ไม่แปลกหรอกที่พวกมันจะไม่เชื่อแม้แต่ผมยังไม่อยากจะเชื่อเลยว่าน่าตาอย่างเธอจะไม่เคยมีแฟนทว่าคำตอบของคนที่นั่งอยู่บนตักก็ทำเอาผมกับลูกน้องอึ้งไปตามๆกัน
"ลันไม่เคยมีแฟนหรอกค่ะ.. จูบเมื่อกี้ก็เป็นจูบแรกของลัน" เธอก้มหน้าพูดอย่างเขินอายดูแล้วน่ารักจริง ๆ
นี่ผมกำลังจะได้เปิดซิงสาวน้อยน่ารักหรอเนี่ยแม่งอะไรจะโชคดีขนาดนั้นยิ่งกว่าถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 อีก แต่ไม่ว่ายังไงแม้เธอจะถูกใจผมขนาดไหนผมก็ยังเชื่อในคำพูดของเธอไม่ได้อยู่ดีจนกว่าจะพิสูจน์ได้จริง ๆก็เธอน่าตาน่ารักขนาดนี้จะให้ผมเชื่อจริงเหรอว่าเธอไม่เคยมีแฟนอย่างที่พูด
"ไม่เคยมีแฟนแล้วทำไมถึงมาทำงานนี้เธอเดือดร้อนเรื่องเงินเหรอ? "
"ค่ะแม่ลันป่วยลันไม่มีเงินพาแม่ไปโรงบาลลันเลยต้องมาทำงานนี้"
"ต้องใช้เงินเท่าไร"
"คะ? "
สาวน้อยน่ารักเอียงคอมองผมราวกับไม่อยากจะเชื่อในคำถาม
"ต้องใช้เงินเท่าไรในการรักษาแม่เธอ"
"พี่หมอบอกว่า8แสนค่ะ"
"พี่หมอ...? "
ผมพูดทวนอย่างสงสัย
"พี่หมอคิมคือหมอประจำตัวของแม่ลันค่ะ"
เธอพูดจบก็ยื่นมือไปหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพานมากดรูปผู้ชายคนหนึ่งให้ผมดูด้วยท่าทางใสซื่อ
ผมมองรูปในมือถือก็เห็นสายตาที่หมอนี่มันมองมาที่กล้องก็รู้เลยว่าใครเป็นคนถ่าย ไอ้หมอนี่มันแอบชอบเธอสินะทำไมผมถึงรู้นะเหรอก็ดูสายตาที่มันมองกล้องสิหวานเยิ้มขนาดนั้นมีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่ไม่รู้
"เธอถ่ายรูปสวยดีนะ"
เธอทำหน้างุนงงกับคำพูดของผม
"รูปนี่ไงเธอถ่ายเองนิหรือไม่ใช่? "
ผมยกโทรศัพท์หันรูปไอ้หมอคิมไปให้เธอดู
"อ๋อค่ะ.. ใช่ค่ะลันเป็นคนถ่ายเอง คุณรู้ได้ยังไงคะ"
เธอพูดถามจ้องผมตาแป๋ว
"คาเตอร์เรียกฉันแบบนั้น"
"ค่ะคุณคาเตอร์"
เธอพยักหน้าน้อยๆยอมพูดตามอย่างว่าง่าย
ท่าทางมันดูชอบเธอขนาดไม่เคยเสนอเงินช่วยเหลือแม่เธอเลยเหรอ?
ช่างเถอะไม่เสนอก็ดีถือว่ามันโง่ที่ปล่อยผู้หญิงที่ตัวเองชอบมาตกอยู่ในเงื้อมมือหมาป่าแบบผม
"ไอ้กันต์ตามเจ๊แววมา"
"ครับนาย"
มันก้มหัวให้ผมแล้วเปิดประตูเดินออกไป
แกร๊ก ~
ผ่านไปไม่นานเจ๊แววก็เดินเข้ามาพร้อมกับไอ้กันต์
"ค่ะคุณคาเตอร์"
"ต่อจากนี้ลันนาไม่มีน่าที่รับแขกคนอื่นอีก"
"ทำไมละค่ะ"
เจ๊แววทำหน้างุนงง
"เธอเป็นเด็กผมมีน่าที่บริการผมแค่คนเดียว"
เจ๊แววมองมาที่ลันนาก่อนจะพยักหน้าเข้าใจในคำสั่งผม
"งั้นก็พาเธอกลับไปพักก่อนพรุ่งนี้ค่อยเริ่มงาน"
"ค่ะ ไปเถอะลันนา"
พอเจ๊แววเรียกเธอก็รีบลุกจากตักผมเดินออกไปจากห้องพร้อมเจ๊แววทันที
ทำไมผมถึงปล่อยเธอไปโดยที่ไม่ทำอะไรนะเหรอก็ถ้าเธอยังซิงอยู่จริงๆการที่จะเอาในห้องทำงานแบบนี้มันก็น่าสงสารคนที่ต้องเสียซิงครั้งแรกใช่ไหมล่ะแถมมีลูกน้องยืนเฝ้าแบบนี้คงจะเป็นความคิดที่ไม่ดีเท่าไรพรุ่งนี้ค่อยเรียกเธอไปเอาที่ห้องจะดีกว่า
L: ลันนา
"ไปทำอีกท่าไหนคุณคาเตอร์ถึงถูกใจขนาดนั้นถึงขั้นไม่ยอมให้ไปบริการแขกคนอื่นเลย"
ทันทีที่เดินออกมาจากห้องได้เจ๊แววก็ถามน้ำเสียงดูไม่ค่อยพอใจ
"ลันไม่ได้ทำอะไรเลยค่ะแค่ตอบคำถามนิดหน่อยคุณคาเตอร์ก็ให้ลันเป็นเด็กเขาเลย"
ฉันบอกเจ๊แววตรงไปตรงมา จู่ๆเจ๊แววก็หยุดฝีเท้าหันหน้ามามองฉัน
"พูดจริงเหรอคุณคาเตอร์ไม่ได้ทำอะไรหนูเลยเหรอ"
ฉันพยักหน้าตอบเจ๊แวว
"แล้วคุณคาเตอร์ถามอะไรหนู"
"แค่ถามว่าลันเคยมีแฟนไหม"
"แล้วหนูตอบไปว่าไง"
เจ๊แววเริ่มพูดจี้ นั้นทำให้ฉันเริ่มสงสัยถึงความสัมพันธ์ของเธอกับคุณคาร์เตอร์
"เออ..ลันตอบไปว่าลันยังไม่เคยมีแฟนแล้วจูบเมื่อกี้ก็เป็นจูบแรกของลันค่ะ"
"คุณคาเตอร์จูบหนูด้วยเหรอไหนหนูบอกว่าเขาไม่ได้ทำอะไรหนูไง"
"เออ..ลันนึกว่าที่เจ๊ถามหมายถึงทำเรื่องอย่างว่าอะค่ะ"
เจ๊แววส่ายหน้าไปมายกมือมาลูบที่ผมฉันเบาๆ
"ช่างเถอะ..โทษทีที่เจ๊ถามจี้ไปหน่อยกลับบ้านเถอะพรุ่งนี้ค่อยมาทำงาน"
"ค่ะ"
ฉันตอบเจ๊แววก่อนจะเดินออกมาจากผับไปยืนรอรถแท็กซี่ที่ถนนใหญ่เพื่อกลับห้อง
ห้องเช่าเล็กๆ
"อ้าวลันไปไหนมาล่ะกลับซะดึกเลย"
ป้ากานต์แฟนลุงศุกร์ถามขึ้นเมื่อเห็นฉันกำลังไขกุญแจเข้าห้อง
"อ๋อลันไปหางานทำมานะจ๊ะ"
"อ้าวแล้วงานแม่บ้านที่ทำอยู่ทุกวันนี้ล่ะลาออกแล้วเหรอ"
ป้ากานต์ถามทำหน้าสงสัย
"ยังจ๊ะลันไปหางานเพิ่มนะรับจ๊อบนะจ้ะ"
"แม้ขยันจริงๆเลยนะถ้าป้ามีลูกชายคงจ้องหนูไว้เป็นลูกสะใภ้แน่"
ป้ากานต์พูดแซวแบบไม่จริงจัง
"ถ้าลันมีแม่สามีขยันและใจดีแบบป้ากานต์ก็ดีสิจ๊ะ"
ฉันแซวกลับ
"ยัยหนูนี่รู้จักพูดจริงๆนะเรา"
ป้ากานต์พูดจบก็หัวเราะเบาๆ
พอไขกุญแจเข้ามาในห้องได้ฉันก็ล็อกประตูถอดเสื้อผ้าอาบน้ำเข้่านอนทันที
วันต่อมา. 05:00 น.
ฉันต้องตื่นแต่เช้าเพื่อไปทำความสะอาดบริษัทก่อนที่พนักงานคนอื่นๆจะมาทำงานกัน
บริษัทยักใหญ่ AKกรุ๊ป
"อ้าวลันมาแต่เช้าเลยนะ"
ฝ้ายเพื่อนร่วมงานฉันเองเธอเป็นคนอุบล
"จ๊ะเธอก็มาเช้าเหมือนกันนะ"
ฉันหันไปแซวเธอขณะกำลังสวมผ้ากันเปื้อน
ไม่นานแม่บ้านหลายคนก็เริ่มทยอยกันมาทำงานหน้าที่ใครหน้าที่มัน
กระทั่งงานเสร็จในช่วง 07:30 น. พนักงานคนอื่นๆก็เริ่มทยอยเข้ามาในบริษัทปกติพนักงานแผนกบัญชีและแผนกอื่นที่ไม่ใช่แม่บ้านและ ร.ป.ภ จะมา 08:10 น. แต่วันนี้น่าจะมีอะไรเขาถึงได้พากันมาเช้าขนาดนี้แถมทุกแผนกก็มายืนรอที่ล็อบบี้อย่างกับยืนรอต้อนรับเจ้าของบริษัท
"ฝ้ายรู้ไหมวันนี้มีอะไรทำไมทุกคนถึงมายืนรอที่ล็อบบี้ล่ะ"