@สามวันต่อมา
พิมพ์มาดานั่งมองข้อความในมือถือที่ส่งไปตั้งแต่แยกจากกันวันนั้น จนตอนนี้ผ่านมาสามวันก็ยังไม่ถูกเปิดอ่าน
พยายามเข้าใจว่าคุณหมอคงติดเคสผ่าตัด แต่ถึงไม่ได้เจอ เขาก็จะตอบข้อความเธอมาก่อนทุกครั้ง
นึกกังวลขึ้นมาจนอยากไปหาเขาในโรงพยาบาล แต่ใจไม่กล้าพอ จึงทำได้เพียงยืนรอในที่จอดรถ
พอเห็นหมอหนุ่มเดินดุ่ม ๆ มา เธอจึงเรียกอีกฝ่ายด้วยความดีใจ
“คุณหมอคะ!”
หมอหนุ่มเงยหน้าขึ้น ก็เห็นหญิงสาวในชุดนักศึกษาทรงเอยืนอยู่ไม่ไกลจากรถตัวเอง
“ว่า”
“พอดีพิมพ์ไม่เห็นคุณหมอตอบข้อความค่ะ พิมพ์ก็เลยมาหา พิมพ์เป็นห่วงค่ะ”
“ฉันไม่ได้เป็นอะไร”
“อ๋อค่ะ” พิมพ์มาดาพยักหน้า เขาไม่ได้เป็นอะไรก็ดีแล้ว
“คุณหมอจะไปไหนเหรอคะ ให้พิมพ์ไปด้วยไหมคะ”
คำว่า ‘ไปด้วย’ ของเธอ เขาคงเข้าใจว่าไม่ใช่แค่ติดรถกลับบ้าน แต่มันหมายถึง วันนี้เขาจะมีอะไรกับเธอไหม เพราะตอนนี้เธอยังต้องบริการเขาอยู่นี่นา
“ไม่เป็นไร” หมอหนุ่มเอ่ยจบเดินขึ้นรถ จึงทำให้พิมพ์มาดารีบตามอีกฝ่ายขึ้นไปนั่งข้างคนขับทันที
นายแพทย์อาณาจักรเห็นอย่างนั้นถอนหายใจแรง แต่ไม่ได้พูด ก่อนจะรีบออกรถ ขับไปจอดที่หน้าบ้านของพิมพ์มาดา
“ทำไมถึงมาที่นี่คะ”
“ก็บ้านของเธอไม่ใช่เหรอ” ถามเหมือนไม่ใช่บ้านตัวเอง
“ก็ใช่ค่ะ แต่พิมพ์หมายถึง...เราไม่ไปที่รีสอร์ตกันเหรอคะ”
“ไม่ และต่อไป ฉันคงไม่เรียกเธอแล้ว”
“คุณหมอหมายความว่ายังไงคะ”
“ฉันหาผู้หญิงคนใหม่มาแทนที่เธอได้แล้ว และต่อไป ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก เดี๋ยวเด็กเลี้ยงคนใหม่ของฉันจะเข้าใจผิด ฉันขี้เกียจอธิบาย”
“อะ...อ๋อ” พิมพ์มาดาหน้าชา สรุปว่าสาเหตุที่เขาไม่เรียกเธอไปหา เพราะเขามีผู้หญิงคนใหม่ไปแล้ว ทั้งที่เพิ่งจะสามวันเอง ที่เราไม่ได้เจอกัน
ส่วนที่เธอบอกกับเขาว่า เธอจะอยู่เป็นเด็กเลี้ยงของเขาจนถึงสิ้นเดือน ก็ไม่จำเป็นแล้วสิ
พิมพ์มาดาจำต้องยกมือไหว้ขอบคุณอีกฝ่ายที่มาส่งเธอทั้งน้ำตา พอเธอลงจากรถ เขาก็ขับออกไปทันที
จังหวะที่เดินเข้าบ้าน...
“ไอ้ลูกเขยกูมันมาส่งมึงอีกแล้วเหรอวะ” พิมพ์พิไลถามลูกสาวเสียงห้วน รับรู้ว่าลูกสาวคบหากับหมอจักรมาเป็นเวลาสองปีแล้ว และไม่ได้ว่าอะไรด้วย แถมยังเชียร์ให้แต่งงานกันไว ๆ
ก็ฝ่ายนั้นดูเป็นคนมีเงิน หากได้แต่งงานกันไป ลูกสาวเธอคงสบายไปทั้งชาติแน่นอน
ขนาดยังไม่แต่งกัน ยังสบายขนาดนี้
นอกจากหมอจักรจะส่งพิมพ์มาดาเรียนหนังสือจนจะจบอยู่แล้ว ยังให้ตังค์ใช้ด้วยนะ เดือนละตั้งหลายหมื่นบาท ทำเอาคนที่ไม่ได้ทำงานแบบแม่นังพิมพ์ พลอยสุขสบายตามไปด้วย
วัน ๆ นั่งกิน นอนกิน ตกเย็นตั้งวงดื่มเหล้า เมาแล้วก็นอน ใครมันจะสบายได้เท่ากูขนาดนี้วะ ฮ่าๆ
ว่าแต่ ดีขนาดนี้ เมื่อไหร่จะตบแต่งกันสักทีวะ กูขี้เกียจตอบคำถามคนอื่นแล้วเนี่ย ว่าเมื่อไหร่ไอ้ลูกเขยหมอจะมาสู่ขอลูกสาวกูสักที
“แม่ อย่าพูดแบบนั้นสิ” พิมพ์มาดาปาดน้ำตาออก แล้วรีบเตือนแม่ เรียกหมอจักรว่าลูกเขยอีกแล้ว เธอกระดากหูยังไงก็ไม่รู้
“กูพูดอะไรผิด”
“ก็แม่เรียกหมอจักรว่าลูกเขยไงจ๊ะ”
“แล้วกูพูดผิดตรงไหน ก็มันเป็นแฟนมึง อีกไม่นานก็จะมาเป็นลูกเขยกู” เรียกตอนไหน ก็เหมือนกันนั่นแหละ
“แต่เรายังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อยเลยแม่ คุณหมอจะเสียหายเปล่า ๆ จ้ะ” เป็นเพราะเธอโกหกแม่ว่า เธอคบกับหมอจักร เพราะฝ่ายนั้นมาส่งเธอเป็นประจำ
หากบอกว่าเธอขายตัวให้หมอจักร แม่ต้องว่าแน่ ๆ แม่คงอายจนไม่รู้ว่าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
และเรื่องนี้ หมอจักรยังไม่รู้
ดีว่าเราอยู่คนละหมู่บ้านกัน เขาอยู่คันคาย ส่วนเธออยู่เนินอูม หากไม่อย่างนั้นแล้ว ข่าวอาจจะถึงหูหมอจักรได้ พาลให้อีกฝ่ายไม่พอใจขึ้นมา
แต่ต่อจากนี้ไป เธอคงไม่ต้องกังวลแล้วละ เพราะแม่จะไม่ได้เห็นหน้าหมอจักรอีกแล้ว
“งั้นก็รีบบอกมันมาสู่ขอมึงซะสิ เรียนจบก็แต่งกันไปให้มันจบ ๆ กูจะได้หายห่วง” ถึงกูจะเป็นแม่ที่ไม่เอาไหน แต่กูก็ห่วงลูกสาวกูนะเว้ย อยากให้มันเป็นฝั่งเป็นฝามีคนดูแลสักที
“แม่” เอ่ยเรียกอีกฝ่ายเสียงสั่น เพราะรู้สึกสะเทือนใจที่จะต้องเล่า ไม่รู้แม่โอเคไหม แต่เธอรู้สึกไม่ดีเอามาก ๆ
แต่ยังไงก็ต้องเล่า แม่จะได้เลิกคิดเรื่องที่จะได้หมอจักรมาเป็นลูกเขยสักที
“พิมพ์มีอะไรจะเล่าให้ฟังจ้ะ”
“เรื่อง?”
“พิมพ์เลิกกับหมอจักรแล้วนะแม่ และต่อไป แม่จะไม่ได้เห็นหมอจักรมาส่งพิมพ์อีกแล้วจ้ะ”
“ฮะ!” คนที่ได้ฟังชาไปทั้งตัว พิมพ์มาดากำลังจะบอกว่า ฝันที่จะได้เป็นแม่ยายหมอ กำลังล่มสลายเหรอ
“ใช่จ้ะแม่ พิมพ์เลิกกับหมอจักรแล้วจ้ะ”
“ทำไมถึงเลิกกัน เขาบอกเลิกมึง หรือมึงบอกเลิกเขา”
“เอ่อคือ...” พิมพ์มาดาคิดหนัก ถ้าบอกว่าอีกฝ่ายบอกเลิกเธอ แม่คงว่าเขาแน่เลย ไม่แค่นั้นอาจจะป่าวประกาศไปทั่วว่าฝ่ายนั้นเป็นคนไม่ดีที่มาบอกเลิกเธอ เพราะฉะนั้น บอกว่าเธอเป็นฝ่ายบอกเลิกดีกว่า
“พิมพ์บอกเลิกหมอจักรเองจ้ะ”
“ฮะ! มึงบอกเลิกเขา?”
“ใช่จ้ะ โอ๊ย ๆ! แม่หยุดตีพิมพ์ก่อน!”
“มึงบอกเลิกหมอจักรทำไมฮะ! มึงรู้ไหม นั่นบ่อเงินบ่อทองมึงเลยนะ! แต่งกับเขามึงสบายไปทั้งชาติ แม่มึงก็ด้วย ทำไมมึงไม่คิดฮะนังพิมพ์!”
“เราเข้ากันไม่ได้จ้ะแม่”
“ฮะ! เข้ากันไม่ได้? อย่าบอกนะว่า พวกมึงยังไม่ได้เอากัน!” ลูกเธอกำลังจะบอกว่า ของตัวเองเล็ก แล้วของหมอจักรใหญ่งั้นเหรอ
มันจะใหญ่เท่าเสาบ้านไหมวะ กูอยากรู้จริง ๆ
“แม่ อย่าเสียงดังสิ ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอก” พิมพ์มาดารีบเอามือปิดปากแม่ ทว่าโดนแกะออกอยู่ดี
“งั้นมึงก็พูดมา!” แม่ง หงุดหงิดจริง ๆ
“เรื่องทั่วไปจ้ะ สังคมคุณหมอสูงเหลือเกินแม่ พิมพ์ปรับตัวไม่ได้สักที ก็เลยเกรงใจ เป็นฝ่ายขอเลิกกับคุณหมอเองจ้ะ” พูดไปก็จะร้อง เพราะที่เอ่ยกับแม่คือเรื่องโกหกทั้งนั้น
แต่ความจริงเธอท้อง แล้วเธอก็ยังไม่รู้จะเอายังไงกับชีวิต เพราะถ้าแม่รู้ว่าเธอเลิกทั้งที่ท้องกับหมอจักร แม่ต้องว่าเธอแน่ เพราะฉะนั้น เธอจะยังไม่บอกเรื่องนี้กับแม่ จนกว่าเธอจะพร้อม
เธอวางแผนเอาไว้ว่า หลังจากเรียนจบเธอจะลงไปอยู่ที่กรุงเทพ แล้วส่งเงินขึ้นมาให้แม่ใช้ทุกเดือน
พอทำใจได้ เธอถึงจะกลับมา แล้วก็คงจะหอบหลานตัวน้อยกลับมาขอขมาแม่ ที่ลูกสาวคนนี้บังอาจท้องไม่มีพ่อ