“อร่อยไหมคะ” ถามอย่างเอาอกเอาใจ
เธอรู้ว่าเขาชอบอะไร ไม่ชอบอะไร และชอบกินร้านไหนเป็นพิเศษ ก็หามาไว้ให้
หมอหนุ่มพยักพเยิดหน้า
“ทำไมเธอไม่กิน” เพิ่งเลิกเรียนมาไม่ใช่เหรอ หรือไม่หิว ส่วนเขา หิวจนตาลาย
ไม่ยอมกินอะไรรองท้อง เพราะคิดว่าจะได้กลับมากินเมนูโปรดที่พิมพ์มาดาซื้อมาไว้รอ
“ไม่หิวค่ะ”
“เสี้ยนล้วน ๆ”
“คุณหมอก็เสี้ยนเหมือนกันนั่นแหละค่ะ” กระแทกเอา กระแทกเอา ไม่เสี้ยนเลยมั้ง
“พิมพ์ป้อน” บอกก่อนจะหยิบช้อนอีกด้ามมาตักข้าวในจาน แล้วยกขึ้นไปจ่อปากของเขา ทว่าหมอหนุ่มกลับส่ายหัว
“กินเองได้”
“กลัวใจอ่อนให้พิมพ์เหรอคะ” ไม่ยอมให้เธอเอาอกเอาใจบ้างเลย กลัวตกหลุมรักเธอหรือไง
แต่หมอจักรก็นะ ใจแข็งมาก สองปีแล้ว แต่เขายังคงอยู่ในกฎเกณฑ์ของเขา
อย่างเช่นเรื่องสถานที่ที่เรามีอะไรกัน ไม่ใช่บ้านของเขา ไม่ใช่บ้านของเธอ แต่มันคือรีสอร์ตเท่านั้น
เธอไม่เคยได้ย่างกายไปบ้านของหมอจักร และหมอจักรเอง ก็คงไม่คิดอยากให้เธอไปเหยียบที่บ้านเช่นกัน
แค่เรื่องเซ็กซ์ ไม่มีเรื่องของความรู้สึกเข้ามาเกี่ยวข้องจริง ๆ
ก็มีแต่เธอ ยิ่งนานวันยิ่งผูกพัน นานวันก็ยิ่งรัก พูดได้เต็มปากว่าเธอรักหมอจักร อยากเป็นมากกว่าเด็กเลี้ยงหรือคู่นอน
แต่เธอไม่กล้าพูด เพราะขนาดแค่จะเอาใจเขาในเรื่องใดเรื่องหนึ่งยังโดนดุ ใครล่ะจะไปกล้า
“คุณหมอขา ระหว่างที่คุณหมอทานข้าวพิมพ์มีคำถามอะไรอยากถามคุณหมอค่ะ”
“มีประโยชน์กับชีวิต?”
หญิงสาวหน้ายู่ ปากคอเราะรายจริง ๆ
“ก็หาอะไรมาคุยกันไงคะ”
“ไปนอนรอนู่นไป กินข้าวเสร็จเดี๋ยวไปส่ง”
“คืนนี้เราไม่ค้างด้วยกันเหรอคะ”
หมอหนุ่มตวัดสายตามองแรงใส่อีกคน ทำเอาคนตัวเล็กรู้เลยว่าคงไม่มีทางเกิดขึ้นได้
“พิมพ์ล้อเล่นค่า”
“จะถามอะไร”
“คุณหมอเองก็อยากรู้เหมือนกันใช่มั้ยล้า” พิมพ์มาดาทำสีหน้าล้อเลียน ทำเหมือนไม่อยากรู้ แต่สุดท้ายก็อดใจไม่ไหว
“งั้นไม่ฟัง” ชอบกวนประสาทดีนัก คนยิ่งเหนื่อย ๆ อยู่ด้วย
“เล่า ๆ ค่า” เธอเตรียมคำพูดมาขนาดนี้แล้ว ไม่ถามได้อย่างไร ยังไงวันนี้ก็ต้องรู้ให้ได้
“งั้นก็รีบถามมา”
“ค่ะ” พิมพ์มาดาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ รวบรวมความกล้า แล้วเอ่ยออกไป
“คุณหมอ...เคยคิดเปลี่ยนใจว่าอยากมีลูกบ้างไหมคะ”
“เคยบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอ” หมอจักรตวัดสายตาขึ้นมอง ทำไมต้องมาถามอีก เพราะที่ผ่านมา เขาว่าตัวเองชัดเจนในเรื่องนี้ พิมพ์มาดาไม่น่าถามอีกครั้ง
เขาอยากมีครอบครัว แต่ไม่อยากมีลูก เพราะไม่อยากเพิ่มภาระให้ชีวิต
แต่การมีเมีย ก็ไม่ใช่ว่า ตอนนี้ เดี๋ยวนี้ อีกสักสี่ห้าปีค่อยว่ากัน
ในระหว่างนี้ เขาจึงเลือกใครสักคนมาทำหน้าที่ ‘นางบำเรอบนเตียง’ ส่วนชีวิตภายนอกเขายัง ‘โสด’
“หรือเธอคิดที่จะปล่อยท้อง?” หมอหนุ่มหรี่ตาลงมองจ้องจับผิด
“คะ ปะ...เปล่านะคะ พิมพ์ไม่ได้คิดที่จะปล่อยท้องค่ะ” พิมพ์มาดารีบปฏิเสธทันที คิดที่จะปล่อยท้องงั้นเหรอ คงไม่ทันแล้วละ เพราะเธอดันท้องไปแล้ว และเครียดมากด้วย
“อย่าคิดอะไรตื้น ๆ ถ้ายังอยากอยู่ตรงนี้ เพราะต่อให้เธอเรียนจบไปแล้ว ยังไม่อยากทำงาน ฉันก็เลี้ยงเธอต่อได้อยู่ดี”
พิมพ์มาดาเม้มปากเบา ๆ แต่เธอย้อนกลับไปที่จะไม่ท้องไม่ได้แล้วสิ
“ละ...แล้วถ้าสมมุติว่า วันหนึ่งพิมพ์พลาดท้องขึ้นมาจริง ๆ ล่ะคะ คุณหมอจะทำยังไง” มองเขาด้วยแววตามีความหวัง เผื่อหมอจักรจะเปลี่ยนใจขึ้นมา
“หมายความว่ายังไง?” หมอหนุ่มขมวดคิ้ว นี่พิมพ์มาดาคงไม่ได้หมายถึง...
“ก็หมายความว่าสมมุติไงคะ” หญิงสาวขำออกมา เพราะไม่อยากให้เขาเครียดไปกว่านี้ แค่เห็นสีหน้าหมอจักรก็รู้แล้วว่าเขาไม่โอเค
“ไม่มีทางพลาด ถ้าเธอปฏิบัติตามที่ฉันบอกอย่างเคร่งครัด นอกเสียจากว่า เป็นแผนของเธอเอง”
“คะ?”
หมอหนุ่มไม่เอ่ยอะไรต่อ แต่หยิบมือถือตัวเองขึ้นมา แล้วโทรออกหาใครบางคน ไม่นานฝั่งนั้นก็กดรับ
(ว่า)
“ซื้อที่ตรวจครรภ์ให้อันนึง เอามาส่งที่รีสอร์ตด้วย”
(ให้พี่เนี่ยนะไปซื้อที่ตรวจครรภ์?) คนที่ได้ฟังตาโต เกิดมาเขายังไม่เคยต้องไปซื้อที่ตรวจครรภ์ นอกเสียจากซื้อถุงยางอนามัย เพราะอันนี้ซื้อบ่อย ซื้อจนพนักงานในร้านจำหน้าได้
“ให้เวลาสิบนาที ถึงแล้วโทรมา”
(อ้าวเฮ้ยไอ้จักร!)
ติ๊ด