ตอนที่ 6
คุณหนูผู้เพรียบพร้อบ
ฉันยืนหน้ามุ่ยซึมกะทื่ออยู่อย่างนั้น แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้กำลังอยู่บ้านของตัวเองก็ต้องรีบปั้นยิ้มขึ้นมาทันที
‘ไม่ได้สิ อยู่ที่นี่ฉันคือคุณหนูผู้เลอโฉม จะแสดงกริยาที่ไม่สมเป็นคุณหนูผู้เพรียบพร้อมให้ตระกูลขายหน้าได้ยังไงกัน’
“ป้าคะ แล้วพ่อกับแม่อยู่ที่ไหนเหรอคะ”
“คุณท่านกับนายหญิงอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ คุณหนู...พวกท่านกำลังรอคุณหนูเลยค่ะ”
“รอนีนเหรอคะ?” ฉันเลิกคิ้วมองหน้าด้วยความสับสน พ่อแม่จะรู้ได้ไงว่าฉันจะกลับมา พี่ภีมเองก็ลากฉันกลับบ้านดื้อ ๆ นะ...
ฉันเดินเข้าไปในตัวบ้านอย่างสงบเสงี่ยมยิ่งกว่าหญิงงามเพรียบพร้อมในนิยายจีนโบราณซะอีก จนเมื่อเห็นพวกท่านกำลังนั่งพักผ่อนตามอัธยาศัยกันอยู่
พ่อนั่งอ่านข่าวในไอแพด ส่วนแม่กำลังนั่งกินผลไม้ และเมื่อพวกท่านทั้งสองเห็นฉัน รอยยิ้มบนใบหน้าก็ปรากฏเด่นชัดแบบผู้ดี ยิ้มแห่งสยายก็มิปาน
“มาแล้วเหรอลูก แม่กำลังรอเลย” แม่เงยหน้ามองมาที่ฉัน
“การเรียนเป็นไงบ้างละ สีหน้าลูกดูหม่น ๆ ไปนะ” พ่อเองก็ละสายตาจากไอแพดขึ้นมามองฉัน
“ถ้าเรื่องเรียนต้องเหนื่อยอยู่แล้วสิคะ” ฉันพูดพลางถอนหายใจเล็ก ๆ และเดินไปนั่งข้างแม่ของฉัน ก่อนจะเกาะแขนอ้อนท่านเหมือนอย่างที่เป็น “เรียนในสิ่งที่ไม่ถนัดมันต้องพยายามมากกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ...คุณพ่อ”
“พ่อก็เคยบอกลูกแล้วว่าไปเรียนต่างประเทศ ในแบบที่ลูกชอบ จะดีกว่ารึเปล่า”
“ก็ที่นั่นไม่มีพี่ภีมว่าที่สามีของนีนไงคะ...คุณพ่อ”
“ลูกแม่...พูดแบบนั้นดูไม่ดีเลยนะคะ...เราเป็นผู้หญิงนะ” แม่ของฉันหันมาปราม
“ลูกอย่าไปพูดแบบนั้นกับภีมเขามากล่ะ เพราะหากความรู้สึกนั้นมันมาจากเราฝ่ายเดียว ผลลัพธ์มันอาจจะไม่มีความสุขเอาได้นะ” พ่อของฉันมักพูดเตือนสติแบบนี้ให้ฉันฟังเสมอ
เรื่องที่ฉันชอบพี่ภีม ไม่มีใครไม่รู้หรอก น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ฉันเปิดเผยตรงไปตรงมาจะตาย ตัวติดพี่เขาตั้งแต่เด็กขนาดนั้น จนพวกผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งชินแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าพวกท่านหรือแม้แต่ตัวพี่ภีมคิดว่าฉันเพียงแค่ผูกพันจนเพ้อเจ้อรึเปล่า แต่ฉันยืนยันให้ทุกคนเลยค่ะว่าหัวใจของฉันรักพี่ภีมจริง ๆ รักมากจนอยากได้เป็นสามี ไม่มีพูดปด ด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญที่ผ่านการเข้าค่ายลูกเสือตอนประถม
ส่วนหลักคำสอนที่พ่อพูดตอนนี้ ฉันก็ทำแบบเดิมนั่นคือ ‘เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ละสมองแล้วทำตามหัวใจเหมือนเดิม’
“หนูว่าไม่พูดกันเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ พ่อกับแม่ละคะ งานเป็นยังไงกันบ้าง” ฉันเปลี่ยนเรื่องในวงสนทนาออกไปเพราะไม่อยากฟังพวกเขาบ่น...
“ช่วงนี้แม่ก็ออกงานกุศลกับสมาคมบ่อย ๆ น่ะลูก” แม่ของฉันนอกจากเป็นบริหารจัดการบุคลากรในบริษัทแล้วยังเก่งการเชื่อมสัมพันธ์กับแวดวงในธุรกิจมากเลยล่ะ ต่างจากพ่อของฉันลิบ
“งานพ่อก็เหมือนเดิม เดวพรุ่งนี้ก็มีประชุมผู้บริหารบริษัทในเครือทั้งหมดนั่นแหละ”
“รวมถึงบริษัทของอาวิทย์ด้วยเหรอคะ”
“อืมใช่...ช่วงนี้บริษัทนั้นก็เจริญเติบโตขึ้นมากจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าเปรียบเทียบในบริษัทลูกทั้งหมดก็ 1-5 ล่ะนะ”
“อาวิทย์สุดยอดไปเลยนะคะ สมกับเป็นว่าที่พ่อสามี...” ฉันเผลอตัวพูดอะไรที่ไม่ควรพูดไปอีกครั้ง พานทำให้พ่อส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“อาวิทย์เขาทำงานเก่งอยู่แล้ว เก่งจนพ่อไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงบริษัทที่เขาสร้างมากับมือ เงินทุกบาทที่พ่ออุ้มบริษัทเขาไว้ ล้วนแต่ได้กำไร ตอนนี้ก็เติบโตบนเส้นทางด้วยความสามารถของอาวิทย์จริง ๆ แถมยังมีลูกชายที่ฝากอนาคตได้ ตระกูลนั้นยังไงก็กลับมายั่งยืนได้แล้วล่ะ”
พ่อของฉันท่านเป็นคนมองขาด บริษัทเล็ก ๆ บริษัทไหนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามเพียงแค่มองปร๊าดเดียว พ่อของฉันก็สามารถเลือกจะเข้าไปลงทุนและแนะนำความช่วยเหลือ โดยที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพเต็มที่โดยไม่กดดันการทำงานของพวกเขาเลย นั่นจึงทำให้ บริษัทแม่ของตระกูลเรายิ่งมั่นคงมากขึ้นไปอีกจากการที่แขนขารอบด้านมั่นคง...
“หนูอิ่มแล้วค่ะคุณพ่อคุณแม่ งั้นนีนขอตัวขึ้นไปนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า”
“จ๊ะลูก พรุ่งนี้ให้คนขับรถไปส่งให้แล้วกันเนาะ” แม่หันมาพูดด้วยรอยยิ้ม แต่จู่ ๆ ฉันก็นึกบางคำที่แม่บ้านพูดไว้ว่า พ่อกับแม่รอฉันกลับบ้านอยู่...
“อ่ะจริงสิคะ วันนี้คุณพ่อคุณแม่รู้ได้ยังไงว่านีนจะกลับบ้าน”
“อ๋อ...ภีมเขาส่งข้อความมาหาแม่บอกว่าลูกสาวสุดที่รักของแม่อยากกลับบ้านมาหา เห็นบอกว่าลูกบ่นคิดถึงพ่อกับแม่ไงคะ ลูกเองเป็นคนปากแข็งคงไม่ยอมบอกพ่อกับแม่ตรง ๆ ใช่ไหม”
“ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ... ใช่ค่ะนีนคิดถึงพ่อกับแม่สุด ๆ จริง ๆ นั่นแหละค่ะ เหอะ ๆ” ฉันได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองทางไปห้องนอนตัวเอง
ฉันกลับมาถึงห้องที่ไม่ได้นอนมาเกือบ สามเดือน ก็ยังคงเหมือนเดิมเสื้อผ้าเต็มคู่เหมือนเคย อาบน้ำชำระกายให้สดชื่นก่อนจะดึงลิ้นชักที่เก็บมือถือไว้ราวเกือบสิบเครื่อง และหยิบมือถือขึ้นมาสักเครื่องเพื่อเข้าโซเชียลที่ติดตามโซเชียลพี่ภีมทุกเครื่องไว้คนเดียว ทว่า...เพียงรูปแรกที่ให้ฉันเห็น คือ พี่ภีมกำลังนั่งกินเหล้าอยู่ในคลับกับเพื่อน ๆ ในแก๊งV4 แถมยังมีสาว ๆ นั่งร่วมโต๊ะอีกเพียบ แถมผู้หญิงนั่นยังเกาะแขนเขาไว้อีก หน็อย!
‘อิพี่ภีมบ้า ลากฉันกลับมาทิ้งไว้ที่บ้านไม่ให้ฉันออกไปเที่ยวกับคนอื่น แต่ตัวเองดันทำหมดแถมยังเอาผู้หญิงมานั่งข้าง ๆ อีก คิดว่าจะทำให้คลั่งจนโมโหร้ายใช่ไหมละ’ ฉันพึมพำออกมา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดอะไรดี ๆ ออก ‘ฉันก็มีแผนของฉันย่ะ’