แกรมม่าพยายามจดจ่อกับงานที่ทำในโน๊ตบุ๊ค ทว่า พอรับรู้ได้ว่าเขาขยับตัว เธอก็เผลอเหลือบมองไปทางนั้นอีกจนได้ เธอเคยคิดว่าตัวเองควบคุมความรู้สึกได้ดีพอสมควร
อย่างน้อยก็ไม่ใช่คนที่ปล่อยให้อารมณ์มามีอิทธิพลกับตัวเองจนเสียอาการ แต่ตอนนี้แค่การอยู่ในห้องเดียวกับโอโซนกลับทำให้เธอทำอะไรไม่ถูกไปหมด
แล้วเก้าอี้ของเขาก็ขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิมอีกนิด ไม่ใช่นิดธรรมดา แต่เป็นระยะที่ทำให้เธอได้กลิ่นน้ำหอมของเขาชัดจนใจสั่น หัวเข่าของเขาเกือบจะชนกับเก้าอี้ของเธอ แกรมม่ากลั้นหายใจโดยอัตโนมัติ นิ้วที่วางอยู่บนคีย์บอร์ดชะงักค้างไปหมด
“พี่ว่าตรงนี้มันผิดนะ”
เสียงทุ้มกระซิบลงมาข้างหู พร้อมกับร่างสูงที่โน้มตัวเข้ามา แขนข้างหนึ่งของเขาพาดไปบนพนักเก้าอี้ของเธอ อีกข้างเอื้อมไปแตะที่แป้นพิมพ์โน้ตบุ๊คของเธอโดยไม่มีการขออนุญาตแม้แต่น้อย
ตอนนี้เธอติดอยู่ระหว่างโต๊ะกับตัวของเขา
“ต...ตรงไหนคะ”
เสียงหวานเบาหวิวแทบจะหายไปในลำคอ
“ตรงนี้ไงครับ”
โอโซนก้มลงต่ำอีก จนลมหายใจอุ่นๆ ของเขารดอยู่ที่ขมับของเธอ
“ทำไมมือสั่นล่ะ หืม?”
เขากระซิบบอกในระยะประชิด ทำให้สติที่พยายามรวบรวมมาตลอดทั้งวันขาดลงทันที แกรมม่าเงยหน้าขึ้นไปมองเขาด้วยความตกใจ และนั่นก็เป็นความผิดพลาดที่สุด
เพราะโอโซนก็กำลังมองเธออยู่ก่อนแล้วเหมือนกัน สายตาของเขาจับจ้องอยู่ที่ริมฝีปากของเธอที่เผลอกัดจนแดงระเรื่อมาตั้งแต่เมื่อกี้ สายตาที่ไม่ได้ปิดบังความต้องการอีกต่อไป
“อย่ากัดปาก”
“คะ?”
“อย่ากัดปากแบบนั้น ถ้าไม่อยากให้พี่กัดแทน”
เขาพูดพลางแสยะยิ้มแบบเดิม แต่ครั้งนี้มันอันตรายกว่าเดิมเป็นสิบเท่า
แกรมม่ายังไม่ทันได้ตอบโต้ หรือแม้แต่จะคิดหาคำมาเถียง ร่างสูงก็โน้มลงมาปิดระยะห่างสุดท้ายที่เหลืออยู่น้อยนิดนั่นลง
สัมผัสแรกมันแผ่วเบา แค่ริมฝีปากของเขาแตะลงมาบนริมฝีปากล่างของเธอเบาๆ เหมือนเป็นการหยั่งเชิง
แต่สำหรับแกรมม่ามันดังเหมือนระเบิดในหัว หัวใจที่เต้นแรงอยู่แล้วแทบจะกระเด็นออกมานอกอก มือที่อยู่ข้างตัวกำชายเสื้อตัวเองแน่น
เธอควรจะผลักเขาออก ควรจะด่าเขา แต่มือทั้งสองข้างของเธอกลับยกขึ้นมาจิกเข้าที่เสื้อเชิ้ตของเขาอย่างลืมตัว
เหมือนได้รับการตอบสนอง โอโซนจึงได้ทีกดจูบลงมาหนักขึ้น มือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นประคองท้ายทอยของเธอไว้ไม่ให้หนีไปไหน อีกข้างบีบเบาๆ ที่เอวของเธอผ่านเนื้อผ้า
จูบของเขาไม่ได้อ่อนโยนเหมือนท่าทางใสซื่อที่เธอพยายามทำ มันร้อนรน เอาแต่ใจ และบังคับให้เธอต้องตอบสนอง
“อื้อ...”
เสียงประท้วงในลำคอดังแผ่วๆ มันถูกกลืนหายไปในจูบนั้นจนหมด
ลิ้นร้อนสอดเข้ามาอย่างถือสิทธิ์ รุกล้ำเข้ามากกวาดเอาความหวานในโพรงปากของเธอไปจนหมด
แกรมม่าที่ตอนแรกแข็งทื่อเป็นหิน ค่อยๆ อ่อนยวบลงในอ้อมแขนของเขาโดยไม่รู้ตัว ลมหายใจของเธอขาดห้วง สลับกับเสียงหอบเบาๆ ที่เธอพยายามกลั้นไว้แต่กลั้นไม่อยู่
ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไหร่ กว่าเขาจะยอมถอนริมฝีปากออก แต่ก็แค่ขยับออกมาเพียงนิดเดียว หน้าผากของเขายังคงชนอยู่กับหน้าผากของเธอ จมูกชนจมูก ลมหายใจร้อนๆ ของทั้งคู่ปะทะกัน
ดวงตาของแกรมม่าพร่าเลือนไปด้วยหยาดน้ำใสๆ ที่คลออยู่โดยไม่รู้ตัว ริมฝีปากบวมเจ่อแดงก่ำจากการถูกบดขยี้
โอโซนยกนิ้วโป้งขึ้นมาเกลี่ยเบาๆ ที่ริมฝีปากล่างของเธอที่ยังเปียกชื้นจากจูบของเขา แล้วแสยะยิ้มพอใจ
“ทีนี้... ยังจะทำเป็นไม่รู้สึกอะไรได้อีกเหรอ?”