รถม้าเล่นมาจอดที่หน้าจวนหลังเล็กหลังหนึ่งที่อยู่แทบชานเมือง สองหนุ่มสาวเดินเคียงคู่กันเข้าไปด้านในจวน
“คารวะคุณหนู คุณชายขอรับ” ทั้งสามที่กำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ เมื่อเห็นคนเดินเข้ามาในจวนก็รีบออกมาต้อนรับทันที
“พวกเจ้าไปรอข้าที่โถงรับรอง ข้ามีเรื่องจะคุยด้วย” เยว่ไป๋ฮวาหันไปบอกคนของตนเองด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก่อนจะหันมาเอ่ยกับส่วนเกินที่ดื้อรั้นจะติดตามนางมาด้วย “ส่วนท่านอ๋องไปรอหม่อมฉันที่ศาลานะเพคะ”
“ได้” จ้าวซุนหยานตอบรับอย่างง่ายดาย เพราะไม่ว่าวันนี้นางจะเอ่ยอันใดกับสามคนนั้น เขาก็ต้องรู้อยู่ดี ไม่จำเป็นต้องไปฟัง
เยว่ไป๋ฮวายกยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปที่โถงรับรอง เพื่อสนทนากับคนที่ซื้อมาใหม่
“พวกเรามาพูดกันตรง ๆ ที่ข้าซื้อพวกเจ้ามาก็เพราะมีเรื่องให้พวกเจ้าทำ” เยว่ไป๋ฮวาเข้าประเด็นทันที นางไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้ เพราะนี่ก็ล่าช้ามามากพอแล้ว “ข้าอยากให้พวกเจ้าตามสืบเรื่องคนคนหนึ่งให้ข้า เรื่องพวกนี้พวกเจ้าทำได้หรือไม่”
นางไม่รู้ว่าสามคนนี้มีฝีมือมากเพียงใด แต่ก็หวังว่าเรื่องง่าย ๆ เช่นตามสืบเรื่องของผู้ใดสักคน พวกเขาจะสามารถทำได้
“พวกเราทำได้ขอรับ” ทั้งสามตอบกลับพร้อมกัน เรื่องง่าย ๆ เช่นนี้พวกเขาสามารถทำได้อยู่แล้ว
“ดี ข้าอยากให้พวกเจ้าตามสืบเรื่องของเซี่ยเหยียนไห่ ข้าอยากรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเขา ทำอันใด ที่ไหน กับใคร ข้าต้องการรู้อย่างละเอียด” เยว่ไป๋ฮวาอธิบายอย่างละเอียด นางไม่ต้องการให้พวกเขาทำงานถวายชีวิตให้ แค่ขออยู่ด้วยกันอย่างซื่อสัตย์ก็พอ
“งานเพียงเท่านี้ พวกเราทำได้สบายขอรับ” จิวเผิงที่ดูจะเป็นคนที่พูดมากที่สุดเอ่ยอย่างไรกังวล งานยากกว่านี้พวกเขาก็เคยทำมาแล้ว เรื่องตามสืบเรื่องคนคนหนึ่งไม่คณามือพวกเขาหรอก
“หากเรื่องนี้จบลง ข้าจะคืนอิสระให้พวกเจ้า พร้อมกับเงินอีกหนึ่งก้อน ไม่ว่าพวกเจ้าอยากทำอันใดก็สามารถไปทำได้อย่างที่ใจต้องการ” เยว่ไป๋ฮวาบอกด้วยน้ำเสียงจริงจัง นางไม่คิดจะให้พวกเขาอยู่รับใช้ไปตลอด นางต้องการใช้งานพวกเขาเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น เมื่อจบเรื่องนี้ก็ไม่มีเรื่องจำเป็นต้องใช้งานอีก
ทั้งสามหันมองหน้ากันอย่างงุนงง เพราะไม่คิดว่าจะมีคนยอมปล่อยทาสที่ตนเองซื้อมาให้เป็นอิสระง่าย ๆ เช่นนี้
“ขอบคุณคุณหนูขอรับ” พวกเขาแสร้งทำเป็นซาบซึ้งในความเมตตา หากเรื่องนี้จบลงพวกเขาก็ต้องกลับไปทำงานกับเจ้านายคนเดิม แต่ในใจก็อดที่จะชื่นชมไม่ได้ คุณหนูผู้นี้น่าสนใจจริง ๆ ไม่น่าท่านอ๋องของพวกเขาจึงได้ใส่ใจนางเช่นนี้
“ทุกเจ็ดวันหนึ่งในพวกเจ้าต้องไปแจ้งข้าที่จวน สาวใช้ของข้าจะออกไปรับรายงานด้วยตนเอง หากมิใช่คนของข้า อย่าให้ผู้ใดเด็ดขาด” ตอนนี้นางไว้ใจได้แค่ลี่จินเท่านั้น คนอื่น ๆ ไม่อาจไว้ใจได้ ทุกอย่างคงเป็นเช่นนี้ไปก่อน
“ขอรับ”
“เอาล่ะ ข้าต้องกลับแล้ว พวกเจ้าก็วางแผนกันเอาเองว่าจะสืบข่าวเรื่องของเซี่ยเหยียนไห่เช่นไร”
เมื่อจบธุระของตนแล้ว เยว่ไป๋ฮวาก็เดินออกไปหาผู้สูงศักดิ์ที่รออยู่ศาลา ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะตามนางมาทำไม
“ท่านอ๋อง พวกเราไปกันเถิดเพคะ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยเสียงหวาน แต่ก็มองออกว่าที่แสดงออกมาล้วนแต่เต็มไปด้วยความเสแสร้ง
“ธุระของคุณหนูใหญ่เยว่เสร็จแล้วหรือ” จ้าวซุนหยานลุกขึ้นแล้วเดินนำหญิงสาวออกไป “จะว่าไปที่นี่ก็ดูงดงามไม่น้อย จวนของคุณหนูใหญ่เยว่หรือ”
“เพคะ ในจวนสกุลเยว่หาคนไว้ใจไม่ค่อยได้ หม่อมฉันจึงยากหาคนที่ไว้ใจได้เป็นของตนเองก็เท่านั้น” เยว่ไป๋ฮวาไม่ได้คิดปิดบัง เพราะดูแล้วเขาก็คงตามสืบเรื่องของนางไม่น้อย
“ชีวิตลำบากยิ่งนัก มาอยู่ที่จวนของเปิ่นหวางดีหรือไม่” จ้าวซุนหยานพูดอย่างหยอกเย้า แต่ถ้านางตอบตกลงเขาก็ไม่รังเกียจที่จะส่งเกี้ยวไปรับนางเข้าจวน
“หม่อมฉันขอบพระทัยในความเมตตา แต่หม่อมฉันขอปฏิเสธเพคะ หม่อมฉันไม่อยากเป็นหนึ่งในสตรีของพระองค์” นางรู้มาว่าในจวนอ๋องของเขาเต็มไปด้วยสตรีมากหน้าหลายตา นางไม่ปรารถนาเป็นหนึ่งในสตรีของใคร หากต้องแต่งให้บุรุษสูงศักดิ์ แล้วต้องไปแก่งแย่งความโปรดปรานจากบุรุษเพียงหนึ่งเดียว มิสู้แต่งกับชาวบ้านธรรมดาที่รักมั่นเพียงนางไม่ดีกว่าหรือ
“หึหึ คุณหนูใหญ่เยว่พูดได้ดี พูดได้ดี” คำพูดของสตรีตรงหน้าทำเอาจ้าวซุนหยานถึงกับไปต่อไม่เป็น
“เราไปกันเถิดเพคะ หม่อมฉันต้องกลับจวนแล้ว” พูดจบเยว่ไป๋ฮวาก็เดินไปขึ้นรถม้าอย่างไม่รีรอ นางไม่อยากจะสนทนากับเขาอีกแล้ว
จ้าวซุนหยานเดินตามหญิงสาวไปพร้อมกับหัวเราะออกมาเบา ๆ ขนาดเขาเสนอตนเองเช่นนี้นางยังไม่สนใจ หากเป็นสตรีคนอื่นคนวิ่งแจ้นตามเขากลับจวนอ๋องไปแล้ว
“วันนี้ขอบพระทัยท่านอ๋องมากเพคะที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ” เมื่อเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับมาเป็นชุดเดิม เยว่ไป๋ฮวาก็ขอบคุณเขาอีกครั้ง หากไม่ได้เขาช่วยเอาไว้ นางก็ไม่รู้ว่าจะปลีกตัวออกไปเช่นไร
“ไม่ต้องซาบซึ้งขนาดนั้น วันหน้าหวังว่าเปิ่นหวางจะได้ชมละครสนุก ๆ ของคุณหนูใหญ่เยว่นะ” เขาไม่คิดปกปิดความคิดของตนเอง คนฉลาด ๆ เช่นนางจะต้องเดาความต้องการของเขาออกในไม่ช้า มิสู้เปิดเผยให้นางรู้ตั้งแต่ตอนนี้เสียจะยังดีกว่า
“ที่แท้พระองค์ก็รู้หมดแล้ว” นางเดาเอาไว้ไม่ผิดจริง ๆ ที่แท้เขาก็สนใจในสิ่งที่นางกำลังทำ เขาคงคิดว่าเรื่องพวกนี้คงสร้างความรื่นเริงให้เขาได้กระมัง “หม่อมฉันขอตัว”
รู้แล้วอย่างไร ขอแค่เขาไม่คิดเปิดโปงแผนการของนางก็พอ ได้รับความช่วยเหลือเพื่อแลกกับความรื่นเริงของเขา ก็ถือว่ามิใช่เรื่องแย่อันใด
“คุณหนูเป็นเช่นนี้ต่อไปจะดีหรือเจ้าคะ รุ่ยอ๋องชื่อเสียงเป็นอย่างไรท่านเองก็รู้ หากเข้าไปวุ่นวายด้วยชื่อเสียงของคุณหนูจะเสื่อมเสียเอาได้นะเจ้าคะ” ลี่จินกล่าว ชื่อเสียงของสตรีนั่นสำคัญ นางมีข่าวว่าคุณหนูเข้าไปวุ่นวายกับรุ่ยอ๋อง ชื่อเสียงของคุณหนูคงเละไม่มีชิ้นดี
“อาจไม่ได้แย่ขนาดนั้นก็ได้” มีผู้มีอำนาจให้ความช่วยเหลือ ทุกอย่างที่นางจะทำก็คงง่ายขึ้น
“ฮือ ๆ ๆ ๆ โปรดเมตตาพวกเราด้วยเจ้าค่ะ พวกเราเพียงแค่อยากได้เงินไปทำศพให้ท่านพ่อท่านแม่” ในขณะที่เยว่ไป๋ฮวากำลังเดินกลับไปขึ้นรถม้าของตนเอง ก็ได้ยินเสียงเด็กน้อยร้องไห้เสียงดัง ทำให้นางต้องหยุดดู
“โปรดเมตตาด้วยขอรับ พวกเราทำงานได้ทุกอย่าง ไม่ว่างานหนักเบาพวกเราทำได้ไม่เกี่ยง” เด็กหนุ่มพูดเสียงสั่น ตอนนี้บิดามารดาล้วนจากไปหมดแล้ว เขาจำเป็นต้องเข้มแข็งเพื่อดูแลน้องสาวเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่
“คุณหนู ไปกันเถิดเจ้าค่ะ” ลี่จินดึงเจ้านายให้เดินต่อ ไม่อยากให้เจ้านายเข้าไปวุ่นวายกับเรื่องพวกนี้
“ลี่จิน เจ้านำเงินนี้ไปให้สองพี่น้อง แล้วพากลับไปกับพวกเรา ข้าจะไปรอที่รถม้า” เยว่ไป๋ฮวามองสองพี่น้องด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเวทนา อดสงสารเด็กน้อยผู้นั้นไม่ได้ ตอนที่มารดาของนางจากไปอายุของนางก็เท่า ๆ กับเด็กน้อยผู้นี้
“เจ้าค่ะ” ลี่จินจำต้องไปทำตามที่เจ้านายสั่ง เพราะรู้อยู่แล้วว่าไม่สามารถขัดความต้องการของผู้เป็นนายได้
เยว่ไป๋ฮวากลับมาจวนพร้อมกับเด็กน้อยคนหนึ่งและเด็กหนุ่มคนหนึ่ง นางไม่ได้สอบถามอันใดให้มากความ เมื่อถึงจวนก็ให้คนพาสองพี่น้องไปจัดการเรื่องศพของบุพการีทั้งสอง