EP 2/1 หัวใจมันสั่น

1911 Words
บริษัทเทพมณี กาญจนบุรี “ขอบคุณค่ะท่านฮัสเซ็น ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะคะ” ชมจันทร์เอ่ยกับคู่ค้าคนสำคัญด้วยความนอบน้อม ท่านฮัสเซ็นเป็นผู้ใหญ่ใจดีทีเดียว ท่านเป็นกันเองกับทีมงานไม่ถือตัวทั้งที่เป็นพระญาติกับองค์ราชาแห่งซาเนีย “เช่นกันครับหนูจันทร์ ในเมื่อ เทพมณี มีเพชรพลอยดีๆ หายาก ก็มีแต่คนอยากร่วมเป็นคู่ค้า ผมดีใจเสียอีกที่ได้อัญมณีดีๆ มาทำเครื่องประดับ” ท่านฮัสเซ็น บุรุษร่างท้วมใบหน้าคมเข้มบ่งบอกสัญชาติ เอ่ยกับหญิงสาวคราวลูกที่ท่านนึกเอ็นดูตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า อาจเป็นเพราะท่านชอบผู้หญิงไทยกระมังเลยสนิทกับหญิงสาวได้ง่าย อีกทั้งภรรยาของท่านก็เป็นชาวไทย “เอ่อ มัวแต่ขอบคุณกันไปขอบคุณกันมา ผมว่าเชิญที่รถเลยดีกว่าครับ ทางเราเตรียมอาหารไทยไว้ต้อนรับท่านที่โรงแรมใกล้ๆ นี่เอง เชิญครับ” ทัศเทพผายมือให้คู่ค้าคนสำคัญ ท่านเดินนำหน้าไปพร้อมกับหน่วยอารักขาอีกเป็นขบวนตามแบบฉบับของบุรุษผู้มีอำนาจแถบตะวันออกกลาง เขาหันมาจิกกัดแม่เลี้ยงเล็กๆ น้อยๆ ก่อนอาหารกลางวัน เพื่อเรียกน้ำย่อย “หนูจันทร์อย่างนั้น หนูจันทร์อย่างนี้ ถามจริงๆ เถอะคุณแม่เลี้ยง เป็นลูกเต้าเหล่ากอเขาหรือไงถึงได้สนิทสนมขนาดเรียกชื่อเล่นกันห๊ะ” ทัศเทพพาลประชด หนูจันทร์ ของลูกค้ารายใหญ่ “อะไรล่ะคุณเทพ อย่ามาหาเรื่องนะ แทนที่จะขอบคุณที่ฉันช่วยเทพมณีของคุณให้ได้งาน แต่กลับมาแขวะฉันได้ ประสาทเหรอ? รู้อย่างนี้ให้เขาไปซื้อเพชรพลอยของเฮียเมฆดีไหม” “ถ้าอยากอดตายก็เอาสิ” เขาท้าทาย “ไม่มีทาง เพราะถ้าฉันไม่มีบ้านอยู่ ฉันก็จะไปอยู่กับเฮียเมฆ” “ใช่เรื่อง! เป็นญาติมันหรือไง!?” เขาชักฉุนขึ้นมาดื้อๆ เมื่อหล่อนหยิบยกเอาชื่อเพื่อนเขามากล่าวอ้างทั้งที่มันก็แต่งงานมีเมียไปแล้ว “ไม่เป็นก็เหมือนเป็นละน่า คนเขานับถือกันมาหลายปีดีดัก เฮียเมฆดีแสนดี ทั้งหล่อ ทั้งรวย เป็นสุภาพบุรุษไม่เหมือนคุณ!” ประชดพลางปรายตาจิกลูกเลี้ยงจอมหื่น ก็เขามันหื่นจริงๆ นี่นา ทัศเทพคิดว่าหากหัวเขาเป็นลูกแตงโมคงถูกสายตาของเจ้าหล่อนจิกกัดจนเว้าแหว่งหาดีไม่ได้ “ก็ดี! เพราะถ้าเป็นสุภาพบุรุษแล้วมันจูบเธอไม่ได้ ฉันก็ไม่อยากเป็น มานี่!” ว่าแล้วก็ลากร่างบอบบางเข้าบังหลังเสาต้นใหญ่ภายในลานจอดรถ ชมจันทร์อยากร้องดังๆ ให้ท่านฮัสเซ็นช่วยเหลือ แต่ก็ไม่ทัน ท่านขึ้นรถไปแล้ว “นี่! ปล่อยฉันนะ เดี๋ยวนี้ชักเอาใหญ่แล้วนะคุณเทพ เมื่อก่อนแค่ที่บ้าน เดี๋ยวนี้ลามมาถึงที่ทำงาน คอยดูนะถ้าฉันทนไม่ไหวขึ้นมาละก็...” “ก็อะไรครับคุณแม่เลี้ยง” เขาถามเสียงยั่วเย้า กระแซะแผงอกล่ำๆ เข้ากับเนินอกอิ่มจนมันบดเบียดเสียดสีผ่านใยผ้า ให้ตายเถอะ นี่มันลานจอดรถ! “ฉันก็จะหนีกลับบ้านน่ะสิ” ชมจันทร์ตอกกลับไม่ทันคิด จึงเท่ากับว่ากระโจนลงหลุมพรางที่ทัศเทพขุดล่อไว้เต็มๆ “งั้นเหรอ ถ้าอยากโดนขายทอดตลาดอีกรอบก็เอาสิ คราวนี้ไม่มีเสี่ยใจดีเหมือนเตี่ยฉันมาติดกับหรอกนะ เพราะเขารู้กันทั่วบ้านทั่วเมืองแล้วว่าเธอเป็นแม่เลี้ยงฉัน เอาสิชมจันทร์ กลับไปให้พ่อแม่ผู้แสนดีจับเธอใส่ตะกร้าล้างน้ำแล้วขายทอดตลาดอีกรอบ คงได้ราคาเพิ่มละมั้ง เอาเลยสิ กลับไปเลยถ้าเธอกล้า!” เขาท้าทายทับถม รู้อยู่แก่ใจว่าหากหล่อนไปจริงๆ สิ่งที่เขากล่าวหามันย่อมเกิดขึ้น แต่เขามั่นใจ หล่อนไม่มีทางกลับไปแน่นอน “ต้องการอะไรคุณเทพ บอกมาแค่คำเดียวแล้วปล่อยฉัน หน้าต่างมีหูประตูมีตาเดี๋ยวได้เป็นขี้ปากพนักงานสนุกกันล่ะ” หญิงสาวยอมอ่อนข้อเมื่อสิ่งที่เขากล่าวหาเธอไม่ปรารถนาจะพานพบ “อืม...ว่าง่ายๆ อย่างนี้ค่อยน่ารักขึ้นมาหน่อย” หมับ! “คุณเทพ! เอามือออกจาก ก้น ฉันเดี๋ยวนี้” เธอคำรามลอดไรฟันเมื่อมืออุ่นของเขาวางอยู่บนบั้นท้ายเธอ แถมยังบีบหนักๆ ราวกับต้องการลงโทษอีกด้วย “ไม่มีทาง นอกจาก...จูบเดียวครับคุณแม่เลี้ยง ลูกเลี้ยงโหยหาอย่างแรง พอไม่ได้จูบคุณแม่เลี้ยงเกินสามชั่วโมงแล้วมันจะลงแดงตาย” ลูกเลี้ยงตอบหน้าทะเล้น แต่แววตาจริงจัง “ฝันไปเถอะ!” ตะคอกกลับเสียงขุ่น ใบหน้างามบูดบึ้งไม่พอใจ เธอไม่ใช่คนรักเขานะ ไม่ใช่นางบำเรอด้วย เธอเป็นแม่เลี้ยง! “แน่ใจเหรอ ถ้าเธอไม่ จูบ ฉันจะเปลี่ยนไป ดูดนมจากเต้า แทนนะ แบบว่าเมื่อเช้าลูกเลี้ยงไม่ได้ดื่มนม สมองไม่แล่นเท่าไหร่เลยครับคุณแม่เลี้ยง หึๆๆ” “คุณเทพ! คุณนี่มันเหลือเกินจริงๆ ฉันชักจะทนไม่ไหวแล้วนะ!” “แล้วยังไงล่ะ?” เขาย้อน “ก็ยื่นปากมาสิ!” ชมจันทร์สวนกลับเลยได้รับริมฝีปากร้อนๆ บดขยี้ริมฝีปากนุ่มนิ่มลงมาเต็มรัก “คุณ...เทพ ปล่อย...” เสียงประท้วงขาดเป็นห้วงๆ เมื่อเขาไม่ยอมปล่อยโพรงปากอันหวานหอมให้เป็นอิสระ “คุณเทพ...อย่า” เสียงร้องห้ามเปลี่ยนเป็นวอนขอ ใบหน้านวลแดงระเรื่อเมื่อเขาทำท่าจะล่วงเกินมากว่าจูบเดียวดังที่กล่าวอ้าง รับรู้ได้ชัดเจนด้วยสัมผัสจากฝ่ามือร้อนผ่าว มันเข้ามาอยู่ใต้เชิ้ตตัวในของเธอเป็นที่เรียบร้อย ชมจันทร์ใจสั่นไหว ทัศเทพช่างหาญกล้ายิ่งนัก “คุณจะหน้าด้านเกินไปแล้วนะ! นี่มันลานจอดรถ!” ด่ากลับแต่เสียงนั้นสั่นพร่า “นิดเดียวน่าจันทร์ฉันขอนะ ตามฉันมานี่เถอะ เร็วสิ” เขาฉวยเอามือบางลากไปทางที่รถจอดอยู่ เวลาใกล้เที่ยง ลานจอดรถยนต์บนชั้นผู้บริหารเงียบกริบมีเพียงเสียงเดินของทั้งคู่เท่านั้น ชมจันทร์ส่ายศีรษะอย่างระอาเมื่อเห็นท่าเดินของลูกเลี้ยง บางสิ่งบางอย่างในเป้ากางเกงคงทำให้เขาเดินไม่ถนัด “ขึ้นไปสิ” เขาร้องสั่งแกมบังคับให้หล่อนขึ้นไปนั่งตอนหลังของรถยุโรปคันหรู “คุณเทพ ฉัน...” “ขึ้นไปก่อนที่ฉันจะจับเธอแก้ผ้าตรงนี้!” ชมจันทร์จำต้องขึ้นไปนั่งในรถติดฟิล์มดำแต่โดยดี งานนี้ตายแน่ๆ จะทำไงดีเล่าชมจันทร์เอ๋ย เมื่อขึ้นมาบนรถเรียบร้อย ทัศเทพก็รุกด้วยการสูดดมความหอมที่แก้มนวลแรงๆ ก่อนโน้มกายเข้ามาใกล้แล้วฝังปลายจมูกคมๆ ลงไปตามแนวสาบเสื้อจนชมจันทร์ต้องเอนกายราบไปกับเบาะหลังของรถเมื่อโดนบังคับทางอ้อม “คุณเทพ อย่าทำอะไรจันทร์เลย จันทร์...กลัว” ชมจันทร์วอนขอ ไม่อยากมาเสียพรหมจรรย์บนรถคันนี้ แถมเสียให้กับลูกเลี้ยงด้วย “ไม่ต้องกลัว แล้วเธอจะชอบมัน” เขาปลอบประโลม กำลังจะขบเม้มที่เนินอกอวบอิ่ม แต่วลีเด็ดที่ถูกปล่อยออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นทำให้เขาต้องหยุดชะงัก “แต่ฉัน...ฉันเป็นเมียพ่อคุณแล้วนะ” เธอโป้ปด อยากให้คำว่าเมียพ่อ ฉุดดึงสติของเขาให้คืนมา “ฉันไม่เชื่อ!” ทัศเทพเอ่ยอย่างมั่นใจ “งั้นคุณต้องรับผิดชอบด้วยการแต่งงาน ถ้าคุณล่วงเกินฉันมากกว่าที่ผ่านมา” ชมจันทร์ชักแม่น้ำทั้งโลกมาหว่านล้อม “ไม่มีทาง ถึงฉันจะไม่แน่ใจว่าเธอเคยมีอะไรกับเตี่ยหรือเปล่า แต่แม่ของลูกฉันต้องไม่มีวันเป็นผู้หญิงเห็นแก่เงินอย่างเธอ” ชมจันทร์น้ำตารื้นเมื่อเขากล่าววาจาเชือดเฉือนจิตใจเป็นล้นพ้น ใช่! เธอเห็นแก่เงิน แล้วไงล่ะ ก็ไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองอย่างเขานี่นา “งั้นก็ลุกออกไปจากตัวฉัน ฉันไม่ใช่ผู้หญิงพวกนั้นที่คุณจะหิ้วไปทำอะไรที่ไหนก็ได้ อย่าลืมว่าฉันเป็นแม่เลี้ยงคุณและนี่ก็ยังเป็นบริษัทของพ่อคุณ สามีของฉัน ให้เกียรติคนตายบ้างเถอะคุณเทพ ฉันขอล่ะ” “ฉัน...ฉัน” ทัศเทพชั่งใจ บิดาเขาตายไปเจ็ดปีแล้วนะหล่อนเพิ่งจะให้เขาให้เกียรติท่านวันนี้หรือ คิดพลางไล้มือเรียวราวอิสตรีของตนไปบนแก้มนวล “ฉัน...ไม่สน” เขาตอบฉะฉานแล้วกระทำอย่างที่ใจคิด “อย่านะ!” ชมจันทร์ตวาดลั่นห้ามมือไม้ที่อยู่ไม่สุข มือร้อนๆ ของเขาชอนไชเข้าไปใต้ร่มผ้า บีบเคล้นเนินเนื้อนวลอย่างถือสิทธิ์ ไม่อนาทรร้อนใจต่อกำปั้นน้อยๆ ที่ประท้วงหนักๆ บนเนื้อตัวเขา ชมจันทร์กระหน่ำทุบตีที่แผงอกหนาแต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ได้ผล แน่ล่ะขนาดยกพ่อเขาขึ้นมาอ้างยังไม่สามารถหยุดเขาได้ เธอตายแน่ชมจันทร์ ตายเพราะความหื่นของลูกเลี้ยงนี่ล่ะ “ปล่อยนะคุณเทพฉันขอล่ะ อย่าทำอะไรฉันเลย อย่าทำจันทร์เลย จันทร์กลัว” เธอวอนขออีกครั้ง น้ำตาใสๆ ไหลรินที่หางตาเมื่อทัศเทพกระทำต่อเธอเยี่ยงผู้หญิงข้างถนน เยี่ยงโสเภณีไร้ค่าที่เขาอยากจะทำอะไรก็ได้ตามที่ใจต้องการ “โธ่เว้ย! ร้องไห้ทำไมห๊ะ หมดอารมณ์ฉิบ!” ชายหนุ่มสบถ อารมณ์หวามไหวเมื่อครู่พลันหดหายเพียงเพราะหยาดน้ำใสที่ไหลรินเปื้อนเปรอะบนแก้มเนียน ชมจันทร์รีบตะครุบสาบเสื้อเข้าหากันเมื่อเขาผละห่าง เธอติดกระดุมเสื้อด้วยมืออันสั่นเทาขณะที่เขานั่งหันหลังให้ “เมื่อไหร่คุณจะเลิกทำแบบนี้ซะทีคุณเทพ โกรธเกลียดฉันมากหรือไงถึงต้องเอาคืนฉันด้วยวิธีนี้ หรือเพราะรู้ว่าฉันไม่มีที่ไปใช่ไหม!?” ตัดพ้อเสียงเครือ ป้ายหยาดน้ำตาด้วยมืออันสั่นระริก ทัศเทพหันกลับมา หล่อนร้องไห้เงียบๆ จนใบหน้าแดงก่ำดูไม่ได้ ไม่รู้ทำไมเขาถึงรู้สึกว่าอยากปลอบหล่อนจัง และเขาคิดว่ากำลังจะทำมันแล้วล่ะ “ร้องไห้เป็นเผาเต่าไปได้ ทำอย่างกับจะเสียพรหมจรรย์ครั้งแรกอย่างนั้น ฉันไม่หลงกลหรอกน่า ยกผลประโยชน์ให้เธอก็แล้วกันที่ทำให้วันนี้เทพมณีได้งาน ฉันจะไม่ทำอะไรเธอก็ได้ แต่เธอต้องขยับมานั่งใกล้ๆ ฉัน” เขาสั่งอย่างเอาแต่ใจ ชมจันทร์กล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี แล้วสิ่งที่เขากำลังทำก็ส่งผลให้เธอต้องนิ่งอึ้ง เขากอดเธอไว้ด้วยวงแขนล่ำๆ ลูบหลังเบาๆ ปลอบเธอให้หายสะอึกสะอื้น “ร้องไห้อยู่ได้น่ารำคาญ” เขาว่าแต่กลับกอดชมจันทร์แน่นขึ้น ถ่ายทอดไออุ่นจากร่างกายให้แก่หล่อน ปลอบประโลมด้วยมืออุ่นที่เพียรลูบหลังให้เบาๆ และเนิ่นนาน “คุณเทพ อย่าไล่จันทร์ไปไหนนะ จันทร์ไม่มีที่ไปแล้วจริงๆ ให้จันทร์อยู่บ้านด้วยคนนะ จันทร์สัญญาว่าจะไม่ดื้อกับคุณเทพ จะทำตามที่คุณเทพสั่งทุกอย่างเลย” ร้องขอเสียงอู้อี้ ป้ายปาดน้ำตาที่ยังเจือบนแก้มนวล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD