การแข่งขันยังคงดำเนินต่อไป ฉันที่ยืนตะโกนจนเสียงหายก็ปลีกตัวไปหาพี่ ๆ แก๊งV4 คนอื่น ๆ ที่ไม่ได้ลงแข่ง เห็นแบบนี้ฉันรู้จักเพื่อน ๆ ของพี่ภีมทั้งพี่เทมป์ พี่ติณณ์ และพี่แฟรงค์อย่างสนิทสนมเลยล่ะ เป็นเพราะตัวฉันเองที่ใส่ใจทุกอย่างที่เกี่ยวกับพี่ภีมค่ะ
อ่ะ...เพื่อกระจ่างให้ทุกคนได้รู้ สมัยเด็ก ๆ ฉันไม่เคยเรียกพี่ภีมว่าพี่นะคะ ฉันมองว่าเขาเป็นคนรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ แม้เราจะเกิดคนล่ะปี และเรียนละชั้น แต่เขาเกิดท้ายปีค่ะ แต่ฉันเกิดต้นปี ห่างกันเพียงแค่6เดือนเท่านั้นเอง แต่เพราะคุณพ่อบอกให้ฉันเรียกเขาว่าพี่ฉันเลยจำใจเรียกค่ะ...ซึ่งมันก็ดีนะ การเรียกสามีในอนาคตว่าพี่มันดูน่ารักดีออก อีกอย่างมันทำให้คุณหนูอย่างฉันดูเด็กไปอีก อิอิ
ฉันนั่งไถ่มือถือไม่ได้ใส่ใจการแข่งบาสมากนัก เพราะอากาศที่ร้อนจัด เลยมานั่งหลบแดดตรงม้านั่งด้านหลังของนักแข่งบาส
“น้องนีน ไม่เบื่อที่ตามไอ้ภีมมันเหรอครับ” พี่แฟรงค์ หันมาถามฉัน
“ทำไมคะ พี่แฟรงค์เห็นก็รำคาญแทนแล้วเหรอ...” ฉันพูดอย่างไม่ใส่ใจนัก
“เปล่าครับ เห็นน้องนีนทุ่มเทตามมันขนาดนี้ แต่ไอ้ภีมยังหน้าบึ้งตึงใส่น้องนีนคนสวยตลอด...เป็นพี่ พี่คงโมโหไปแล้ว...”
“ก็พี่แฟรงค์ไม่ใช่นีนไงคะ การที่พี่ภีมหน้าบึ้ง แสดงว่าเขากำลังเรียกร้องความสนใจจากนีนไง” ฉันกอดอกเชิดหน้าด้วยความมั่นอกมั่นใจในความคิดเต็มเปี่ยม
“ฮ่า...น้องนีนคิดแบบนั้นสินะ พี่คิดไม่ถึงเลยแหะ...”
ฉันนั่งอยู่ฝั่งวิศวะคอม แล้วข้าง ๆ ก็เป็นพี่ ๆ นักบาสวิศวะเครื่องกล พอฉันดันหันไปสบตาเข้า...ท่าทีเหล่าผู้ชายวิศวะเครื่องกลก็เป็นประกายเอ่ยทักฉันไม่หยุด
“น้องนีนคนสวย...ไม่คิดจะเชียร์ฝั่งพวกพี่บ้างเหรอครับ” คนที่ใบหน้าดูหล่อเหลาที่สุดหันมาพูดกับฉัน ฉันยิ้มให้พร้อมกับเท้าคางมองอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงหวาน
“ถ้าฝั่งนี้ไม่มีพี่ภีม นีนก็คงไปเชียร์พี่ ๆ แล้วค่ะ ขอโทษนะคะ”
“โอ๊ย!!! แค่เห็นหน้าน้องนีนจ้องมาพี่ก็ใจละลายแล้วครับ”
‘ท่าทีพวกผู้ชายก็เป็นแบบนี้กันหมด ต่ำกว่าเกณฑ์’ ฉันพึมพำในใจ แต่ไม่ทันที่ฉันจะละสายตาจากพวกเขา เสียงที่ฟังแล้วรู้สึกเหมือนโดนกระชากใจก็ทำให้ฉันหันไปมองทันที
“มาหาก็สร้างเรื่องเลยนะ...” พี่ภีมที่ใบหน้าชุ่มไปด้วยเหงื่อเดินเข้ามาเท้าเอวมองกันตาขว้าง ‘นี่สิผู้ชายเทสดี ดุเพราะรักฉันแหง ๆ’
“พี่ภีมขา...เหนื่อยใช่ไหมคะ นี่ค่ะผ้าเย็น ๆ ค่ะ เดี๋ยวนีนซับให้” ฉันรีบลุกขึ้นหยิบผ้าเย็นเข้าไปซับหน้าให้เขา แต่เขาก็คว้าผ้าจากมือฉันไปซับเอง คนอะไรไม่อ่อนโยนเอาซะเลย ฉันจึงไปหยิบขวดน้ำเย็น ๆ มาให้เขา
“ดื่มน้ำเย็น ๆ ก่อนค่ะ จะได้หายเหนื่อย”
“เธอมาหานี่แหละ ที่ทำให้เหนื่อย”
“โอ๊ย! พูดแบบนี้นีนใจเจ็บนะคะ...พี่แฟรงค์ดูเขาพูดสิ สามีไม่รักษาน้ำใจนีนที่เป็นว่าที่ภรรยาเขาเลย”
“ใครสามีเธอกันอย่าพูดอะไรมั่ว ๆ เดี๋ยวคนอื่นเข้าใจผิดกันไปหมด”
“ชิส์...เข้าใจผิดอะไรกันคะ เรื่องจริงทั้งนั้น พี่ไม่มาขอยังไงนีนนี่แหละจะไปขอเอง อาวิทย์ก็เห็นด้วยค่ะ”
“...” เขาไม่พูดอะไรกุมขมับตัวเองทรุดตัวลงนั่งไม่หันหน้ามาคุยกับฉันด้วยซ้ำ ฉันพูดผิดตรงไหนกันนี่ความจริงล้วน ๆ เลยนะ
“พี่ภีม พี่เทมป์คะ ฉันเอาน้ำมาให้ค่ะ” รุ่นน้องในคณะวิศวะคอม 2-3 คนเดินเอาน้ำมาให้พี่ภีม กับพี่เทมป์ แล้วดูสิ ใบหน้าที่ยิ้มรับน้ำแบบนั้น แม้แต่ฉันก็ไม่ได้รอยยิ้มแบบนี้จากเขาตอนยื่นน้ำให้ มันน่าโมโหไหมล่ะ ‘ได้...จะเล่นแบบนี้ใช่ไหม...’
ฉันที่โมโหเดือดดาลขั้นสุด ‘ได้จะเล่นแบบนี้ใช่ไหมอิพี่ภีม...ง’ ฉันหยิบกระเป๋าตัวเองพร้อมกับเอาผ้าเย็น และน้ำดื่มเย็น ๆ เดินไปยังที่นั่งของวิศวะเครื่องกล รุ่นพี่หน้าตาดีคนนั้นก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าเขาและยิ้มหวานให้
“พี่ชายคนนี้หล่อมากเลยนะคะ ถูกใจนีนมาก ชื่ออะไรคะ”
“ผมเหรอ... แม็กครับ”
“ไม่รู้ว่ารุ่นพี่แม็ก จะรับน้ำใจของนีนคนนี้รึเปล่า เป็นผ้าเย็นและน้ำดื่มเย็น ๆ ค่ะ ถ้าไม่รับก็ไม่เป็นไรนะคะ” ฉันทำท่าเขินม้วนเล็กน้อยพองาม สีหน้าของรุ่นพี่แม็กยิ้มแฉ่งราวกับพระจันทร์เสี้ยวมองฉัน ‘หึ...ผู้ชายทั้งมหาลัยติดกับฉันได้หมดและ จะมีก็แต่อิพี่ภีมเท่านั้นแหละที่ หูดับ ตาบอดไม่สนใจฉัน...’
“รับสิครับ แต่ถ้าได้เบอร์ด้วยก็คงดี”
“จะดีเหรอคะ เอาเบอร์นีนไปแฟนไม่ว่าเหรอ”
“พี่โสดครับ...” รุ่นพี่แม็กตอบทันควัน
“ถ้างั้นเรามาแลกเบอร์ไว้สานสัมพันธ์...” ฉันเน้นคำหลังดัง ๆ หน่อย ก่อนจะเอ่ยต่อว่า “รุ่นพี่-รุ่นน้องกันนะคะ”
ฉันกับรุ่นพี่แม็กแลกเบอร์กันซึ่ง ๆ หน้า เอาให้คนเห็นกันไปทั่ว ใครจะเอาเบอร์ฉันไปแจกก็เชิญเลย ฉันพร้อมรับสายคุยให้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง คนสวยพร้อมบริการพ่นคำหวานให้ฟัง
หลังจากแลกเบอร์กันเสร็จ ฉันก็หันไปมองคนที่กำลังจ้องเขม็งกันไม่ว่างตา แต่ฉันก็จะพูดคำเดิม ๆ นะ ‘แล้วไงใครแคร์...’