บทที่ 13

1502 Words
“ว่ามา นางให้พวกเจ้าทำอันใด” จ้าวซุนหยานเรียกตัวสามคนที่ถูกส่งไปอยู่ข้างกายของเยว่ไป๋ฮวามาสอบถาม เขาต้องการรู้ว่านางคิดจะทำอันใดกันแน่ “คุณหนูให้พวกเรา...” ทั้งสามเล่าเรื่องที่ได้รับมอบหมายอย่างละเอียด อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง เพราะกลัวว่าหากขาดตกเรื่องใดไป แล้วผู้ที่เดือดร้อนจะเป็นตนเอง “นางทำเช่นนั้นไปเพื่ออันใดกัน” มาจนถึงตอนนี้เขาก็ไม่เข้าใจความคิดของนาง ว่าแท้จริงแล้วนางต้องการที่จะทำอันใดกันแน่ เขาไม่เข้าใจความต้องการของนางเลยจริง ๆ “พวกเจ้ากลับไปเถิด แล้วเรื่องที่คุณหนูใหญ่เยว่ให้ตามสืบพวกเจ้าไปตามสืบมาอย่างละเอียด แล้วกลับมารายงานข้า” เขาต้องรู้ให้ได้ว่านางจะสืบเรื่องของเซี่ยเหยียนไห่ไปทำไม แล้วไหนจะเรื่องน้องสาวของนางอีก เขาไม่เข้าใจเลยจริง ๆ “พ่ะย่ะค่ะ” ทั้งสามตอบรับอย่างแข็งขัน พวกเขาก็ไม่คิดเหมือนกันว่าเจ้านายจะส่งไปอยู่ข้างกายสตรีนางหนึ่ง ดูแล้วสตรีผู้นี้จะไม่ธรรมดา ดูเหมือนจะสำคัญอยู่ไม่น้อย “ฉางหลงคนที่ส่งไปจับตาดูคุณหนูใหญ่เยว่ยังอยู่หรือไม่” เขาจำได้ว่าเคยส่งคนไปตามสืบเรื่องของนาง ไม่รู้ว่าตอนนี้ถอนกำลังคนกลับมาหรือยัง “ยังอยู่พ่ะย่ะค่ะ” ไม่มีคำสั่งของท่านอ๋อง เขาไม่กล้าสั่งถอนกำลังคน จึงยังคงให้คนติดตามเยว่ไป๋ฮวาอยู่เช่นเดิม “ดี รายงานทุกการเคลื่อนไหวของนาง เปิ่นหวางต้องการรู้ทุกเรื่องของนางเข้าใจหรือไม่” จ้าวซุนหยานบอกความต้องการของตนเอง ไม่ว่าเรื่องใดของนาง เขาต้องการรู้ทุกอย่าง “พ่ะย่ะค่ะ” “พวกเจ้าเล่าเรื่องของตนเองมาอย่างละเอียด ข้าอยากรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับพวกเจ้า” หลังจากที่สองพี่น้องกลับมาจากการจัดการศพของบุพการีทั้งสอง เยว่ไป๋ฮวาก็เรียกตัวทั้งสองเข้าพบอีกครั้ง เพราะวันนั้นนางรู้เรื่องของทั้งสองเพียงผิวเผินเท่านั้น “พวกเราสองคนมาจากตระกูลจาง ข้าน้อยมีนามว่าจางหลิงเย่ ส่วนน้องสาวของข้ามีนามว่าจางหลิงฟาง บิดามารดาของพวกเราทำการค้าขายหลายอย่าง คิดไม่ถึงว่าอยู่ ๆ บิดามารดาของพวกเราก็จากไปอย่างกะทันหัน ญาติพี่น้องก็เข้ามายึดจวนและไล่พวกเราทั้งสองออกจากจวน พวกเราทั้งสองไปมีที่พึง จึงได้ออกมาเร่ขายตัวเพื่อเอาเงินไปทำศพของบิดามารดา” จางหลิงเย่ผู้เป็นพี่ชายเล่าออกมาอย่างเคียดแค้นที่ไม่สามารถทำอันใดได้เลย แม้กระทั่งเป็นที่พึ่งให้น้องสาวเพียงคนเดียว “เจ้าทำอันใดได้บ้าง” เมื่อได้ฟังเรื่องราวของสองพี่น้อง เยว่ไป๋ฮวาก็รู้สึกสงสารจับใจ คนพวกนั้นล้วนมิใช่ตัวดีอันใด ถึงได้ทำเรื่องเลวร้ายกับเด็กสองคนเช่นนี้ มิหนำซ้ำยังเป็นบุตรของพี่น้องตนเอง “ที่ผ่านมาบิดาล้วนให้ข้าตั้งใจเรียน ไม่ได้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับกิจการค้าขายอันใดขอรับ” หากรู้ว่าเรื่องทุกอย่างจะเป็นเช่นนี้ เขาไม่มีทางเชื่อฟังบิดาเด็ดขาด มิเช่นนั้นตอนนี้หากเขาเข้าไปช่วยดูแลกิจการของครอบครัว เรื่องทุกอย่างคงไม่เป็นเช่นนี้ “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไรต่อไป” นางอยากรู้ความคิดของอีกฝ่าย นางอยากรู้ว่าเขาคิดจะทำอย่างไร “คุณหนูช่วยพวกเราสองพี่น้องเอาไว้ พวกเราสองคนจะตอบแทนบุญคุณของคุณหนู ไม่ว่าคุณหนูอยากให้ข้าทำอันใด ไม่ว่าจะบุกน้ำลุยไฟล้วนบอกข้ามาได้” เขาพร้อมที่จะทำตามความต้องการของผู้มีพระคุณ ไม่ว่านางจะให้เขาทำอันใดเขาก็พร้อมที่จะทำ “แต่ขอเพียงอย่างเดียว คุณหนูช่วยดูแลน้องสาวของข้าได้หรือไม่” “ข้าช่วยเพียงเพราะอยากช่วย มิได้ต้องการให้เจ้ามาบุกน้ำลุยไปแทนข้า” เยว่ไป๋ฮวามองไปที่สองพี่น้องด้วยสายตาครุ่นคิด ไม่รู้ว่าจะต้องจัดการอย่างไรต่อไป หากให้ทั้งสองอยู่ในจวนก็จะทำอันใดไม่สะดวก “น้องสาวเจ้าก็ให้อยู่กับข้าที่นี่ สวนเจ้าข้าจะให้ออกไปอยู่ด้านนอก เจ้ายอมหรือไม่” คุณชายน้อยผู้นี้ดูเหมือนจะมีความเฉลียวฉลาด หากให้มาอยู่ที่นี่ในฐานะบ่าวรับใช้ก็น่าเสียดายไม่น้อย แต่หากให้เรียกอาจารย์มาสอนในจวนก็ดูจะแปลกไปหน่อย “ได้ขอรับ ไม่ว่าคุณหนูต้องการอย่างไร ข้าก็พร้อมที่จะทำตาม” เขาเชื่อว่าหากน้องสาวของเขาอยู่ที่นี่ จะต้องปลอดภัยแน่นอน “ดี” เยว่ไป๋ฮวาพยักหน้าอย่างพอใจ นางไม่ชอบความวุ่นวาย เขาเชื่อฟังเช่นนี้ก็ดี “เจ้าจะไปอยู่กับคนของข้าในฐานะบุตรชายของพี่สาว เรื่องนี้อย่าได้แพร่งพรายออกไป ข้าไม่ต้องการให้ผู้ใดรู้ เจ้าสามารถมาหาน้องสาวได้ทุกเมื่อ” ตอนนี้นางพอจะมองเห็นหนทางให้สามคนนั้นส่งข่าวให้นางอย่างแนบเนียนได้แล้ว หากส่งจดหมายผ่านจางหลิงเย่ก็จะไม่มีผู้ใดสงสัย “น้องสาวของเจ้าอยู่ที่นี่เพราะเจ้ากลัวว่าจะดูแลนางได้ไม่ดี เพราะที่นั่นมีแต่บุรุษ และนางจะอยู่ที่นี่ในฐานะน้องสาวของข้า ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่มีสิทธิ์มารังแกนาง” “ขอบคุณขอรับ” เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเมตตาต่อพวกเขาสองพี่น้องมากแล้ว “ดี เช่นนั้นข้าจะพาเจ้าไปหาคนที่เจ้าต้องไปอยู่ด้วย ไปเตรียมตัวเถิด แล้วไปพูดกับน้องเจ้าให้เข้าใจ ข้าไม่อยากมีปัญหาทีหลัง” นางก็ได้แต่หวังว่าเจ้าเด็กจางหลิงฟางจะเป็นเด็กที่เลี้ยงง่าย มิเช่นนั้นนางต้องปวดหัวหนักกว่าเดิมเป็นแน่ เมื่อจางหลิงเย่ตกลงกับน้องสาวเรียบร้อยก็ไปหาผู้มีพระคุณทันที “เรียบร้อยแล้วหรือ เช่นนั้นก็ไปกันเถิด” เยว่ไป๋ฮวาเดินนำจางหลิงเย่ไปขึ้นรถม้าที่จอดเตรียมเอาไว้อยู่แล้ว หากฟางซินหรูตามสืบก็จะรู้เพียงแค่ว่าจางหลิงเย่ออกมาอยู่กับน้องชายของแม่เท่านั้น “ข้าฝากจางหลิงเย่กับพวกเจ้าสามคนด้วย เรื่องการหาอาจารย์มาสั่งสอนก็ฝากเป็นธุระของพวกเจ้าสามคนด้วย ข้าไม่สะดวกออกหน้า” หากให้นางออกหน้าเรื่องนี้เกรงว่าจะไม่เหมาะ เพราะนางก็ไม่ได้อายุมากพอที่จะไปจัดการเรื่องเรียนให้ผู้ใด “ได้ขอรับ” ทั้งสามรับปากอย่างแข็งขัน พร้อมกับสำรวจคนที่มาใหม่ พวกเขาไม่รู้ที่ไปที่มาคนผู้นี้แน่ชัด ไม่รู้ว่าเกี่ยวข้องอันใดกับเจ้านายคนใหม่ “เจ้าอยู่ได้ใช่หรือไม่ หากขาดเหลืออันใดก็บอกทั้งสามได้ เขาจะช่วยเหลือเจ้าอย่างเต็มที่” “อยู่ได้ขอรับ” สำหรับเขาตอนนี้แค่มีที่ซุกหัวนอนก็ถือว่าดีมากแล้ว “เจ้าไปพักผ่อนเถิด ข้ามีเรื่องจะสนทนากับสามคนนี้ต่อ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยไล่กลาย ๆ ตอนนี้เขาก็เหมือนเป็นคนของนาง แต่ก็ใช่ว่านางจะให้เขารู้ทุกเรื่องที่นางทำ “ขอรับ” จางหลิงเย่รู้ตัวว่าต้องออกไปจากที่ตรงนี้ “หากเจ้ามีเรื่องอันใด ก็ฝากจดหมายให้หลิงเย่ไปให้ข้า เรื่องที่ให้สืบก็เช่นกัน หากข้าติดต่อกับพวกเจ้าโดยตรงอาจดูน่าสงสัยได้” “ขอรับ” “ข้าต้องกลับแล้ว ฝากดูแลทางนี้ด้วย” เยว่ไป๋ฮวาเมื่อเห็นว่าถึงเวลาที่ต้องกลับแล้ว ลุกขึ้นเดินออกไป จากนี้นางคงไม่ได้มาที่นี่บ่อย ๆ เพราะตั้งใจว่าจะเก็บตัวอยู่แต่ในเรือน ไม่ออกไปไหน วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และก็เป็นเช่นที่เยว่ไป๋ฮวาตั้งใจเอาไวตั้งแต่แรก นางไม่ได้ออกไปนอกจวนอีกเลย จะออกไปก็เฉพาะที่นัดพบกับคู่หมั้นของตอนเองเท่านั้น ความสัมพันธ์ของเซี่ยเหยียนไห่กับซูหนิงเซียนก็เป็นไปอย่างดีเยี่ยม ความสัมพันธ์ทั้งสองพัฒนาอย่างรวดเร็ว จนนางก็อดที่จะแปลกใจไม่ได้ ส่วนน้องสาวตัวดีของนางก็เพิ่งผ่านวัยปักปิ่นมาได้ไม่นาน ความสัมพันธ์กับเซี่ยเหยียนไห่ก็ดีเกินที่นางคาดเอาไว้ เพราะทั้งสองนับพบกันสองต่อสองอยู่บ่อย ๆ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ดี แผนการต่อไปของนางจะได้เริ่มได้เสียที
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD