึก ๆ ดื่น ๆ จึงได้เป็นห่วงก็เท่านั้น” สีหน้าของจ้าวซุนหยานเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์ ทำให้เยว่ไป๋ฮวาที่มองมาเกิดความไม่ไว้ใจ
“ท่านอ๋องมีเรื่องอันใดก็เอ่ยมาตรง ๆ เถิดเพคะ” นางรู้ว่าเขาไม่ได้เป็นห่วงตามที่ได้เอ่ยออกมา เขาจะต้องมีจุดประสงค์อันใดสักอย่าง
รุ่ยอ๋อง จ้าวซุนหยาน อ๋องเจ้าสำราญแห่งเมืองหลวง นางพอจะได้ยินชื่อนี้มาบ้าง วัน ๆ เอาแต่ดื่มสุราเคล้านารี งานการไม่ทำ อาศัยว่าได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้ จึงได้มีชีวิตที่ดีมาจนถึงวันนี้
“ก็ไม่ได้มีอันใด แค่อยากชวนคุณหนูใหญ่เยว่ไปนั่งดื่มสุราด้วยกันก็เท่านั้น”
“หากหม่อมฉันไม่ไปเล่าเพคะ” เยว่ไป๋ฮวายกยิ้มที่ส่งไปไม่ถึงดวงตา เขาจะมาบังคับคนไปตามใจชอบเช่นนี้ไม่ได้
“เช่นนั้นพรุ่งนี้เปิ่นหวางจะไปหาใต้เท้าเยว่เสียหน่อย อยากรู้ว่าเหตุใดจึงปล่อยบุตรสาวมาเดินเล่นกลางดึกเช่นนี้” จ้าวซุนหยานโบกพัดในมือไปมาอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้สนใจเลยว่าดรุณีน้องตรงหน้าจะเดือดดาลเพียงใด
“วันนี้ดึกมากแล้ว หากหม่อมฉันยังรั้งอยู่ต่อเกรงว่าจะไม่ดี ท่านอ๋องโปรดเมตตาด้วยเพคะ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยอย่างนอบน้อม นางเป็นคนยืดได้หดได้ ขอเพียงให้รอดจากสถานการณ์ตรงหน้านี้ไปให้ได้ก่อน เพราะหากช้ากว่านี้กลัวว่าจะเกิดเรื่องได้
“ได้ เช่นนั้นวันนี้เปิ่นหวางจะเมตตาคุณหนูใหญ่เยว่ วันหน้าเปิ่นหวางจะส่งเทียบเชิญไปให้”
“ขอบพระทัยเพคะ หม่อมฉันขอตัวก่อน” เมื่อได้รับอนุญาต เยว่ไป๋ฮวาก็เร่งเดินกลับไปที่รถม้าของตัวเอง เพราะกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ
“คุณหนูจะไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ” ลี่จินหวาดกลัวกับเหตุการณ์เมื่อครู่มาก หากท่านอ๋องเปิดโปงเรื่องราวจริง ๆ ชีวิตของพวกนางคงสิ้นจริง ๆ
“ไม่เป็นไรหรอก” ท่านอ๋องผู้นั้นไม่ได้มีพิษสงอันใด และที่สำคัญเขาคงไม่ยื่นมือมาวุ่นวายในจวนของผู้อื่น
จ้าวซุนหยานมองตามดรุณีน้อยที่เดินไปด้วยแววตาสนุกสนาน ยิ่งได้สนทนากับนาง เขาก็ยิ่งคิดว่านางน่าสนใจมาก น่าสนใจมากจริง ๆ