“ถ้างั้นเรามา...”
เขาขออย่างหน้าด้านๆ ใบหน้าบึ้งตึงเมื่อครู่ระริกระรี้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
“ยกเว้นเรื่องอย่างว่า จันทร์ไม่ทำ!” รีบแย้งเมื่อเห็นนัยน์ตากรุ้มกริ่มที่ส่งมา
“สองมาตรฐานเห็นๆ”
ทัศเทพปล่อยร่างบางให้เป็นอิสระเมื่อหล่อนคลายสะอื้น เกรงว่าถ้ากอดนานกว่านี้เขาคงต้องเป็นไอ้คนสารเลวที่ข่มขืนผู้หญิง เขาเปิดประตูรถออกมาเพื่อจะอ้อมไปนั่งยังหลังพวงมาลัย ชมจันทร์ลุกตามมาเงียบๆ เข้ามานั่งข้างเขายังที่นั่งทางตอนหน้าของรถ
ชายหนุ่มเคลื่อนรถออกจากบริษัทได้สักระยะ เขาจึงได้ยินเสียงหญิงสาวอีกครั้ง
“ผู้หญิงของคุณเทพเยอะแยะเรียกมาสักคนสิ เอาไหม...จันทร์มีเบอร์” เธอให้คำชี้แนะพร้อมทางออก ก็กลัวว่าเขาจะอารมณ์ค้างนี่นา
“ถ้ายังไม่เลิกออกความคิดเห็นห่วยๆ ของเธอ เห็นทีว่าฉันคงต้องเลื่อนนัดลูกค้าแล้วพาเธอแวะที่โรงแรมม่านรูดดีไหมชมจันทร์”
เท่านั้นล่ะชมจันทร์ก็นั่งนิ่งเป็นตุ๊กตาหน้ารถให้กับลูกเลี้ยงจอมหื่นไปจนถึงโรงแรมที่นัดลูกค้าเอาไว้ ไม่มีหืออือ ไม่เอ่ยอะไร นั่งอย่างเจียมเนื้อเจียมตัวราวกับเป็นตุ๊กตาไปแล้วจริงๆ
__________
เวลาไล่เลี่ยกัน ที่สตูล
“กรี๊ดดด!”
เสียงร้องดังปานหวูดรถไฟของแพรวรุ้งกำลังเปล่งออกจากริมฝีปากของหล่อน กวินถอนหายใจ เขาอุตส่าห์พาหล่อนเข้ามาหลบในห้องนอนแล้วนะ เจ้ามีนตัวแสบกลับหาเจอจนได้ ไม่รู้ว่าจะหวงพ่ออะไรนักหนาเจ้าลูกคนนี้
“กรี๊ด! เอามันออกไปทีได้โปรดเถอะ นี่คุณ! ช่วยเอามันออกไปทีเซ่ ฉันกลัวนะ! ฉี่จะราดอยู่แล้ว ฮือ...”
กวินส่ายศีรษะอย่างระอาเมื่อเจ้าลูกชายตัวแสบปีนขึ้นไปนั่งทับบนหน้าท้องของสาวเจ้าแล้วปล่อยเจ้าเขียดตัวน้อยสีเขียวเข้มลงบนหน้าอกอวบๆ ของหล่อน
“มีน! เอาเจ้าตัวนั้นออกจากตัวน้าแพรวเดี๋ยวนี้!”
เด็กชายมีนาส่ายหน้าดิก กำลังจะจับเจ้าลูกกบออกมาจากถุงอีกตัว แต่เสียงกรีดร้องของคนใต้ร่างดังขึ้นเสียก่อน
“กรี๊ด! ไม่นะ! ตาเบื๊อกเอ๊ย! ยืนแอคท่าอยู่นั่น ฉันบอกว่าเอาเจ้าเด็กบ้านี่กับเจ้าตัวเขียวออกไปจากตัวฉ้าน!”
แพรวรุ้งร่ำร้อง เขียดตัวน้อยกระโดดหย็องแหย็งบนทรวงอกเธออย่างมีความสุข มันสุดจะทนจริงๆ
“มีน!” กวินร้องเรียกบุตรชายอีกหนแต่เจ้าหนูก็ยังเฉย
“ทำมายน้าแพวมาอยู่ห้องปะป๊า มินจาฟ้องแม่ ปะป๊าพาฉาวเข้าห้อง!”
เจ้าหนูน้อยจ้องตาบิดาแน่วนิ่งอย่างเอาเรื่อง กวินหมดความอดทนเข้าไปยกเจ้าหนูออกจากร่างนางแบบสาวพร้อมกับจัดการให้เจ้าตัวเขียวกลับไปอยู่ในถุงพลาสติกเหมือนเดิม
“ปะป๊าทำให้น้าแพรวไม่สบาย ปะป๊าเลยต้องพาน้าแพรวมาอยู่กับเรา”
เขาตอบชัดเจนให้เหตุผล ก็เรื่องจริงมันเป็นอย่างนั้นนี่นา
“ปะป๊า เปนบอดี้ ปะป๊ามะใช่หมอ”
หนูน้อยเถียง ใบหน้าเล็กๆ มีแววหล่อเหลาเอาการเมื่อโตขึ้น
“มีนต้องพูดว่า บอดี้การ์ด ครับคนเก่ง ปะป๊าไม่ได้ตรวจหมอ ปะป๊าแค่พาน้าแพรวมานอนพัก” กวินอธิบาย
“นี่คุณ ตอบฉันทีว่าทำไมฉันต้องมาติดแหงกอยู่ที่นี่ แต่ก่อนอื่นขอเข้าห้องน้ำก่อนได้ไหม เจ้าเด็กบ้านี่เอาตัวอะไรมาใส่ฉันก็ไม่รู้” นางแบบสาวเอ่ยแทรก เมือกลื่นๆ ที่มากับขาเขียดกำลังทำให้เธอคันคะเยอจนอยากอาบน้ำล้างตัว
“ชื่อ มิน มะใช่ เดกบ้า” เจ้าตัวชี้แจงแม้ว่าจะพูดไม่ชัดก็ตาม
แพรวรุ้งกลอกตาขึ้นฟ้า เดาว่าคงได้เจอคู่ปรับสมน้ำสมเนื้อก็คราวนี้
“โอเคค่ะโอเค น้องมีนก็น้องมีน เอาเป็นว่าเรามาเจรจาอย่าศึกกันนะ ฉัน...เอ่อ...น้าแพรวไม่สบายนะคะ น้าแพรวแบบว่าบังเอิญจมน้ำ บังเอิญโดนกดขี่แรงงานจากเจ้านายใจร้ายไม่ยอมให้กินข้าวเที่ยง น้าแพรวเลยเป็นลม แล้วก็บังเอิญอีกที่หมดสติจนไม่รู้ว่ามีคนคิดไม่ซื่อพาน้าแพรวมาที่นี่ อย่างนี้แสดงว่าน้าแพรวไม่ผิดใช่ไหม? เพราะฉะนั้นน้องมีนเอาเจ้าเขียดนั่นไปทิ้งข้างนอกหน้าต่างแล้วเปิดทางให้น้าแพรวเข้าห้องน้ำสักทีจะได้ไหมจ๊ะคนเก่ง”
แพรวรุ้งอ้อนวอนยืดยาว หนูน้อยมองเจ้าหล่อนตาแป๋ว
“พูดยาวไปมะเข้าจาย แต่ทิ้งเขียดให้ก็ได้ถ้าม่ายด้ายอยากมาเปนแม่อีกคนของมิน”
“แน่นอนจ้ะหนูน้อย นั่นเป็นสิ่งสุดท้ายในชีวิตที่น้าจะทำ”
แพรวรุ้งยืนยัน ส่งยิ้มออดอ้อนไปให้เจ้าหนู แต่พอสายตาแพรวพราวเจ้าเล่ห์ของเธอไปสานสบกับกวิน ก็ได้เปลี่ยนจากแพรวพราวเป็นจิกกัด ก็อยู่ดีไม่ว่าดีเขาหาเรื่องให้เธออีกจนได้ ฮึ่ม! แล้วนั่น!?
“คุณ! นั่นมันกระเป๋าเดินทางของฉันนี่ มาอยู่ที่นี่ได้ไง!?” ร้องเสียงหลงเมื่อสายตาไปปะทะกับกระเป๋าสองใบโตๆ ซึ่งมันน่าจะเป็นของเธออย่างไม่ต้องสงสัย เพราะอย่างอีตานี่คงไม่ใช้กระเป๋าสีชมพูแปร๋นอย่างนั้นหรอก
“ก็...ผมสั่งให้ทีมงานไปรอเราบนเกาะปันรัก ที่นั่นมีน้ำตก คุณอยากถ่ายแบบที่น้ำตกไม่ใช่เหรอ? เปลี่ยนให้แล้วนี่ไง ขอบคุณผมหรือยังล่ะ?”
“นั่นมันคนละเรื่องกับที่กระเป๋าฉันมาอยู่ในห้องนี้” โต้กลับเสียงเขียว มันไม่เกี่ยวกับเรื่องกระเป๋าจริงๆ นี่นา
“น่านงาย! มินว่าแล้ว ปะป๊าคิดมะซื่อกะน้าแพว” หนูน้อยดักคอ
“ไม่มีทางลูกรัก ปะป๊าสาบาน เอาเป็นว่าเราจบเรื่องนี้แล้วหลีกทางให้น้าแพรวเข้าห้องน้ำดีกว่านะ ปะป๊าคิดว่าเธอคงอยากหาอะไรที่มันมิดชิดกว่าเศษผ้าขี้ริ้วใส่แล้วล่ะ”
“ตาบ้า! แล้วใครเป็นคนคิดคอนเซ็ปต์ชุดยะ ไม่ใช่บริษัทพวกคุณหรือไง”
“ไม่ใช่บริษัทเพิร์ล เพราะคนคิดคือผมเอง”
เขาตอบหน้าตายแล้วเข้าไปอุ้มบุตรชายออกมาจากเตียงใหญ่
“คุณ! แล้วกระเป๋า...”
“เอาน่าคุณ ประหยัดงบประมาณ ไหนๆ ทีมงานเขาก็ไปกันหมดแล้ว นอนห้องเดียวกันจะเป็นไร ผมไม่เชื่อหรอกน่าว่าอย่างคุณจะยังเวอร์จิ้น แล้วผมก็ไม่มีทางหลงหน้าสวยๆ กับอกภูเขาไฟของคุณแน่นอน”
ชายหนุ่มยืนยันหน้าทะเล้น แพรวรุ้งได้แต่กัดฟันกรอดๆ
“ตาบ้า! ออกไปจากห้องนี้เลยนะฉันยึดแล้ว!”
“อ้าว! ปะป๊า น้าแพวยึดห้องแล้วมินจานอนไหน?”
หนูน้อยถามพาซื่อ ชูถุงน้องเขียดขึ้นมาขู่แพรวรุ้งกลายๆ
“โอ...สำหรับน้องมีนที่แสนดีของน้าแพรว น้าแพรวยอมให้นอนด้วยก็ได้จ้ะ ให้นอนหนุนแขนยังได้เลย” เสียงอ่อนเสียงหวานแต่แววตาอยากจะฆ่า
“โอเคคับ งั้นคืนนี้มินจะนอนกอดหน้าแพว น้าแพวต้องให้มิน ดูดนม ด้วยนะ”
“ห๊า! อะไรนะ? เมื่อกี้?”
“เฮ้อ...ลูกต้องพูดว่าให้น้าแพวป้อนนมให้ลูกด้วย” เขาบอกบุตรชาย
“เอ่อ...แบบว่าลูกผมต้องมีคนช่วยป้อนนมจนกว่าแกจะหลับ คือประมาณว่าต้องคอยจับขวดนมให้แกจนกว่าแกจะหลับไปเองนั่นล่ะ” ชายหนุ่มอธิบาย
“เชื่อเลย! เลี้ยงลูกยังไงเนี่ย โตแล้วยังดูดขวดนมอีก”
แพรวรุ้งเปรยอย่างเหลืออด เด็กคนนี้ดูๆ ไปก็น่าจะเกินสี่ขวบแล้วด้วย
“ยางมะโต ปะป๊าบอกว่าถ้าโตแล้วจาให้มิน ดูดนมจากเต้า”
หนูน้อยตอบเสร็จแล้วหัวเราะเอิ๊กอ๊ากชอบใจ
“อ๊าย! ลามกทั้งพ่อทั้งลูกออกไปเลยนะ!” แพรวรุ้งคว้าหมอนได้ก็ไล่ตีสองพ่อลูก เกิดเป็นปาร์ตี้ปาหมอนย่อมๆ ที่สนุกเหลือเกินในความรู้สึกของมีนา
“กรี๊ด! ช่วยด้วย! ช่วยฉันด้วย! มันมาทางนี้แล้ว!”
แพรวรุ้งร้องเสียงหลงเมื่อเขียดน้อยตัวหนึ่งหลุดออกจากถุงที่หนูมีนาจอมวายร้ายทำหลุดมือ
“ฮ่าๆๆ / ฮ่าๆๆ” สองพ่อลูกหัวเราะชอบใจพร้อมๆ กัน แถมยังยืนเท้าสะเอวมองนางแบบสาวเต้นเร่าๆ อยู่บนพื้นข้างเตียงโดยไม่คิดช่วยเหลือแม้แต่น้อย
“เอามันออกไป! อย่านะ กรี๊ดดด!”
แพรวรุ้งวิ่งวนรอบห้องเมื่อเจ้าหนูจอมแสบจับขาเขียดชะตาขาดวิ่งไล่ตามเธอ
“มีน พอแล้วลูก พอแล้วเดี๋ยวเขียดมันตาย ปะป๊าว่าลูกเอาเขียดไปปล่อยดีกว่า เร็วเข้า เดี๋ยวปะป๊าพาไปหม่ำข้าว”
กวินหว่านล้อมลูกชายเมื่อเห็นแพรวรุ้งยืนหอบแฮ่กๆ หมดสภาพ
“ม่ายได้ น้าแพวฉัญญาก่อนว่าจาให้มินดูดนม”
หนูน้อยต่อรองด้วยเงื่อนไขของคำสัญญา
“ห๊า! นี่คุณ ลูกคุณขออะไรเนี่ย?”
กวินยิ้มขัน ขยิบตาบอกใบ้สาวเจ้าว่าให้รับปากไปก่อน
“โธ่เอ๊ย! ก็ได้ๆ” แพรวรุ้งรับปากอย่างเสียมิได้ ทำไมสวรรค์ต้องส่งเธอมาอยู่กับสองพ่อลูกนี่ด้วยนะ ให้ตายเถอะ!
“โอเค งั้นมินเอาเขียดปายป่อยก่อน”
หนูน้อยทำท่าเดินจากไป แพรวรุ้งถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่แล้ว
“น้าแพว!”
“กรี๊ดดด!”
แพรวรุ้งกระโดดกอดคอกวินเมื่อถูกเจ้าหนูน้อยแกล้งปามือเปล่าเข้าใส่ เธอเข้าใจว่ามีเจ้าตัวเขียวอยู่ในนั้นเลยตกใจกลัว เจ้ามีนจอมแสบส่งเสียงหัวเราะชอบใจแล้วแผ่นแนบออกนอกห้อง
วินาทีที่ลับร่างเจ้าหนู คนทั้งสองเกิดเสียหลักล้มลงบนฟูกหนาในท่าที่แพรวรุ้งโดนทับแบนเป็นกระดาษ
“ว้าย! ตาบ้าเอ๊ย ลุกออกไปจากตัวฉันนะ!”
หญิงสาวตวาดเสียงลั่น หน้าอกหน้าใจไซส์ฝรั่งคงได้แบนเป็นข้าวเกรียบก็คราวนี้
“ไม่...รู้ตัวไหมแพรวรุ้ง ตัวคุณนี่น้า มันเหมือน...”
“เหมือนอะไร!”
“ไวอะกร้า ดีๆ นี่เอง” เขาบอกตาหวานเชื่อม รู้สึกดียามได้ก่ายเกยบนเนื้อตัวนุ่มๆ ของสาวเจ้า
“หมายความว่ายังไง อย่ามาตีเนียนนะ ลุกออกไปเดี๋ยวนี้!”
แพรวรุ้งร้องเสียงดังเพื่อข่มอารมณ์พิศวาสของอดีตบอดี้การ์ดจอมหื่น
“ไม่เอาน่า อย่าทำท่าเหมือนสาวเวอร์จิ้นสิ ผมรู้หรอกน่าว่าอย่างคุณน่ะ คงผ่านผู้ชายมาเป็นคันรถ!”
เผียะ!
กวินหน้าหันตามแรงตบ เขาหันกลับมาจ้องคนที่กล้าทำร้ายเขาด้วยฝ่ามือน้อยข้างนั้น จ้องหล่อนปานอยากจะฆ่าให้ตาย
“กล้าดียังไงมาตบผมห๊ะ!”
“ก็ความคิดคุณมันต่ำ! เอาสมองหรือหัวแม่ตีนคิดห๊า!”
“แพรวรุ้ง! มันจะมากเกินไปแล้วนะ”
“ไม่มากหรอกกับสิ่งที่คุณกล่าวหาฉัน อยากจะโดนอีกตบหรือเปล่าล่ะ”
กวินกัดกรามดังกรอดๆ ข่มความโกรธที่แล่นมาเป็นริ้วๆ
“ไม่เคยมีใครทำร้ายผมได้ขนาดนี้ คุณนี่มันรนหาที่จริงๆ” พูดจบก็ก้มลงหมายจุมพิตลงทัณฑ์คนปากดี
“ไม่ ปล่อยนะ!”
แพรวรุ้งขัดขืนแต่ชายหนุ่มมีหรือจะฟัง เขาเฝ้าดูดดึงขบกัดบนริมฝีปากงามอย่างถือสิทธิ์จนได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ ติดมากับรสจูบ
แพรวรุ้งเจ็บจนน้ำตาร่วงเมื่อเขาตบเธอคืนด้วยปากร้ายๆ จนร่างกายอ่อนระทวยด้วยไม่เคยพานพบ เขาทำร้ายเธอด้วยความช่ำชองของบุรุษเพศ น่าละอายใจนักที่เธอไม่มีแรงพอที่จะขัดขืนมัน