16.32 น.
โรงพยาบาล
“...” ทำไมถึงเข้าไปนานจังนะยัยเตี้ย จะเป็นอะไรมากหรือเปล่านะ?
แอด...
“คุณหมอคะ! ยัย...คนที่ฉันพามาเป็นยังไงบ้างคะ?!” เมื่อคุณหมอออกมาจากห้อง เราก็รีบเข้าไปถามทันที
“ร่างกายของคนไข้ได้รับการพักผ่อนไม่เพียงพอครับ ทำให้ร่างกายของคนไข้อ่อนแอมาก แถมคนไข้ยังมีไข้ขึ้นสูงมากจนความดันเลือดต่ำมาก ถ้าคุณพามาส่งโรงพยาบาลช้ากว่านี้ คนไข้อาจจะมีอาการชักตามมาภายหลังก็ได้ครับ” เป็นหนักถึงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?! ทำไมถึงได้พักผ่อนน้อยแบบนี้นะ เธอทำงานหนักขนาดไหนกันเนี่ยยัยเตี้ย?!
“ไม่ต้องกังวลไปนะครับ เพราะตอนนี้หมอได้ให้น้ำเกลือเพื่อให้คนไข้ได้นอนพักผ่อนแล้ว หมอจะให้คนไข้นอนพักที่โรงพยาบาลสักหนึ่งคืน เพื่อให้ร่างกายของคนไข้ได้รับการฟื้นฟูและเพื่อดูอาการของคนไข้ไปด้วย แล้วถ้าพรุ่งนี้คนไข้อาการดีขึ้น หมอถึงจะอนุญาตให้กลับบ้านได้นะครับต”
“โอเคค่ะ เอ่อ...ขอรบกวนคุณหมออีกเรื่องได้มั้ยคะ?”
“เรื่องอะไรเหรอครับ?”
“รบกวนคุณหมอตรวจสุขภาพให้ละเอียดอีกรอบได้มั้ยคะ แบบ...อยากให้เช็คให้แน่ใจ” เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเรา...ถึงอยากให้หมอเช็คร่างกายของยัยเตี้ยขนาดนี้
“ได้ครับ เดี๋ยวหมอจะตรวจร่างกายของคนไข้ให้”
“ขอบคุณค่ะ แล้วถ้าตรวจเสร็จแล้ว ให้ไปนอนพักที่ห้องพิเศษเลยนะคะ”
“ได้เลยครับ งั้นหมอขอตัวไปจัดการเรื่องตรวจร่างกายกับห้องก่อนนะครับ” คุณหมอพูดกับเราจบ ก็เข้าไปคุยกับนางพยาบาลทันที
“เธอทำงานหนักขนาดไหนกันแน่เนี่ย...ยัยเตี้ย” ดูจากที่มีรถมาส่งก็ไม่ได้ยากจนอะไรนี่หว่า แล้วทำไมร่างกายถึงไม่ได้พักผ่อน แถมยังอ่อนแอขนาดนี้นะ?
Rrrrrrrrrrrrrrrrrr
“โอ๊ย! นี่ก็โทรมาไม่หยุดสักทีเว้ย!!!” ตั้งแต่ที่เราออกจากร้านมา โรสก็ยังโทรและส่งข้อความหาเราไม่หยุดเลย
“เดี๋ยวมานะคะ” เราเดินไปบอกพยาบาลก่อนจะเดินออกไปหาที่เงียบๆ เพื่อรับโทรศัพท์
“มีอะไร!” เราตัดความรำคาญ โดยการรับสายของโรส เพื่อจะได้บอกให้หยุดโทรมาหาเราสักที
[นิลพามันไปไหน บอกโรสมาเดี๋ยวนี้นะ!!!]
“มันไม่เกี่ยวกับเธอ ไม่เสือกดิ - * -” นี่คงฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย ถึงยังมาหวงเราแบบนี้อีก
[มะ...มันจะมากไปแล้วนะคะนิล!]
“นี่! ถามจริงๆ นี่ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องจริงๆ เหรอ เราไม่ได้เป็นอะไรกันแล้วเว้ย ไม่รู้เรื่องหรือไงวะ! ถามจริงๆ”
[นิลจะมาบอกเลิกโรสง่ายๆ แบบนี้ไม่ได้นะ นิลไม่มีสิทธิ์บอก โรสเท่านั้นที่มีสิทธิ์!]
“โอ๊ย! รำคาญว่ะ! อยากเป็นคนบอกเลิกใช่มั้ย?! งั้นรีบๆ บอกมาเลยรอฟังอยู่ - * -” ผู้หญิงอะไรวะ โคตรน่ารำคาญเลย - * -
[ไม่! โรสไม่เลิก!]
“โอ๊ยยย!!! นี่เธอฟังภาษาที่เราพูดไม่เข้าใจจริงๆ ใช่มั้ยเนี่ย! ต้องพูดภาษาสัตว์หรือไงวะถึงจะเข้าใจ ทำไมถึงได้เป็นคนที่น่ารำคาญ น่าเบื่อ น่าถีบปากแบบนี้วะ!”
[จะ...จะมากไปแล้วนะนิล!!!]
“มันไม่มากไปหรอกเว้ย! เอาเป็นว่าเราจะพูดกับเธอรอบสุดท้ายนะ เธอจะเข้าใจหรือไม่เข้าใจมันก็เรื่องของเธอแล้ว เพราะเรา...พูดภาษาสัตว์ที่เธอเข้าใจไม่เป็น!”
[กรี๊ดดด!!!]
“หยุดกรี๊ด! กรี๊ดอยู่ได้ ไม่รู้สึกรำคาญตัวเองบ้างเหรอห้ะ!”
[กะ...]
“ยังจะกรี๊ดอีกเหรอ หิวหรือไง ถ้าหิวขนาดนั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เราไปทำบุญให้ แต่ตอนนี้ช่วยตั้งใจฟังเราดีๆ ถึงแม้เธอจะไม่เข้าใจภาษาที่เราพูดก็ตาม”
“กรุณาฟังดีๆ นะ เรา! เลิก! กัน! แล้ว! ฟังให้ชัดๆ อีกทีนะ เราเลิกกันแล้ว! แล้วเราก็เบื่อเธอมาก ไม่ได้เบื่อธรรมดานะ เพราะเราโคตรเบื่อเธอเลย เธอไม่รำคาญตัวเอง แต่เรารำคาญเข้าใจป้ะ เราโคตรรำคาญเธอเลย ไม่รู้ตอนแรกเราจีบไปได้ยังไง สงสัยตอนนั้นเราจะตาบอดชั่วขณะถึงเห็นเธอเป็นคนได้ เอาเป็นว่า...เข้าใจตรงกันนะว่าเราเลิกกันแล้ว แล้วก็อย่ามายุ่งกับเราอีก ไม่ต้องโทรมา ไม่ต้องส่งข้อความมาด้วย มันเปลืองความจำเครื่องเรารู้ป้ะ เราขี้เกียจลบ เพราะฉะนั้น! รบกวนอย่าโทรมาอีก เข้าใจ?”
[ทะ...ที่นิลเปลี่ยนไปแบบนี้เพราะมันงั้นเหรอ เพราะมันใช่มั้ย!!!]
“- * -” โอ๊ย! ไม่รู้จะพูดยังไงแล้วนะเว้ย!
“มันไม่ได้เกี่ยวกับใครทั้งนั้นแหละ เลิกโทษคนอื่นสักทีเถอะ แล้วก็ช่วยเดินไปที่กระจก ส่องดูสารรูปของตัวเองตอนนี้บ้างนะว่าดูได้มั้ย หรือถ้าไม่มีกระจกเดี๋ยวจะสั่งทำพิเศษส่งไปให้เลย จะได้รู้สักทีว่าสารรูปของตัวเองตอนนี้มันน่ารังเกียจขนาดไหน”
[ที่นิลด่าโรสขนาดนี้เพราะหลงมันใช่มั้ย! ทำไมคะ มันอ้าขาให้นิลแล้วหรือไง นิลถึงปกป้องมันขนาดนี้!!!]
“แล้วจะทำไม?! ถ้าเราจะปกป้องหรือไม่ปกป้องใคร มันเกี่ยวอะไรกับเธอหา! เธอเกี่ยวอะไรด้วย!!! แล้วอีกอย่าง...ยัยนั่นไม่ได้มาอ้าขาให้เรา เพราะแค่ยัยนั่นยืนเฉยๆ เราก็อยากจะดูแล อยากจะปกป้องแล้ว ต่างจากเธอ! ที่ถึงแม้จะอ้าขาหรือแก้ผ้าต่อหน้าเรายังไง อย่าว่าแต่ดูแลเลย แค่มองเราก็ยังไม่อยากมองเลย แถมเรายังรู้สึกขยะแขยงยิ่งกว่าเจอของเน่าๆ ซะอีก!!!”
[กรี๊ดดด!!! นิลด่าโรสแบบนี้ใช่มั้ยคะ ได้! โรสจะไปจัดการมัน โรสจะทำให้มันอับอายเหมือนโรสคอยดูสิ!!!]
“นี่จะไม่หยุดจริงๆ ใช่มั้ย?! หา!!!” ทำไมจะต้องดึงยัยเตี้ยมาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยวะ!
[ใช่! โรสไม่หยุด แล้วโรสก็จะทำให้มันเจ็บยิ่งกว่าวันนี้อีก ถ้านิลไม่ขอโทษโรส!]
“อย่ายุ่งกับยัยนั่น!!!”
[ทำไม! โรสจะยุ่ง โรสจะทำให้มันเจ็บปวด โรสจะทำให้มันเจ็บยิ่งกว่าโรสตอนนี้!]
“ถ้าเธอไม่อยากเจ็บตัว อย่าไปยุ่งกับยัยนั่น!!!”
[ทำไม! นิลจะทำอะไรโรสงั้นเหรอ?!]
“หึ! เธอคิดว่าเราจะไม่กล้าทำอะไรเธองั้นเหรอ เธอลืมไปหรือเปล่า ว่าเธอไม่มีความสำคัญอะไรแล้วสำหรับเรา” ในเมื่อพูดดีๆ แล้วไม่ฟัง คงต้องทำให้กลัวแล้วล่ะ
[ทำไม? นิล...นิลจะทำอะไรโรส]
“ก็ในเมื่อเธอร่านขนาดนี้ เราก็กะว่าจะหาคนไปเล่นกับเธอสักหน่อย เอากี่คนดีล่ะ สักห้าคนพอมั้ย?”
[มะ...หมายความว่าไง!]
“ก็หมายความว่า...จะหาคนให้เธอได้ลดความร่านลงไง หรือห้าคนไม่พอสำหรับเธอ หือ? เอากี่คนดีล่ะ เราจะได้จัดให้ถูก ^^” ตอนนี้เสียงของเราคงน่ากลัวมากสำหรับโรส เพราะตอนนี้เราโมโหมากจริงๆ แล้วถ้าโรสยังคิดจะยุ่งกับยัยเตี้ยจริงๆ ละก็... เราก็คงทำอย่างที่พูดจริงๆ
[ยะ...อย่ามาล้อเล่นนะนิล!]
“หึ! นี่คิดว่าเรา...ล้อเล่นอยู่งั้นเหรอ? เอาเป็นว่า...ถ้าเธอไปยุ่งกับยัยนั่นเมื่อไร ก็เตรียมตัว...มีผัวเป็นสิบได้เลย เข้าใจที่พูดใช่มั้ยวะ?!”
[บะ...บ้าที่สุด!!!]
ติ๊ด!
“เฮ้อ!!!” ทำไมถึงเหนื่อยแบบนี้วะ!
“...” แล้วทำไมเราต้องโมโห และปกป้องยัยเตี้ยขนาดนี้ด้วยเนี่ย? ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ
“เฮ้อ...ไปหาอะไรเย็นๆ กินให้หายหัวร้อนก่อนดีกว่าเรา” บอกเลยว่าอารมณ์ของเราตอนนี้ สามารถฆ่าคนได้สบายๆ เลย เราจึงต้องรีบไปหาของเย็นๆ กิน เพื่อดับความร้อนในใจสักหน่อย ไม่อย่างนั้นเราต้องทำอย่างที่พูดกับโรสแน่ๆ
“เฮ้อ! ค่อยชื่นใจหน่อย” ตอนนี้เรากินกาแฟหมดไปสองแก้วแล้ว แต่ความร้อนในใจของเราก็ลดไปได้แค่นิดเดียวเอง
“ไปหายัยเตี้ยดีกว่า” ถึงอารมณ์ของเราตอนนี้มันจะยังร้อนอยู่ แต่มันก็ถือว่าดีกว่าตอนแรกอะนะ
“ตอนนี้คนที่ฉันพามาอยู่ห้องไหนเหรอคะ?”
“ห้องพิเศษด้านซ้ายค่ะ” คุณพยาบาลพูด ก่อนจะชี้ไปทางห้องที่ยัยเตี้ยอยู่
“ขอบคุณค่ะ”
“คุณคะ เดี๋ยวก่อนค่ะ” เราที่กำลังจะเดินไปห้องที่ยัยเตี้ยอยู่ ก็ต้องหยุดเพราะเสียงเรียกของพยาบาลซะก่อน
“คะ?”
“คือคุณหมอรอพบคุณอยู่ที่ห้องตรวจทางด้านโน้นค่ะ”
“อ๋อ...ขอบคุณค่ะ” สงสัยคุณหมอจะเรียกเข้าไปคุยเรื่องที่เราให้ตรวจร่างกายของยัยเตี้ยแน่ๆ เลย
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“เชิญครับ” เมื่อคุณหมอให้เข้าห้องได้ เราก็เปิดประตูเข้าไปทันที
“เป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ?” เมื่อนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามกับคุณหมอแล้ว เราก็ถามคุณหมอเกี่ยวกับผลตรวจของยัยเตี้ยทันที
“ในการตรวจร่างกายของคนไข้ในขั้นเบื้องต้นนะครับ คนไข้มีสภาพร่างกายที่อ่อนแอมาก เพราะการพักผ่อนไม่เพียงพอ และพอหมอได้ตรวจเลือดของคนไข้ก็พบว่าคนไข้ยังมีสภาวะของโรคโลหิตจางและโรคเครียดสะสมเข้ามาร่วมด้วย จึงทำให้คนไข้เหนื่อยง่ายกว่าคนปกติ และอาจจะมีอาการหน้ามืดหรืออาการวูบเหมือนอย่างวันนี้ครับ” ทำไมยัยเตี้ยถึงเป็นโรคเยอะแบบนี้เนี่ย!
“แล้วมีโรคอื่นแทรกซ้อนอีกมั้ยคะ?” ทำไมเราถึงรู้สึกเป็นห่วงยัยเตี้ยขนาดนี้นะ
“จากการตรวจเบื้องต้นก็ไม่มีอะไรแล้วนะครับ แต่ถ้าอยากให้แน่ใจจริงๆ พอคนไข้ฟื้นให้ตรวจแบบเต็มคอร์สอีกทีก็ได้ครับ”
“ค่ะ งั้น...รบกวนคุณหมอจัดยาสำหรับโรคพวกนี้ให้สองชุดด้วยนะคะ”
“สองชุด?” คุณหมอทำหน้าสงสัยทันที เมื่อเราขอยาของคุณหมอสองชุด
“กลัวเพื่อนจะลืมเอายาไปกินอะค่ะ เลยคิดว่า...ติดไว้ที่ตัวชุดหนึ่งดีกว่า ^^” เราคิดเหมือนที่บอกกับหมอจริงๆ นั่นแหละ เพราะเรากลัวว่ายัยเตี้ยจะไม่ยอมกินยา เราเลยคิดว่าเอายาไว้ที่เราอีกชุดหนึ่งจะดีกว่า
“อ๋อ...ได้ครับ ^^”
“แล้ววันนี้จะขอรับยาไปก่อนหนึ่งชุดได้มั้ยคะ?”
“ได้ครับ คุณไปรอที่ห้องคนไข้ก่อนก็ได้ครับ เดี๋ยวให้พยาบาลเอายาเข้าไปให้ทั้งสองชุดเลย”
“ได้ค่ะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
“ครับ”
“เฮ้อ!” ทำไมเธอถึงเป็นอะไรเยอะขนาดนี้เนี่ยยัยเตี้ย!!! ตัวก็เตี้ยๆ ยังจะเป็นโรคอีก แล้วอย่างนี้จะมีสารอาหารไปเลี้ยงความสูงได้ยังไงหา! ยัยเตี้ยเอ๊ย!
แอด...
“…” เราค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปช้าๆ และเบาที่สุด เพราะกลัวว่ายัยเตี้ยจะตื่น ก่อนจะค่อยๆ เดินเข้าไปในห้อง เพื่อไปยังเตียงที่ยัยเตี้ยนอนอยู่
“ยัยเตี้ย...” เราเรียกยัยเตี้ยด้วยเสียงที่เบาเหมือนกระซิบ เมื่อเห็นคนตัวเตี้ยนอนหลับอยู่บนเตียงด้วยใบหน้าที่อ่อนเพลียและซีดๆ
“ทำไมหน้าถึงซีดขนาดนี้นะ แถม...ไข้ก็ยังไม่ลดเลยด้วย” พอเราเอามือแตะที่หน้าผากของยัยเตี้ยเบาๆ ก็รู้สึกได้ถึงไอความร้อนที่ออกมาจากร่างกายของยัยเตี้ย
“ทำไมเธอถึงได้บอบบางขนาดนี้ยัยเตี้ย” ยิ่งเราเห็นยัยเตี้ยเป็นแบบนี้ เราก็ยิ่งรู้สึกอยากปกป้องยัยเตี้ยมากขึ้น และก็มากขึ้น มันมากจนเราคิดว่า...เราจะไม่มีวันยอมให้ใครหรืออะไร มาทำร้ายยัยเตี้ยได้อย่างแน่นอน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณหมอให้เอายามาให้ค่ะ”
“ขอบคุณค่ะ”
“งั้นเดี๋ยวขอวัดไข้คนไข้ด้วยนะคะ”
“ค่ะ” เราคุยกับพยาบาลก็จริง แต่สายตาของเราไม่ได้มองไปที่พยาบาลเลยแม้แต่น้อย เพราะสายตาของเราเอาแต่มองยัยเตี้ยไม่วางตาเลย
“คนไข้ยังมีไข้อยู่นะคะ งั้นเดี๋ยวฉันจะเอาผ้ามาเช็ดตัวให้คนไข้นะคะ”
“เอ่อ...เอาแค่ผ้ามาก็ได้ค่ะ เดี๋ยว...เดี๋ยวฉันเช็ดเอง”
“ได้ค่ะ ^^” พยาบาลเข้าไปเตรียมกาละมังกับผ้า พร้อมกับยกออกมาวางไว้ให้เรา
“ขอบคุณมากค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ อยากให้ช่วยอะไรก็เรียกได้เลยนะคะ”
“ค่ะ” เรามองพยาบาลเดินออกไปช้าๆ ก่อนจะหันมามองยัยเตี้ยเหมือนเดิม
“ว่าแต่...เราต้องเริ่มเช็ดจากตรงไหนก่อนเนี่ย?” แล้วทำไมคนที่เห็นอะไรต่อมิอะไรมาเยอะอย่างเรา ต้องมายืนมองยัยเตี้ยเก้ๆ กังๆ แบบนี้ด้วยวะ หงุดหงิดตัวเองเว้ย!!!
“โอ๊ย! อุ๊บ!” เมื่อเรารู้ตัวว่าตัวเองเสียงดัง ก็รีบลดเสียงลดทันที ก่อนจะมองไปที่ยัยเตี้ยว่าตื่นเพราะเสียงเราหรือเปล่า
“หลับสนิทเลยแหะ” ขนาดเราเสียงดังขนาดนั้น ยัยเตี้ยก็ยังหลับสนิทอยู่เลย สงสัยจะเพลียมากจริงๆ
“แล้ว...แล้วเราควรทำยังไงดีวะเนี่ย ตอนนี้ -////-” แล้วทำไมมึงต้องเขินด้วยเนี่ยไอ้นิล ทำอย่างกับไม่เคยเห็นไปได้ นี่มึงเห็นมาเยอะแล้วนะเว้ยไอ้นิล!!!
“...” เราพยายามสะกดอารมณ์ของตัวเองเอาไว้ ก่อนจะเริ่มเช็ดบริเวณหน้าของยัยเตี้ยก่อน และค่อยๆ เลื่อนลงไปที่คอ จากนั้น...เราก็ข้ามไปเช็ดที่แขนทันที
“โอ๊ย! นี่เราเป็นอะไรของเราเนี่ย ทำไมต้องใจเต้นแบบนี้ด้วยวะ -////-” ทำไมเราถึงไม่กล้าเช็ดตัวให้ยัยเตี้ยเนี่ย แถม...แถมใจเรายังมาเต้นแรงแบบนี้อีก โอ๊ย! มึงเป็นอะไรของมึงเนี่ยไอ้นิล
“เอาวะ! ลองอีกสักรอบ" เราเอามือที่สั่นของเรา ค่อยๆ จับที่เชือกตรงเสื้อของยัยเตี้ยเอาไว้ จากนั้นก็...
“คุณพยาบาลคะ รบกวนมาเช็ดตัวให้คนไข้ด้วยค่ะ” จากนั้นเราก็ไปกดปุ่มฉุกเฉินเรียกพยาบาลทันที
“นี่เรากินกาแฟเยอะจนเพี้ยนไปแล้วเหรอวะ ทำไมใจต้องมาเต้นเพราะเรื่องแบบนี้ด้วยเนี่ย -////-” ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ นี่เราเป็นอะไรของเรากันแน่?
“ขอโทษนะคะ จะให้เช็ดตัวให้คนไข้ใช่มั้ยคะ?”
“ค่ะ รบกวนด้วยนะคะ -////-”
“ได้ค่ะ”
“งั้น...ขอออกไปหาอะไรมากินก่อนนะคะ แล้วก็...ขอฝากคนไข้ก่อนแป๊บหนึ่งนะคะ”
“ได้เลยค่ะ” คุณพยาบาลเริ่มปลดเชือกของยัยเตี้ยออกช้าๆ ซึ่งมันก็ทำให้เรารีบหันหลังหนีภาพตรงหน้าทันที
“งะ...งั้นเดี๋ยวมานะคะ -////-” เราพูดจบก็รีบเดินออกจากห้องทันที
“โอ๊ย! นี่กูเป็นอะไรของกูกันแน่เนี่ย -////-” ไอ้นิลคนกล้า ไอ้นิลคนเลวมันหายไปไหนวะเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองเลยเว้ย!!!
“-////-” เราไม่เข้าใจตัวเองเลย ทำไมเราถึงไม่กล้าเช็ดตัวให้ยัยเตี้ยนะ หรือที่เราเป็นแบบนี้เพราะเรากินกาแฟเยอะเกินไปวะ
“พอๆ เลิกคิด แล้วรีบลงไปซื้อของดีกว่า จะได้มาเฝ้ายัยเตี้ยด้วย” เราพยายามหยุดความคิดที่ฟุ้งซ่านของตัวเองลง ถึงแม้มันจะยากมากก็ตาม
21.35 น.
“...” หลังจากที่เราซื้อของกินเสร็จแล้ว เราก็ขึ้นมาเฝ้ายัยเตี้ยเหมือนเดิม จนตอนนี้ก็สามทุ่มกว่าแล้ว แต่ยัยเตี้ยก็ไม่มีวี่แววว่าจะตื่นขึ้นมาเลย สงสัย...ยัยเตี้ยคงจะเพลียมาก แต่ก็ดีแล้วล่ะ ยัยเตี้ยจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่สักที
“ตัวก็เล็กขนาดนี้ เอาความเครียดเก็บไว้ตรงไหนหมด หือ?” เราอยากรู้จริงๆ ว่ายัยเตี้ยเครียดเรื่องอะไร ว่าแต่...ทำไมเราต้องรู้สึกเป็นห่วงยัยเตี้ยขนาดนี้ด้วย? ยัยเตี้ยจะเครียดเรื่องอะไร มัน...มันไม่เกี่ยวกับเราสักหน่อย
“ฮึก หวาน...”
“หือ?” ยัยเตี้ยเป็นอะไรอะ แล้วทำไม...แล้วทำไมถึงร้องไห้แบบนี้ด้วย?!
“ฮึก เกด...ฮึก เกดไม่ดี ฮึก ตรงไหน ฮือออ” ร้องหนักกว่าเดิมอีก เป็นอะไรของเธอเนี่ยยัยเตี้ย เพ้อใหญ่แล้วนะ
“ฮึก พ่อ...พ่อไม่ ฮึก รักเกด ฮึก เหรอคะ ฮือออ” เรื่องเก่าเรายังฟังไม่รู้เรื่องเลย เพ้อเรื่องใหม่อีกแล้วเหรอยัยเตี้ย
“พ่อ...ฮึก พ่อไม่รัก ฮึก เกด ฮึก เหรอคะ ฮึก ฮือออ” พ่องั้นเหรอ?
“ยัยเตี้ย เอ่อ...อย่าร้องนะ พะ...พ่ออยู่นี่แล้ว” นี่กูทำอะไรอยู่วะเนี่ย นิลคนคูล นิลคนโหดหายไปไหนแล้ววะเนี่ย! ทำไมตอนนี้เราต้องมาพูดอะไรแบบนี้ด้วย แถมยัง...ลูบยัยเตี้ยแบบนี้อีก
“พ่อคะ ฮึก เกด ฮึก เกดรักพ่อ ฮึก นะคะ”
“พะ...พ่อก็ระ...รักเกด เหมือนกันนะ” ทำไมกูต้องมาเล่นบทพ่อให้ยัยเตี้ยด้วยเนี่ย ไม่เข้าใจตัวเองจริงๆ
“กอด...ฮึก กอดเกด ฮึก หน่อยได้มั้ยคะ” กะ...กอด!!!
“อะ...เอ่อ -////-” เอาไงดีวะเนี่ย? -////-
“ฮึก พ่อ...พ่อไม่อยาก ฮึก กอดเกดเหรอ ฮึก คะ ฮือออ” โอ๊ย! กอดก็กอดวะ แล้วอย่ามาหาว่าเราลวนลามละกันนะยัยเตี้ย!
เอี๊ยด หมับ!
“พอใจหรือยัง หือ?” เราขึ้นไปนอนที่เตียงกับยัยเตี้ย ก่อนจะดึงยัยเตี้ยเข้ามากอดเบาๆ
“พ่อ...คะ ฟี้...” ยัยเตี้ยกอดตอบเรา พร้อมกับนอนหลับไปอีกครั้ง โดยไม่ได้สนเลยว่าเราจะเป็นยังไงบ้างตอนนี้
ตึก ตัก ตึก ตัก ตึก ตัก
“-////-” เฮ้อ! ดีนะที่เตียงมันไม่แคบมาก ไม่งั้นเราคงกลิ้งตกเตียงไปแล้วล่ะ ว่าแต่...เราจะนอนแบบนี้จริงๆ เหรอวะเนี่ย?
“เฮ้อ! ช่วยไม่ได้นะ เราจะยอม...ให้ยัยเตี้ยแบบเธอกอดสักครั้งละกัน” เรากระชับกอดยัยเตี้ยให้แน่นขึ้น พร้อมกับลูบหัวของยัยเตี้ยไปด้วย
“งั้น...ฝันดีนะ ยัยเตี้ย ^^” เราไม่รู้ว่าตอนนี้เราส่งยิ้มแบบไหนให้ยัยเตี้ยกันแน่ แต่ที่รู้ๆ ยิ้มที่เราส่งให้ยัยเตี้ย เป็นยิ้มที่เรา...ไม่เคยยิ้มให้กับใครมาก่อนเลย