หมาจร

1312 Words
"สนุกพอหรือยัง" ปรินทร์ที่มายืนรอลูกเลี้ยงของเขาอยู่ตรงหน้าทางออกของงานประจำจังหวัดเอ่ยพูดขึ้น ด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความโมโหแบบสุดๆ เขามายืนรอเธอนานมากพอสมควรเพราะไม่อยากเข้าไปในสถานที่ที่คนเยอะแบบนั้นมันน่าอึดอัด และอีกอย่างถ้าเข้าไปในงานที่เต็มไปด้วยเด็กวัยรุ่นมากมายเขาอาจหาเธอไม่เจอและอาจคลาดกันอีก การยืนรอตรงหน้าทางออกของงานเป็นเรื่องดีที่สุดเพราะมันมีแค่ทางออกเดียวยังไงเขาต้องเจอเธอแน่ "มารอรับเหรอ" เด็กสาวเดินขาเป๋เข้าไปหาผู้ปกครองที่แสนหน้าบึ้งตึงของเธอ เธอยิ้มสู้ความไม่สบอารมณ์ของเขาที่มันฟุ้งกระจายออกมารอบตัวเขานั้น ทำเป็นไม่สนใจว่าเขานั้นเป็นยังไงเพราะเธอกำลังอารมณ์ดีอยู่ด้วยเพิ่งจะได้จับมือนักร้องที่ชื่นชอบมา "ไปขึ้นรถ" เขาสั่งเธอด้วยเสียงเรียบพยายามจะไม่ออกอาการอะไรออกไปมากเพราะตรงนี้คนเยอะ พยายามรักษาชื่อเสียงของตัวเองเอาไว้ให้ได้มากที่สุดเพื่อความน่าเชื่อถือทางธุรกิจ ทั้งที่ชื่อเสียงของเขามันแทบไม่เหลือแล้วตั้งแต่ได้เจอเธอ "กลับไปก่อนได้เลยนะ เดี๋ยวหนูขอไปต่อกับเพื่อนอีกสักหน่อย" เนื้อทองหันไปมองเพื่อนชายอย่างชนกันต์ที่กำลังเดินตามหลังเธอมา เป็นเชิงบอกเขาว่าเธอมีคนพากลับบ้านแล้ว เธอไม่กลับไปกับเขาด้วยเขาไม่น่าไว้วางใจอาจบีบคอเธอตายแน่นอน ตาเขามันยังขวางอยู่ และเธอก็นัดกับชนกันต์แล้วด้วยว่าจะไปแวะกินข้าวต้มข้างทางกันก่อนกลับเพราะท้องเธอร้องหิวจะแย่แล้ว "ครีบกลับกับพ่อเถอะ เราขี่รถกลับคนเดียวได้ บายนะแล้วเจอกันที่โรงเรียน" ชนกันต์เดินมาเห็นมาเนื้อทองอยู่คุยอยู่กับผู้ปกครองของเธอ เด็กหนุ่มก็รีบเดินแยกตัวออกไปในทันทีไม่ได้อยู่ร่วมวงสนทนาด้วย เขาต้องรีบกลับบ้านแล้วก่อนที่พ่อของเนื้อทองจะเอาเรื่องเขาที่พาเนื้อทองออกมาเที่ยวไกลแบบนี้โดยไม่ขออนุญาตก่อน "สวัสดีครับคุณพ่อ" แต่ด้วยความกลัวจนลนลานทำเอาเด็กหนุ่มลืมที่จะทำความเคารพผู้ที่เป็นผู้ใหญ่กว่า เขาหมุนตัวสองรอบด้วยความเงอะงะหันมายกมือไหว้พ่อของเนื้อทองก่อนจะวิ่งจากไป "ไอ้ทอยหยุดนะ ไอ้บ้าทอย ไอ้คนขี้ขลาด" เนื้อทองตะโกนเรียกเพื่อนชายของเธอเสียงดังลั่น วัยรุ่นที่กำลังทยอยเดินออกมาจากงานหันมามองเธอกันเป็นแถวๆ แต่พอรู้ว่าเป็นเธอก็รีบหันหน้ากลับกันไปทางเดิมด้วยต่างรู้ดีว่าเนื้อทองนั้นร้ายแค่ไหน และไม่ควรไปมองเธอนานถ้าไม่อยากเจอดี "เดินกลับก็ดีเหมือนกันจะได้ดัดนิสัยคนอย่างเธอได้" ปรินทร์เดินกลับไปขึ้นรถของเขาที่จอดอยู่ไม่ไกล ปล่อยทิ้งเด็กสาวที่ในบัดนี้ไร้ทางเลือกในการจะกลับบ้าน กลั้นแกล้งเธอให้สาสมกับความปากดีของเธอที่กล้ามาปฏิเสธคำชวนขึ้นรถของเขา "แค่นี้เดินเองก็ได้" เด็กสาวไม่มีง้อเมื่อเขาไม่ให้ขึ้นรถกลับด้วย เธอเดินขากะเผลกออกจากงานไปยังถนน แล้วเดินไปตามไหลทางของถนนเรื่อยๆเพื่อกลับบ้านที่อยู่กันคนละอำเภอกับสถานที่จัดงานประจำจังหวัดนี้ "ไอ้ขาบ้าทำไมต้องมาเจ็บตอนนี้ด้วยนะ ฝนก็จะตกอีกแล้ว เออเอาเข้าไป" เดินไปตามทางที่แสนมืดมิดเรื่อยๆเด็กสาวก็บ่นไปเรื่อยๆเช่นกัน เธอกำลังใช้เสียงเป็นเพื่อนเดินทางเพราะรอบข้างไม่มีใครเลยและมันก็มืดมากด้วย เธอกลัว พยายามสู้กับความกลัวของตัวเองดีกว่าไปง้อขอขึ้นรถคนอย่างเขาเพื่อกลับบ้าน "อ้าวคุณหนูครีมทำไมมาเดินอยู่ข้างถนนแบบนี้ล่ะคะ โดนทิ้งเหรอ" ปภาวีที่นั่งซ้อนท้ายรถมอเตอร์ไซด์ของเพื่อนร่วมชั้นเรียนมาเพื่อมาเที่ยวงานประจำจังหวัด แวะทักทายคนรู้จักอย่างเนื้อทองที่กำลังเดินขาเป๋อยู่ข้างถนน มันค่อนข้างมืดมากแต่เธอก็จำได้ว่าคนที่เดินอยู่คือเนื้อทอง เพราะเมื่อตะกี้ตอนอยู่กันภายในงานมีเพียงคนเดียวที่ขาเป๋และขึ้นไปยืนเต้นบนเวทีกับนักร้องดังก็คือเนื้อทอง เนื้อทองเงยหน้าขึ้นมองคนที่แวะมาทักทายเพียงเล็กน้อยเพื่อดูว่าเป็นใคร แล้วเธอก็นิ่งเงียบไปปล่อยให้อีกฝ่ายพล่ามราวกับคนบ้าน้ำลายไป ไม่ได้เข้าไปร่วมวงสนทนาด้วยเพราะไม่มีอารมณ์ แค่เรื่องที่ต้องเดินกลับบ้านมันก็หนักหนาพอแล้ว เธอไม่อยากมีเรื่องอื่นอีก "เงียบไม่ตอบแสดงว่าใช่ ฮ่าๆ" ปภาวีเห็นอีกฝ่ายเงียบเสียงไปก็ยิ่งได้ใจพูดต่อยกใหญ่ เพราะนานๆทีเนื้อทองจะเงียบไปแบบนี้ มันเป็นโอกาสทองของเธอที่จะได้เอาคืนคนร้ายกาจอย่างเนื้อทอง "เหมือนหมาจรเลยเนาะต้องเดินข้างถนน" ปภาวีเยาะเย้ยเต็มขั้นเมื่อมั่นใจแล้วว่าเนื้อทองกำลังเดินกลับบ้าน เพราะแวะทักทายมาสักระยะแล้วก็ยังไม่เห็นว่ามีคนอื่นโผล่มา มีเพียงเนื้องทองที่เดินอยู่ตามลำพังเท่านั้น ชนกันต์ที่คอยเดินตามตูดเนื้อทองตลอดเวลาก็ไม่มี "อีจ๋า" ยอมที่จะทนฟังอีกฝ่ายพล่ามมาสักระยะเพราะขี้เกียจจะมีเรื่องด้วย แต่มันสุดจะทนต่อไปได้เมื่ออีกฝ่ายชักลามปามมากเกินไป เธอเลยจำต้องส่งเสียงกระชับมิดออกไปเพื่อให้อีกฝ่ายหยุดพล่ามสักที "เก็บแรงเอาไว้เดินเถอะ บาย" ปภาวีเห็นท่าไม่ดีรีบให้เพื่อนที่เป็นคนขี่มอเตอร์ไซด์เร่งเครื่องรถที่ไม่ได้ดับออกตัวไป เนื้อทองเริ่มออกอาการบ้าแล้วเธอไม่ควรจะอยู่ต่อ ถึงเนื้อทองจะขาเจ็บแต่เธอก็ร้ายกาจพอตัวอาจเข้ามาทำร้ายเธอได้ "ฝากไว้ก่อนเหอะ ฉันตามไปเอาคืนแน่" เนื้อทองตะโดนไล่หลังของปภาวีที่ขี่มอเตอร์ไซด์หนีเธอไปแล้ว เธอโกรธจนตัวสั่นที่ปภาวีกล้าดีแวะมาต่อว่าเธอแล้วจากไป แต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากส่งเสียงเพราะสภาพขาไม่ดีวิ่งตามไปจัดการด้วยมือตัวเองไม่ได้ "ตกลงมาให้น้ำท่วมเลยนะ" ร่างเล็กออกเดินต่อในความมืดมิดเพราะมัวโอ้เอ้อยู่ไม่ได้เดี๋ยวพรุ่งนี้จะเดินไม่ถึงบ้าน โดยที่เธอไม่โทรขอความช่วยเหลือจากใครทั้งนั้นเพราะกลัวเสียศักดิ์ศรี แต่เดินไปได้ไม่นานฝนก็เทลงมาอย่างไม่เกรงใจคนเดินเท้าอย่างเธอ และฝนตกลงมาอย่างหนักเหมือนไม่เคยตก จนเธอถึงกับตะโกนดังกลางสายฝนขอให้น้ำท่วมอย่างประชดประชัน ร่างเล็กที่เปียกชุ่มไปทั้งตัวยังคงเดินเท้าต่อไปแม้ว่ามันจะยากลำบากขึ้น ทั้งขาที่แพลงอยู่ก็เจ็บเพราะต้องแบกรับน้ำหนักที่มากขึ้น ด้วยเสื้อผ้าที่ใส่อยู่มันเปียกอุ้มน้ำหนักไปทั้งตัว และไหนจะต้องฝ่าสายฝนที่ตกลงมาอย่างหนักที่ทำเอาเธอถึงกับลืมตาไม่ขึ้นอีก แถมด้วยน้ำบนถนนก็สูงขึ้นเรื่อยๆจนเลยระดับตาตุ่มของเธอขึ้นมาแล้วด้วย
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD