บทที่ 11

1422 Words
หลังจากวันที่เยว่ไป๋ฮวาซื้อบ่าวรับใช้เอาไว้ นี่ก็ผ่านไปแล้วห้าวัน นางก็ยังไม่ได้ออกไปพบสามคนนั้น เพราะฟางซินหรูให้คนจับตาดูนางเอาไว้ ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายระแคะระคายอันใด จึงได้ให้คนตามจับตาดูนางเช่นนี้ “คุณหนูแล้วเราจะออกไปพบสามคนนั้นได้อย่างไรเจ้าคะ” ลี่จินอดกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ไม่ได้ เพราะเงินที่คุณหนูให้ไปวันนั้นไม่ใช่จำนวนน้อย ๆ หากพวกเขาชิ่งหนีไป คุณหนูของนางจะไม่เสียเงินเปล่าหรือ “พรุ่งนี้เราจะออกไปด้านนอก แล้วค่อยหาทางสลัดคนที่จับตาดูพวกเรา” มีทางนี้ทางเดียว หากนางยังไม่ทำอันใดเกรงว่าจะล่าช้าไป “เจ้าค่ะ” ตอนนี้นางไม่ค่อยกลัวอันใดแล้ว ไม่ว่าคุณหนูจะให้นางทำอันใดนางก็พร้อมที่จะทำ “ไปเถิด ข้าจะพักผ่อนเสียหน่อย” วันเวลาดี ๆ เช่นนี้คงจะใกล้หมดไปแล้ว นางจะถือโอกาสนี้พักผ่อนเสียหน่อย นางมีลางสังหรณ์ว่าจากนี้ชีวิตของนางจะวุ่นวาย “เจ้าค่ะ” ลี่จินจัดการดับไฟให้เจ้านาย และออกไปเฝ้าอยู่ข้าง ๆ รุ่งเช้าเยว่ไป๋ฮวาก็ออกจากจวนไปแต่เช้า นางออกไปเดินเลือกนั่นดูนี่ ไม่ได้เจาะจงอันใดเป็นพิเศษ “คุณหนูคนของฮูหยินใหญ่ยังตามอยู่เลยเจ้าค่ะ” “อยากตามก็ตามไป ข้าอยากรู้นักว่าจะตามได้กี่วัน” หากยังตามอยู่ นางก็จะออกมาเดินเล่นนี้ทุกวัน นางไม่เบื่อที่จะต้องออกมาเดินเล่นเช่นนี้ทุกวัน หากไม่คิดว่าเสียเวลาโดยเปล่าประโยชน์ก็ลองดู “แล้วเราจะทำเช่นไรต่อไปเจ้าคะ” “ไปนั่งพักที่โรงน้ำชาเสี่ยวหลันเถิด ข้าเริ่มจะเหนื่อยแล้ว” เยว่ไป๋ฮวาเดินนำสาวใช้ไปที่โรงน้ำชา อยากจะตามก็ตามไป นางอยากจะรู้เหมือนกันว่าฟางซินหรูให้คนตามนางทำไม “คุณหนู ปล่อยไปเช่นนี้จะดีหรือเจ้าคะ หากคนพวกนั้นหนีไปพวกเราจะทำเช่นไร” เงินที่ใช้ซื้อตัวทั้งสามก็ไม่ใช่น้อย ๆ ไหนจะเงินที่ทิ้งเอาไว้ให้อีก “หากหนีไปก็แปลว่าคนพวกนั้นใช้การไม่ได้ หากยังอยู่ก็แสดงว่าเราได้คนที่ซื่อสัตย์ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็คุ้มค่ากับเงินที่เสียไปมิใช่หรือ” ที่นางให้เงินเยอะเช่นนั้นก็ใช่ว่านางจะให้ไปโดยที่ไม่ได้คิดอันใด หากวันนี้ไปแล้วคนยังอยู่ นางก็สามารถไว้ใจให้พวกเขาทำงานสำคัญได้ “เช่นนี้นี่เอง เหตุใดบ่าวจึงคิดไม่ได้กัน” นางอดทึ่งกับความคิดของเจ้านายไม่ได้ คุณหนูเป็นเช่นนี้ดีมาก ๆ “แต่ปัญหาของเราตอนนี้คือจะไปที่จวนนั้นอย่างไร” หากเดินออกไปที่หน้าประตู คนของฟางซินหรูจะต้องเห็นแน่ “ให้เปิ่นหวางช่วยดีหรือไม่” ชายหนุ่มที่นั่งฟังอยู่ห้องข้าง ๆ ก็พูดขึ้นมาเสียงดัง ทำให้หญิงสาวทั้งสองต้องหันไปมองทางเดียวกัน “คุณหนู นั่นใช่เสียงรุ่ยอ๋องหรือไม่เจ้าคะ” ลี่จินเอ่ย นางจำเสียงนี้ได้ เสียงนี้เป็นเสียงของผู้สูงศักดิ์ที่พบหน้าเมื่อวันนั้น “ข้าว่าใช่” สองนายบ่าวกระซิบกระซาบกันสองคน นางไม่อยากเจอเขาในเวลานี้ “คารวะท่านอ๋องเพคะ” เมื่อผู้สูงศักดิ์เดินเข้ามาในห้อง เยว่ไป๋ฮวาและสาวใช้ก็ลุกขึ้นทำความเคารพคนที่เข้ามาใหม่พร้อมกัน “ว่าอย่างไร ให้เปิ่นหวางช่วยหรือไม่” จ้าวซุนหยานเดินเข้ามานั่งลงเก้าอี้ที่ว่างอยู่อย่างเป็นกันเอง ใบหน้ายิ้มกริ่มของเขาทำให้คนที่มองมารู้สึกหมั่นไส้ยิ่งนัก “ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะ แต่หม่อมฉันไม่ขอรบกวน” เยว่ไป๋ฮวาบอกปัด หากให้เขาช่วยไม่รู้ว่าวันหน้านางต้องตอบแทนเขาเช่นไร นางไม่ขอเสี่ยงดีกว่า “แล้วคุณหนูใหญ่เยว่จะออกไปทำธุระเช่นไรหรือ” ทางเดียวที่นางจะออกไปจากที่นี่โดยไม่มีคนเห็นก็คือต้องพึ่งพาเขา “ค่าตอบแทนคืออันใดหรือเพคะ” เยว่ไป๋ฮวาถามเพื่อความมั่นใจ นางต้องมั่นใจว่าจะไม่เสียเปรียบเขา นางไม่เชื่อว่าคนเช่นเขาจะยอมยื่นมือมาช่วยง่าย ๆ เช่นนี้ “คุณหนูใหญ่เยว่ มองเปิ่นหวางในแง่ร้ายเกินไปหรือไม่ เปิ่นหวางก็แค่รู้สึกถูกชะตากับคุณหนูใหญ่เยว่เท่านั้น จึงอยากจะให้ความช่วยเหลือ” เขาไม่ได้ต้องการอันใดจากนางจริง ๆ แค่สนใจในตัวของนางเท่านั้น และยิ่งได้สนทนากับนาง ความสนใจก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้น สตรีที่ไหวพริบเช่นนางหาได้ไม่ง่าย “สรุปแล้วท่านอ๋องต้องการอันใดเพคะ จึงได้ยื่นมือมาช่วยเช่นนี้” คนในราชวงศ์เจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าอันใด นางไม่มีทางไว้ใจเขาง่าย ๆ “เปิ่นหวางไม่ได้ต้องการอันใด เพียงสนใจในสิ่งที่คุณหนูใหญ่เยว่ทำเท่านั้น และหวังว่าเรื่องนั้นจะทำให้เปิ่นหวางคลายเบื่อได้บ้าง” เขาสนใจในเรื่องที่นางกำลังทำ เขาไม่เชื่อว่านางจะให้คนตามสืบเรื่องคู่หมั้นของตนเองเพียงเพื่อต้องอยากรู้จักนิสัยใจคอ ไหนจะพาน้องสาวออกมาพบคู่หมั้นของตนเองอีก เขาอยากรู้นักว่าในหัวน้อย ๆ ของนางกำลังคิดทำอันใดอยู่ เยว่ไป๋ฮวาไม่ค่อยอยากจะเชื่อในสิ่งที่เขากล่าวมา แต่ไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรเหมือนกัน หากไม่ยอมรับความช่วยเหลือจากเขา ก็ไม่รู้ว่าจะได้ไปพบสามคนนั้นเมื่อใด “หม่อมฉันจะยอมเชื่อท่านอ๋องเพคะ ช่วยพาหม่อมฉันออกไปจากที่นี่ด้วย” ในเมื่อเขาบอกว่าไม่ได้ต้องการอันใดจากนาง นางก็จะเชื่อเขาสักครั้ง “ได้” จ้าวซุนหยานยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะหันไปสั่งให้ลูกน้องนำชุดมาให้ทั้งเยว่ไป๋ฮวาเปลี่ยน “ดูเหมือนคุณหนูใหญ่เยว่ต้องไปคนเดียวแล้ว หากพาสาวใช้ไปด้วยเดี๋ยวคนด้านนอกจะสงสัยเอาได้” “เพคะ” เยว่ไป๋ฮวาตอบรับอย่างว่าง่าย นางก็เห็นด้วยกับความคิดนี้ เพราะมีเรื่องอันใด ลี่จินยังสามารถหาทางเอาตัวรอดได้ หากไม่อยู่ทั้งสองคนก็ไม่รู้ว่าจะเกิดอันใดขึ้นบ้าง “แต่คุณหนู...” “เจ้าอยู่ที่นี่ดีแล้ว หากพวกนั้นเห็นว่าในห้องไม่มีความเคลื่อนไหว จะถูกสงสัยเอาได้” เรื่องนี้ต้องรอบคอบให้มาก เพราะยังไม่รู้จุดประสงค์ของอีกฝ่ายว่าต้องการอันใดกันแน่ “เจ้าค่ะ” เมื่อตกลงกันได้แล้ว เยว่ไป๋ฮวาก็รีบไปเปลี่ยนชุดแล้วออกไปพร้อมกับจ้าวซุนหยาน “ขอบพระทัยท่านอ๋องเพคะที่ช่วยเหลือ” เยว่ไป๋ฮวาเอ่ยขอบคุณขณะอยู่ในรถม้า “ท่านอ๋องจอดรถม้าด้านหน้าก็ได้เพคะ เดี๋ยวหม่อมฉันไปเอง” “ใช้งานเปิ่นหวางเสร็จก็จะขับไล่ไสส่งเลยหรือ” จ้าวซุนหยานหัวเราะน้อย ๆ ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยมีคนไล่อ๋องเช่นเขา นางเป็นคนแรกที่ทำเช่นนี้ น่านับถือจริง ๆ “ก็พระองค์บอกว่าไม่ต้องการการตอบแทน เมื่อทำสำเร็จแล้วก็ควรไปมิใช่หรือเพคะ” รอยยิ้มปลอม ๆ ถูกส่งออกมาอีกครั้ง ในเมื่อสิ่งที่นางต้องการบรรลุแล้ว เขาก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป นางไม่ต้องการเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเขามากนัก กลัวว่าจะมีปัญหาวุ่นวายภายหลัง “หากเปิ่นหวางไปแล้ว คุณหนูใหญ่เยว่จะกลับเข้าไปในโรงน้ำชาเช่นไรหรือ” จ้าวซุนหยานยกเรื่องโรงน้ำชาขึ้นมาอ้าง หากไม่มีเขา นางก็กลับเข้าไปในโรงน้ำชาไม่ได้ เยว่ไป๋ฮวาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยอมให้เขาตามไป เพราะดูแล้วเขาคงไม่ยอมจากไปง่าย ๆ นางไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD