ภายในรถเงียบสงัด...ฉันยังคงตกอยู่ในภวังค์แห่งความฝันที่ไม่คิดจะได้รับในวันนี้ พี่ภีมเองก็ไม่พูดอะไรตั้งหน้าขับรถลูกเดียว เอาเถอะแบบนี้ก็ดีเหมือนกัน เพราะฉันเองก็คงพูดอะไรไม่ออกไปอีกสักพักละนะ ความรู้สึกหนักอึ้งของริมฝีปากยังคงหวิว ๆ ไม่หาย
ฉันเบือนสายตามองไปข้างทาง ทำไมมันถึงดูคุ้นตาขนาดนี้กัน จนเมื่อรถจอดอยู่หน้าประตูคฤหาสน์ที่คุ้นตาเป็นอย่างดี ไม่สิฉันเห็นมันมาตั้งแต่เกิดนี่หว่า
“พี่ภีม...พี่พาฉันมาบ้านทำไมกัน...” ฉันหันไปมองคนข้าง ๆ ด้วยความไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องพาฉันกลับมาบ้าน พ่อแม่ฉันไม่ได้เรียกกลับซะหน่อย
“หืม เวลาแบบนี้แหละควรกลับบ้านรึเปล่า ท่านบอกว่าไม่ได้เจอนีนนานแล้วนี่”
“แต่นีนก็คุยโทรศัพท์กับพ่อแม่ทุกวันอยู่แล้วนี่คะ ไม่จำเป็นต้องกลับบ้าน พี่พานีนกลับคอนโดเถอะ ไม่ก็คอนโดพี่ก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่ที่บ้าน...” ฉันหันไปทำหน้าเว้าวอน ไม่อยากเข้าบ้าน เพราะฉันมักจะเกร็งเสมอเมื่ออยู่ต่อหน้าพ่อแม่
พวกคุณไม่รู้หรอกว่า พ่อแม่ฉันอยากให้ฉันเป็นสาวหวานหยดย้อยแค่ไหน ฉันถูกจับเรียนเปียโน จัดดอกไม้ เรียนทำอาหาร ตั้งแต่เด็ก จะหลีกหนียังไงก็ไม่ได้เพราะถ้าฉันไม่ทำ ฉันก็จะไม่สามารถออกไปอยู่คอนโดอย่างที่ฉันอยู่ตอนนี้ได้เลย
พ่อกับแม่ฉัน เป็นคนใจดีนะคะ ใจดีมากจนฉันไม่กล้าแม้แต่จะขัดคำสั่งพวกท่านไง...ออกแนวดีเกินไปจนไม่กล้าจะดื้อต่อหน้าพวกเขา แต่นั่นก็ทำให้ฉันอึดอัดเล็กน้อย ซึ่งก็เกิดจากการที่ฉันกดดันตัวเอง
ดังนั้นช่วงเวลาที่พี่ภีมตามคุณอาวิทย์มาที่บ้านฉันทุกครั้ง และพ่อแม่ปล่อยให้เราสองคนเล่นด้วยกัน ช่วงเวลานั้นจึงเป็นช่วงเวลาที่ฉันได้ปลดปล่อยตัวเอง เป็นตัวของตัวเอง ทำตามอำเภอใจ และพี่เขาก็คอยตามใจฉันทุกอย่าง
เพียงแต่ว่ายิ่งโตขึ้นเขาก็ยิ่งเข้มขึ้น ดุขึ้นทุกที แถมยังปากร้ายขัดใจฉันไปซะทุกอย่าง...
“ทำไม...อยู่บ้านแล้วร้อนทุรนทุรายจะเป็นจะตาย?” ฉันไม่เข้าใจทำไมเขาต้องใส่อารมณ์ขนาดนั้น
“ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ นีนก็แค่ไม่อยากกลับบ้านตอนนี้เท่านั้นเอง นะ...นะ พี่พานีนกลับเถอะนะ”
ฉันเกาะแขนเขาทำตาปริบ ๆ สายตาอ้อนวอนสุด ๆ
“เฮ้อ...” พี่ภีมเหมือนยอมใจอ่อนกำลังจะถอยรถออกจากหน้าประตูคฤหาสน์ของฉัน ทว่า...ความซวยก็บังเกิดกับฉัน
‘โอ๊ย! จังหวะนรกฉิบหาย ให้ตายเถอะ เพราะมือถือเจ้ากรรมที่อยู่กับเขาดันสายเข้าและปรากฏเป็นชื่อพี่แม็กอีก ปวดหัวจังเลยค่ะ’
“หืม...” เขาถอนหายใจไปหนึ่งที ก่อนจะหันหน้ามามองฉันด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้ และเอ่ยคำบางคำที่ฉันไม่ได้อยากจะได้ยินมัน “พี่ว่าวันนี้ นีนอยู่บ้านกับพ่อกับแม่ดีแล้ว...พี่เองก็อยากจะเข้าไปทักท่านลุงพ่อดี” สิ้นคำพูดของเขา มันทำให้ฉันอ้าปากค้าง เพียงเขากดแตร ประตูที่แสนจะหนักอึ้งของฉันก็ค่อย ๆ เปิดออก ฉันได้แต่มองตาปริบ ๆ กลืนน้ำลายตัวเอง
ไม่นานรถของพี่ภีมก็จอดอยู่หน้าบ้านฉัน
“ลงรถได้แล้วพี่ไม่มีเวลามาก” น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาอย่างไม่ใส่ใจนัก ในขณะที่ฉันจ้องมองเขาแทบจะกินเลือดกินเนื้อ
“พี่ทำแบบนี้...แกล้งนีนชัด ๆ หึ” ฉันกอดอกนั่งนิ่งไม่ยอมลงรถ
“...” พี่ภีมไม่พูดอะไร เดินลงจากรถไปดื้อ ๆ ก่อนจะเดินอ้อมมาเปิดประตูฝั่งที่ฉันนั่ง แล้วลากฉันลงรถโดยที่ฉันไม่ทันตั้งตัว
“พี่!!!”
“อย่าเสียงดัง พ่อกับแม่ของนีนวันนี้อยู่บ้านด้วยนะครับ ทำตัวให้น่ารัก ๆ หน่อย” เพียงเขาพูดแบบนั้นพ่อบ้านแม่บ้านก็รีบเดินออกมาทักทายกันใหญ่ ฉันที่ทำหน้ามุ่ยอยู่จึงจำเป็นต้องปั้นหน้ายิ้มเป็นคุณหนูสวย หวานหยดย้อย
“คุณหนู...กลับมาแล้วเหรอคะเนี่ย ป้าคิดถึงจังเลย” ป้านงแม่บ้านที่เลี้ยงฉันมาแต่เด็กเดินเข้ามาทักอย่างเคย เอาจริงฉันไม่ได้กลับบ้านแค่สามเดือนกว่า ๆ เองนะ ตั้งแต่เปิดเทอมมหาลัย และอยู่คอนโด
“ป้าคะ...หนูเพิ่งออกจากบ้านไปอยู่คอนโดได้สามเดือนกว่า ๆ เองนะคะ”
“ก็ป้าเลี้ยงคุณหนูอยุ่ตั้งแต่เด็ก ป้าไม่เคยห่างคุณหนูนานขนาดนี้เลยนี่คะ เป็นห่วงว่าคุณหนูจะซักผ้าเองได้ไหม จะหาอาหารทานอิ่มท้องรึเปล่า ป้าเองก็กลัวคุณหนูเหงามาก ๆ เลยค่ะเพราะคุณหนูอยู่ตัวคนเดียว” น้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใยของป้าแม่บ้านทำให้ฉันซึ้งใจอยู่หรอก แต่ในขณะเดียวกันมันก็ทำให้ฉันรู้สึกแย่... นี่คุณหนูนีนในสายตาพวกเขาเหมือนจะเอาตัวไม่รอดขนาดนั้นเชียวเหรอเนี่ย แต่ฉันจะโวยวายเหมือนตอนอยู่กับพี่ภีมไม่ได้หรอก จึงได้แต่ยิ้มและกุมมือป้าแม่บ้าน
“ป้าคะ คุณหนูของป้าคนนี้เก่งมากนะคะ เอาตัวรอดสบาย ๆ เลยค่ะ เพราะได้พี่ภีมสุดหล่อคนนี้ช่วยเหลือเสมอ ใช่ไหมคะ พี่ภีม” ฉันหันมองเขาก่อนจะยักคิ้วให้เอาเออออไปกับฉันด้วย
“หืม...ก็คงงั้นมั้ง...” เขาตอบแบบขอไปทีไม่ได้ใส่ใจนัก “เอาล่ะในเมื่ออยู่บ้านแล้ว พรุ่งนี้ค่อยกลับแล้วกัน พี่ไปก่อนละ”
“เดี๋ยวสิ ไหนพี่บอกว่าจะเข้าไปหาพ่อกับแม่นีนล่ะ”
“อ่อ...พอดีนึกขึ้นได้ว่ามีธุระ ไว้โอกาสหน้าจะหาเวลามาทักทายคุณลุงคุณป้า ไปละ” เขาหันหลังให้ฉัน แล้วขึ้นรถไปดื้อ ๆ แต่ก่อนที่เขาจะขับรถออกไป เขาลดกระจกแล้วพูดกับฉัน
“ส่วนมือถือที่เครื่องนี้มีเบอร์ไม่จำเป็น พี่ยืมก่อนแล้วกัน เห็นนีนบอกพี่ว่ามีมือถือเยอะ งั้นก็ไปเล่นเครื่องอื่นไปนะ...น้องสาว” เขายักคิ้วให้ฉันหนึ่งครั้ง ก่อนจะขับรถออกไปไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง
‘ไอ้พี่บ้า...การพาฉันมาส่งบ้านแบบนี้ แกล้งฉันชัด ๆ โอ๊ย...คอยดูเถอะได้เป็นผัวเมื่อไหร่จะเอาคืนให้สาสม’