ทั้งคู่ยืนแปรงฟันด้วยกัน กับความรู้สึกที่ไม่ค่อยชินเท่าไหร่นัก เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ต้องทำกิจวัตรประจำวันข้างกัน
หมอหนุ่มยืนเอามือค้ำเอว ก่อนจะเมินหน้าไปทางอื่นแล้วรีบเร่งแปรงให้เสร็จ บ้วนปากแล้วยืนรอคนที่ช้ากว่าตัวเอง
พิมพ์มาดาเห็นอย่างนั้นรีบบ้วนปาก แล้วเดินตามหลังหมอหนุ่มออกมาจากห้องน้ำ
“ขึ้นไปสิ” บอกอีกคนให้ขึ้นไปนอนก่อน ส่วนเขาจะเป็นฝ่ายปิดไฟ
พิมพ์มาดาพยักหน้าก่อนจะปีนขึ้นไปบนเตียง แล้วนอนสอดตัวใต้ผ้าห่ม รั้งขึ้นมาคลุมจนถึงช่วงคอเพราะอากาศภายในห้องหนาวเย็น
ไม่นาน ไฟในห้องดับมืด อีกฝั่งของเตียงนอนก็ยุบลง สัมผัสได้ว่าคุณหมอสอดตัวเข้าใต้ผ้าห่มผืนเดียวกันแล้วนิ่งไป
แต่ผ่านมาแล้วสองชั่วโมง พิมพ์มาดายังคงได้ยินเสียงพลิกตัว และเสียงถอนหายใจจากคนด้านหลังมาเป็นระยะ
เธอหันกลับไปมอง ก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่หมอจักรพลิกตัวนอนตะแคงหันหน้ามาฝั่งเธอ
“นอนไม่หลับเหรอคะ” เห็นเขาดูเหนื่อย ๆ แต่พอเอาเข้าจริงก็ไม่เห็นหลับง่ายอย่างที่คิด
“อืม คงไม่ชิน” หมอหนุ่มพลิกตัวนอนหงายแล้วทำท่าจะหลับไป ทว่ากลับได้ยินประโยคบางอย่างเอ่ยขึ้น
“งั้นเรากลับไปนอนบ้านใครบ้านมันดีไหมคะ คุณหมอจะได้นอนสบาย ๆ ค่ะ”
“ไม่ เดี๋ยวฉันก็หลับเอง เธอนอนเถอะ”
พิมพ์มาดาถือวิสาสะวางแขนบนอกของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง ทำเอาเจ้าตัวมองมา
“ว่า”
“พิมพ์ขอนอนกอดคุณหมอได้ไหมคะ”
หมอหนุ่มไม่ตอบ ดึงสายตากลับแล้วทำท่าจะหลับต่อ
ร่างบอบบางกระเถิบตัวเข้าใกล้ และถือวิสาสะยกศีรษะขึ้นไปหนุนบนแขนแกร่ง ก่อนจะกระชับกอดที่เอวสอบของอีกคน ใบหน้าสวยซุกลงไปกับซอกรักแร้ของเขา แล้วสูดดมเอากลิ่นหอม ๆ ของเจ้าตัว
หมอจักรหลุบตาลงมอง แต่ไม่ได้พูด ก็ความรู้สึกมันบอกว่าไม่ได้อึดอัดจนน่ารำคาญ
“คุณหมอขา...”
“ว่า”
“พิมพ์มีอะไรจะถามค่ะ”
“แทนที่จะนอน”
“ถ้าสมมุติว่า พรุ่งนี้ไม่มีพิมพ์แล้ว คุณหมอจะทำยังไงคะ”
“ไม่มีเธอแล้วหมายถึง?” หมอหนุ่มค่อย ๆ เปิดเปลือกตาขึ้น แล้วคิดตามที่อีกคนพูด พิมพ์มาดาจะไปไหน
“ถ้าเรื่องของเรา มันมาสุดทางแค่นี้ คุณหมอจะทำยังไงคะ”
“เธอจะเลิกเป็นเด็กเลี้ยงของฉันแล้วว่างั้น?”
“...”
“ถ้าไม่มีเธอ ฉันก็แค่หาคนใหม่” เพราะเป้าหมายการใช้ชีวิตของเขาชัดเจนทุกอย่าง แม้กระทั่งเรื่องเซ็กซ์ ต้องมีใครสักคนที่มาระบายความใคร่ให้กับเขาได้ในทุก ๆ สามวัน
แต่เขาไม่ชอบซื้อกินระยะสั้น เน้นผูกปิ่นโตระยะยาว ขี้เกียจต้องมากังวลเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์
และผู้หญิงที่เขาเลือกจะผูกปิ่นโต เขาต้องมั่นใจว่าสะอาดจริง ๆ และมีแค่เขาเพียงคนเดียว
เขาไม่อนุญาตให้เด็กเลี้ยงของตัวเองมีใครระหว่างที่มีเขาได้ ก็พอ ๆ กับเขา ที่จะไม่มีคนอื่นเช่นกัน
เขาไม่ใช่คนชอบมั่วเซ็กซ์
พิมพ์มาดาน้ำตาคลอเมื่อได้ยินอย่างนั้น สำหรับหมอจักรแล้ว มันคงง่ายมากเลยสินะ
แต่สำหรับเธอ ทำไมมันถึงยากจัง แค่คิดว่าพรุ่งนี้จะไม่ได้เป็นเด็กเลี้ยงของเขา ก็ใจแทบขาดอยู่แล้ว
ใช่ เธอคงไม่สามารถอยู่กับเขาได้นานอย่างที่หวัง เพราะสักหน่อย ท้องของเธอก็คงโตขึ้น และเธอเอง ก็คงต้องไปอยู่ดี เพราะฉะนั้น จะช้า หรือเร็ว ก็คงไม่ต่างกัน
เธอคิดเอาไว้แล้วว่า เธอจะไม่มีทางให้หมอจักรรู้เรื่องนี้เด็ดขาด เธอจะเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ที่เลี้ยงลูกคนเดียวให้ได้
“สรุปว่ายังไง เธอจะเลิกเป็นเด็กเลี้ยงของฉันแล้วใช่ไหม?”
“คือพิมพ์...”
“มีอะไรจะพูดก็พูดมา อย่ามาทำอ้ำ ๆ อึ้ง ๆ ฉันไม่ชอบ”
“หลังจากที่เรียนจบแล้ว พิมพ์คิดว่า พิมพ์จะลงไปทำงานที่กรุงเทพค่ะ”
“...” หมอหนุ่มนิ่งไปเมื่อได้ยินอย่างนั้น พิมพ์มาดากำลังจะบอกเขาว่า ทุกวันนี้เขาดูแลเธอไม่ดีพอ ก็เลยต้องลงไปทำงานที่กรุงเทพอย่างนั้นเหรอ
ซึ่งรายได้ที่เขาให้อีกฝ่ายในแต่ละเดือน ต่ำ ๆ ก็ห้าหมื่นบาทเลยนะ
ไม่รวมกับค่าของกินของใช้ที่เขาซื้อให้ต่างหาก ค่ารักษาพยาบาลเขาก็จ่ายให้เอง
เป็นเด็กเลี้ยงของหมอจักร มันไม่ดีเท่าลงไปทำงานหาเงินที่กรุงเทพเลย?
แต่ไม่ถามหรอก ในเมื่อเลือกเองแบบนี้ เขาจะถามทำไม
“เมื่อไหร่” อยากรู้มากกว่า ว่าเขาต้องเริ่มมองหาผู้หญิงคนอื่นเอาไว้เลยไหม จะได้ไม่ต้องเสียเวลา
“เดือนหน้าค่ะ พิมพ์ฝึกงานจบแล้ว”
“อืม” หมอหนุ่มเอ่ยจบ ดึงแขนออกจากศีรษะเล็ก ก่อนจะพลิกตัวตะแคงนอนหันหลังให้
แต่หารู้ไม่ ว่าคนที่เป็นฝ่ายขอจบสัญญาแอบนอนร้องไห้อยู่เงียบ ๆ อย่างไม่สามารถพูดอะไรมากไปกว่านี้ได้เลย