ตอนที่ 6 คุณหนูผู้เพรียบพร้อบ

1135 Words
ตอนที่ 6 คุณหนูผู้เพรียบพร้อบ ฉันยืนหน้ามุ่ยซึมกะทื่ออยู่อย่างนั้น แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าตอนนี้กำลังอยู่บ้านของตัวเองก็ต้องรีบปั้นยิ้มขึ้นมาทันที ‘ไม่ได้สิ อยู่ที่นี่ฉันคือคุณหนูผู้เลอโฉม จะแสดงกริยาที่ไม่สมเป็นคุณหนูผู้เพรียบพร้อมให้ตระกูลขายหน้าได้ยังไงกัน’ “ป้าคะ แล้วพ่อกับแม่อยู่ที่ไหนเหรอคะ” “คุณท่านกับนายหญิงอยู่ที่ห้องรับแขกค่ะ คุณหนู...พวกท่านกำลังรอคุณหนูเลยค่ะ” “รอนีนเหรอคะ?” ฉันเลิกคิ้วมองหน้าด้วยความสับสน พ่อแม่จะรู้ได้ไงว่าฉันจะกลับมา พี่ภีมเองก็ลากฉันกลับบ้านดื้อ ๆ นะ... ฉันเดินเข้าไปในตัวบ้านอย่างสงบเสงี่ยมยิ่งกว่าหญิงงามเพรียบพร้อมในนิยายจีนโบราณซะอีก จนเมื่อเห็นพวกท่านกำลังนั่งพักผ่อนตามอัธยาศัยกันอยู่ พ่อนั่งอ่านข่าวในไอแพด ส่วนแม่กำลังนั่งกินผลไม้ และเมื่อพวกท่านทั้งสองเห็นฉัน รอยยิ้มบนใบหน้าก็ปรากฏเด่นชัดแบบผู้ดี ยิ้มแห่งสยายก็มิปาน “มาแล้วเหรอลูก แม่กำลังรอเลย” แม่เงยหน้ามองมาที่ฉัน “การเรียนเป็นไงบ้างละ สีหน้าลูกดูหม่น ๆ ไปนะ” พ่อเองก็ละสายตาจากไอแพดขึ้นมามองฉัน “ถ้าเรื่องเรียนต้องเหนื่อยอยู่แล้วสิคะ” ฉันพูดพลางถอนหายใจเล็ก ๆ และเดินไปนั่งข้างแม่ของฉัน ก่อนจะเกาะแขนอ้อนท่านเหมือนอย่างที่เป็น “เรียนในสิ่งที่ไม่ถนัดมันต้องพยายามมากกว่าเดิมเยอะเลยค่ะ...คุณพ่อ” “พ่อก็เคยบอกลูกแล้วว่าไปเรียนต่างประเทศ ในแบบที่ลูกชอบ จะดีกว่ารึเปล่า” “ก็ที่นั่นไม่มีพี่ภีมว่าที่สามีของนีนไงคะ...คุณพ่อ” “ลูกแม่...พูดแบบนั้นดูไม่ดีเลยนะคะ...เราเป็นผู้หญิงนะ” แม่ของฉันหันมาปราม “ลูกอย่าไปพูดแบบนั้นกับภีมเขามากล่ะ เพราะหากความรู้สึกนั้นมันมาจากเราฝ่ายเดียว ผลลัพธ์มันอาจจะไม่มีความสุขเอาได้นะ” พ่อของฉันมักพูดเตือนสติแบบนี้ให้ฉันฟังเสมอ เรื่องที่ฉันชอบพี่ภีม ไม่มีใครไม่รู้หรอก น่าจะเป็นเรื่องเดียวที่ฉันเปิดเผยตรงไปตรงมาจะตาย ตัวติดพี่เขาตั้งแต่เด็กขนาดนั้น จนพวกผู้ใหญ่ทั้งสองฝั่งชินแล้วล่ะ ไม่รู้ว่าพวกท่านหรือแม้แต่ตัวพี่ภีมคิดว่าฉันเพียงแค่ผูกพันจนเพ้อเจ้อรึเปล่า แต่ฉันยืนยันให้ทุกคนเลยค่ะว่าหัวใจของฉันรักพี่ภีมจริง ๆ รักมากจนอยากได้เป็นสามี ไม่มีพูดปด ด้วยเกียรติของลูกเสือสามัญที่ผ่านการเข้าค่ายลูกเสือตอนประถม ส่วนหลักคำสอนที่พ่อพูดตอนนี้ ฉันก็ทำแบบเดิมนั่นคือ ‘เข้าหูซ้ายทะลุหูขวา ละสมองแล้วทำตามหัวใจเหมือนเดิม’ “หนูว่าไม่พูดกันเรื่องนี้ดีกว่าค่ะ พ่อกับแม่ละคะ งานเป็นยังไงกันบ้าง” ฉันเปลี่ยนเรื่องในวงสนทนาออกไปเพราะไม่อยากฟังพวกเขาบ่น... “ช่วงนี้แม่ก็ออกงานกุศลกับสมาคมบ่อย ๆ น่ะลูก” แม่ของฉันนอกจากเป็นบริหารจัดการบุคลากรในบริษัทแล้วยังเก่งการเชื่อมสัมพันธ์กับแวดวงในธุรกิจมากเลยล่ะ ต่างจากพ่อของฉันลิบ “งานพ่อก็เหมือนเดิม เดวพรุ่งนี้ก็มีประชุมผู้บริหารบริษัทในเครือทั้งหมดนั่นแหละ” “รวมถึงบริษัทของอาวิทย์ด้วยเหรอคะ” “อืมใช่...ช่วงนี้บริษัทนั้นก็เจริญเติบโตขึ้นมากจริง ๆ นั่นแหละ ถ้าเปรียบเทียบในบริษัทลูกทั้งหมดก็ 1-5 ล่ะนะ” “อาวิทย์สุดยอดไปเลยนะคะ สมกับเป็นว่าที่พ่อสามี...” ฉันเผลอตัวพูดอะไรที่ไม่ควรพูดไปอีกครั้ง พานทำให้พ่อส่ายหน้าอย่างเอือมระอา “อาวิทย์เขาทำงานเก่งอยู่แล้ว เก่งจนพ่อไม่ต้องเข้าไปแทรกแซงบริษัทที่เขาสร้างมากับมือ เงินทุกบาทที่พ่ออุ้มบริษัทเขาไว้ ล้วนแต่ได้กำไร ตอนนี้ก็เติบโตบนเส้นทางด้วยความสามารถของอาวิทย์จริง ๆ แถมยังมีลูกชายที่ฝากอนาคตได้ ตระกูลนั้นยังไงก็กลับมายั่งยืนได้แล้วล่ะ” พ่อของฉันท่านเป็นคนมองขาด บริษัทเล็ก ๆ บริษัทไหนที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตามเพียงแค่มองปร๊าดเดียว พ่อของฉันก็สามารถเลือกจะเข้าไปลงทุนและแนะนำความช่วยเหลือ โดยที่ให้พวกเขาได้แสดงศักยภาพเต็มที่โดยไม่กดดันการทำงานของพวกเขาเลย นั่นจึงทำให้ บริษัทแม่ของตระกูลเรายิ่งมั่นคงมากขึ้นไปอีกจากการที่แขนขารอบด้านมั่นคง... “หนูอิ่มแล้วค่ะคุณพ่อคุณแม่ งั้นนีนขอตัวขึ้นไปนอนก่อนนะคะ พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้า” “จ๊ะลูก พรุ่งนี้ให้คนขับรถไปส่งให้แล้วกันเนาะ” แม่หันมาพูดด้วยรอยยิ้ม แต่จู่ ๆ ฉันก็นึกบางคำที่แม่บ้านพูดไว้ว่า พ่อกับแม่รอฉันกลับบ้านอยู่... “อ่ะจริงสิคะ วันนี้คุณพ่อคุณแม่รู้ได้ยังไงว่านีนจะกลับบ้าน” “อ๋อ...ภีมเขาส่งข้อความมาหาแม่บอกว่าลูกสาวสุดที่รักของแม่อยากกลับบ้านมาหา เห็นบอกว่าลูกบ่นคิดถึงพ่อกับแม่ไงคะ ลูกเองเป็นคนปากแข็งคงไม่ยอมบอกพ่อกับแม่ตรง ๆ ใช่ไหม” “ฮ่ะ...ฮ่ะ...ฮ่ะ... ใช่ค่ะนีนคิดถึงพ่อกับแม่สุด ๆ จริง ๆ นั่นแหละค่ะ เหอะ ๆ” ฉันได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ ก่อนจะเดินขึ้นไปชั้นสองทางไปห้องนอนตัวเอง ฉันกลับมาถึงห้องที่ไม่ได้นอนมาเกือบ สามเดือน ก็ยังคงเหมือนเดิมเสื้อผ้าเต็มคู่เหมือนเคย อาบน้ำชำระกายให้สดชื่นก่อนจะดึงลิ้นชักที่เก็บมือถือไว้ราวเกือบสิบเครื่อง และหยิบมือถือขึ้นมาสักเครื่องเพื่อเข้าโซเชียลที่ติดตามโซเชียลพี่ภีมทุกเครื่องไว้คนเดียว ทว่า...เพียงรูปแรกที่ให้ฉันเห็น คือ พี่ภีมกำลังนั่งกินเหล้าอยู่ในคลับกับเพื่อน ๆ ในแก๊งV4 แถมยังมีสาว ๆ นั่งร่วมโต๊ะอีกเพียบ แถมผู้หญิงนั่นยังเกาะแขนเขาไว้อีก หน็อย! ‘อิพี่ภีมบ้า ลากฉันกลับมาทิ้งไว้ที่บ้านไม่ให้ฉันออกไปเที่ยวกับคนอื่น แต่ตัวเองดันทำหมดแถมยังเอาผู้หญิงมานั่งข้าง ๆ อีก คิดว่าจะทำให้คลั่งจนโมโหร้ายใช่ไหมละ’ ฉันพึมพำออกมา ก่อนจะยกยิ้มมุมปากเมื่อคิดอะไรดี ๆ ออก ‘ฉันก็มีแผนของฉันย่ะ’
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD