“ทิ้งเพื่อนตลอด - * -” เมื่อมาถึงร้านอาหารที่จะกินข้าวกัน ไอ้นัทก็ขอปลีกตัวออกไปทันที เมื่อได้รับจดหมายจากสาวสวย หึ! ไอ้คนทิ้งเพื่อน!
“...” แล้วนี่...เราควรทำยังไงดี ถึงจะมีโอกาสได้เข้าไปคุยกับยัยเตี้ย
“เฮ้อ…” ทำไมเรื่องมันถึงไม่เป็นแบบที่เราคิดเลยนะ แถมเรายังไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าเราไปทำอะไรให้ยัยเตี้ยโกรธ หรือเกลียดได้ขนาดนี้ เฮ้อ! นี่กูไปทำอะไรผิดวะเนี่ย?!
“ไนท์หายไปไหนของเขานะ” นั่นยัยเตี้ยนิ!
“!!!” เมื่อยัยเตี้ยหันมาเจอเรา ยัยเตี้ยก็ทำหน้าตกใจมาก อย่างกับคนเห็นผี ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้าเป็นรังเกียจเราเหมือนเดิม
“จะรีบไปไหน” เมื่อยัยเตี้ยจะเดินหนีเรา เราก็เรียกเอาไว้ทันที
“เรื่องของฉัน!” ไม่อยากอยู่ใกล้เราขนาดนั้นเลยเหรอ?
“เรามีเรื่องจะคุยด้วย”
“แต่ฉันไม่มี” พอยัยเตี้ยพูดจบ ก็หันหลังและเตรียมตัวเดินเข้าไปในร้านทันที
หมับ!
“แต่เรามี!” เราเริ่มโมโหกับท่าทีรังเกียจของยัยเตี้ยที่มีต่อเรา ทำไมต้องรังเกียจกันขนาดนี้ด้วย เราไปทำอะไรให้เธองั้นเหรอ?
“ปล่อยฉันนะ!” ยัยเตี้ยพยายามเอามือของเราออกจากแขน แต่อย่าหวังว่าเราจะยอมปล่อยง่ายๆ เลย
“ถ้าอยากให้เราปล่อย ก็คุยกับเราดีๆ ก่อน” ไ
“ฉันไม่คุย ปล่อยนะ!” ยัยเตี้ยพยายามดิ้นให้หลุดจากมือเรา จนแขนเริ่มขึ้นเป็นสีแดงตามรอยมือของเรา
“ต้องคุย! เธอไม่มีสิทธิ์เลือก” เราพูดพร้อมกับดึงยัยเตี้ยเข้ามาใกล้ จนหน้าเกือบชนกัน
“ปะ...ปล่อยนะ” ยัยเตี้ยยังพยายามเอามือของเราออก พร้อมกับหันหน้าหนีเรา
“ขอร้องล่ะ ช่วยฟังที่เราจะพูดแป๊บเดียวเท่านั้น แล้วเราสัญญา ว่าเราจะปล่อยเธอไปโดยไม่รั้งเธอไว้อีกเลย” ยัยเตี้ยนิ่งไปเหมือนกำลังใช้ความคิด ก่อนจะหันมามองหน้าเราช้าๆ
“ก็ได้ งั้นปล่อยแขนก่อนสิ ฉันเจ็บ” เมื่อยัยเตี้ยพูดว่าเจ็บ เราก็รีบปล่อยแขนของยัยเตี้ยทันที
“เราขอโทษ งั้น...เราจะเริ่มพูดเลยนะ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานเราขอโทษ เราไม่ได้อยากเป็นต้นเหตุที่ทำให้เธอโดนไล่ออกนะ และเราอยากจะบอกว่าเราไม่ได้ตั้งใจจริงๆ แล้วที่เราอยากคุยกับเธอ เพราะเราไม่เข้าใจ ว่าการที่เราทำให้เธอโดนไล่ออก เธอต้องเกลียด ต้องโกรธเราขนาดนี้เลยเหรอ ทั้งๆ ที่เราก็เป็นคนช่วยพาเธอไปโรงพยาบาลแท้ๆ”
“อะไรนะ! เธอเป็นคนช่วยฉัน?!” ตอนนี้ยัยเตี้ยดูตกใจมาก เมื่อรู้ว่าเราเป็นคนพาไปโรงพยาบาล
“ใช่” ตอนนี้ยัยเตี้ยดูสับสนมากกว่าเดิม
“ถะ...ถึงเธอจะเป็นคนช่วยฉันจริงๆ แต่ฉัน...แต่ฉันก็ไม่มีวันลืมหรอกว่าเธอ...ว่าเธอทำให้ฉันโดนไล่ออก!” ยัยเตี้ยมองหน้าเราด้วยสายตาที่สับสนปนเกลียดชัง
“เราถามจริงๆ เถอะ การที่เราขอโทษและช่วยเธอแบบนี้ มันไม่ได้ทำให้เรา...ดีขึ้น ในสายตาของเธอเลยเหรอ?” ทำไมตอนนี้เรารู้สึกโหวงๆ ในใจแบบนี้นะ มัน...มันอธิบายไม่ถูกอะ เหมือนเรากำลังผิดหวังอยู่ก็ไม่เชิง เสียใจก็ไม่เชิง คือมันเป็นความรู้สึกที่เราอธิบายไม่ถูกจริงๆ
“ใช่! ถึงแม้เธอจะทำดีกับฉันแค่ไหน หรือต่อให้เธอเอาตัวมาบังกระสุนให้ฉันยังไง ฉันก็ไม่มีวันมองเธอในแง่ดีเป็นอันขาด และฉันก็ไม่มีวันเลิกเกลียดเธอด้วย!” เกลียดกันขนาดนั้นเลยเหรอ?
“เกลียดกัน...ขนาดนี้เลยเหรอ?” ถึงแม้เราจะพยายามทำดีกับเธอแค่ไหน เราก็ไม่มีวัน...ดีในสายตาของเธอเลยใช่มั้ยยัยเตี้ย?
“ใช่! ฉันเกลียดเธอ เกลียดมากเลยด้วย ได้ยินชัดพอมั้ย?!” ทำไมเราถึงเจ็บขนาดนี้นะ เจ็บจน...เจ็บจนเรา...ไม่อยากรับรู้อะไรอีกเลย
“หึ! งั้นเหรอ? ^^”
หมับ! จุ๊บ!
“อื้อ! O.O”
พลั่ก! เพียะ!
“ทำอะไรน่ะ!”
“ก็เธอบอกว่าเกลียดเราไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อเกลียดก็ต้องเกลียดให้สุดๆ ไปเลยสิ ^^” เราโดนตบอย่างแรง จนตอนนี้หน้าชาไปหมด
“เลวที่สุด!” ยัยเตี้ยทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ พร้อมกับส่งสายตาที่จงใจบอกว่าเกลียดมาให้เรา
“ในเมื่อทำดีแล้วมองไม่เห็น เราก็จะเลวกว่านี้ให้ดูไง อยากเกลียดไม่ใช่เหรอ งั้นเดี๋ยวเรา...จะทำให้เธอเกลียดเรามากกว่านี้เองดีมั้ย? ^^” ในเมื่อเราดีแล้วมันไม่อยู่ในสายตาของเธอ งั้นเราก็จะเลวให้มากที่สุด เพื่อให้ได้อยู่ในสายตาของเธอเอง
“เธอมันเลว! แล้วรู้ไว้ด้วยนะ ว่าเธอจะเป็นคนเดียวบนโลกนี้ที่ฉันเกลียดที่สุด!!!”
พลั่ก! ปึง!
“หึ!” ยัยเตี้ยผลักเราไปชนกับรถเสร็จ ก็เดินหนีไปทันที
“ได้เป็นคนเดียวบนโลกที่เธอเกลียดด้วย ดูพิเศษจังนะ ^^” เกลียดเรามากเหรอ ยังหรอก...ยังเกลียดเราได้อีก เรารับรองเลย ^^
[Special Talks : Ket]
“เกลียด! เกลียดที่สุด!!!” ฉันพยายามกลั้นน้ำตาเอาไว้ ไม่ให้มันไหลออกมา พร้อมกับถูที่ปากของตัวเองอย่างแรง
“เลว!” บอกว่าช่วยฉัน แต่ทำเรื่องเลวๆ กับฉันแบบนี้เนี่ยนะ?! ฉันไม่เชื่อ ไม่เชื่อเด็ดขาดเลย!
“เกด เป็นอะไรหรือเปล่า ทำไม...ถูปากจนแดงแบบนี้ล่ะ?” ไนท์มองมาที่ฉันอย่างแปลกใจ เมื่อเห็นว่าฉันกำลังถูปากของตัวเองอย่างแรง
“โดน...โดนหมามันเลียปากมาน่ะ” หมาบ้าด้วย!
“หมา? ที่ร้านไนท์มีหมาด้วยเหรอ?” ไนท์มองมาที่ฉันอย่างสงสัย
“พะ...พอดีเกดไปเดินเล่นข้างนอก แล้ว...แล้วเห็นมันน่ารักก็เลยไปเล่นด้วย มันก็เลย...ก็เลยเลียปากน่ะ”
“อ๋อ...แต่เกดไม่ได้เกลียดสัตว์นี่นา แล้วทำไม...”
“ไม่มีอะไรหรอกไนท์ เราไปกันเถอะ เกดหิวแล้ว”
“แต่...”
“ไปเถอะนะ” ฉันพยายามดันไนท์ออกไปจากห้องน้ำ เพราะไม่อยากให้ไนท์ถามอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก เพราะฉัน...เพราะฉันก็ไม่อยากจะนึกถึงมันเหมือนกัน
“อือๆ ก็ได้”
“เฮ้อ!” ความรู้สึกของฉันตอนนี้ ถ้าให้เลือกระหว่างอยู่ที่นี่กับกลับบ้าน ฉันตอบได้อย่างไม่ต้องคิดเลยนะ ว่ากลับบ้าน เพราะที่นี่มันทำให้ฉันอึดอัดมาก ฉันไม่อยากเจอหน้า ไม่อยากได้ยินเสียงเลย ฉันเกลียด! ฉันเกลียดคนแบบนี้ที่สุด
“เกดเป็นอะไรหรือเปล่า หิวมากเลยเหรอ?”
“นะ...นิดหน่อย”
“งั้นเราสั่งกันก่อนดีกว่า เดี๋ยวไนท์จะสั่งเผื่อใยไหมด้วย”
“งั้น...ไนท์สั่งให้เกดด้วยสิ เกดรู้สึกเพลีย รู้สึกเบื่อมากเลย” ฉันเบื่อที่ตัวเองอ่อนแอแบบนี้ อ่อนแอจนโดนเอาเปรียบตลอด เฮ้อ! เมื่อไรฉันจะเข้มแข็งได้สักทีนะ
“เป็นอะไรหรือเปล่าเกด สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” ไนท์มองมาที่ฉันด้วยสายตาที่เป็นห่วง
“เกดคง...ง่วงนอนเฉยๆ แหละ ไนท์ไม่ต้องห่วงนะ ^^” เมื่อฉันพูดจบ ก็ส่งยิ้มให้ไนท์ทันที
“งั้นเดี๋ยวกินข้าวเสร็จ นอนพักที่ห้องทำงานไนท์ก่อนละกัน แล้วค่อยกลับบ้าน”
“อือ ขอบใจนะ” พอพูดถึงบ้าน ฉันก็เริ่มรู้สึกแย่ขึ้นมาอีก เพราะถึงแม้ที่นี่จะทำให้ฉันรู้สึกแย่มากกว่าก็จริง แต่ถ้าเป็นไปได้ ฉันไม่อยากกลับบ้านหรอกนะ เพราะฉัน...เพราะฉันไม่อยากกลับไปเจอกับสิ่งที่ฉันไม่อยากเจอเลย เฮ้อ!
“ใยไหมมาแล้ว” เมื่อฉันมองไปตามสายตาของไนท์ ก็เผลอไปสบตากับคนที่ฉันเกลียดที่สุดเข้า
“พวกฉันสั่งกันแล้ว พวกเธออยากกินอะไรก็สั่งเอาละกัน ใยไหม...ไนท์สั่งให้แล้วนะ” เมื่อทุกคนนั่งกันครบแล้ว ไนท์ก็พูดขึ้นมาทันที
“…” ตอนนี้ฉันรู้สึกเหมือนว่ามีคนจ้องฉันอยู่ แล้วเมื่อฉันมองไปตามทางที่รู้สึกว่าเหมือนมีคนจ้อง รู้มั้ย? ว่าตอนนี้ใครกำลังจ้องฉันอยู่ ก็คนที่ฉันเกลียดที่สุดในโลกไง! ทำไมกันนะ ทำไมยิ่งฉันเกลียดอะไร ฉันก็ถึงยิ่งชอบเจอกับสิ่งนั้นตลอดเลย ทำไมชีวิตของฉันมันถึงไม่มีอะไรดีแบบนี้ นี่ฉันควรไปทำบุญที่ไหนเหรอ ฉันถึงจะมีความสุขได้เหมือนคนอื่นเขาสักที
“งั้นเรามาเริ่มจากการแนะนำตัว และความเป็นตัวเองเบื้องต้นให้คนอื่นฟังดีมั้ย แล้วถ้าอยากรู้จักกันมากขึ้นกว่าเดิม ก็ค่อยไปทำความรู้จักกันให้มากขึ้น เอาเป็นว่า...เดี๋ยวเราจะเป็นคนเริ่มก่อนเอง” ตอนนี้ใยไหมกำลังแนะนำตัว เพราะใยไหมอยากให้เราทั้งสองกลุ่มรู้จักกัน ที่จริงฉันกับไนท์ไม่ได้อยากรู้จักกับพวกนี้หรอกนะ แต่เพราะใยไหมขอไว้หรอก พวกฉันถึงยอมแบบนี้
“- * -” แล้วนี่จะจ้องหน้ากันอีกนานมั้ยเนี่ย?! คิดจะเล่นสงครามประสาทกับฉันหรือไง หา!
“^^” บ้าหรือเปล่าเนี่ย คนเข้าทำหน้าโกรธใส่ ยังจะมายิ้มให้อีก ประสาทกลับหรือไง!
“ประสาท!” ฉันพูดกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะพยายามไม่สนใจ โดยหันไปสนใจฟังคนอื่นแนะนำตัวแทน ก่อนจะถึงตาของคนที่ฉัน...เกลียดมากที่สุด
“งั้นต่อไปตาเรา เราชื่อนิล เป็นคนที่เฟรนลี่ แต่เห็นแบบนี้ก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน ใครดีมาดีตอบ ใครร้ายมา ก็ร้ายตอบเช่นกัน และเราก็เป็นเลสเบี้ยน ซึ่งร่างกายก็เป็นผู้หญิงปกติ แค่ใจมันรักผู้หญิงด้วยกันก็เท่านั้น และการที่เราเป็นแบบนี้...เราก็ไม่ได้ไปเป็นบนหัวใคร ฉะนั้น...ก็อย่าหนักแทนเราเนอะ” นี่จงใจเน้นคำและมองมาที่ฉันนี่นา! นี่หาว่าฉันชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านงั้นเหรอ?!
“หึ! พูดจบแล้วใช่มั้ย ฉันจะได้พูดต่อ” คิดว่าพูดแค่นี้แล้วฉันจะเจ็บงั้นเหรอ? ไม่มีวันซะหรอก! เพราะเรื่องแค่นี้ ถ้าเทียบกับที่ฉันเคยเจอ มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด
“ฉันชื่อว่าเกด เป็นผู้หญิงที่มีความปกติ เป็นคนพูดตรงๆ ไม่ชอบก็คือไม่ชอบ เกลียดก็คือเกลียด โกหกไม่เก่ง และที่สำคัญ...ฉันเกลียดพวกผิดเพศที่สุด!” ฉันย้ำคำว่าเกลียดให้ดังๆ พร้อมกับมองลึกเข้าไปในตาของคนที่ชื่อเกด คนที่ฉันเกลียดมากที่สุดในตอนนี้ แถมฉันยังเกลียดยิ่งกว่ากิ้งกือกับไส้เดือนซะอีก
“^^” บ้าหรือเปล่าเนี่ย?! ฉันด่าอยู่นะ ไม่ได้ชม จะยิ้มอะไรนักหนาก็ไม่รู้ - * -
“ขออนุญาตเสิร์ฟอาหารครับ” หึ! นี่ถ้าอาหารยังไม่มา เธอไม่ได้มานั่งยิ้มอยู่แบบนี้แน่! ฉันหยุดความคิดเรื่องทุกอย่างเอาไว้ก่อน เพราะตอนนี้ฉันหิวมาก หิวจนกินช้างได้ทั้งตัวเลยแหละ
“เกด คือ...หวานจะขอคุยกับเกดน่ะ”
“…” จากตอนแรกที่ฉันสามารถกินช้างได้ทั้งตัว ตอนนี้ฉัน...ไม่อยากจะกินอะไรเลยแม้กระทั่งน้ำ
“ช่วยบอกให้ที ว่า...เดี๋ยวเกดติดต่อไปเอง”
“อะ...อือ” ไนท์มองมาที่ฉันด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะพิมพ์คำตอบของฉันลงในโทรศัพท์ทันที
“เฮ้อ...” ตอนนี้รู้สึกไม่หิวเลย แถมยัง...อยากจะอ๊วกด้วย
“เกด กินสักหน่อยเถอะนะ” ไนท์กุมมือของฉันเบาๆ เป็นเชิงปลอบ
“ตอนนี้เกดไม่หิวเลยไนท์” เกดรู้สึกเหนื่อย เหนื่อยจนไม่อยากจะตื่นขึ้นมาเลย
“กินเถอะนะ ถือว่าไนท์ขอร้อง” ไนท์พูดพร้อมกับทำสายตาอ้อนวอนมาให้ฉัน
“อือ...เกดจะพยายาม” ฉันยิ้มให้ไนท์เบาๆ ก่อนจะเริ่มกินอย่างช้าๆ แต่เอาจริงๆ นะ ตอนนี้ฉันไม่รับรู้ถึงรสชาติของอาหารเลยสักนิดเดียว เฮ้อ...
“เกด...ถ้าไม่อยากกลับบ้าน มานอนกับไนท์ก็ได้นะ” ตอนนี้ฉันมานั่งพักอยู่ที่ห้องทำงานของไนท์ ส่วนคนอื่นๆ กลับกันไปหมดแล้ว
“อย่าเลยไนท์...เกดเกรงใจ เกดรบกวนไนท์มามากแล้ว แถมไนท์ก็ยังคอยช่วยเหลือเกดมาตลอดด้วย” แค่นี้เกดก็รบกวนไนท์มามากพอแล้ว อย่าให้เกดต้องรบกวนไนท์ไปมากกว่านี้ เพราะเรื่องไม่เป็นเรื่องของเกดเลยนะ แค่นี้เกดก็...รู้สึกแย่แล้ว
“ทำไมเกดถึงพูดแบบนั้นล่ะ เราเป็นเพื่อนกันนะ ถ้าไนท์ไม่ช่วยเกดแล้วจะให้ไนท์ไปช่วยใคร” ไนท์พูดแล้วเดินเข้ามานั่งที่โซฟากับฉัน ก่อนจะบีบมือของฉันเบาๆ เป็นการปลอบ
“ก็ไนท์ช่วยเกดไว้เยอะจริงๆ นี่นา จนตอนนี้เกดไม่รู้จะตอบแทนไนท์ยังไงแล้ว” ไนท์กับใยไหมช่วยฉันเอาไว้เยอะจริงๆ นะ โดยเฉพาะตอนที่ฉันไม่มีเงิน หรือมีปัญหาเรื่องที่บ้าน
“ไนท์เคยบอกเกดไปแล้วนี่นา ว่าอย่าคิดแบบนี้อีก เราเพื่อนกันนะเกด เมื่อเกดเดือดร้อน...ไนท์ก็ต้องช่วยสิ จะให้ไนท์ทนเห็นเพื่อนลำบากไม่ได้หรอกนะ”
“เกดรู้...แต่ถึงยังไงเกดก็เกรงใจอยู่ดี เพราะทั้งไนท์และใยไหมดีกับเกดมาก จนเกดรู้สึกว่า...เกดมาเป็นเพื่อนกับพวกไนท์กับใยไหมได้ยังไง เพราะคนอย่างเกด...” ไนท์รีบเอามือปิดปากฉันทันที พร้อมกับมีสีหน้าที่โกรธฉันมากขึ้น
“เกด! เกดอย่าพูดแบบนี้อีกนะ! ไนท์บอกแล้วไง ว่าการที่ไนท์กับใยไหมเป็นเพื่อนกับเกด เพราะตัวของเกดเอง ไนท์กับใยไหมไม่เคยคิดเอาเรื่องอื่นมาตัดสินในการเป็นเพื่อนกับเกดเลยนะ!” เกดรู้ ว่าที่ไนท์กับใยไหมมาเป็นเพื่อนกับเกด มันไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องอื่นเลย แต่เกด...แต่เกดก็อดคิดไม่ได้จริงๆ ว่าเกดมัน...เกดมันไม่มีอะไรดี ไม่มีอะไรเหมาะสมที่จะเป็นเพื่อนของไนท์กับใยไหมเลยสักนิด
“เกด...เกดขอโทษ...ฮึก! ฮือออ” เหนื่อยจัง...
หมับ!
“ไนท์ขอโทษ เกดอย่าร้องเลยนะ ไนท์ขอโทษ...ไนท์ขอโทษที่ดุเกด” ไนท์เข้ามากอดฉันที่กำลังร้องไห้เอาไว้แน่น
“ฮึก ไนท์...อึก จะขอโทษ ฮึก เกดทำไม นะ...ไนท์ไม่ได้ทำ อึก อะไรผิดสักหน่อย” ไนท์ค่อยๆ คลายกอดจากฉัน ก่อนจะมองหน้าของฉันด้วยสายตาที่อ่อนโยน
“ผิดสิ...ก็ไนท์ทำเพื่อนคนสำคัญของไนท์ร้องไห้นิ”
“นะ...ไนท์ไม่ผิด อึก สักหน่อย เกด...เกดร้องไห้เอง”
“นั่นแหละ เพราะไนท์ดุ เกดถึงร้องไห้แบบนี้ไง”
“ไม่ใช่ อึก นะ...”
“ถ้าไม่ใช่...งั้นก็เลิกร้องได้แล้วนะ”
“อือ...” ทำไมฉันต้องเป็นคนอ่อนแอแบบนี้ด้วยนะ
“แล้วตกลงวันนี้เกดจะไม่ไปนอนกับไนท์จริงๆ เหรอ เอาจริงๆ เกดย้ายมาอยู่กับไนท์ที่คอนโดเลยก็ได้นะ” แค่เกดไปนอนกับไนท์บ่อยๆ เกดก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว ถ้าให้เกดไปอยู่ด้วย เกดไม่เอาหรอก
“อย่าเลยไนท์ แค่นี้เกดก็เกรงใจแล้ว แล้วอีกอย่าง...เกดย้ายไปไหนไม่ได้ไนท์ก็รู้...”
“แต่เกดมาอยู่กับไนท์ แล้วคอยส่งเงินให้เขาก็ได้นิ”
“ไม่ได้หรอกไนท์ เพราะเกดต้องคอยดูแลพ่อด้วย”
“พ่อ! พ่อที่ชอบหาแต่เรื่องมาให้เกดอะนะ! เกดอย่าหาว่าไนท์เสือกเลยนะ ไนท์บอกเลยว่า ถ้าเขายังไม่หยุด เกดก็ไม่มีวันใช้หนี้หมดหรอก ถึงแม้ว่าเกดจะมีหุ้นของไนท์ หรือมีหุ้นของใยไหม หรือจะทำงานหนักขนาดไหน เกดก็ไม่มีวันใช้หมด เพราะพ่อของเกดยังคอยสร้างหนี้เพิ่มอยู่แบบนี้!” เมื่อพูดถึงพ่อ ไนท์ก็อารมณ์เสียขึ้นมาอีกครั้ง
“เกดรู้...แต่ถึงยังไง...เขาก็เป็นพ่อของเกด ถ้าให้เกดอยู่เฉยๆ แล้วเห็นเขาโดนทำร้าย...เกดทำไม่ได้หรอกนะ” ยังไงเขาก็ขึ้นชื่อว่าเป็นพ่อของเกด ถึงแม้ว่าเขา...จะไม่สนใจเกดเลยก็ตาม
“โอเคๆ เราเลิกพูดเรื่องนี้กันดีกว่าเนอะ”
“อือ...”
“งั้นเอางี้ เกดรออยู่นี่ก่อนนะ เดี๋ยวไนท์ไปทำน้ำสูตรใหม่ที่ไนท์คิดมาให้กิน รับรองสดชื่นแน่นอน”
“อือ...ขอบใจนะไนท์” ฉันพยายามส่งยิ้มไปให้ไนท์ ถึงแม้มันจะดูฝืนมากก็ตาม
“งั้นเดี๋ยวไนท์มานะ” ไนท์โยกหัวของฉันไปมาเบาๆ ก่อนจะเดินออกไปจากห้องทันที
“เฮ้อ!” เมื่อไรชีวิตของฉันจะดีขึ้นนะ เมื่อไร...เมื่อไรกัน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
“คุณเกดคะ ขออนุญาตเข้าไปนะคะ”
“เชิญค่ะ”
“พอดี...คนที่มากินข้าวกับพวกคุณเกด ฝากมาให้ค่ะ” พนักงานร้านไนท์ ยื่นถุงยาอะไรสักอย่างมาให้ฉัน ก่อนจะขอตัวกลับไปทำงานต่อ
‘ถ้าอยากมีแรงเถียงกับเรา ก็กินยาซะ เพราะถ้าเถียงเราไม่ทัน หรือไม่มีแรงผลักเราเหมือนวันนี้ ระวัง...เสียตัวให้เรานะ หึๆ’
“ไอ้บ้า!!!” เกลียด! เกลียดที่สุดเลย!!!
“?” ว่าแต่...นี่มันเหมือนยาที่กินที่โรงพยาบาลเลยนิ หรือว่า...คนที่ชื่อนิลเป็นคนพาฉันไปหาหมอจริงๆ ตกลงมันเป็นอย่างที่พูดจริงๆ งั้นเหรอ?
[End : Special]
“พี่นิลคิดอะไรอยู่คะ? ดูเหม่อจัง”
“ไม่มีอะไรหรอก เราไปเลือกเสื้อต่อเถอะ อยากได้อะไรเอามาเลยนะ เดี๋ยวพี่ซื้อให้เอง ^^”
จุ๊บ!
“ขอบคุณนะคะพี่นิล น่ารักที่สุดเลย! ^^”
“- * -” ยัยเตี้ยจะยอมกินยาที่เราเอาไว้ให้หรือเปล่านะ? เครียดเว้ย!
“เฮ้อ!” ที่จริงเราก็ไม่อยากจะเข้าไปยุ่งอะไรกับยัยเตี้ยหรอกนะ แต่เรา...แต่เราบังคับตัวเองไม่ได้จริงๆ เราไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเราต้องเป็นห่วงยัยเตี้ยขนาดนี้ด้วย ทั้งๆ ที่เจ้าตัวบอกว่าเกลียดเราขนาดนั้น โอ๊ย! ไม่เข้าใจตัวเองเลยเว้ย!!!