[Special Talks : Ket]
“อือ...” นี่ฉัน...นี่ฉันอยู่ที่ไหนเนี่ย?
“ตื่นแล้วเหรอคะ?” เอ๊ะ? เสียงใครกัน
“…” ฉันค่อยๆ ลืมตาขึ้นช้าๆ ก่อนจะมองไปรอบๆ ห้อง แล้วก็เจอกับพยาบาลคนหนึ่ง
“ที่นี่...”
“ที่นี่โรงพยาบาลค่ะ ^^” คุณพยาบาลกดที่นอนให้ขึ้นมาช้าๆ เพื่อให้ฉันนั่งได้ถนัดๆ
“โรงพยาบาล?!” ทำไม...ทำไมฉันถึงมาอยู่ที่โรงพยาบาลได้นะ แล้ว...แล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่?
“คุณมีไข้ขึ้นสูงมาก เลยทำให้เป็นลมสลบไป แต่โชคดีที่เพื่อนของคุณมาส่งได้ทันซะก่อนค่ะ ^^”
“เพื่อน?” พวกเพื่อนที่ร้านงั้นเหรอ? ว่าแต่...ที่ร้าน ที่ร้านฉันโดนไล่ออกแล้วนี่นา เพราะ...เพราะผู้หญิงคนนั้นคนเดียวเลย ที่ทำให้ชีวิตฉันเป็นแบบนี้!
“เพื่อนคุณเตรียมของกินเอาไว้ให้เต็มเลยนะคะ แถม...มีโน้ตติดเอาไว้ด้วย น่ารักมากๆ เลยค่ะ ^^” ของกินงั้นเหรอ?
“ซุปยังอุ่นๆ อยู่นะคะ คนไข้จะกินเลย หรือให้ไปอุ่นเพิ่มดีคะ?”
“กินเลยก็ได้ค่ะ” คุณพยาบาลเลื่อนโต๊ะที่มีจานและถ้วยทั้งหมดสามใบมาให้ฉัน ก่อนจะเปิดฝาให้ฉัน
“เหมือนเพื่อนของคุณจะเตรียมผลไม้เอาไว้ให้ด้วยนะคะ งั้นเดี๋ยวฉันไปเอาที่ตู้เย็นให้นะคะ ^^”
“ขะ...ขอบคุณค่ะ” ว่าแต่...ทำไมห้องถึงเงียบแบบนี้ล่ะ แล้วทุกคนไปไหนกันหมด?
“เพื่อนของคุณนี่น่ารักมากเลยนะคะ เตรียมให้คุณเป็นอย่างดีเลย ดูสิคะ หั่นแบบพอดีคำเพื่อให้กินง่ายๆ ด้วย นี่เพื่อนของคุณยังซื้อผลไม้ตั้งเยอะมาฝากหมอกับพยาบาลด้วยนะคะ^^” คุณพยาบาลยังพูดชมเพื่อนของฉันไม่หยุด แต่ว่า...เพื่อนของฉันจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อผลไม้ให้หมอกับพยาบาลเนี่ย? แถม...ผลไม้พวกนี้ถ้าซื้อหมดนี่ มันก็ไม่ได้ถูกๆ เลยนะ!
“คุณพยาบาลคะ แล้ว...เพื่อนของฉันเขาอยู่ไหนกันเหรอคะ?”
“พอเตรียมของให้คุณเสร็จ ก็ไปจ่ายค่ารักษาพยาบาล แล้วก็กลับไปแล้วล่ะค่ะ” ค่ารักษาพยาบาล? นี่! นี่มันห้องพิเศษนี่นา?!
“นะ...นี่มัน...นี่มันห้องพิเศษใช่มั้ยคะ?” ขออย่าให้เป็นอย่างที่ฉันคิดด้วยเถอะ สาธุ!
“ใช่ค่ะ นี่ห้องพิเศษค่ะ ^^”
“!!!” ทะ...เท่าไรเข้าไปเนี่ย?!
“งั้นเดี๋ยวฉันขอตัวก่อนนะคะ คุณจะได้กินข้าว แล้วพอกินข้าวเสร็จแล้ว อย่าลืมกินยาที่ฉันจัดมาให้ด้วยนะคะ ^^”
“เอ่อ...ถ้าฉันจะขอโทรศัพท์ได้มั้ยคะ?”
“ได้ค่ะ งั้นขอตัวก่อนนะคะ ^^” เมื่อคุณพยาบาลออกไปแล้ว ฉันก็ก้มมองอาหารตรงหน้าอย่างพิจารณาทันที
“น่ากินจัง ^^” สิ่งที่ทุกคนเตรียมไว้ให้ฉันมันน่ากินมากๆ เลย ไม่ว่าจะเป็นแซนวิช ซุปข้าวโพด ยำแซลมอนที่ยังไม่ได้ใส่น้ำยำ และผลไม้หลายชนิดที่จัดเอาไว้ให้ฉัน พร้อมกับหั่นให้พอดีคำ เพื่อให้ฉันกินได้ง่ายๆ ด้วย
“หือ! แซนวิชอร่อยจัง ^^” แซนวิชที่ฉันกินเป็นแซนวิชไข่กับน้ำสลัด มันอร่อยมากเลยอะ แถมขนมปังก็นุ่มมากด้วย ^^
“เอ๊ะ? โน๊ตนี่นา” หยิบขึ้นมาอ่านหน่อยดีกว่า
‘กินให้อร่อยนะยัยเตี้ย :P’
“ยัยเตี้ย?” มีเพื่อนที่ร้านเรียกฉันแบบนี้ด้วยเหรอ? ทำไมไม่เห็นจำได้เลย
“ช่างเถอะ รีบกินต่อดีกว่า ^^” ฉันกินแซนวิชจนหมดชิ้นแล้ว ก็ลองตักซุปข้าวโพดขึ้นมาชิมต่อทันที
“อันนี้ก็อร่อย! ^^” อร่อยจังเลย ลองกินยำแซลมอนบ้างดีกว่า แต่ก่อนอื่น...ต้องเทน้ำยำก่อน หืม! หอมจังเลย ^^
“กินละนะ ^^” ฉันค่อยๆ ตักแซลมอนและต้นอ่อนทานตะวันขึ้นมากินช้าๆ
“อร่อยทุกอย่างเลย ^^” เมื่อฉันได้ชิมทุกอย่างแล้ว ฉันก็ลงมือจัดการกินทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้าอย่างไม่คิดชีวิตเลย เพราะตอนนี้ฉันหิวมาก จนสามารถกินช้างได้ทั้งตัวเลยล่ะ
“กินผลไม้ต่อดีกว่า ^^” เมื่อฉันกินอาหารจนหมดเกลี้ยงแล้ว ย้ำนะคะ ว่าหมดเกลี้ยง! เพราะถ้าจับเท รับรองว่าไม่มีอะไรออกมาสักหยดแน่นอนค่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า
“ผลไม้ก็หั่นพอดีคำ ทำไม...พวกนั้นถึงใส่ใจฉันขนาดนี้นะ?” ถึงฉันจะทำงานได้ไม่กี่เดือน แต่ก็ไม่นึกเลยว่าเพื่อนที่ทำงานจะดีกับฉันขนาดนี้ สงสัยต้องนัดมาเจอเพื่อขอบคุณสักหน่อยแล้ว
“นี่กี่โมงแล้วเนี่ย?” วันนี้ถ้าจำไม่ผิด ฉันมีเรียนตอนสิบเอ็ดโมงนี่นา
“หา! เก้าโมงกว่า O0O” ต้องรีบออกจากโรงพยาบาลแล้ว เสื้อผ้าของฉันอยู่ไหนเนี่ย?! ฉันค่อยๆ ลุกและลงจากเตียงช้าๆ ก่อนจะไปดูที่ตู้เก็บของ ก็เจอกับถุงเสื้อที่วางอยู่บนตู้เก็บของพอดี
“อยู่นี่...” เอ๊ะ? นี่มันไม่ใช่เสื้อฉันนิ!
‘ใส่ชุดนี้นะ ชุดนั่นของเธอเราเอาไปทิ้งแล้ว มันสกปรก แต่ที่บอกว่าสกปรก เราหมายถึงเจ้าของร้านอะนะ ที่สกปรก : (’
“นี่พวกเธอกล้าด่าเจ้านายขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย ฮ่าฮ่าฮ่า” เมื่อฉันได้อ่านโน้ต ฉันก็รู้สึกขำและมีความสุขขึ้นมาทันที
“รีบไปเปลี่ยนเสื้อผ้าดีกว่า” ฉันรีบเดินไปเปลี่ยนเสื้อที่ห้องน้ำทันที
“?” แต่เมื่อฉันออกมาจากห้องน้ำ สายตาของฉันมันก็เหลือบไปเห็นโน้ตอะไรสักอย่างที่ติดเต็มตู้เย็นไปหมด
‘ถ้าเธอเดินมาอ่านโน้ตอันนี้ เธอก็คงจะกินข้าวหมดแล้วใช่มั้ย? ใช่แหละเราว่าต้องใช่ ^^’
“อะไรเนี่ย พูดเองเออเอง ^^” ฉันค่อยๆ ไล่อ่านโน้ตที่ละแผ่น อย่างช้าๆ
‘หวังว่าเธอจะชอบอาหารที่เราตั้งใจทำนะ เพราะถ้าไม่ชอบแล้วกินหมด เธอก็คงต้องตระกะมากแน่ๆ ฮ่าฮ่าฮ่า’
“หลอกด่ากันนี่นา!” แผ่นนี้อ่านแล้วรู้สึกหงุดหงิดจัง เหมือนฉันโดนด่ายังไงไม่รู้ - * -
‘อาหารที่เราทำเอาไว้ให้ยังไม่หมดนะ เราใส่กล่องเอาไว้ให้ด้วย อยู่ในถุงผ้าข้างๆ ตู้เย็นนั่นแหละ’
“...” ฉันมองตามโน้ตที่เพิ่งอ่านจบก็พบถุงผ้าตามที่เขียนเอาไว้ในโน๊ตเลย
‘ยังไม่หมดแค่นั้นนะ เพราะเราเอาผลไม้ใส่กล่องไว้ให้กินด้วย ถุงผ้าก็อยู่ข้างๆ กับถุงข้าวนั่นแหละ หยิบใส่ถุงเอานะ ^^’
“...” เมื่ออ่านจบ ฉันก็เปิดตู้เย็นดูทันที แล้วรู้มั้ยสิ่งที่ฉันเจอมีอะไรบ้าง?!
“ทะ...ทำไมมันถึงเยอะแบบนี้เนี่ย?!” ตอนแรกฉันก็นึกว่าจะมีกล่องเดียวเหมือนตอนที่จัดใส่จาน แต่ที่ไหนได้! มีผลไม้อย่างละกล่อง แถมสตอเบอรี่ยังมีในถุงแยกไว้ต่างหากอีก แค่ในกล่องก็เยอะมากพออยู่แล้วนะ ทำไมถึงซื้ออะไรเยอะแยะขนาดนี้เนี่ย!
‘กินเยอะๆ นะ เพราะมันดีต่อสุขภาพของเธอ’
‘แล้วกินให้หมดด้วยล่ะ เพราะถ้าไม่หมด เราจะขอให้...ไม่บอกดีกว่า :P’
“ทำไมถึงซื้อผลไม้มาเยอะขนาดนี้นะ แถมมีกล้วยอีก!” ทำไมถึงขนซื้อมาขนาดนี้ ไหนจะค่าห้อง ไหนจะค่ารักษา แล้วแบบนี้ฉันจะเอาเงินที่ไหนไปคืนพวกเธอเนี่ย?! แต่ถึงฉันจะบ่นแบบนี้ แต่ฉันก็เอากล่องผลไม้ใส่ในถุงผ้าทันที เพราะถ้าไม่เอากลับไป คนที่ทำให้ต้องเสียใจแน่ๆ เลย
“ต้องรีบแล้ว” ฉันคงต้องใช้โทรศัพท์ของโรงพยาบาลโทรหาไนท์ให้มารับแล้วล่ะ เพราะทุกคนคงจะลืมเอากระเป๋ามาให้ฉัน แต่...ถ้าให้ไนท์มารับที่โรงพยาบาล ไนท์จะตกใจมั้ยนะ?
“ขอโทษนะคะ พอดีฉันจะกลับบ้านแล้ว รบกวนเข้ามาหาที่ห้องหน่อยนะคะ” ฉันกดออดเรียกพยาบาลทันที เพราะเขาจะได้รับรู้ว่าฉันจะกลับแล้ว แล้วฉันจะได้ขอโทรศัพท์อีกครั้งด้วย
“คนไข้ไม่นอนพักอีกสักหน่อยเหรอคะ ตอนเย็นค่อยกลับก็ได้ค่ะ” คุณพยาบาลรีบเปิดประตูเข้ามาหาฉันทันที
“พอดีฉันมีเรียนอะค่ะ ยังไงฉันขอรบกวนใช้โทรศัพท์โทรไปหาเพื่อนให้มารับหน่อยนะคะ”
“ได้ค่ะ งั้นเดี๋ยวฉันไปเอารถเข็นมาให้นะคะ” คุณพยาบาลยิ้มให้ฉัน ก่อนจะเดินออกจากห้องไป เพื่อเอารถเข็นมาให้ฉัน
“...” เมื่อคุณพยาบาลออกไปแล้ว ฉันก็รีบโทรไปหาไนท์ทันที โดยที่ฉันไม่ได้บอกความจริงเรื่องที่ฉันป่วยกับไนท์ เพราะฉันกลัวว่าไนท์จะตกใจและเป็นห่วงฉัน ฉันเลยเลือกที่จะบอกกับไนท์ว่ามารับจ๊อบที่โรงพยาบาลแทน พร้อมกับบอกให้ไนท์เอาชุดนักศึกษามาเผื่อฉันด้วย เพราะจะได้เลยไปมหาลัยเลย
“รถเข็นมาแล้วค่ะ ไปกันเลยมั้ยคะ?” คุณพยาบาลเข็นรถเข็นเข้ามาหาฉัน ฉันก็เลยหันไปหยิบสัมภาระของฉันทั้งหมดมาถือเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นถุงอาหาร ถุงผลไม้ ก่อนจะลงไปนั่งที่รถเข็นช้าๆ
“คุณคะ? ลืมถุงยาค่ะ” คุณพยาบาลหยิบถุงยาส่งมาให้ฉัน
“ขอบคุณมากค่ะ ^^” ฉันรับถุงยามาจากคุณพยาบาล ก่อนจะมองโน้ตที่ติดอยู่ที่ถุงยาอย่างพิจารณา
‘ยาลืมกินยาให้ถูกเวลาด้วยล่ะ เป็นหลายโรคก็ดูแลตัวเองดีๆ ด้วย เตี้ยอยู่แล้ว เดี๋ยวมันจะเตี้ยมากกว่าเดิมเอา :P อย่าลืมกินยาตามที่หมอบอกให้ถูกนะ เป็น O’
“อะไรคือเป็นวงกลม?” ฉันไม่เข้าใจที่พวกเพื่อนๆ วาดมาเลย แต่ที่ไม่เข้าใจยิ่งกว่าก็คือ ทำไมถึงเรียกฉันว่าเตี้ยนะ?
“เมื่อกี้คนไข้พูดอะไรหรือเปล่าคะ?”
“อ๋อ...จะถามว่าฉันเป็นโรคอะไรเหรอคะ ทำไมยามันถึงเยอะแบบนี้” ฉันพูดพร้อมกับเก็บถุงยาลงไปในถุงผ้า และพยายามซ่อนเอาไว้ให้ลึกที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะกลัวว่าไนท์จะเห็นเข้า
“คุณเป็นโรคโลหิตจาง แล้วก็มีโรคเครียดสะสมค่ะ คุณหมอฝากบอกว่า คุณต้องพักผ่อนเยอะๆ ห้ามนอนดึกและห้ามทำงานหนักเป็นอันขาดนะคะ เพราะมันจะทำให้คุณวูบอย่างเมื่อวานได้”
“ค่ะ” ฉันต้องทำงานเพื่อหาเงิน ทำไมต้องมาเป็นโรคอะไรแบบนี้ด้วยนะ แต่ถึงยังไง...ฉันก็คงไม่หยุดทำงานหรอก เพราะถ้าฉันไม่ทำ ฉันก็จะไม่มีเงิน
“ส่งแค่ตรงนี้ก็พอค่ะ” เมื่อลงมาถึงชั้นล่าง ฉันก็ลุกขึ้นจากรถเข็นช้าๆ ก่อนจะหันไปหาคุณพยาบาล เพื่อขอบคุณ
“ขอบคุณมากเลยนะคะ ^^”
“เดี๋ยวฉันไปส่งถึงหน้าโรงพยาบาลดีกว่านะคะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ พอดีนัดให้เพื่อนมารับตรงประชาสัมพันธ์ เดี๋ยวยังไงฉันนั่งรออยู่ตรงนี้นี่แหละค่ะ”
“ให้ฉันอยู่เป็นเพื่อนมั้ยคะ?” ถ้าคุณพยาบาลอยู่ ความลับของฉันก็แตกสิคะ
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวฉันจะนั่งรออยู่ตรงนี้ ไม่ลุกไปไหนแน่นอนค่ะ คุณพยาบาลไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ ^^”
“งั้นก็ได้ค่ะ แต่ต้องนั่งรออยู่ตรงนี้นะคะ” คุณพยาบาลย้ำกับฉันอีกครั้งเพราะเป็นห่วง
“ค่ะ ^^” คุณพยาบาลยิ้มให้ฉัน ก่อนจะเดินหันหลังกลับไป
“เกด!” เฉียดฉิวเลยนะเนี่ย?!
“ตะ...ตกใจหมดเลยไนท์”
“ไนท์สิที่ต้องตกใจ ที่อยู่ดีๆ เกดก็บอกให้มารับโรงพยาบาลแบบนี้” นี่ขนาดฉันบอกว่ามารับจ๊อบที่โรงพยาบาลไนท์ยังตกใจขนาดนี้เลย แล้วถ้าฉันบอกว่าป่วยจนต้องมานอนที่โรงพยาบาล ไนท์จะไม่ตกใจจนเป็นลมไปเลยเหรอ
“เกดแค่มารับจ๊อบที่โรงพยาบาลเอง ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
“ก็รู้...แต่พอได้ยินคำว่าโรงพยาบาล หูมันก็ไม่รับคำอื่นเลยนี่นา”
“โอเคๆ แต่ตอนนี้เราอย่าเพิ่งคุยกันเลย รีบไปมหาลัยกันเถอะนะ นี่มันก็จะสิบโมงแล้วด้วย” ดีนะที่คอนโดของไนท์ไม่ได้อยู่ไกลจากโรงพยาบาลมาก แล้วมหาลัยก็ไม่ได้ไกลด้วย เพราะถ้าไกลฉันคงได้ไปเรียนสายแน่ๆ เลย
“อือๆ” ไนท์พาฉันไปที่รถทันที ก่อนจะรีบขับออกไปอย่างเร็ว โดยที่ฉันเปลี่ยนเป็นชุดนักศึกษาในรถเลย แต่ทุกคนไม่ต้องห่วงหรอก เพราะฟิล์มกระจกรถไนท์เป็นฟิล์มดำ ไม่มีใครมาเห็นตอนที่ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้าแน่นอน
“เฮ้อ! ถึงแล้ว” ถึงสิบโมงเป๊ะเลย
“ดีนะที่โรงพยาบาลอยู่ใกล้ ไม่อย่างนั้นเกดต้องทำให้ไนท์สายไปด้วยแน่ๆ เลย”
“ถึงสายก็ไม่เป็นไรหรอกน่า แต่ที่จริง...เกดกลับไปนอนพักที่บ้านก็ได้นะ คาบนี้ไม่มีอะไรมากหรอก เดี๋ยวไนท์เลคเชอร์ให้ก็ได้ เพราะตอนนี้หน้าเกดซีดมากเลย อย่างกับ...อย่างกับคนไม่สบายแหนะ”
“บะ...บ้า! เกดสบายดี ที่...ที่เกดหน้าซีดแบบนี้ อาจจะเป็นเพราะ...เพราะเกดไม่ได้แต่งหน้าไง ^^” ฉันพยายามพูดและยิ้มให้ไนท์ให้เป็นปกติที่สุด แต่ก็ไม่รู้ว่าจะมีพิรุธให้ไนท์เห็นหรือเปล่า
“อือ...จริงด้วย” เฮ้อ! ค่อยยังชั่วที่ไนท์ไม่สงสัย
“ว่าแต่...ถืออะไรมาเยอะแยะเหรอเกด”
“เกดว่าเรารีบไปที่ห้องเถอะนะ แล้วเดี๋ยวเกดเล่าให้ฟัง” ฉันไม่ได้เอาของไปด้วย เพราะกลัวว่าไนท์จะเห็นถุงยาเข้า
“อือๆ”
“…” เดี๋ยวพอเรียนเสร็จค่อยยืมโทรศัพท์ไนท์โทรไปหาเพื่อนที่ร้านละกัน จะได้ให้เขาเอากระเป๋ามาให้และขอบคุณสำหรับเรื่องทุกอย่างด้วย ^^
[End : Special]