เสียงดนตรีที่ดังสนั่นหวั่นไหวประสานกับนักท่องราตรีมากมายที่กำลังโยกย้ายส่ายสะโพกตามจังหวะเพลงที่ดูจะครึกครื้นเหมือนเฉกเช่นดังทุกคืน แต่ภายในบรรยากาศที่แสนจะรื่นรมย์นี้กลับมีเพียงฉันที่นั่งหงอยเหมือนไก่ตายซากด้วยใบหน้าที่ดูจะเบื่อหน่ายสุดๆ
ต่อให้เสียงเพลงจะดังก้องมากแค่ไหนแต่ในโสตประสาทฉันกลับเงียบสงัดไม่ได้รับรู้ถึงความสนุกสนานเหมือนคนอื่นๆ เลยสักนิด ฉันยกแก้ววอดก้ากระดกเข้าปากซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนพนักงานมองด้วยสายตาอึ้งๆ หึ แค่นี้สบายมากน่า ฉันเลือกจะนั่งอยู่ที่โต๊ะบาร์เพราะว่ามาคนเดียว ถามว่าในชีวิตมีเพื่อนไหมก็มีแต่ไม่ได้อยู่ที่ไทยไง
“ดื่มด้วยกันนะครับ ผมเลี้ยง” ดวงตาคู่สวยของฉันเหลือบไปมองผู้ชายที่ยื่นแก้วค็อกเทลสีสวยมาให้เล็กน้อย
ฉันยื่นมือไปรับแก้วจากเขามาก่อนจะส่งยิ้มหวานที่ใครต่อใครเห็นก็ต้องละลายไปให้
ซ่าาาา!!!!
“ชิบ!!! ทำอะไรของเธอวะ” ผู้ชายที่ยื่นแก้วค็อกเทลมาให้ฉันสบถออกมาอย่างหัวเสีย เมื่ออยู่ๆ ฉันก็ดันสาดค็อกเทลในแก้วใส่หน้าเขาจังๆ จนคนที่อยู่บริเวณนี้หันมามอง
“มุขตื้นๆ คิดว่าฉันไม่รู้รึไงในแก้วนี้มียา G ซึ่งเป็นยาปลุกเซ็กส์ในรูปแบบสารเหลวที่ไม่มีสีและกลิ่น แกใช้ยานี้กับใครมาบ้างแล้วล่ะ รู้ไหมว่าผลข้างเคียงมันอันตรายแค่ไหน หากดื่มเข้าไปนอกจากจะปลุกอารมณ์ทางเพศแล้ว ยังส่งผลให้เกิดอาการชัก หมดสติ หรือหัวใจหยุดเต้นได้เลยนะ” ฉันพูดก่อนจะกระชากขวดยาในกระเป๋ากางเกงของมันออกมา รู้ไหมถึงฉันจะเป็นแบบนี้เหมือนคนไม่สนโลกแต่เชื่อเถอะว่าไม่มีอะไรเล็ดลอดสายตาที่คมดังเหยี่ยวอย่างฉันได้หรอก
“เอาคืนมานะ” ฉันได้แต่ทำหน้านิ่งกำขวดยาG ไว้แน่น ทำไมล่ะถ้าฉันไม่คืนแล้วจะทำไม จริงๆ ยาตัวนี้ถูกสั่งห้ามผลิตและพัฒนาไปแล้วนะ ผู้ใดมีไว้ครอบครองมีโทษจำคุกไม่เกิน2ปี จริงๆ ชื่อของมันคือ GBL และพัฒนาจนมาเป็นGHL แต่คนส่วนใหญ่รู้จักกันในชื่อยา G
พรึบ!!!
“พูดดีๆ ไม่ชอบสินะ ฉันเปลี่ยนใจไม่เอายานั้นคืนละ แต่เอาเธอไปด้วยเลยดีกว่า” บาร์เทนเดอร์และเด็กเสิร์ฟที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์พากันถอยห่างด้วยความตื่นตกใจ รวมถึงผู้คนที่เห็นเหตุการณ์อยู่ในตอนนี้ด้วย แต่เพราะผู้คนส่วนใหญ่เริ่มเมากันแล้วจึงไม่ค่อยพากันสนใจเท่าไหร่ ถ้าถามว่าบาร์เทนเดอร์ตกใจอะไรนะหรอ ก็เพราะไอ้เวรนี่นะสิอยู่ๆ ก็ยกปืนขึ้นมาจ่อที่หัวของฉันซะงั้น
“นี่บ้านนายใช้วิธีขอร้องสาวให้ไปด้วยแบบนี้นะหรอ?” ฉันยังถามมันออกไปโดยไม่รู้ร้อนรู้หนาวราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“อย่าพูดมาก เธออยากโดนฉันเป่าหัวทิ้งไหมล่ะ ห้ะ!!” เห๊อะๆ ฉันอุตส่าห์ได้ออกมาเที่ยวพักผ่อนสมองหลังจากหมกมุ่นอยู่กับงานนานนับ1ปีเต็มๆ กว่าทุกอย่างจะลงตัวก็เล่นฉันไมเกรนขึ้นเป็นร้อยๆ รอบ ทั้งลุงไนท์ทั้งพ่อฉันต่างพากันสอนงานให้ฉันไม่มีหยุดหย่อน และที่หนักไปกว่านั้นพี่ชายตัวดีของฉันมีธุรกิจอย่างเดียวซะที่ไหนล่ะ เขามีธุรกิจเป็นสิบๆ อย่าง นี่ไม่รวมพวกสนามแข่ง คลับไนต์อีกนะ หลงเมียจนทิ้งทุกอย่างไว้ให้ฉันรับช่วงต่อหมด
“ลุกดิ เร็วๆ” ฉันเริ่มจะทนไม่ไหวกับไอ้เวรนี่แล้วนะ
“เฮ้อ!!! เอาปืนออกจากหัวฉันซะ” ฉันควบคุมสติอารมณ์ตัวเองสุดฤทธิ์ พร้อมกับถอนหายใจออกมาเบาๆ
“นับ1….นับ2…..นับ” หมับ!!! ปืนที่เคยอยู่ในมือของมันแปลเปลี่ยนมาอยู่ในมือของฉันเพียงแค่พริบตาเดียวเท่านั้น เด็กเสิร์ฟและบาร์เทนเดอร์ถึงกับอึ้งจนอ้าปากค้าง
“สาวน้อย นั่นมันไม่ใช่ของเล่นนะ เธอยิงไม่เป็นหรอกน่า” มันยิ้มบอกฉันด้วยใบหน้าที่ไม่ได้รู้สึกกลัวอะไร ยิงไม่เป็นงั้นหรอ
เพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ฉันมองมัน มันก็รีบยกมือขึ้นมาเพื่อหวังจะแย่งปืนกลับไป แต่อ่ะอ่า ก็ยังช้ากว่าฉันไปหนึ่งก้าว ฉันรีบชักปืนกลับมาก่อนจะปลดล็อกเซฟตี้และยื่นไปจ่อหัวมันอีกรอบ
“หว่า!!! ถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้มเลยหรอ”
เรนเดย์ Talk
ผมอยู่ในคลับแห่งหนึ่งกำลังนั่งดื่มกับเพื่อนๆ และสาวๆ มากมายที่ชั้นสองโซนวีไอพีที่สามารถมองลงไปเห็นผู้คนมากมายที่อยู่ยังด้านล่าง แต่แล้วนัยน์ตาของผมก็ดันไปสบเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งที่แสนจะคุ้นเคย และต่อให้ผมมองลงมาจากดาวอังคารก็ยังรู้เลยว่าเธอเป็นใคร ขนาดมองแค่เส้นผมก็ยังจำเธอได้
“เจนิส!!!” ผมเอ่ยเรียกชื่อเธอก่อนจะลุกพรวดพราดขึ้นจนเพื่อนๆ และสาวที่อยู่ข้างกายพากันตกใจ วินาทีนี้ผมไม่สนอะไรทั้งนั้น ผมจะลงไปจัดการกับไอ้เวรที่กำลังเอาปืนจ่อหัวเธออยู่
“อ้าวๆ ไอ้เหี้ยเรนไปไหน รอกูด้วย” ผมไม่ได้สนใจเสียงร้องเรียกของเพื่อนเลยสักนิด
แต่พอลงมาถึงที่เคาน์เตอร์บาร์คนที่กำลังโดนปืนจ่อหัวดันเป็นไอ้เวรนั่นซะแล้ว ผมและไอ้ไทน์ยืนมองเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่เงียบๆ ดูเหมือนเธอกำลังจดจ่ออยู่กับไอ้เวรนั่นเลยไม่รู้ว่าผมยืนอยู่ข้างหลังของเธอ
“ธะ..เธออย่าทำอะไรบ้าๆ น่า” มันเอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก พร้อมกับตัวที่สั่นสะท้าน
“ปืนพกรุ่นWalther P99 สัญชาติเยรมัน มีน้ำหนักอยู่ที่0.63กิโลกรัม ใช้กระสุน9มม. บรรจุกระสุนใส่แมกกาซีนได้12ถึง16นัด หึ ลองคิดภาพตามเล่นๆ นะ โดยปกติลำกล้องสี่นิ้วความเร็วของลูกกระสุนปืน9มม.ที่ยิงออกไปจะอยู่ที่1,018ฟุตต่อวินาที ขนาดยิงในระยะห่าง5เมตรยังสามารถเจาะผ่านไม้หน้าสามจนทะลุได้ แล้วถ้าฉันเกิดหงุดหงิดและเผลอลั่นไกใส่หัวแกมันจะเป็นยังไงน่าาา”
ผมและไอ้ไทน์รวมถึงผู้คนแถวนี้ต่างพากันยืนมองเธออย่างอึ้งๆ นี่เธอรู้รายละเอียดเกี่ยวกับปืนพวกนี้ได้ยังไงเนี่ย เจนิสคนเดิมที่ผมเคยรู้จักช่างแตกต่างจากเธอคนนี้โดยสิ้นเชิง และดูเหมือนมันจะกลัวจนฉี่ราดไปแล้วครับเพราะผมยืนอยู่ข้างหลังของเธอเลยไม่รู้ว่าเจนิสทำหน้าตายังไงไอ้เวรนี่ถึงได้กลัวขนาดนี้
“หึ ฉันไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะถ้าฉันลั่นไกขึ้นมาจริงๆ ลูกกระสุนมันจะเจาะเข้าสมองของแก เพียงชั่วพริบตาเดียวแกจะไม่รู้สึกเจ็บด้วยซ้ำ เพราะสมองของแกมันจะแตกกระจุยก่อนต่อมประสาทจะเริ่มทำงานรับรู้ความเจ็บปวดยังไงล่ะ” ว่าจบเธอก็ชักปืนที่เล็งอยู่ที่หัวของมันกลับมา จากนั้นเธอก็กดถอดแมกกาซีนออก ไม่พอครับมือบางยังดึงลากสไลด์เคลียร์ลังเพลิงถึง3ครั้ง เพื่อมั่นใจว่าปืนถูกเคลียร์และปลอดภัยแล้วก่อนจะโยนกลับคืนให้มัน
ผมนี่ถึงกับอึ้งแล้วอึ้งอีกอึ้งจนอ้าปากค้าง เพราะการกระทำของเธอทุกอย่างเหมือนถูกฝึกสอนมาจนติดเป็นนิสัย แต่เดี๋ยวนะใครมันจะเป็นบ้าสอนเกี่ยวกับเรื่องปืนพวกนี้ให้เธอกัน หรือว่าที่เธอบอกเลิกผมเพราะว่าเธอเป็นสายลับ FBI อะไรทำนองนี้เหรอ
“นี่มึงพากูมาดูช็อตเด็ดแม่นางฟ้าเทพธิดาคนงามคนนี้หรอวะ กูชักรู้สึกอยากจะได้ผู้หญิงคนนี้ขึ้นมาแล้วสิ เก่งสัส!!!” ไอ้ไทน์พูดขึ้นมาพร้อมกับลูบไล้ริมฝีปากตัวเอง เห๊อะๆ มึงต้องข้ามศพกูไปก่อนแล้วล่ะครับ ผู้หญิงคนนี้คือแฟนเก่ากูเอง