ตอนที่ 10 สงสัย

809 Words
@หลายเดือนต่อมา @โรงเรียนประถมคันคาย “อย่าดื้ออย่าซนนะครับ แล้วตอนเย็นแม่จะให้ยายมารับ” พิมพ์มาดาแวะส่งลูกที่โรงเรียนตอนเช้า ก่อนจะขับมอเตอร์ไซค์ไปทำงาน เข้าวันที่สามแล้วของการเปิดเทอมใหม่ ลูกชายเธอขึ้นชั้นอนุบาลหนึ่งที่โรงเรียนประถมคันคาย ซึ่งก่อนหน้านั้นเรียนเตรียมอนุบาลที่โรงเรียนศูนย์เด็กเล็ก เด็กชายตัวน้อยทำหน้าเศร้า ทำตาปริบ ๆ เพราะไม่อยากมาโรงเรียน อยู่ที่บ้านสนุกกว่าตั้งเยอะ “เขต...” “ค้าบ...เขตจะไม่ดื้อไม่ซน เป็นคนดีของแม่กับยายค้าบ” “ดีมาก” พิมพ์มาดาได้ยินอย่างนั้นโล่งใจ ดีที่ลูกชายของเธอว่าง่าย ก็ตามประสาเด็ก อาจมีงอแงบ้างเป็นธรรมดา นั่งยอง ๆ ลงที่ด้านล่าง สำรวจความเรียบร้อยให้ลูกชาย มีผ้ากันเปื้อนสีชมพูสวมทับเสื้อนักเรียนสีขาว กระดุมเสื้อติดกับกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน สวมรองเท้าหนังเทียมสีดำ กับถุงเท้าที่ขาวสะอาดเพราะคนเป็นยายซักมือให้ สะอาดเอี่ยมอ่องตั้งแต่หัวจรดเท้า ลูกชายเธอเป็นคนผิวพรรณขาวสะอาด เพราะทั้งเธอและพ่อของลูกเป็นคนผิวขาวกันทั้งคู่ เขตจึงมีผิวที่ขาวมาก แถมริมฝีปากยังเป็นสีชมพู “แม่ต้องไปทำงานแล้วนะครับ เย็นนี้เจอกันนะครับ” “อ่าหะ” เขตพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะโบกมือให้แม่แล้วเดินเข้าห้องเรียนไป ส่วนคนที่กำลังจะไปทำงาน กลับต้องตกใจเมื่อเห็นใครบางคนยืนมองมาทำท่าทางสงสัย “พิมพ์” “อะ...อาจารย์ปราชญ์...” หญิงสาวในชุดพนักงานของห้างสรรพสินค้าทำตัวไม่ถูก พอนึกขึ้นได้จึงรีบยกมือไหว้อีกฝ่ายไป “สวัสดีค่ะ” บอกพร้อมใจที่เต้นแรง เธอรู้จักอาจารย์ปราชญ์ เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นญาติกับคนที่เธอเคยสนิท แถมอาจารย์ยังรู้เรื่องราวของเราทั้งคู่ดีว่าเธอกับ ‘นายแพทย์อาณาจักร แสนร้าย’ อยู่ในสถานะไหนกัน “มาส่งใครเหรอครับ” เขาเห็นพิมพ์มาดาคุยกับเด็กน้อย พอเดินเข้ามาดูใกล้ ๆ เด็กคนนั้นกลับเดินเข้าห้องเรียนไปเสียแล้ว เลยไม่ทันได้พูดคุย เมื่อหลายปีก่อนเขาได้ฟังเรื่องราวทั้งหมดจากปากของอาณาจักร ว่ายุติความสัมพันธ์กับพิมพ์มาดาในฐานะผู้ซื้อกับผู้ขายแล้ว เพราะหญิงสาวมีความตั้งใจจะลงไปทำงานกรุงเทพหลังจากเรียนจบ จากนั้นเขาก็ไม่ได้เจอหน้าฝ่ายนี้อีกเลย จนกระทั่งวันนี้ ผ่านมาแล้วหลายปี เขาเพิ่งได้เจอหน้าพิมพ์มาดาเป็นครั้งแรก อย่าบอกนะว่าอีกฝ่ายแต่งงานมีลูกแล้ว “อะ...เอ่อ...” คนตัวเล็กทำตัวไม่ถูก และไม่รู้ว่าจะบอกอีกฝ่ายยังไงดี ถ้าเธอบอกว่ามาส่งลูก อาจารย์ปราชญ์จะถามต่อไหมว่าใครคือพ่อของเด็ก แต่ถ้าบอกว่ามาส่งหลาน สักวันหนึ่งเขาก็ต้องรู้อยู่ดี เพราะลูกชายเธอต้องเรียนที่นี่ไปจนกว่าจะจบป.6 “พิมพ์มาส่งลูกค่ะ” พิมพ์มาดาตัดสินใจบอกออกไปตรง ๆ เพราะคิดว่ามันไม่ได้เสียหายอะไร “มาส่งลูก?” พิมพ์มาดาพยักหน้า ทำเอาคนที่ได้ฟังคำตอบชัด ๆ ถึงกับพูดไม่ออก ทว่าความอยากรู้ทำให้ต้องถามออกไป “พิมพ์แต่งงานแล้วเหรอครับ” “ค่ะ แต่พิมพ์เลิกกับพ่อของลูกไปแล้วนะคะ” “อ๋อ...” อาจารย์หนุ่มพยักหน้า กำลังจะถามว่าพ่อของเด็กคือใคร แต่พิมพ์มาดากลับเอ่ยดักทางเหมือนรู้ว่าเขาจะถาม “พี่เสียใจด้วยนะครับ” “ขอบคุณค่ะ งั้นพิมพ์ไปทำงานแล้วนะคะ พอดีต้องรีบไปเข้างานค่ะ” รีบยกมือไหว้อีกฝ่ายแล้วเดินจากไป ทว่ากลับได้ยินคนข้างหลังเรียกชื่อ “เออเดี๋ยวพิมพ์!” หญิงสาวหลับตาลงนิ่ง ก่อนจะพยายามทำตัวไม่ให้อีกฝ่ายสงสัย แล้วหันกลับไปฉีกยิ้มให้บาง ๆ “คะ” “พิมพ์กลับมาอยู่ที่เนินอูมนานแล้วเหรอ ตอนนั้นไอ้จักรมันบอกพี่ว่าพิมพ์ลงไปทำงานที่กรุงเทพ” “กลับมาได้สักพักแล้วค่ะ” ความจริงราว ๆ หนึ่งปี แต่เธอไม่ได้มาเหยียบที่หมู่บ้านคันคาย เพราะไม่มีธุระต้องมา หากเป็นของกิน ก็จะซื้อร้านค้าแถวบ้านที่มารับจากตลาดสดหมู่บ้านคันคายกลับไปขาย “อ๋อครับ” “งั้นพิมพ์ขอตัวไปทำงานแล้วนะคะ” “ครับ” อาจารย์หนุ่มพยักหน้า ไม่ลืมมองโลโก้ของยูนิฟอร์มบนกระเป๋าเสื้อตรงอกว่าพิมพ์มาดาทำงานอยู่ที่ไหน ‘ห้างสรรพสินค้าคันคาย’ เป็นห้างเปิดใหม่ในตัวอำเภอคันคายนี่เอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD