EP 5/5 ผมแต่งงานกับคุณไม่ได้

1421 Words
“ไม่! ไม่ได้ ผมไม่ยอม” นัยน์ตาสีนิลแข็งกร้าว เมื่อหญิงสาวเอ่ยตัดสัมพันธ์ทั้งที่มันเพิ่งเริ่ม ทำไมหล่อนถึงไม่เหมือนดารานางแบบคนอื่นๆ ที่เขาเคยควงนะ อยากได้อะไรก็บอกมาสิ ข้าวของเงินทองถึงจะไม่มากเท่าพี่ชาย แต่รับรองว่าเจ้าหล่อนจะอยู่สุขสบาย ไม่ต้องเร่แก้ผ้าถ่ายแบบอย่างนี้ เผียะ! แพรวรุ้งฟาดฝ่ามือลงบนแก้มสากเสียเต็มรัก ตบเขาเธอก็เจ็บ แต่ไม่ตบก็อดไม่ได้ “เห็นแก่ตัว ทุเรศที่สุด!” กวินหน้าชา กรามแกร่งขบกันแน่นเพราะความโกรธ ไม่เคยมีใครตบหน้าเขา นัยน์ตาดำดุจ้องหน้านางแบบสาวเขม็ง “ฉันไม่ใช่อีตัว ฉันรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่ สายตาคุณมันฟ้อง สายตาดูถูกไม่เห็นค่าความสาวของฉัน อย่าคิดว่าฉันจะเหมือนผู้หญิงคนอื่นๆ ของคุณ ที่แค่รอขึ้นเตียง พอเสร็จกิจก็ถีบหัวส่ง ถึงฉันจะต้องแก้ผ้าหาเงินเลี้ยงตัว ฉันก็ไม่มีวันเป็นนางบำเรอของใคร จำเอาไว้!” ดวงตาคู่สวยเอ่อท้นด้วยหยาดน้ำตา จมูกโด่งรั้นแดงเรื่อ แสบไปทั่วทั้งโพรงจมูกเมื่อน้ำมูกน้ำตามันพร้อมใจเล่นงานเธอ “ตามใจ! อย่ามาอ้อนวอนผมอีกก็แล้วกัน ผมให้โอกาสคุณเรียกร้องสิทธิ์เต็มที่ แต่คุณไม่อยากได้เองนะแพรวรุ้ง” “ก็สิ่งที่ฉันอยากได้คุณให้ไม่ได้ ไม่เป็นไร ถือซะว่ามันเป็นคราวซวยของฉันก็แล้วกัน!” “ก็ดี! คุณเลือกเองนะ” กวินตอกย้ำ ทำไมเขาจะต้องง้อล่ะ ไม่อยากได้ก็ดี ถึงเขาจะแต่งงานกับหล่อนไม่ได้ แต่ยังไง หล่อนก็ต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น! การสนทนาอันเผ็ดร้อนสะดุดลงเพราะเครื่องมือสื่อสารเครื่องบางของแพรวรุ้ง มันส่งเสียงดังเป็นเพลงที่เธอฟังแล้วหนาวยะเยือกไปถึงสันหลัง มือเรียวปาดน้ำตาลวกๆ เดินไปหยิบมันออกมาจากกระเป๋าใบงาม ‘ฮัลโหล...’ เสียงหวานแหลมของคนที่อยู่สายดังขึ้นในทันทีที่หญิงสาวยกโทรศัพท์แนบหู “ค่ะแม่” ‘นั่นแกอยู่ไหน ฉันโทรหาเจ๊แจงเห็นบอกกำลังรอเที่ยวบินกลับกรุงเทพฯ แล้วทำไมแกไม่อยู่ด้วยกัน’ “หนู...หนูตื่นสายค่ะ เลยไม่ทันเรือที่เจ๊แจงนั่งกลับ” ‘จริงเหรอ!? ทีมงานเขากลับกันหมดแล้วนะ มีอะไรหรือเปล่า’ คนที่อยู่ปลายสายขึ้นเสียงใส่อย่างไม่ชอบใจ “ไม่มีอะไรค่ะแม่ หนูแค่ตื่นสายจริงๆ” ‘แกไม่สบายเหรอ เสียงอู้อี้ชอบกล’ “เอ่อ...ค่ะ หนูไม่สบายนิดหน่อยเลยตื่นสายไงคะ” คนปลายสายเงียบไปราวกับครุ่นคิด ก่อนจะเอ่ยต่อ ‘แน่นะ?’ “ค่ะ...หนูไม่อยากถ่ายแบบต่อแล้ว เลยให้เจ๊แจงหานางแบบมาใหม่” ‘เอ้า? ทำไมล่ะ วาคิมอุตส่าห์เลือกแกเป็นนางแบบนะ มีอะไรหรือเปล่า มีใครแกล้งแกไหม’ “ไม่มีอะไรจริงๆ ค่ะแม่ อย่าทำเหมือนห่วงหนูนักเลย หนูปลื้มจนจะร้องไห้แล้ว” ‘อย่ามาประชดนะ! ยังไงแกก็ลูกฉัน ฉันห่วงแกมันก็ถูกแล้วนี่!’ คนปลายสายตะคอกกลับมาอย่างเคืองๆ “โธ่...เปล่าประชดค่ะแม่ ขอหนูอยู่เงียบๆ สักพักนะคะ” ‘ได้ไงล่ะ แล้วเรื่องที่คุยกันไว้จะเอายังไง’ แพรวรุ้งมุ่นคิ้ว แค่เรื่องเมื่อคืนก็ปวดประสาทจะตายอยู่แล้ว มารดาที่รักจะเอ่ยเรื่องบ้าๆ นั่นขึ้นมาอีกทำไม “เรื่องนั้นหนูจะให้คำตอบแม่แน่ๆ คงอีกไม่นานหรอกค่ะ” น้ำตาหยดแหมะเมื่อต้องเอ่ยประโยคนี้ กวินไม่เข้าใจ เข้าไปแย่งมือถือในมือหล่อน มันปั่นอารมณ์เขาให้เดือดได้ในพริบตา ข้อมือน้อยๆ ของหล่อนถูกเขาบีบแน่น ใบหน้าหล่อนเหยเกเพราะความเจ็บ ฟิ้ว! โพละ! โทรศัพท์เครื่องบางถูกปาเข้าผนัง แตกกระจายไม่มีชิ้นดี “เป็นบ้าเหรอ! นั่นมือถือของฉันนะ!” “เดี๋ยวจะซื้อให้ใหม่ แต่บอกมาก่อนว่าเรื่องอะไรที่คุณต้องให้คำตอบทั้งน้ำตาอย่างนั้น” แพรวรุ้งไม่ตอบ น้ำตาไหลพรากๆ “แพรว!” กวินเรียก แพรวรุ้งเอาแต่ก้มหน้ากลั้นก้อนสะอื้นลงคอ “ปะป๊า...ปะป๊า ไหนบอกว่าจะมาพาน้าแพวไปกินข้าวไง...” หนูน้อยไม่พูดเปล่า วิ่งตื้อจากหน้าประตูเข้าไปดึงชายเสื้อของบิดา กวินต้องยอมปล่อยมือของแพรวรุ้ง หญิงสาวนั่งลงบนเตียงใหญ่ คิดไม่ตก เธอไม่อยากเป็นผู้หญิงชั่วที่มีผัวทีเดียวสองคน “ปะป๊า! น้าแพวล้องไห้’ไม โอ๋ๆๆ ม่ายล้องน้า เดี๋ยวมินจาปกป้องน้าแพวเอง น้าแพวอย่าล้องไห้น้า เดี๋ยวไม่ฉวย มินชอบให้น้าแพวฉวย” เจ้าหนูปลอบ มือป้อมๆ เช็ดน้ำตาให้น้าแพรว “โอ๊ะโอ? น้าแพวโดนอาลายกัดคอ” หนูน้อยจ้องลำคอขาวผ่องของน้าแพรวแน่วนิ่ง ร่องรอยเป็นจ้ำๆ นั้นโดนอะไรกัดมาหนอ แพรวรุ้งสะอึก สองมือเร่งปาดน้ำตา กวินหน้าม้าน นึกเคืองเจ้าลูกชายที่ช่างสังเกตสังกา “เอ่อ...น้าแพรวโดนมดกัดมั้งลูก มีนอย่าไปกวนน้าแพรว มานี่มาปะป๊าจะพาไปกินข้าวนะ” ผู้เป็นบิดาบอกแต่หนูน้อยไม่ยอมขยับ กลับปีนขึ้นไปนั่งบนตักแพรวรุ้ง เธอหน้าตึงเมื่อเขาบอกว่าเธอโดนมดกัด จำฝืนกลืนก้อนสะอื้นและหยดน้ำตา ด้วยไม่อยากให้เจ้าหนูเห็นเธออ่อนแอ “เปล่านะ น้าแพรวไม่ได้โดนมดกัด” “แพรว!” กวินตกใจเมื่อคิดว่าหล่อนจะบอกเรื่องเมื่อคืนให้เด็กฟัง “แล้วน้าแพวโดนอาลายกัด เจ็บมากเหลอคับถึงได้ล้องไห้” แพรวรุ้งยิ้มออก พยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ นึกเอ็นดูความฉลาดหัวไวของเจ้าหนูบนตัก “โดนอาลายมาคับ บอกมิน มินจาไปกาทืบมัน” หนูน้อยเอ่ยเสียงดังฟังชัด ยกแข้งยกขาทำท่าประกอบ กวินสะดุ้งกับคำพูดของบุตรชาย “มีน? ปะป๊าไม่เคยสอนให้ลูกใช้ความรุนแรงนะ” เจ้าหนูไม่สน หันมาถามน้าแพรวของเขาต่อ “ตกลงว่าโดนอาลาย” กวินเริ่มอยู่ไม่สุข ขยับมายืนจังก้าอยู่ตรงหน้าคนทั้งสองแล้วจ้องตาแพรวรุ้งเขม็ง ประหนึ่งวอนขอว่าอย่าพูดออกไปนะ “หมาน่ะ โดนหมาเลียปากมา น้าแพรวใจดีไง เล่นกับมัน พูดกับมัน พอน้าแพรวเผลอมันก็เลยเลียปากน้าแพรว แถมยังกัดคอน้าแพรวด้วย” กวินหน้าตึงที่ถูกเปรียบเป็น หมา! “หือ...ตัวไหน? เดี๋ยวมินจาให้พี่แก้วเอาเขมไปเย็บปากมัน มันจาได้ไม่มากัดน้าแพวอีก” แพรวรุ้งหัวเราะทั้งที่น้ำตาใสๆ ยังขังคลอสองเบ้า กวินเท้าสะเอวอย่างไม่ชอบใจ อยากจับลูกชายมาฟาดก้นสักป้าบสองป้าบ “เอาไว้ถ้ามันมาอีก น้าแพรวจะวิ่งไปบอกมีนนะ” หนูน้อยพยักหน้า แพรวรุ้งยิ้มเอ็นดู ขณะที่คนเป็นพ่อเอาแต่รังแกเธอ แต่คนที่เป็นลูกกลับออกตัวปกป้อง น่ารักจริงๆ เจ้าตัวแสบ “โอเคค้าบ ไปกินข้าวได้ยังมีนหิวแล้ว” ว่าพลางจับมือน้าแพรวมาเขย่า เร่งเร้าจะไปห้องอาหารให้ได้ “จ้า” เธอขึ้นยืน ร่างบางเซนิดๆ เพราะเจ็บแปลบที่ใจกลางร่าง กวินถลาเข้าประคอง แพรวรุ้งไม่อาจขัดขืนเพราะถ้าทำอย่างนั้นร่างของเธอคงได้ล้มทับเจ้าหนูมีนา “ก็เพราะปากดีอย่างนี้ไง ถึงได้โดนหมามันกัด” กวินกระซิบแผ่วเบา เขาปล่อยมือเมื่อหล่อนยืนได้แล้ว “เรื่องของฉัน อย่าให้มันมากัดฉันอีกแล้วกัน ไม่อย่างนั้นละก็...” เธอหยุดเว้นวรรคแล้วเดินออกจากห้อง “ไม่อย่างนั้นอะไร?” กวินถามยั่วเย้า เดินตามหลังหล่อนมาแทบจะเบียดเป็นเนื้อเดียว ขณะที่เจ้าลูกชายวิ่งไปรอที่ห้องอาหาร “ฉันจะจับมันตอน!” กวินสะดุ้ง ก้มมองเป้ากางเกงของตัวเองอย่างระแวง พอเงยหน้าขึ้นมาอีกทีเจ้าหล่อนก็เดินหนีเขาไปแล้ว “จะจับตอนเหรอ ได้! แต่ขอกัดขอชิมให้อิ่มใจก่อนนะคุณนางแบบ หึๆๆ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD