“ตอนนี้ยัยเตี้ยจะทำอะไรอยู่นะ? ^^” ตอนนี้ยัยเตี้ยน่าจะนอนพักผ่อนอยู่ เพราะถึงหมอจะให้ออกวันนี้ได้เลย แต่ก็คงยังนอนพักจนถึงเย็นอะนะ แล้วพอเราเลิกเรียน เราก็ค่อยไปรับยัยเตี้ยไปส่งที่บ้าน ^^
“จะกินอาหารที่เราทำให้หมดมั้ยนะ?” ตัวเตี้ยๆ แบบนั้นคงกินข้าวไม่เยอะแน่ๆ เลย ไม่อย่างนั้นคงไม่ตัวเตี้ยอย่างทุกวันนี้หรอก
“เฮ้อ…ไอ้นัทนี่นา!” ยิ้มหน้าบานมาเชียว แบบนี้ได้เหยื่ออีกชัว!
“ไง” ไอ้นัททักเรา ก่อนจะยิ้มจนหน้าบานเป็นจานดาวเทียม
“ได้เหยื่ออีกแล้วสิมึง ยิ้มจนหน้าบานขนาดนี้”
“บานบ้านมึงสิ - * -” ไอ้นัทพูด พร้อมกับทำหน้าบึ้งใส่เรา
“ก็มึงหน้าบานจริงๆ นี่หว่า ว่าแต่...ได้เหยื่อใหม่อีกแล้วใช่มั้ยวะ?” เรารู้อยู่แล้วล่ะ ว่ามันต้องได้เหยื่อใหม่มา แต่ที่เราถาม ก็เพื่อจะกวนมันเท่านั้น
“เออ!” เราคุยและกวนมันไปเรื่อยๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
“กรี๊ดดดดด/อ๊ายยยย” แต่พอเดินเข้าไปในห้องก็มีทั้งสาวๆ ของไอ้นัทและของเรากรี๊ดกันใหญ่เมื่อเราสองคนเดินเข้ามา
“^^” เราก็ไม่อยากพูดหรอกนะ เดี๋ยวทุกคนจะหาว่าเราหลงตัวเอง แต่ความจริงก็คือความจริง ความจริงที่ว่า...เราฮอตมากอะ ^^
“หึ! ไอ้เสนียดแรง” เรายังคงแกล้งไอ้นัทต่อไป
“กูบอกว่าเสน่ห์! ไม่ใช่เสนียด! - * -” ไอ้นัทพูดพร้อมกับทำหน้าบึ้งใส่เราอีกครั้ง
“ก็หมั่นไส้นี่หว่า”
“มึงหมั่นไส้กู ไม่ดูตัวเองเลยเนอะ” นัทพูดด้วยใบหน้าบึ้งๆ ก่อนจะมองไปที่สาวๆ ที่กำลังกรี๊ดเรา และส่งยิ้มให้เราอยู่
“โทษทีว่ะ ก็คนมันเท่” เราพูดพร้อมกับทำหน้ากวนๆ ส่งไปให้ไอ้นัท
“ยิ่งชม ยิ่งหลงเนอะ เอาแผนที่มั้ยมึง จะได้ไม่หลงตัวเอง - * -” แหมมม พูดเหมือนตัวเองไม่เคยยอตัวเองเลยเนอะ
“ไม่ว่ะ เพราะกูมี GPS”
“งั้นมึงยิ่งต้องเอาแผนที่เลย เพราะ GPS มันช่วยมึงไม่ได้หรอก มันยิ่งจะพามึงหลงมากกว่าเดิมอีก”
“หึๆ สรุปกูไม่ต้องใช้อะไรทั้งนั้นแหละ เพราะกูเท่จริง ไม่ได้หลงตัวเอง จบเนอะ” เราพูดจบก็ยักคิ้วให้มันหนึ่งที อย่างกวนๆ
“แล้วแต่คุณมึงเลยครับ - * -” ไอ้นัทพูดด้วยใบหน้าเอือมๆ ก่อนจะมีผู้หญิงเรียกมันไปคุยด้วย แหมมม ว่าแต่กู มึงใช่ย่อยที่ไหนกัน
“รำคาญ!”
“...” เอ๊ะ! นั่นมันเพื่อนของยัยเตี้ยใช่มั้ย แล้วทำไมถึงพูดใส่ไอ้นัทแบบนั้นล่ะ ไอ้นัทมันไปทำอะไรให้เขาเกลียดกันแน่เนี่ย?
“ยัยคนสวยเมื่อกี้ พูดใส่มึงหรือเปล่าวะ?”
“ไม่รู้วะ คงไม่หรอกมั้ง” แต่กูว่าเขาพูดถึงมึงเต็มๆ เลยนะ ดูจากการจ้องมึงแล้ว ถ้าเอามีดมาแทงมึงตอนนี้ได้ ก็คงแทงไปแล้วล่ะ
“งั้นเหรอ...ไปนั่งกันเถอะ”
“อือ” เมื่อมันบอกว่าไม่มีอะไร ถึงแม้เราจะรู้ว่ามันต้องมีอะไรแน่ๆ ก็ตาม แต่เราก็คงไม่ไปเซ่าซี้มันหรอก เพราะถ้าไอ้นัทมันอยากจะบอก เดี๋ยวมันก็คงบอกเราเองนั่นแหละ
“?” นั่นไอ้ปุยฝ้ายนิ แล้วทำไมมันถึงเดินแบบนั้นล่ะ?!
“เฮ้ย! ไอ้ปุยฝ้าย แกไปโดนอะไรมาวะ แล้วใครเป็นคนทำ แกบอกมา เราจะไปจัดการมันเอง!” ที่เราโมโหขนาดนี้ ก็เพราะว่าเรากับไอ้นัทคอยดูแลและปกป้องไอ้ปุยฝ้ายเป็นอย่างดี ขนาดยุงยังไม่ให้กัดเลย แล้วนี่! มันเป็นใคร ถึงได้กล้ามาทำให้ไอ้ปุยฝ้ายเจ็บได้ขนาดนี้วะ!
“อุบัติเหตุนิดหน่อยน่ะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากหรอกแก” ใครประคองไอ้ปุยฝ้ายมาวะ?
“แล้วใครเป็นคนทำ! บอกมาเลยนะ” เราต้องรู้ให้ได้ว่าใครเป็นคนทำให้ไอ้ปุยฝ้ายมันเจ็บแบบนี้
“ระ...เราเอง เราต้องขอโทษด้วย เป็นเพราะเราขับรถไม่ระวังเองแหละ” คนที่ประคองปุยฝ้ายพูดขึ้น พร้อมกับทำหน้าหงอยๆ
“เธอเป็นคนทำงั้นเหรอ” เรามองไปที่คนที่ทำให้ไอ้ปุยฝ้ายเจ็บนิ่งๆ
“เฮ้ย! ไอ้นิล อย่าทำหน้าตาน่ากลัวแบบนั้นดิวะ” ไอ้นัทเข้ามาตบไหล่ของเราเบาๆ เป็นเชิงห้าม
“นั่นดิไอ้นิล แกใจเย็นๆ ดิวะ ฉันไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย แถมใยไหมก็พาฉันไปโรงพยาบาล พาไปรักษาอย่างดีเลยด้วย” เป็นห่วงกันมากไปหรือเปล่าวะ? รู้สึกตะหงิดๆ แฮะ
“แกแน่ใจนะปุยฝ้าย ว่าไม่ได้เป็นอะไรจริงๆ” ถึงไอ้ปุยฝ้ายจะพูดแบบนั้น แต่เราก็ยังอดเป็นห่วงไม่ได้
“ฉันไม่ได้เป็นอะไรแล้วจริงๆ”
“ไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ว่าแต่...เธอสวยดีเนอะ ชื่ออะไรนะ? ใยไหมใช่มั้ย?” อยู่ๆ ไอ้นัทก็ถามชื่อของผู้หญิงคนนั้นขึ้นมา หม้อไม่เลือกเวลาและสถานที่จริงๆ - * -
“ใช่ แกจะถามทำไม” ทำไมเรารู้สึกเหมือนไอ้ปุยฝ้ายมันกำลัง...หงุดหงิดอยู่เลย
“เราถามเขา ไม่ได้ถามแกนะ ไอ้ปุยฝ้าย”
“แต่ฉันอยากตอบ คนนี้ฉันขอพวกแกห้ามยุ่ง” พูดแบบนี้ มีอะไรชัว!
“แสดงว่าคนนี้ต้องพิเศษสำหรับแกใช่มั้ย แกไม่เคยขออะไรแบบนี้กับพวกเราเลย” เราถามไอ้ปุยฝ้ายเพื่อลองเชิงดู ว่าจะเป็นอย่างที่เราคิดอยู่หรือเปล่า เพราะสิ่งที่เราคิดก็คือ...ไอ้ปุยฝ้ายกำลังสนใจผู้หญิงคนนี้อยู่
“ฉันแค่ไม่อยากให้พวกแกไปหักอกใครอีก โดยเฉพาะคนนี้ ที่ถือว่าเป็นเพื่อนอีกคนของฉัน” แถไปเรื่อยเนอะ
“แกแน่ใจเหรอวะ ว่าคิดกับคนสวยคนนี้แค่เพื่อน”
“เออดิ ฉันไม่ใช่พวกแกนะ ถึงฉันจะมองคนสวย แต่ไม่ได้ชอบแบบนั้นนะเว้ย” หึ! ไอ้ปากแข็งเอ๊ย!
“เออ! พวกฉันจะคอยดู” เรากับไอ้นัทพูดขึ้นมาพร้อมกันทันที เพราะเราไม่เชื่อว่าไอ้ปุยฝ้ายไม่ได้คิดอะไร และเราก็คิดว่าไอ้นัทก็คงไม่เชื่อเหมือนกัน
“คนนี้พวกเราจะไม่เข้าไปยุ่ง เพราะแกขอ แต่ถ้าคนอื่นมันจะยุ่ง แกก็ห้ามเขาไม่ได้หรอกนะเว้ย ถ้าชอบก็กล้าๆ หน่อย อย่ามั่วแต่ปอดแหก” ที่เราพูดแบบนี้ เพราะเราอยากให้มันรู้ตัวไวๆ มันจะได้สารภาพออกไปว่าชอบ จะได้ไม่ต้องมาเสียใจทีหลังที่ไม่ได้บอก
“บ้าละ! บอกว่าคิดแค่เพื่อน ก็เพื่อนดิวะ” นี่ปากหรือปูนซีเมนต์วะ ทำไมมันถึงแข็งแบบนี้ - * -
“เออๆ แต่ถ้าคิดเป็นอย่างอื่นแล้ว ก็มาปรึกษาพวกเราละกัน พร้อมฟังเสมอ” ไอ้นัทพูด ก่อนจะโยกหัวของไอ้ปุยฝ้ายไปมาเบาๆ
“ใยไหม มีเรื่องอะไรหรือเปล่า” เสียงคุ้นๆ นั่นมันเสียงคู่กัดของไอ้นัทนี่นา เป็นเพื่อนกันงั้นเหรอ? โลกกลมจริงๆ เลยแฮะ! ^^
“ไม่มีอะไรหรอกไนท์” เราหันไปมองตามเสียงก็ต้องตกใจทันที เพราะตอนนี้ยัยเตี้ยกำลังยืนอยู่ตรงหน้าของเรา!
“เธอแน่ใจนะใยไหม” ยัยเตี้ยก็ดูตกใจไม่ต่างจากเราเลย ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติและมองมาที่เรา เหมือนกับเราเป็นสิ่งที่น่าขยะแขยง ไม่อยากจะเข้าใกล้อย่างนั้นแหละ สายตาที่ยัยเตี้ยส่งมา ยัยเตี้ยจงใจส่งมาให้เราแน่ๆ เพราะถึงแม้ไอ้นัทจะยืนอยู่ข้างหน้าเรา แต่เรารับรู้ได้นะ ว่ายัยเตี้ยต้องการส่งสายตาและความรู้สึกเกลียดมาให้เรา ไม่ใช่ไอ้นัท
“เราแน่ใจ เกดไม่ต้องห่วง ไม่มีอะไรหรอก” นี่เราไปทำอะไรให้ยัยเตี้ยงั้นเหรอ? เราช่วยเหลือยัยเตี้ยทุกอย่าง แต่ทำไมยัยเตี้ยถึงมองเราแบบนั้นล่ะ นี่เรา...นี่เราไม่อยู่ในสายตาของเธอเลยเหรอยัยเตี้ย
“งั้นไปนั่งที่เถอะ อาจารย์มาแล้ว” ยัยเตี้ยส่งสายตาจิกๆ มาให้เราอีกครั้ง ก่อนจะหันหลังกลับไป โดยปล่อยให้เราจมอยู่กับความสับสนและไม่เข้าใจอยู่คนเดียว ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับยัยเตี้ยกันแน่? ทำไมยัยเตี้ยถึงมองเราเหมือนเราน่ารังเกียจ เหมือนเราเป็นสิ่งที่ไม่ควรเข้าใกล้ขนาดนั้น
“!!!” เราหลุดจากโลกส่วนตัวทันที เมื่อไอ้นัทสะกิดให้เรามองไอ้ปุยฝ้าย ที่ตอนนี้เอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว ทั้งๆ ที่ผู้หญิงคนนั้นเดินไปแล้วแท้ๆ
“เฮ้อ!” พอๆ เลิกคิดเรื่องนั้นก่อนละกัน
“เล่ามาเดี๋ยวนี้” เราหยุดคิดเรื่องของเรา ก่อนจะถามไอ้ปุยฝ้ายทันที
“จะกินกันแต่เช้าเลยหรือไงวะ ไม่เห็นเหรอ อาจารย์มาแล้วเนี่ย” ได้ความกวนตีนมาจากใครเนี่ย? - * -
“ไม่ตลก เล่ามาเลย”
“อาจารย์มาแล้วนะเว้ย เรียนก่อนดิวะ ค่อยคุยกัน” ทีแบบนี้ขยันจังเลยนะ - * -
“จะมาตั้งใจเรียนอะไรวันนี้วะ บอกมาเลย ไม่งั้นจะเอาหุ้นหนึ่งเปอร์เซ็นคืนนะเว้ย” ไอ้นัทเอาเรื่องหุ้นมาขู่ไอ้ปุยฝ้ายทันที เมื่อมันไม่ยอมเล่าให้ฟัง
“เออๆ เล่าให้ฟังก็ได้วะ แต่ที่เล่าเนี่ย ไม่ได้กลัวหรอกนะเว้ย”
“...” เรากับไอ้นัทตั้งใจฟังเงียบๆ พร้อมกับมองสีหน้าและท่าทางของไอ้ปุยฝ้ายไปด้วย จากที่ดูแค่เบื้องต้นเราก็รู้ได้เลยว่า ตอนนี้ไอ้ปุยฝ้ายกำลังชอบผู้หญิงคนนั้นอยู่ และเราก็รู้ด้วยว่าถ้าเรากับไอ้นัทบอกเกี่ยวกับความรู้สึกของมัน มันต้องไม่ยอมรับแน่ๆ แถมคงไม่รู้ตัวด้วย เพราะไอ้ปุยฝ้ายมันเป็นคนที่ฉลาดทุกเรื่องนะ ยกเว้น...เรื่องความรักเท่านั้น
“$^%^%&$^*^$^**%#^&$” ในขณะที่ไอ้ปุยฝ้ายกับไอ้นัทคุยกันอยู่ เราก็แอบมองไปที่ยัยเตี้ย โดยที่ไม่ทำให้ยัยเตี้ยรู้ตัวว่ากำลังถูกเรามองอยู่ นี่...นี่สิ่งที่เราทำให้เธอทั้งหมด เธอไม่รู้จริงๆ ว่าเราทำให้ หรือเธอกำลังทำเป็นไม่รู้และไม่อยากยอมรับกันแน่ยัยเตี้ย เฮ้อ! แล้วทำไมเราต้องมาเครียดอะไรแบบนี้ด้วยเนี่ย หงุดหงิดตัวเองจริงๆ วุ้ย! - * -
“...” ไอ้ปุยฝ้ายไปคุยกับผู้หญิงคนนั้นเรื่องจะชวนไปกินข้าวแน่ๆ เลย แล้วนั่น…ยัยเตี้ยกำลังเดินมาทางนี้นี่นา!
“ไปเลยมั้ย ใยไหม” คู่กัดของไอ้นัทเดินเข้ามาหาผู้หญิงคนนั้น พร้อมกับยัยเตี้ย ที่ตอนนี้ยังมองเราด้วยสายตาที่รังเกียจเหมือนเดิม
“เออ...ไนท์ เกด พอดีว่าเราอยากให้ปุยฝ้ายและเพื่อนของปุยฝ้าย ไปกินกับพวกเราด้วย ได้หรือเปล่า?”
“ใยไหม เธอจะให้พวกนั้นไปด้วยทำไม ไนท์อยากไปกินข้าวแค่เราสามคน ไม่ได้อยากให้มีคนอื่นไปด้วย” คู่กัดของไอ้นัทมองมาที่พวกเราอย่างหาเรื่อง
“ไนท์...ตัวใจเย็นๆ ก่อนสิ เราแค่อยากให้ทุกคนรู้จักกันนะ และอีกอย่างไปกันเยอะๆ สนุกดีออก”
“แต่พวกเราไม่อยากไปกับพวกนั้นนิ และอีกอย่างใยไหมก็รู้ไม่ใช่เหรอ ว่าพวกเราไม่ชอบ ไอ้พวกผิดเพศ!” เฮ้ย! ทำไมพูดขนาดนี้วะ!
“เฮ้ย! พูดแบบนี้ได้ไงวะ เขาเรียกว่าเพศที่สามเว้ย ไม่ใช่พวกผิดเพศ แล้วถามหน่อยดิ ชอบผู้หญิงด้วยกันมันผิดตรงไหนวะ และอีกอย่างการที่พวกเราชอบผู้หญิง มันไปหนักส่วนไหนของเธอหรือไง!” ไอ้นัทพูดขึ้นมาด้วยความโมโหทันที
“เออนั่นดิ! พวกเราไปเป็นอยู่บนหัวเธอหรือไง ทำไมต้องมายุ่งเรื่องของคนอื่นเขาด้วย จะเป็นหรือไม่เป็นอะไรมันก็เรื่องของพวกเรา ไม่ใช่เรื่องของพวกเธอ!” ตอนนี้เราก็โมโหไม่ต่างกันกับไอ้นัทเลย
“เฮ้ย! พวกแกใจเย็นๆ ก่อนนะ” ไอ้ปุยฝ้ายพยายามห้ามเรากับไอ้นัท แต่ถึงจะห้ามยังไงตอนนี้อารมณ์โกรธของเราคงไม่หายไปง่ายๆ แน่
“พวกตัวใจเย็นๆ ก่อนสิไนท์ เกด ทำไมตัวถึงไปพูดแบบนั้นใส่เพื่อนของปุยฝ้ายล่ะ มันไม่น่ารักเลยนะ”
“เรายอมไม่น่ารักดีกว่า ถ้าต้องไปพูดดีๆ กับพวกนี้” คู่กัดของไอ้นัทก็ยังไม่ยอมหยุดง่ายๆ เหมือนกัน ถึงแม้จะโดนห้ามเอาไว้แล้ว
“ใช่! และอีกอย่างใยไหมก็รู้อยู่แล้วนิ ว่าพวกเราไม่ชอบแบบที่พวกนี้เป็น และใยไหมเองก็ไม่ชอบเหมือนกันไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมยังต้องให้เราไปรู้จักกับพวกนี้ด้วย”
แปลบ...
นี่ยัยเตี้ยเกลียดสิ่งที่เราเป็นขนาดนี้เลยเหรอ? แล้วทำไม...แล้วทำไมเราต้องรู้สึกหน่วงๆ แบบนี้ด้วยนะ
“เรารู้...แต่การที่พวกเขาเป็นแบบนี้ เขาก็ไม่ได้เป็นคนไม่ดีไม่ใช่เหรอ เราอยากให้พวกตัวเปิดใจที่จะรู้จักคนอื่นบ้างนะไนท์ เกด”
“ไปกินข้าวด้วยกันเถอะนะเกด ไนท์ ไปกันเยอะๆ สนุกดีออกนะ ถือว่าเราขอร้อง”
“ก็ได้ แต่ที่พวกเราไปเพราะใยไหมขอร้องนะ ไม่ได้อยากจะรู้จักใครทั้งนั้น” ถึงแม้ยัยเตี้ยจะรับปาก แต่สายตาและหน้าตาของยัยเตี้ยดูออกง่ายมากเลยนะ ว่าไม่อยากจะเห็นหน้าเราแม้สักวินาทีเดียว เกลียดกันขนาดนั้นเลยเหรอยัยเตี้ย?
“…” ตอนนี้เรากับยัยเตี้ยกำลังยืนจ้องหน้ากันอยู่ แต่ที่มันต่างกันก็คือ สายตาที่เรามองยัยเตี้ยไม่ได้รังเกียจแบบที่ยัยเตี้ยมองเราหรอกนะ แต่มันเป็นสายตาที่ทั้งผิดหวัง เสียใจ และสับสน จนคนข้างนอกมองมาอาจจะคิดว่าเรากำลังโกรธและอยากจะเข้าไปหักคอยัยเตี้ยอยู่ แต่ความจริงแล้ว เรากำลัง...
“ยืนทำอะไรอยู่ไอ้นิล แกก็มานี่ด้วย” เมื่อไอ้ปุยฝ้ายเรียก เราก็เดินตามมันไปช้าๆ โดยที่ไม่ได้พูดอะไร
“พวกแก...ฉันขอร้องงง วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันเถอะนะ เพราะดูใยไหมอยากให้พวกเราสองกลุ่มรู้จักกันมากเลย ฉันไม่อยากให้ใยไหมผิดหวัง ขอร้องล่ะนะ นะๆ นะคะ พลีสสสส” แล้วเพื่อนของคนที่แกชอบเขาอยากรู้จักพวกเราหรือเปล่าล่ะ? เฮ้อ…
“เออๆ ก็ได้ว่ะ แต่บอกไว้ก่อนนะเว้ย ว่าพวกเราไปเพราะแก ไม่ได้อยากจะรู้จักกับยัยคนสวยแต่หน้านั่น” ไอ้นัทแพ้ลูกอ้อนของไอ้ปุยฝ้ายตลอดเลย แต่ถ้าเวลาปกติเราก็คงแพ้เหมือนกันนั่นแหละ แต่ตอนนี้อารมณ์ของเรามันไม่ปกติสักเท่าไรน่ะสิ
“ขอบใจนะพวกแก รักพวกแกที่สุดเลยยย”
“เฮ้ย! ไม่ต้องมาอ้อนเลย ออกไปเลยๆ เดี๋ยวผู้หญิงในสต๊อกของเราเข้าใจผิดกันพอดี” มีแวบหนึ่งที่เรามองไปที่ยัยเตี้ย เพราะกลัวว่ายัยเตี้ยจะเข้าใจผิด ก่อนจะหยุดความคิดนั่นเอาไว้ และผลักหัวไอ้ปุยฝ้ายออกด้วยความมันเขี้ยวในความน่ารักของมันแทน
“มันไม่ให้กอด ก็มากอดแต่เรานี่มา เราพร้อมเสมอ ถ้าเป็นผู้หญิงอะนะ” ไอ้นัทชอบแกล้งไอ้ปุยฝ้ายตลอด จนบางทีคนอื่นคิดว่าทั้งสองคนกำลังคบกันอยู่ด้วยซ้ำ
“...” เฮ้อ! แล้วเราไปกินข้าวครั้งนี้จะเป็นยังไงวะเนี่ย? เอ๊ะ! ทำไมถึงจ้องมาที่พวกเราด้วยสายตาแบบนั้นล่ะ
“เฮ้ย พวกแก...เดี๋ยวค่อยเถียงกันทีหลังเถอะว่ะ มีสายตาอาฆาตมองมาทางนี้ละ” เมื่อเราเดินไป ก็โดนจิกตาใส่มากกว่าเดิมอีก เฮ้อ! ทำอะไรก็ไม่ผิดไปหมดเลยเว้ยยย
“…” ตอนนี้เหลือแค่เรากับไอ้นัทที่ยังยืนอยู่ที่เดิม เพราะคนอื่นๆ เตรียมตัวไปที่ร้านอาหารกันแล้ว ส่วนไอ้ปุยฝ้ายแทนที่จะได้ไปกับเราหรือไม่ก็ไอ้นัท กลับถูกคนที่มันชอบลากตัวออกไป พร้อมกับส่งรังสีอำมหิตแผ่ออกมาหาเรากับไอ้นัท
“มึงคิดอะไรอยู่วะไอ้นัท ทำหน้าตาเลวเชียว” เมื่อเราหันไปทางไอ้นัท ก็พบว่ามันกำลังยิ้มอยู่ คือมันยิ้มแบบเลวสุดๆ อะ
“พอดีกูคิดอะไรสนุกๆ ออกน่ะ แล้วอีกอย่างกูไม่ได้ทำหน้าแบบนั้นสักหน่อย”
“หึ! เรื่องสนุกๆ ของมึง ก็คงจะไม่พ้นเรื่องเลวๆ สินะ”
“เรื่องนี้ไม่เลวแน่นอน เชื่อกู” มันจะทำอะไรของมันอีกเนี่ย?
“มึงมันเป็นคนเชื่อไม่ได้” ไอ้นัทไม่ได้ตอบอะไรเรา ได้แต่เดินออกจากห้อง เพื่อจะไปยังที่จอดรถของใครของมัน เฮ้อ! เราคงต้องไปคุยกับยัยเตี้ยเรื่องนี้แล้วล่ะ ว่าทำไมต้องทำสายตาแบบนั้นใส่เราด้วย