"สนุกพอหรือยัง"
ปรินทร์ที่มายืนรอลูกเลี้ยงของเขาอยู่ตรงหน้าทางออกของงานประจำจังหวัดเอ่ยพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโมโหแบบสุดๆ
เขามายืนรอเธอนานมากพอสมควรเพราะไม่อยากเข้าไปในสถานที่ที่คนเยอะแบบนั้นมันน่าอึดอัด
และอีกอย่างถ้าเข้าไปในงานที่เต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นมากมายเขาอาจหาเธอไม่เจอและอาจคลาดกันอีก
การยืนรอตรงหน้าทางออกของงานเป็นเรื่องดีที่สุดเพราะมันมีแค่ทางออกเดียวยังไงเขาต้องเจอเธอแน่
"มารอรับเหรอ"
เด็กสาวเดินขาเป๋เข้าไปหาผู้ปกครองที่แสนหน้าบึ้งตึงของเธอ
เธอยิ้มสู้ความไม่สบอารมณ์ของเขาที่มันฟุ้งกระจายออกมารอบตัวเขานั้น
ทำเป็นไม่สนใจว่าเขานั้นเป็นยังไงเพราะเธอกำลังอารมณ์ดีอยู่ด้วยเพิ่งจะได้จับมือนักร้องที่ชื่นชอบมา
"ไปขึ้นรถ"
เขาสั่งเธอด้วยเสียงเรียบพยายามจะไม่ออกอาการอะไรออกไปมากเพราะตรงนี้คนเยอะ
พยายามรักษาชื่อเสียงของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ทั้งที่ชื่อเสียงของเขามันแทบไม่เหลือแล้วตั้งแต่ได้เจอเธอ
"กลับไปก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวหนูขอไปต่อกับเพื่อนอีกสักหน่อย"
เนื้อทองหันไปมองเพื่อนชายอย่างชนกันต์ที่กำลังเดินตามหลังเธอมา เป็นเชิงบอกเขาว่าเธอมีคนพากลับบ้านแล้ว
เธอไม่กลับไปกับเขาด้วยเขาไม่น่าไว้วางใจอาจบีบคอเธอตายแน่นอน ตาเขามันยังขวางอยู่
และเธอก็นัดกับชนกันต์แล้วด้วยว่าจะไปแวะกินข้าวต้มข้างทางกันก่อนกลับเพราะท้องเธอร้องหิวจะแย่แล้ว
"ครีบกลับกับพ่อเถอะ เราขี่รถกลับคนเดียวได้ บายนะแล้วเจอกันที่โรงเรียน"
ชนกันต์เดินมาเห็นมาเนื้อทองอยู่คุยอยู่กับผู้ปกครองของเธอ
เด็กหนุ่มก็รีบเดินแยกตัวออกไปในทันทีไม่ได้อยู่ร่วมวงสนทนาด้วย
เขาต้องรีบกลับบ้านแล้วก่อนที่พ่อของเนื้อทองจะเอาเรื่องเขาที่พาเนื้อทองออกมาเที่ยวไกลแบบนี้โดยไม่ขออนุญาตก่อน
"สวัสดีครับคุณพ่อ"
แต่ด้วยความกลัวจนลนลานทำเอาเด็กหนุ่มลืมที่จะทำความเคารพผู้ที่เป็นผู้ใหญ่กว่า
เขาหมุนตัวสองรอบด้วยความเงอะงะหันมายกมือไหว้พ่อของเนื้อทองก่อนจะวิ่งจากไป
"ไอ้ทอยหยุดนะ ไอ้บ้าทอย ไอ้คนขี้ขลาด"
เนื้อทองตะโกนเรียกเพื่อนชายของเธอเสียงดังลั่น
วัยรุ่นที่กำลังทยอยเดินออกมาจากงานหันมามองเธอกันเป็นแถวๆ
แต่พอรู้ว่าเป็นเธอก็รีบหันหน้ากลับกันไปทางเดิมด้วยต่างรู้ดีว่าเนื้อทองนั้นร้ายแค่ไหน และไม่ควรไปมองเธอนานถ้าไม่อยากเจอดี
"เดินกลับก็ดีเหมือนกันจะได้ดัดนิสัยคนอย่างเธอได้"
ปรินทร์เดินกลับไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล
ปล่อยทิ้งเด็กสาวที่ในบัดนี้ไร้ทางเลือกในการจะกลับบ้าน
กลั้นแกล้งเธอให้สาสมกับความปากดีของเธอที่กล้ามาปฏิเสธคำชวนขึ้นรถของเขา
"แค่นี้เดินเองก็ได้"
เด็กสาวไม่มีง้อเมื่อเขาไม่ให้ขึ้นรถกลับด้วย เธอเดินขากะเผลกออกจากงานไปยังถนน
แล้วเดินไปตามไหลทางของถนนเรื่อยๆเพื่อกลับบ้านที่อยู่กันคนละอำเภอกับสถานที่จัดงานประจำจังหวัดนี้
"ไอ้ขาบ้าทำไมต้องมาเจ็บตอนนี้ด้วยนะ ฝนก็จะตกอีกแล้ว เออเอาเข้าไป"
เดินไปตามทางที่แสนมืดมิดเรื่อยๆเด็กสาวก็บ่นไปเรื่อยๆเช่นกัน
เธอกำลังใช้เสียงเป็นเพื่อนเดินทางเพราะรอบข้างไม่มีใครเลยและมันก็มืดมากด้วย เธอกลัว
พยายามสู้กับความกลัวของตัวเองดีกว่าไปง้อขอขึ้นรถคนอย่างเขาเพื่อกลับบ้าน
"อ้าวคุณหนูครีมทำไมมาเดินอยู่ข้างถนนแบบนี้ล่ะคะ โดนทิ้งเหรอ"
ปภาวีที่นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของเพื่อนร่วมชั้นเรียนมาเพื่อมาเที่ยวงานประจำจังหวัด
แวะทักทายคนรู้จักอย่างเนื้อทองที่กำลังเดินขาเป๋อยู่ข้างถนน
มันค่อนข้างมืดมากแต่เธอก็จำได้ว่าคนที่เดินอยู่คือเนื้อทอง
เพราะเมื่อตะกี้ตอนอยู่กันภายในงานมีเพียงคนเดียวที่ขาเป๋และขึ้นไปยืนเต้นบนเวทีกับนักร้องดังก็คือเนื้อทอง
เนื้อทองเงยหน้าขึ้นมองคนที่แวะมาทักทายเพียงเล็กน้อยเพื่อดูว่าเป็นใคร
แล้วเธอก็นิ่งเงียบไปปล่อยให้อีกฝ่ายพล่ามราวกับคนบ้าน้ำลายไป
ไม่ได้เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยเพราะไม่มีอารมณ์ แค่เรื่องที่ต้องเดินกลับบ้านมันก็หนักหนาพอแล้ว เธอไม่อยากมีเรื่องอื่นอีก
"เงียบไม่ตอบแสดงว่าใช่ ฮ่าๆ"
ปภาวีเห็นอีกฝ่ายเงียบเสียงไปก็ยิ่งได้ใจพูดต่อยกใหญ่ เพราะนานๆทีเนื้อทองจะเงียบไปแบบนี้
มันเป็นโอกาสทองของเธอที่จะได้เอาคืนคนร้ายกาจอย่างเนื้อทอง
"เหมือนหมาจรเลยเนาะต้องเดินข้างถนน"
ปภาวีเยาะเย้ยเต็มขั้นเมื่อมั่นใจแล้วว่าเนื้อทองกำลังเดินกลับบ้าน
เพราะแวะทักทายมาสักระยะแล้วก็ยังไม่เห็นว่ามีคนอื่นโผล่มา มีเพียงเนื้องทองที่เดินอยู่ตามลำพังเท่านั้น
ชนกันต์ที่คอยเดินตามตูดเนื้อทองตลอดเวลาก็ไม่มี
"อีจ๋า"
ยอมที่จะทนฟังอีกฝ่ายพล่ามมาสักระยะเพราะขี้เกียจจะมีเรื่องด้วย
แต่มันสุดจะทนต่อไปได้เมื่ออีกฝ่ายชักลามปามมากเกินไป
เธอเลยจำต้องส่งเสียงกระชับมิดออกไปเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดพล่ามสักที
"เก็บแรงเอาไว้เดินเถอะ บาย"
ปภาวีเห็นท่าไม่ดีรีบให้เพื่อนที่เป็นคนขี่มอเตอร์ไซด์เร่งเครื่องรถที่ไม่ได้ดับออกตัวไป
เนื้อทองเริ่มออกอาการบ้าแล้วเธอไม่ควรจะอยู่ต่อ
ถึงเนื้อทองจะขาเจ็บแต่เธอก็ร้ายกาจพอตัวอาจเข้ามาทำร้ายเธอได้
"ฝากไว้ก่อนเหอะ ฉันตามไปเอาคืนแน่"
เนื้อทองตะโดนไล่หลังของปภาวีที่ขี่มอเตอร์ไซด์หนีเธอไปแล้ว
เธอโกรธจนตัวสั่นที่ปภาวีกล้าดีแวะมาต่อว่าเธอแล้วจากไป
แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งเสียงเพราะสภาพขาไม่ดีวิ่งตามไปจัดการด้วยมือตัวเองไม่ได้
"ตกลงมาให้น้ำท่วมเลยนะ"
ร่างเล็กออกเดินต่อในความมืดมิดเพราะมัวโอ้เอ้อยู่ไม่ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเดินไม่ถึงบ้าน
โดยที่เธอไม่โทรขอความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้นเพราะกลัวเสียศักดิ์ศรี
แต่เดินไปได้ไม่นานฝนก็เทลงมาอย่างไม่เกรงใจคนเดินเท้าอย่างเธอ
และฝนตกลงมาอย่างหนักเหมือนไม่เคยตก จนเธอถึงกับตะโกนดังกลางสายฝนขอให้น้ำท่วมอย่างประชดประชัน
ร่างเล็กที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวยังคงเดินเท้าต่อไปแม้ว่ามันจะยากลำบากขึ้น
ทั้งขาที่แพลงอยู่ก็เจ็บเพราะต้องแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น ด้วยเสื้อผ้าที่ใส่อยู่มันเปียกอุ้มน้ำหนักไปทั้งตัว
และไหนจะต้องฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักที่ทำเอาเธอถึงกับลืมตาไม่ขึ้นอีก
แถมด้วยน้ำบนถนนก็สูงขึ้นเรื่อยๆจนเลยระดับตาตุ่มของเธอขึ้นมาแล้วด้วย