บทที่ 1 เริ่มเกม

1334 Words
งานเลี้ยงฉลองสุดยิ่งใหญ่เพื่อฉลองหุ้นเดอะเอ็มไนน์ที่ก้าวเข้าสู่ตลาดหลักทรัยพ์ทั้งเอเชีย-ยุโรป ถูกจัดขึ้นอย่างอลังการพร้อมกับผู้ร่วมงานที่ไม่ธรรมดาซึ่งเป็นงานรวมเหล่าคนดัง ไฮโซ เจ้าพ่อ เจ้าแม่หลากหลายวงการเลยก็ว่าได้ อิทธิพลของซีอีโอหนุ่มสุดฮอตแผ่ไพศาลกว้างไกล จึงทำให้หลายๆ คนเกรงและกลัวประธานหนุ่มพอสมควร ไหนจะเป็นทายาทของนิลมาศกรุ๊ป ผู้นำเข้า-ส่งออก และผลิตโลหะรถยนต์หนึ่งในสิบของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย และมีแม่เป็นถึงลูกสาวเจ้าพ่อแห่งเกาะเกาลูน เลยยิ่งทำให้แขกเหรื่อพากันตั้งตารอคอยและแสดงความยินดีให้กับ "โมไนย นิลมาศ" หนุ่มวัย 31 ลูกครึ่งสามสัญชาติ ไทย-จีน-ญี่ปุ่น แม้ว่าทายาทไฮโซทั่วประเทศจะตบเท้าเข้ามาร่วมงาน แต่ไม่ใช่กับลูกสาวหัวแก้วหัวแหวน คนเดียวของประธาน อชิน สาวมั่นลูกครึ่งไทย-จีน "อิสยาห์ ภวัตกวินันท์ อย่างแน่นอน เพราะถึงเธอไม่ถูกเชิญก็ไม่อยากเสนอหน้ามานัก แต่ที่เธอมาร่วมงานเพราะพี่ชายกำชับนักหนาว่าให้เธอมาเป็นตัวแทนเขา “ช่อดอกไม้ของฉันเดินทางถึงงานแล้วใช่ไหม อาฟง” เรียวปากอิ่มสีส้มนู๊ดเปรยขึ้นขณะสไลด์หน้าจอแท็บเล็ต สองขายาวขาวเนียนไขว้พาดวางบนเบาะรถลีมูซีนสีดำคันหรู ที่กำลังแล่นตรงไปยังที่จัดงานเลี้ยงแสดงความยินดีของเดอะเอ็มไนน์ “ครับคุณไอริส” “ดี” หญิงสาวตอบ สองนิ้วจับขาแว่นออก แล้วพับเสียบไว้กลางร่องอกขาวในชุดสูทสีดำแขนยาวคว้านลึกเผยให้เห็นอกอิ่มทรงสวยที่เบียดชิดกันแน่นจนแทบไม่มีพื้นที่หายใจ สร้อยเพชรของรักของหวงที่เธอห้อยไว้ติดตัวเสมอถูกถอดเก็บลงกล่องผ้ากำมะหยี่สีดำอย่างมิดชิด ผมสีดำขลับถูกปล่อยยาวสยายแผ่คลุมแผ่นหลัง ขาเรียวเล็กในชุดสูทนักธุรกิจหญิงก้าวออกมาลงบนพรหมสีแดงเมื่อรถจอดเทียบท่าระหว่างทางเดินเข้างาน พนักงานของเดอะเอ็มไนน์พากันเอี้ยวมองตามหลังร่างเล็กสะโอดสะองค์ที่ขยับขาก้าวฉับๆเข้าประตูงานอย่างมั่นใจ ใบหน้าสวยหวานเฉี่ยวสะดุดตา หันมองกลุ่มพนักงานฝ่ายลงทะเบียนแล้วส่งยิ้มหวานให้อย่างเป็นมิตร บอดี้การ์ดสามคนเดินประกบตามหลังเจ้านายสาวอายุน้อยเพื่อคอยคุ้มกันภยันตรายรอบตัวให้เธอตามคำสั่งของนายใหญ่และนายหญิง พนักงานเปิดประตูก้มโค้งทักทายให้หญิงสาวร่างระหงอย่างพร้อมเพรียง ขณะที่หญิงสาวอีกคนในชุดเดรสสีชมพูโอรสเดินออกมาต้อนรับแขกวีไอพีคนสำคัญของเธอ “สวัสดีค่ะ คุณไอริส ไม่เจอกันหลายปี สวยมากจนเลน่าจำแทบไม่ได้เลยค่ะ” หญิงสาวโผเข้ากอดเลน่าและกระซิบข้างหูเธอถึงแผนการเซอร์ไพรส์ให้กับเจ้านายของเธอ อิสยาห์ยื่นกล่องของขวัญอันเล็กส่งให้เลขาซีอีโออย่างมีลับลมคมใน เลน่ารีบรับมาแล้วเก็บลงกระเป๋าของเธอ “ขอบใจมากจ้ะ เลน่า” “Always ค่ะ คุณไอริส” เลขาสาวส่วนตัวที่ถือได้ว่าสนิทกับตระกูลใหญ่อย่างนิลมาศและภวัตกวินันท์ จึงทำให้ไม่ว่าเธอจะทำอะไรให้ฝ่ายใดก็จะไม่มีวันโดนด่า หรือโดนลงโทษเด็ดขาด เพราะความจริงเธอเปรียบเสมือน เพื่อนเล่นที่โตมาพร้อมกับคนทั้งสองตระกูล อิสยาห์เดินเข้างานเลี้ยงที่เสียงดังอึกทึกครึกโครมจากดนตรีในงาน สายตาของเธอหยุดกึกที่เป้าหมายหนึ่งเดียว แต่วันนี้กลับมีสอง หนึ่งคือ ผู้ชายเจ้าชู้ตัวพ่อกับผู้หญิง ที่เขาประกาศทั่วฟ้าเมืองไทยว่าเธอคือบุคคลที่เขาจะแต่งงานด้วย ริมฝีปากสีส้มนู๊ดคว่ำลงด้วยความรังเกียจแกมขบขัน ไม่นานพนักงานเสริฟ์คนหนึ่งก็เดินตรงเข้าหาชายหนุ่มหญิงสาวแล้วยื่นส่งช่อดอกไม้ช่อยักษ์สีดำให้กับประธานหนุ่ม “ดอกไม้แสดงความยินดีครับ” “จากใคร” ซีอีโอหนุ่มรับมาและมองดูดอกไม้สีช่อมหึมาอย่างสงสัย เขาจับป้ายกระดาษมาดูแต่กลับพบเพียงคำว่า “ Congrats ” อยากรู้นักว่าบุคคลนิรนามคนใดส่งมาให้เขากัน “ช่างไม่จดจำอะไรเอาเสียเลย” อิสยาห์rพึมพำและกำมือแน่นด้วยความเจ็บใจนึกถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เขาตะบัดสัตผิดคำพูดและยังไล่เธออย่างไม่ใยดี ทำกับว่าขยะแขยงเธอนักหนา หญิงสาวเดินตรงไปยังเป้าหมายที่กำลังมองดูช่อดอกไม้อย่างพินิจพิเคราะห์ว่าใครคือผู้ที่ส่งดอกไม้มาแสดงความยินดีกับเขา ขายาวในชุดสูทสีขาวหยุดนิ่ง ชายหนุ่มไล่มองตั้งแต่ปลายรองเท้าส้นแหลมขึ้นไปถึงช่วงขาเรียวและร่องอกขาวจัดที่เบียดเสียดล้นออกมาอยู่นอกเสื้อสูท จวบจนใบหน้าเล็กคมหวานที่พร้อมจะเชือดเฉือนทุกคนที่จ้องมอง “ดอกไม้นั่น ของฉันเองค่ะ” ชายหนุ่มผงะเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าเจ้าของช่อดอกไม้เป็นของผู้หญิงที่ยืนประชันหน้ากับเขาอยู่ “คุณไอริสใช่ไหมครับ” ช่างภาพคนหนึ่งปรี่เข้ามาหาแล้วทักเธอ ทำให้ความคิดวูบหนึ่งของซีอีโอหนุ่มแล่นปราดเข้ามาเตือนเรื่องราวในวันวานกับผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อเดียวกัน “ค่ะ” “คุณไอริสกลับมาเมืองไทยตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ ปกติผมเห็นคุณไอริสอยู่แต่ฮ่องกง” “มาแสดงความยินดีให้กับเพื่อนของพี่ชายค่ะ” “อ๋อ ที่แท้คุณโมไนยก็เป็นเพื่อนกับคุณ อิศณะ ภวัตกวินันท์นี่เอง” ความทรงจำเกี่ยวกับสองพี่น้องกลับคืนมา ที่แท้ผู้หญิงคนนี้ก็เป็นเพื่อนกับไอ้ อิศ เพื่อนสนิทของเขาที่ต้องไปเรียนต่างประเทศกะทันหัน แล้วก็ขาดการติดต่อตั้งแต่ตอนนั้น หรือว่าผู้หญิงคนนี้จะคือยัยเด็กเนิรด์ แว่นตาหนาเตอะ ผิวไหม้เกรียมแดดคนนั้นที่เขาเคยทำแย่ๆ กับเธอไว้ แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไง เพราะตอนนี้ผู้หญิงตรงหน้าสวยหยาดเยิ้มซึ่งผิดเพี้ยนจากคนก่อนมากเหลือเกิน “พอดีฉันผ่านมาทำธุระเลยนึกถึงเรื่องในอดีตที่ใครบางคนที่ฉันรู้จักดีเกิดลืมขึ้นมา เลยถือโอกาสมาเตือนความจำสักหน่อย” “แล้วคุณไอริสกับคุณโมไนยรู้จักกันเป็นการส่วนตัวหรือเปล่าครับ” หญิงสาวตวัดสายตากลมโตไปที่ใบหน้าของซีอีโอหนุ่มอย่างครุ่นคิดถึงรอยแผลที่เขาสร้างไว้ มุมปากอิ่มสวยหยักขึ้นเล็กน้อย “ผมไม่เจอเธอมาหลายปี ก็เลยไม่ได้คุยกันเลย จะเคยคุยก็คงแค่ครั้งสองครั้ง” เธอจ้องเขม็งไปที่ใบหน้าดุคมของเขาที่พูดจาแดกดันใส่เธอ “ฮึ! สำหรับฉันแค่ครั้งเดียวก็พอค่ะ แต่ยังไงก็แสดงความยินดีด้วยนะคะ ฉันขอตัวก่อน” “หวังว่าเราคงจะได้เจอกันอีกนะครับ น้องไอ” ปลายรองเท้าส้นแหลมสีดำหยุดกึก เมื่อเขาเอ่ยทักชื่อเธออย่างคุ้นเคย อิสยาห์กำมือแน่นผ่อนปรนลมหายใจแล้วก้าวขาเดินจากเขามาโดยไม่โต้ตอบบทสนทนาใดๆ ทั้งที่ภายในใจอยากจะสบถด่าเขาด้วยถ้อยคำมากมาย ช่างภาพหนุ่มมองชายหญิงที่ต่อบทสนทนาไปอย่างสับสนจนเขาดูเหมือนเป็นส่วนเกินในวงสนทนานี้ไปโดยปริยาย “โมคะ คุณพ่อคุณแม่แคทมาถึงแล้วนะคะ” แคทรีน่า แฟนสาวและคู่หมั้นที่ซีอีโอหนุ่มกำลังจะแต่งงานด้วยเดินเข้ามาเกาะแขน ขณะที่อิสยาห์เดินห่างออกไปเรื่อยๆ น่าแปลกนักที่ตอนนี้เขากลับเหม่อลอยและคล้อยตามท่วงท่าสง่าดั่งนางพญาที่หยิ่งผยองของน้องสาวเพื่อนซี้ที่ไม่ได้เจอกันหลายสิบปีจนลืมคนข้างกายที่กำลังกระตุกแขนเรียกสติ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD