น้องชาย

1918 Words
“พี่ไนท์” ผมละสายตาจากตะวันกำลังจะเดินออกไป เสียงเรียกจากอีกคนที่ยังอยู่ที่เดิมก็รั้งเอาไว้ซะก่อน ผมชำเลืองมองเจ้าของเสียงเงียบๆ “ผม... ขอเบอร์พี่ได้หรือเปล่า” ปายถามก่อนหลุบตาลงด้วยท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว ผมอึ้งไปครู่หนึ่ง รู้ตัวอีกทีก็เผลอโปรยยิ้มพยักหน้าตอบไปว่า “ได้” หลังจากนั้นปายก็รีบเอาโทรศัพท์ขึ้นมากดเบอร์โทรผมอย่างกระตือรือร้น ไม่นานโทรศัพท์ที่ซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกงก็สั่นครืด~ ผมเอาออกมาดู เห็นเบอร์ที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา “นั่นเบอร์ผม” มันบอก “อืม” “หลังจากนี้พี่ไปไหนต่อหรือเปล่า” “....” ผมส่ายหน้า พลางบันทึกเบอร์มันไปด้วย “งั้นพอมีเวลาไปนั่งรถเล่นกับผมไหม” “หืม” ผมเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าแล้วมองหน้ามันก่อนหรี่ตาลงเล็กน้อย แต่สงสัยสายตาผมจะเฉียบคมเกินไปปายถึงได้หลุบตาหลบอย่างลุกลี้ลุกลน ผมแค่สงสัยเจตนาของมันเฉยๆ ไม่ได้ตั้งใจทำให้มันรู้สึกกดดันแต่อย่างใด “ผมแค่อยากคุยกับพี่เฉยๆ เห็นว่าเราไม่ได้เจอกันนาน” ไม่รู้ผมคิดไปเองหรือเปล่า แต่ปายยิ่งพูดก็ยิ่งตัวเล็กลง ดูขี้ขลาดกว่าเมื่อก่อนหรือไม่มันก็ยังรู้สึกผิดต่อผมอยู่ ระหว่างที่ผมกำลังตัดสินใจก็มีคนเดินกลับมาจากทางห้องน้ำพอดี เป็นใครไปไม่ได้นอกจากตะวัน มันชักสีหน้าตึงกว่ารอบแรกเมื่อเห็นผมสองคนยังยืนขวางทางเดินอยู่ที่เดิม แต่คราวนี้มันแค่เดินผ่านผมไปเฉยๆ ไม่ได้พูดแขวะผมเหมือนตอนแรก “อืม ได้ ไปสิ” ผมตอบรับปายอย่างไม่ได้คิดอะไรมาก ไม่ใช่ว่าผมใจง่าย ใครชวนก็ไปหมด แต่เห็นแก่ความสัมพันธ์เก่าก่อนเลยไม่อยากทำร้ายน้ำใจอีกฝ่าย “งั้นพี่รอผมแป๊บ ผมบอกรุ่นพี่ก่อน” “อืม” แยกย้ายกันไม่นานปายก็เดินกลับมาหาผม ผมกำลังยืนคุยกับพนักงานอยู่สังเกตเห็นมันแล้วส่งสายตาบอกให้มันรอก่อนจนผมคุยธุระเสร็จก็เดินไปหามันที่ยืนห่างออกไปหลายก้าว “มึงคุยกับคนที่โต๊ะเรียบร้อยแล้วเหรอ” ผมถามอย่างไม่ใส่ใจ “ครับ” ปายยิ้มตอบ ผมพยักหน้ากำลังจะเดินนำออกไปก็พลันนึกได้หันกลับไปถาม “เอารถมาหรือเปล่า” “....” ปายพยักหน้า “แยกกันไป ส่งพิกัดร้านมา” ผมพูดโดยคำนึงถึงความสะดวกของแต่ละฝ่าย ปายขยับปากหมุบหมิบเหมือนอยากพูดอะไรแต่สุดท้ายก็ไม่ได้พูดออกมา พยักหน้าเห็นตาม “ได้ครับ เดี๋ยวผมส่งพิกัดร้านให้” ผมให้ปายล่วงหน้าไปก่อน ส่วนผมขอจัดการสั่งความกับลูกจ้างในร้านอีกครู่หนึ่งแล้วจะตามไป “พี่จะไปข้างนอก ถึงเวลาแล้วปิดร้านได้เลย ถ้ามีอะไรก็โทรมา” “เข้าใจแล้วค่ะ” ผมกำชับผู้จัดการอีกสองสามคำก่อนเดินออกมา มุ่งหน้าไปทางที่จอดรถ พิกัดร้านส่งมาแล้ว ผมเพิ่งจะเดินถึงรถยังไม่ทันเข้าไปข้างในด้วยซ้ำ ส่งมาไวขนาดนี้แสดงว่าร้านอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ หืม... ตอนแรกคิดว่าไม่ไกล แต่พอกดเข้าไปดูจุดหมายกลับอยู่ไกลออกไปเกือบสามสิบกิโลเมตร ไม่ใกล้เลยว่ะ ปายไปถึงแล้วเหรอ ผมครุ่นคิดอย่างประหลาดใจ แต่ก็ไม่ได้ซักไซ้อะไรมาก ขับรถไปตามจีพีเอสจนมาถึงร้านเล็กๆ ร้านหนึ่ง มองจากภายนอกเหมือนเป็นร้านกาแฟขนาดเล็กที่เปิด 24 ชั่วโมง แต่พอเข้ามาข้างในกลับพบว่าไม่ได้มีแค่กาแฟแต่มีอาหารกับเครื่องดื่มอย่างอื่นให้สั่งด้วย บรรยากาศภายในร้านเงียบสงบ ลูกค้าไม่เยอะแทบนับโต๊ะได้ พอกวาดตามองรอบหนึ่งก็สะดุดสายตาเข้ากับกลุ่มคนที่นั่งอยู่บนโต๊ะติดผนังด้านในสุด หนึ่งในนั้นกำลังโบกมือไหวๆ ให้เป็นสัญญาณ ผมเดินผ่านเคาน์เตอร์ที่ติดกับประตูทางเข้า ตรงเข้าไปหาเป้าหมาย ร้านไม่ใหญ่มาก เดินไม่กี่ก้าวก็ถึงโต๊ะ เพราะแบบนั้นผมถึงเห็นหน้าทุกคนที่อยู่บนโต๊ะชัดเจนตั้งแต่แรกแล้ว ผมเก็บสีหน้า ทักทายคนบนโต๊ะเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “ไง ไม่รู้ว่ามึงก็อยู่ด้วย” ผมดึงเก้าอี้ออกนั่งฝั่งเดียวกับปาย ชำเลืองมองคนที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่คล้ายผมอยู่หลายส่วนมองตอบตรงๆ “เป็นยังไงบ้าง” ถึงหน้าตาจะมีส่วนคล้ายแต่สุ้มเสียงกลับแข็งทุ้มกว่ามาก หนำซ้ำยังแฝงแววเย็นเยียบแปลกๆ อีก ผมจ้องหน้าน้องชายครู่หนึ่งแล้วก็ได้แต่ลอบถอนหายใจตอบอย่างเนือยๆ “สบายดี” ก่อนลากสายตาไปทางปาย อดไม่ได้ที่จะแหย่มันเล่น “ไม่รู้ว่าเพื่อนปายก็อยู่ด้วย” ผมกวาดสายตามองชายหญิงสองคนที่นั่งฝั่งตรงข้าม แน่นอนว่าคนหนึ่งคือน้องชายผม ส่วนอีกคนเป็นผู้หญิงหน้าตาพอดูได้ไม่ได้โดดเด่นอะไรมาก “สวัสดีค่ะ” ผู้หญิงที่นั่งข้างไลท์ยกมือขึ้นไหว้ผมทันทีที่สบสายตากัน “พี่ นี่บี... น้องผม” ไลท์แนะนำคนข้างตัวให้ผมรู้จัก ตอนที่บอกสถานะของอีกฝ่ายมันดูลังเลครู่หนึ่ง ผมพยักหน้า ยิ้มน้อยๆ เป็นเชิงเข้าใจ พูดกับคนที่น้องชายเรียกว่า ‘น้อง’ สองสามประโยคก็ดึงสายตากลับมาหยุดอยู่ที่ปาย มันเลิ่กลั่กอย่างคนมีชนักปักหลัง “ผมกับไลท์บังเอิญเจอกันที่นี่ พี่คงไม่ว่าอะไร...” ปายลนลาน ช้อนสายตามองผมเหมือนแมวน้อยกำลังขอความสงสาร ผมอดคิดไม่ได้ว่ามันน่ารัก จนนึกอยากยกมือขึ้นลูบหัวแต่ก็แค่นึกเท่านั้น ผมมองหน้ามันก็รู้แล้วว่าโกหก ปายจงใจล่อผมออกมาเจอกับไลท์ชัดๆ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม ไลท์เป็นน้องชายที่คลานตามกันมาของผม แม้จะมีกลิ่นอายลูกครึ่งอยู่บ้างแต่หน้าตาก็ไม่ได้เหมือนกันขนาดนั้น พูดให้ชัดก็คือผมเหมือนแม่ ขณะที่ไลท์เหมือนพ่อมากกว่า ผมไม่ได้ติดต่อกับครอบครัวนานมากแล้ว ตั้งแต่พ่อรู้เรื่องรสนิยมทางเพศของผมเขาก็อับอายรับความจริงไม่ได้ไล่ตะเพิดผมออกจากบ้าน ตัดขาดความเป็นพ่อลูก แล้วยังสั่งให้ไลท์ตัดขาดความเป็นพี่น้องกับผมด้วย ผมเตรียมใจเอาไว้นานแล้วพอเจอสถานการณ์จริงจึงไม่ถึงกับช็อกเท่าไหร่ แค่เสียขวัญทำอะไรไม่ถูกอยู่สองสามวัน จากนั้นก็อาศัยญาติฝั่งแม่ที่ค่อนข้างจะเปิดกว้างมากกว่าค่อยๆ ตั้งตัวทีละก้าวจนมีทุกวันนี้ พูดเหมือนลำบากแต่ความจริงแล้วไม่ได้เดือดร้อนอะไรเลย ถูกไล่ออกจากบ้านก็ยังมีที่ไป แต่... ช่างเถอะ เรื่องมันผ่านมานานแล้วคิดไปก็ไม่ช่วยให้รู้สึกดีขึ้นมาหรอก ผมชำเลืองมองคนทั้งสาม ก่อนหน้านี้ปายชวนผมไปนั่งรถเล่น นึกถึงตรงนี้ก็เพิ่งตระหนักได้ถึงสีหน้าท่าทางผิดหวังของปายตอนที่ผมบอกว่าให้แยกกันไป บางทีมันอาจจะอยากนั่งรถคันเดียวกับผมก็ได้ แต่พอดูสถานการณ์ตรงหน้าก็รีบสลัดความคิดสงสารเล็กน้อยนั่นทิ้ง ต่อให้ผมใจอ่อนนั่งรถคันเดียวกันมาก็คงเป็นรถมันไม่ใช่รถผม หลังจากนั้นก็ไม่รู้ว่าจะล่อหลอกอะไรผมอีก แต่ทั้งหมดเป็นเพียงการคาดเดาของผม ปายคิดอะไรอยู่ผมจะไปรู้ได้ยังไง “นานแล้วที่ไม่ได้เจอกันพี่จะว่าอะไรได้ล่ะ” ผมไม่เจาะจงว่าใคร เผยรอยยิ้มนุ่มนวล สีหน้าของปายพลันฉายแววหวั่นไหวออกมาวูบหนึ่งก่อนที่มันจะกลบเกลื่อนด้วยการพูดเอาใจผม “พี่อยากกินอะไรเดี๋ยวผมไปสั่งให้” “มีอะไรแนะนำ” ผมถามอย่างไม่ใส่ใจ “เดี๋ยวผมไปขอเมนูมาให้” พูดเสร็จปายก็ลุกขึ้นเดินไปหาพนักงานที่เคาน์เตอร์อย่างคล่องแคล่ว พริบตาเดียวก็เดินกลับมาพร้อมแผ่นเมนูในมือ “ขอบใจ” ผมรับมาดูตามมารยาท ตอนแรกคิดว่าแค่ดูเฉยๆ อย่างมากก็แค่สั่งเบียร์สักกระป๋อง แต่คิดไปคิดมาตัดสินใจสั่งของว่างมาแกล้มเบียร์ด้วย อยากรู้ว่ารสชาติเป็นยังไง เผื่อนำไปปรับปรุงกับร้านตัวเอง หลังตัดสินใจได้แล้วว่าจะสั่งอะไร ผมหันไปถามคนที่เหลืออย่างใจกว้าง “เอาอะไรหรือเปล่า” “ผมขอเบียร์” ปายเอ่ย ข้างๆ มันยังมีเบียร์อยู่หนึ่งกระป๋องแต่คงใกล้หมดแล้ว “เบียร์ด้วย” ไลท์บอกเสียงเนือยๆ ผมมองไปยังสาวน้อยเพียงคนเดียวบนโต๊ะ เธอปฏิเสธพลางจับแก้วชามะนาวที่อยู่ด้านข้างเป็นเชิงบอก “บีไม่เอาค่ะ อิ่มแล้ว” ผมพยักหน้า หันไปบอกรายการอาหารกับปาย “ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้” ปายลุกขึ้นเดินถือแผ่นเมนูกลับไปยังเคาน์เตอร์ ไม่นานก็เดินกลับมาพร้อมกับรอยยิ้มทิ้งตัวกลับลงนั่งข้างผม เบียร์สามกระป๋องถูกนำมาเสิร์ฟก่อน เหลือแค่ของว่างที่ต้องใช้เวลาเตรียมนานหน่อย ระหว่างรอของกินบรรยากาศบนโต๊ะตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะหนึ่ง เสียงทุ้มต่ำของไลท์ก็ดังขึ้น “พี่สบายดี” “ก็ไม่มีอะไรแย่ ทางนั้นล่ะ” คำว่าทางนั้นของผมย่อมหมายถึงคนที่บ้านด้วย ไลท์กระตุกมุมปากมองผ่านๆ เหมือนกำลังเยาะหยันและถากถางผมอยู่ แต่หากมองดีๆ ก็แทบไม่มีอะไรผิดปกติ อาจเป็นแค่สีหน้าเปลี่ยนแปลงขณะจะเอ่ยปากพูดเท่านั้น “อืม ไม่มีอะไรเปลี่ยน... ไม่สิ เปลี่ยนนิดหน่อย” ไลท์พูดออกมาแล้วก็ชะงัก กระตุ้นให้ผมรู้สึกสงสัยขึ้นมา “เปลี่ยนนิดหน่อย?” อะไรคือเปลี่ยนนิดหน่อย ผมหรี่ตาลงครุ่นคิดไปต่างๆ นานา แถมไลท์ยังไม่คิดจะขยายความ มันเปลี่ยนเรื่องคุยราวกับคำพูดก่อนหน้าไม่มีความหมาย “พี่เปิดร้านเหล้าเหรอ” ไลท์ถาม ผมรู้ว่ามันรู้อยู่แล้ว ที่ถามก็แค่ต้องการยืนยันเท่านั้น “อืม ปายไปมาแล้ว” ผมตวัดมองคนที่ชักนำให้ผมมาเจอกับน้องชายในคืนนี้ คิดว่าระหว่างทางที่ผมมาที่นี่พวกมันสองคนน่าจะบอกเล่ากันแล้ว “บรรยากาศดีมาก อยู่ใกล้มหาลัย นักศึกษาเยอะ” ปายพูดอย่างไม่ติดขัด ท่อนท้ายเน้นเสียงเป็นพิเศษ “บีเรียนที่นั่นน่าจะเคยไป” ไลท์หันไปมองแม่สาวข้างกาย บียิ้มแล้วพยักหน้า “เคยไปสิ แต่ไม่รู้ว่าพี่ของพี่ไลท์เป็นเจ้าของ” พอได้ยินว่าแม่สาวของไลท์เรียนที่มหาลัยใกล้ๆ ผมมองเธออีกครั้ง อดประหลาดใจไม่ได้ “ถึงว่าล่ะ ทำไมรู้สึกคุ้นหน้า” ผมพูดเอาใจอีกฝ่าย ไม่ได้คิดอะไรมาก เคยบอกแล้วว่าเธอไม่ได้โดดเด่น มีใบหน้าแบบที่พบเห็นได้ทั่วไป ถ้าบอกว่าเคยไปเที่ยวร้านผม ดังนั้นจะเคยผ่านตาผมบ้างก็คงไม่แปลก
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD