06.15 น.
“...” ทุกคนคงจะคิดว่าเราตื่นเช้าใช่มั้ย แต่ความจริงมันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ เพราะความจริงแล้ว เราหลับๆ ตื่นๆ ทั้งคืนเลยต่างหาก เอาเป็นว่าแทบไม่ได้นอนเลยล่ะ =_=
“เฮ้อ…ไข้ลดสักที” ที่เราต้องหลับๆ ตื่นๆ แบบนี้ ก็เพราะยัยเตี้ยไข้ขึ้นๆ ลงๆ ทั้งคืนเลย เราก็เลยต้องคอยเช็ดตัวให้ แต่เรา...แต่เราไม่ได้มองอะไรเลยนะ! เพราะเรา...เพราะเราเช็ดตัวโดยที่ไม่ได้ถอดเสื้อผ้าเลยแม้แต่นิดเดียว จริงๆ นะ! -////- (แล้วทำไมกูต้องเขินด้วยวะเนี่ย -////-)
“ทำไมเธอถึงได้อ่อนแอแบบนี้นะ” เราคิดว่ายัยเตี้ยดูอ่อนแอมาก อ่อนแอซะจน...จนเราคิดว่าถ้าเราจับแรงๆ ยัยเตี้ยอาจจะแหลกสลายคามือเราเลยก็ได้
“...” ว่าแต่...ที่ยัยเตี้ยละเมอทั้งคืนนี่มันอะไรกันนะ? ทั้งพ่อ พี่ชาย แถมยัง...คนที่ชื่อหวานอีก ยัยเตี้ยมีเรื่องเครียดเยอะขนาดนั้นเลยเหรอ? สงสัยจัง ว่าแต่...ทำไมมึงขี้เสือกแบบนี้วะไอ้นิล - * -
โครก...
“หือ? O_O” เมื่อกี้เสียงอะไรน่ะ?!
โครก...คราก
“ฮ่าฮ่าฮ่า อุ๊บ! ^^” เมื่อเรารู้ต้นตอของเสียง เราก็หัวเราะออกมาทันที แต่ก็ต้องรีบกั้นเสียงเอาไว้เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนการพักผ่อนของยัยเตี้ย
“สงสัยจะหิว ^^” เรามองยัยเตี้ยที่ยังคงหลับไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง พร้อมกับยิ้มออกมาน้อยๆ เพราะเอ็นดูคนตรงหน้า ที่ขนาดหลับอยู่ยังสามารถทำให้เรายิ้มและหัวเราะได้
“งั้น...แวะไปตลาดสักหน่อยดีกว่า” เรากะว่าจะไปหาของกินของตัวเอง และไปหาของกินมาไว้ให้ยัยเตี้ยด้วย เพราะถ้ายัยเตี้ยตื่นขึ้นมาต้องหิวมากแน่ๆ นี่เราไม่ได้ใส่ร้ายนะ เพราะเราฟังจากเสียงท้องร้องของยัยเตี้ยก็รู้แล้วว่าต้องหิวมากๆ ฮ่าฮ่าฮ่า ^^
“เดี๋ยวมานะเตี้ย ^^” เราเข้าไปลูบหัวของยัยเตี้ยเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องเพื่อไปตลาด
“แล้วเรา...ต้องซื้ออะไรให้ยัยเตี้ยกินบ้างเนี่ย?” ในขณะที่เราอยู่ในลิฟ เราก็รู้สึกกังวลขึ้นมาเกี่ยวกับเรื่องอาหารที่ต้องซื้อให้ยัยเตี้ย เพราะตอนนี้ยัยเตี้ยเป็นโรคโลหิตจาง ฉะนั้นก็ต้องเลือกซื้ออาหารที่บำรุงร่างกายและบำรุงเลือดให้ยัยเตี้ยด้วย
“ก่อนอื่น...หาข้อมูลก่อนดีกว่าเรา” เมื่อขึ้นมานั่งบนรถแล้ว เราก็รีบเปิดหาข้อมูลในอินเตอร์เน็ตทันที
“อืม...ข้าวโพด ผักโขมงั้นเหรอ งั้น...ซุปข้าวโพด!” ตอนนี้จะเจ็ดโมงแล้ว แต่มันจะมีร้านอาหารที่เปิดเช้าขนาดนี้มั้ยวะ? แต่ถ้ามี...ก็ต้องไปวนหาร้านอาหารอีก เอายังไงดีวะเนี่ย?
“งั้นจดเอาไว้ก่อนละกัน เผื่อมี” เมื่อคิดได้แบบนั้น เราก็หยิบกระดาษโพสต์อิทขึ้นมาจดรายการอาหารทันที
“อืม...มีอะไรอีกนะ?” เรากดโทรศัพท์เลื่อนดูเรื่อยๆ พร้อมกับจดสิ่งที่อยากจะซื้อให้ยัยเตี้ยในกระดาษโพสต์อิทไปด้วย
“แค่นี้น่าจะพอล่ะ ไปหาซื้อเลยดีกว่า ^^” คำว่าแค่นี้ของเรามันไม่ได้น้อยหรอกนะ เพราะเราเขียนรายการที่จะซื้อของให้ยัยเตี้ยหมดไปตั้งสองแผ่นแหนะ! เรารู้นะว่ามันเยอะ แต่เรา...แต่เราก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราต้องใส่ใจเรื่องของยัยเตี้ยขนาดนี้ด้วย เอาเป็นว่า...ตอนนี้เราแค่อยากจะหาซื้อของมาให้ยัยเตี้ยกินก็เท่านั้นแหละ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้นหรอก
ตลาดสูบทรัพย์
“ทำไมชื่อตลาดมันน่ากลัวจังวะ แต่...ไม่เป็นไรหรอกก็เรารวยนี่นา ^^” ตอนนี้เรามาถึงตลาดที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงพยาบาลมาก จากการค้นหาในอินเตอร์เน็ต
“งั้น...ไปหาซื้อผลไม้ก่อนดีกว่า” ก่อนอื่นก็ต้องหยิบโพสต์อิทที่จดรายการไว้ขึ้นมาดูสักหน่อย
“มีแก้วมังกร แตงโม กล้วย สตอเบอรี่ ทับทิมงั้นเหรอ?” เราควรซื้อผลไม้อะไรให้ยัยเตี้ยดีเนี่ย ไม่รู้ด้วยว่ายัยเตี้ยชอบกินอะไร เอายังไงดีนะ?
“เอาเป็นผลไม้ที่กินง่ายๆ ละกัน” เมื่อคิดได้แล้ว เราก็รีบเดินไปที่แผงผลไม้ทันที
“รับอะไรดีแม่หนู ^^” เราเลือกร้านที่มีคุณยายแก่ๆ ขาย เพราะจะได้อุดหนุนให้แกขายหมดไวๆ ด้วย
“เอา...สตอเบอรี่ กล้วย แก้วมังกร และก็...แตงโมค่ะ ^^”
“เอาอย่างละเท่าไรดีแม่หนู” นั่นสิ เราจะเอาอย่างละเท่าไรดีเนี่ย?
“แตงโมเอาสักสามลูกค่ะ แล้วก็...กล้วยสามหวี แก้วมังกรสองโล สตอเบอรี่เหมาหมดเลยค่ะ ^^”
“ได้เลยแม่หนู ^^” คุณยายรับคำพร้อมกับยิ้มกว้างส่งมาให้เรา ก่อนจะรีบเอาผลไม้ใส่ถุงตามที่เราสั่งทันที
“…” นี่ทุกคนกำลังคิดว่าซื้อเยอะเกินไปใช่มั้ย แต่เราว่าไม่เยอะนะ เพราะที่เราซื้อขนาดนี้ เราว่าจะเอาไปฝากคุณหมอกับพยาบาลด้วยต่างหากล่ะ
“คุณยายคะ แถวนี้พอจะมีร้านอาหารเปิดตอนนี้มั้ยคะ?”
“ไม่มีหรอกลูก แต่ยายมีร้านที่รู้จักกันอยู่ เดี๋ยวยายโทรถามให้ก่อนนะว่าทำให้ได้มั้ย”
“ขอบคุณค่ะคุณยาย” คุณยายยิ้มให้เรา ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรทันที
“ส้มตอนนี้ร้านอาหารใกล้เปิดหรือยัง พอดีมีแม่หนูเขามาเหมาผลไม้ร้านยาย แล้วเขากำลังหาร้านอาหารอยู่น่ะ” ขอให้ได้ด้วยเถอะสาธุ!
“โอเคๆ ได้ใช่มั้ย ได้ๆ เดี๋ยวยายจะรีบบอกให้แม่หนูไปที่ร้านนะ” เย้! ไม่ต้องไปตามหาร้านอาหารเองแล้ว ^^
“ร้านยังไม่เปิดหรอกนะแม่หนู แต่คนที่ยายรู้จักเขาบอกว่าให้หนูไปสั่งอาหารได้ เดี๋ยวเขาจะทำให้ก่อนเป็นกรณีพิเศษ ^^”
“ขอบคุณคุณยายมากเลยนะคะ ^^”
“ไม่เป็นไรๆ หนูอุดหนุนยาย ยายก็ต้องช่วยสิ งั้นยายรีบเอาผลไม้ใส่ถุงให้ก่อนนะ”
“ค่ะ ^^” วันนี้โชคดีจริงๆ เลยเรา
“ขอบคุณมากนะคะ เรื่องร้านอาหารและเรื่องของแถม” คุณยายจัดผลไม้ที่เราสั่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็ยังแถมฝรั่งกับส้มมาให้เราเพิ่มอีก
“ไม่เป็นไรๆ หนูซื้อของยายตั้งเยอะ ยายแถมให้แค่นี้เอง” แค่นี้อะไรกันค่ะ ให้มาแบบนี้เอาไปแจกได้ทั้งโรงพยาบาลเลยนะเนี่ย!
“ยังไงก็ขอบคุณมากๆ นะคะคุณยาย งั้นหนูไปแล้วนะคะ ^^” เราไหว้ขอบคุณคุณยาย ก่อนจะค่อยๆ หยิบถุงผลไม้ขึ้นมาหิ้วจนล้นมือทั้งสองข้าง
“จ้า ขอบใจมากนะแม่หนู ^^” เรายิ้มให้คุณยายอีกครั้ง ก่อนจะรีบเดินไปที่รถ
“เฮ้อ! เสร็จสักที” เราเก็บผลไม้ไว้ที่หลังรถเสร็จแล้ว ก็รีบขึ้นรถทันที
“เฮ้ย!!! จะแปดโมงแล้ว ต้องรีบแล้วเรา” ยัยเตี้ยยิ่งหิวๆ อยู่ ถ้าท้องร้องเยอะเกินจนทำโรงพยาบาลเขาพังจะทำยังไงเนี่ย
“รอก่อนนะเตี้ย อย่าทำโรงพยาบาลเขาพังซะก่อนล่ะ ^^” พอนึกถึงตอนที่ยัยเตี้ยท้องร้องแล้ว เราก็รู้สึกมีความสุขแปลกๆ แถมมัน...ยังทำให้เรายิ้มได้ตลอดเมื่อถึงนึก
“ยิ้มบ้าอะไรของมึงเนี่ยไอ้นิล! รีบไปดิวะ - * -” เมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องรีบไป เราก็หยุดยิ้มและรีบออกรถไปยังจุดหมายทันที
ออด...
“น่าจะที่นี่นะ” ตอนนี้เรามาถึงร้านอาหารที่คุณยายบอกทางมาแล้ว มันก็คง...จะใช่ที่นี่แหละมั้งนะ
“สวัสดีจ้า ที่ยายขายผลไม้แนะนำมาหรือเปล่าจ๊ะ” ผู้หญิงรุ่นคุณป้าออกมาตอนรับเรา พร้อมกับส่งยิ้มแบบอ่อนโยนมาให้เรา
“ใช่ค่ะ ขอโทษที่มารบกวนนะคะ” ไม่ใช่เราไม่เกรงใจเขานะ เราก็เกรงใจเหมือนกัน แต่เรา...ก็อยากให้ยัยเตี้ยได้กินอาหารดีๆ นี่นา
“ไม่เป็นไรๆ เห็นยายแกบอกว่าหนูไปเหมาผลไม้ของแกมาตั้งเยอะ ยายแกโทรมาขอให้ป้าช่วยแค่นี้เองป้าช่วยได้ป้าก็ต้องช่วยสิ เพราะยายแกก็มีบุญคุณกับป้ามากเหมือนกัน ^^”
“แต่ยังไงก็ต้องขอโทษและก็ขอบคุณมากๆ นะคะ ^^”
“ไม่เป็นไรจ้ะ ป้าว่าเรารีบเข้าไปข้างในดีกว่านะ” ดีจังที่เราเจอคนใจดีแบบนี้ ไม่เห็นเหมือน...ไม่ๆ มึงจะคิดทำไมเนี่ยได้นิล!
“ค่ะ ^^” เราเดินตามป้าเข้าไปในร้านทันที
“ว่าแต่...หนูจะกินอะไรล่ะ ป้าจะได้ทำให้”
“หนูไม่ได้กินเองหรอกค่ะ พอดี...หนูจะเอาไปฝากพะ...เพื่อน ที่กำลังนอนอยู่ที่โรงพยาบาล” พูดคำว่าเพื่อนไม่ค่อยเต็มปากเลยแฮะ แต่ที่เราบอกว่าพูดคำว่าเพื่อนไม่เต็มปาก ไม่ใช่เพราะว่าเราไม่อยากเรียกยัยเตี้ยว่าเพื่อนนะ แต่คงเป็นยัยเตี้ยมากกว่าที่ไม่อยากเรียกเราว่าเพื่อน เพราะดูแล้ว...ยัยเตี้ยคงจะเกลียดเรามาก
“ตายแล้ว! แล้วเพื่อนเราเป็นอะไรมากหรือเปล่า?!” เมื่อคุณป้ารู้ว่าเรามาหาซื้อของกินแต่เช้าเพราะอะไร ก็ดูตกใจมาก
“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ เขาแค่...เป็นโรคโลหิตจาง”
“ก็ถือว่าไม่ค่อยดีเลยนะหนู เพราะเป็นโรคนี้จะวูบได้บ่อยๆ”
“ค่ะ หนูก็เลยอยากหาอาหารที่มีประโยชน์ให้เขากินเพิ่มอีก ถึงแม้ที่โรงพยาบาลจะมีแล้วก็ตาม”
“งั้นอยากให้ป้าทำอะไรดี” นั่นสิ เราจะให้ป้าเขาทำอะไรให้ดี เพราะถ้าเราเอารายการอาหารที่จดให้ป้าเขาดู เขาต้องตกใจมากแน่ๆ
“ป้าพอจะมีข้าวโพดมั้ยคะ หนูอยากให้ป้าทำซุปข้าวโพดให้ แต่เดี๋ยวหนูจะช่วยเป็นลูกมือให้ป้าเอง”
“มีจ๊ะ แล้วเอาอย่างเดียวเหรอหนู”
“แล้วที่ร้านพอจะมีแซลมอนมั้ยคะ หนูอยากทำยำแซลมอน”
“มีจ๊ะ ป้าว่าเอาแบบนี้ดีกว่า เราลงมือทำกันเลยดีกว่านะ แล้วถ้าอยากทำอะไรเพิ่มก็ทำ ดีมั้ยจ๊ะ ^^”
“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะป้า ^^” เรากับป้าลงมือทำอาหารทันที โดยที่เราก็คอยช่วยป้า เพราะเราก็พอจะทำได้บ้าง เพราะเวลาอยู่คนเดียว เราต้องทำอาหารกินเองบ่อยๆ
“หนูทำอาหารเก่งใช้ได้เลยนี่นา”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะป้า พอดี...หนูทำกินเองอยู่บ่อยๆ ก็เลยทำได้บ้าง ^^” เฮ้อ...ไม่ค่อยอยากนึกถึงเรื่องนี้เลย
“ทำให้พ่อกับแม่กินบ่อยๆ ใช่มั้ยจ๊ะ ^^” ป้าคุยกับเรา พร้อมกับทำอาหารไปด้วย
“เอ่อ...คือหนู...ป้าช่วยชิมน้ำยำให้หน่อยได้มั้ยคะ ^^” เราไม่รู้จะพูดกับป้ายังไงดี ก็เลยเปลี่ยนเรื่องไปซะเลย เพราะสิ่งที่ป้าพูดมา เรา...เราไม่เคยได้ทำเลย ถึงแม้จริงๆ แล้ว เราอยากจะทำมันมากก็ตาม
“โอ้โห! อร่อยมากเลยนะเนี่ย OoO”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ป้าก็ชมเกินไปแล้วค่ะ”
“จริงๆ นะ ป้าว่ามันอร่อยมากเลย นี่ป้ายังรู้สึกอิจฉาเลยที่พ่อกับแม่ของหนูได้กินอาหารอร่อยๆ แบบนี้”
“...” อย่าอิจฉาเลยค่ะป้า เพราะขนาดกินข้าวด้วยกัน ยังไม่เคยเลย ถ้าไม่ได้ไปออกงานสังคม แล้วอาหารฝีมือหนู จะไปเคยได้ยังไงล่ะคะ
“หนู...หนู!”
“คะ!”
“เป็นอะไรหรือเปล่า?”
“ปะ...เปล่าค่ะ หนู...หนูว่าหนูรีบทำดีกว่าเดี๋ยวเพื่อนจะรอนาน ^^” เราพยายามฝืนยิ้มส่งไปให้ป้า
“โอเคจ๊ะ ^^” เราพยายามสลัดความคิดเรื่องเมื่อกี้ออกไป แล้วรีบทำอาหารให้ยัยเตี้ยต่อทันที
“ขอบคุณมากเลยนะคะป้า” ตอนนี้เราได้อาหารครบตามที่ต้องการแล้ว
“ไม่เป็นไรจ๊ะ ป้ามากกว่าที่ต้องขอบคุณเรา นี่ถ้าไม่ได้เรา ป้าคงไม่ได้เมนูใหม่อย่างยำแซลมอนต้นอ่อนทานตะวันหรอก ^^”
“ฮ่าฮ่าฮ่า งั้นถือว่าเราช่วยกันละกันนะคะ หนูขอตัวก่อนนะคะป้า ขอบคุณอีกครั้งนะคะ ^^”
“จ้า วันหลังแวะมาได้นะ ^^”
“ค่ะ ^^” ถึงป้าไม่บอก เราก็อยากแวะมาหาป้าอยู่แล้ว เพราะเรารู้สึกอบอุ่นมากเลย เวลาได้ทำอาหารกับป้า
“รีบกลับไปหายัยเตี้ยดีกว่า ^^” ก่อนกลับเราว่าจะแวะไปซื้อเสื้อผ้าให้ยัยเตี้ยก่อน เพราะชุดทำงานร้านอัปมงคลนั่น ไม่ควรอยู่บนร่างกายของยัยเตี้ยอีกต่อไป
09.15 น.
“ตื่นหรือยังนะ?” เราค่อยๆ เปิดประตูเข้าไปในห้องช้าๆ และพยายามเปิดให้เงียบที่สุด เพราะกลัวว่าจะไปรบกวนยัยเตี้ยเข้า
“ยังหลับอยู่เลยแฮะ ^^” เมื่อเราเข้ามาในห้อง ก็ยังเห็นยัยเตี้ยนอนหลับอยู่
“ขี้เซาจริงๆ เลยนะแม่คุณ ^^” ขนาดนอนยังน่ารักเลยแฮะ เฮ้ย! เมื่อกี้เราคิดอะไรเนี่ย?!
“รีบเตรียมของให้ยัยเตี้ยดีกว่า” เมื่อคิดได้แบบนั้น เราก็เดินไปอีกห้องทันที เพราะเราจะเตรียมอาหารและผลไม้ให้ยัยเตี้ย
“ล้างกล่องก่อนดีกว่าเรา” เราซื้อกล่องใส่ข้าวมาเยอะพอสมควร เพื่อจะเอาไว้ใส่ผลไม้และอาหารให้ยัยเตี้ยไว้กิน
“ต่อไปก็...ล้างผลไม้” เราเอาสตอเบอรี่ ฝรั่ง ไปล้างให้สะอาด จากนั้นก็เอามาหั่นให้พอดีคำ เพื่อให้ยัยเตี้ยกินได้ง่ายๆ แล้วใส่ในกล่องที่ซื้อมา และจัดใส่จานไว้อย่างละนิด จากนั้นก็เอาที่อยู่ในกล่องไปแช่ในตู้เย็น
“ทำอะไรต่อดีเรา อืม...หั่นแตงโมละกัน” เราค่อยๆ ผ่าแตงโมออก จนแยกออกเป็นสองซีก จากนั้นก็เอาแตงโมซีกหนึ่งใส่ถุงไว้ และเอาซีกที่เหลือมาผ่าไปเรื่อยๆ ให้พอดีคำ เพื่อให้ยัยเตี้ยจิ้มกินได้ง่ายๆ ก่อนจะแบ่งใส่จานเดียวกันกับสตอเบอรี่และฝรั่ง แล้วที่เหลือก็เอาใส่กล่องอันใหม่
“…” เราคิดว่าตอนนี้ทุกคนกำลังสงสัยอยู่ใช่มั้ยว่าเราเอามีดมาจากไหน งั้นเดี๋ยวเราจะเล่าให้ฟังละกัน ก็ตอนที่เราเอาผลไม้ไปให้หมอกับพยาบาล แล้วเรานึกขึ้นได้ว่าไม่มีมีด เพราะลืมซื้อ เราก็เลยถามว่าเขามีมีดให้ยืมมั้ย พยาบาลเขาก็เลยไปขอยืมมีดที่แม่ครัวมาให้ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้นี่แหละ
“เหลือหั่นอะไรอีกนะ...แก้วมังกร!” เราเอาแตงโมไปแช่ไว้ในตู้เย็น ก่อนจะเอาแก้วมังกรมาหั่นและใส่ในจานเดียวกับสตอเบอรี่ ฝรั่ง แล้วก็แตงโม ก่อนจะเอาที่เหลือใส่ในกล่อง และไม่ลืมหั่นให้พอดีคำเพื่อให้ยัยเตี้ยกินได้ง่ายๆ
“ต่อไปก็...ส้ม” เราเอาส้มมาปอกเปลือกออก แล้วค่อยๆ แกะส้มออกทีละชิ้น ก่อนจะจัดวางในจานเดียวกับผลไม้ชนิดอื่น พร้อมกับจัดใส่กล่องอย่างเป็นระเบียบเหมือนเดิม
“ตอนนี้ผลไม้มีอะไรบ้างนะ?” ตอนที่เราจะเอากล่องส้มและจานผลไม้ไปแช่ เราก็ตรวจดูอีกครั้งว่าแต่ละกล่องมีผลไม้อะไรบ้าง
“สตอเบอรี่ ฝรั่ง แตงโม แก้วมังกร ส้ม อืม...ครบ! ^^” ที่จริงมันก็มีกล้วยด้วยอะนะ แต่เราวางเอาไว้ให้เป็นหวีเลยดีกว่า เพราะถ้าแกะเลยมันจะช้ำเอา
“ต่อไปก็...เตรียมอาหารใส่จานไว้ให้ยัยเตี้ยดีกว่า” เราเอาอาหารที่อยู่ในถุงมาจัดใส่จาน เพื่อให้ยัยเตี้ยตื่นมาแล้วกินได้เลย และเรายังจัดใส่กล่องไว้อีกชุดเพื่อให้ยัยเตี้ยเอาไว้กินตอนออกจากโรงพยาบาลไปแล้วด้วย อาหารที่เราเตรียมไว้ให้ยัยเตี้ยก็มีแค่สามอย่างเท่านั้นแหละ ทุกคนอยากรู้ใช่มั้ยว่าเราเตรียมอะไรไว้ให้ยัยเตี้ยบ้าง อย่างแรกเลยนะ เราเตรียมซุปข้าวโพดที่เราช่วยป้าทำให้ยัยเตี้ย และเราก็ขอให้ป้าจดสูตรให้ด้วยเพราะจะได้ทำให้ยัยเตี้ยกินอีกได้ถ้ายัยเตี้ยชอบ อันต่อไปก็คือยำแซลมอนต้นอ่อนทานตะวันที่เราทำเอง ซึ่งป้าก็ขอสูตรและขอทำเป็นเมนูใหม่ของร้าน และอันสุดท้ายก็คือแซนวิชสลัดไข่ต้ม
“เสร็จสักที ^^” เราเอาอาหารใส่จานและถ้วยเสร็จแล้ว ก็ปิดฝาเป็นอย่างดีเพื่อป้องกันฝุ่นลง ก่อนจะยกไปไว้ที่โต๊ะสำหรับกินข้าวของคนไข้ จากนั้นก็เอาชุดที่ซื้อให้ยัยเตี้ยวางไว้บนตู้เก็บของ
“เขียนโพสต์อิทไว้ด้วยดีกว่า ^^” เราเขียนโพสต์อิทบอกเรื่องอาหาร เรื่องผลไม้ และเรื่องเสื้อผ้าให้ยัยเตี้ย ก่อนจะเอาไปแปะไว้ตามสิ่งที่ทำให้ยัยเตี้ย
“ตื่นมา หวังว่าจะชอบนะเตี้ย ^^” สิ่งที่เราทำทั้งหมด เราไม่เคยทำมันให้กับใครเลยนะ แต่เราก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าทำไมเราต้องทำแบบนี้ให้คนที่เราเคยช่วยและเกลียดเราด้วย แต่ที่เรารู้ตอนนี้ก็คือ...เรามีความสุขกับสิ่งที่ได้ทำให้ยัยเตี้ยมาก เราไม่มีคำตอบให้สำหรับสิ่งที่เราทำให้ยัยเตี้ยหรอกนะ เอาเป็นว่า...แค่เราได้ทำเพื่อยัยเตี้ยแบบนี้ เราก็พอใจแล้ว ^^