แสงทองแห่งรุ่งอรุณทอดตัวผ่านกระจกบานสูงตระหง่าน อาบไล้โถงล็อบบี้โรงแรมหรูระดับห้าดาวให้สว่างไสวเจิดจ้า ปลุกชีวิตชีวาให้กับเช้าวันใหม่ในกรุงเอเธนส์ เสียงเปียโนแว่วหวานบรรเลงคลอเคล้าไปกับเสียงสนทนากระซิบกระซาบของเหล่าแขกเหรื่อไฮโซที่เริ่มทยอยลงมารับประทานอาหารเช้า
บรรยากาศโดยรอบช่างดูสดชื่น รื่นรมย์ และเปี่ยมด้วยความศิวิไลซ์
ทว่า... ภาพความงดงามเหล่านั้นกลับดูขัดแย้งกับสภาพของ พิมพา อย่างสิ้นเชิง
ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก ร่างระหงในชุดเดรสลำลองสีขาวสะอาดตาแบรนด์เนมทั้งตัวก็ก้าวออกมาในสภาพที่นิยามได้คำเดียวว่า... 'นางฟ้าปีกหัก'
ใบหน้าสวยเฉี่ยวถูกซ่อนอำพรางไว้ภายใต้แว่นกันแดดสีชาทรงโอเวอร์ไซส์ เพื่อปกปิดร่องรอยความอิดโรยและดวงตาที่ยังตื่นไม่เต็มตา เรือนผมลอนสลวยถูกรวบขึ้นลวก ๆ คล้ายไม่ได้ตั้งใจ มือข้างหนึ่งหิ้วกระเป๋าใบจิ๋ว ส่วนอีกข้างยกขึ้นคลึงขมับที่กำลังเต้นตุบ ๆ
"ให้ตายสิ... นี่ฉันเมาค้างหรือลงแดงกาแฟกันแน่วะเนี่ย ปวดหัวชะมัด"
หญิงสาวบ่นพึมพำเสียงแหบพร่า สองเท้าลากรองเท้าแตะแอร์เมสราคาเหยียบสามหมื่นไปตามพื้นหินอ่อนมันปลาบ ความเย็นฉ่ำของเครื่องปรับอากาศในล็อบบี้ทำเอาขนแขนลุกชัน แต่สิ่งที่ร่างกายโหยหาในเวลานี้หาใช่ความเย็น หากแต่เป็นคาเฟอีนเข้มข้นที่จะช่วยกระชากวิญญาณให้กลับเข้าร่าง
ทว่าในจังหวะที่กำลังจะเลี้ยวไปทางคอฟฟี่ช็อป สายตาภายใต้เลนส์แว่นก็สะดุดกึก
ณ มุมหนึ่งของโถงล็อบบี้อันกว้างขวาง... ร่างสูงใหญ่ที่คุ้นตากำลังยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงนั้น
นิคอส คาสซานเดอร์
วันนี้ชายหนุ่มไม่ได้อยู่ในชุดทักซิโด้เต็มยศเหมือนเมื่อคืน แต่เลือกสวมสูทสีเทาเข้มคัตติ้งเนี้ยบกริบพอดีตัว ไร้เนกไท ปลดกระดุมคอเสื้อเชิ้ตสีขาวด้านในลงหนึ่งเม็ด เผยให้เห็นลำคอแกร่งและลูกกระเดือกที่ขยับขึ้นลงยามกลืนน้ำลาย เรือนผมสีเข้มถูกเซตเปิดหน้าผากโชว์เครื่องหน้าคมคาย เขายืนกอดอกพิงเสาหินอ่อนด้วยท่าทางผ่อนคลาย ทว่าแววตากลับแฝงความระแวดระวังดุจนักล่าที่กำลังเฝ้าระวังภัย
พิมพาชะงักฝีเท้า ความหมั่นไส้ตีตื้นขึ้นมาในอก
‘ทำไมหน้าใสวิ๊งขนาดนั้นวะ? เมื่อคืนกลับดึกกว่าฉันอีกไม่ใช่เหรอ? นี่คนหรือหุ่นยนต์ ไม่รู้จักคำว่าขอบตาดำหรือไงพ่อคุณ’
แต่แล้วความหมั่นไส้ก็จำต้องพ่ายแพ้ให้กับความหล่อเหลาและหุ่น 'งานดี' ที่กระแทกตาเข้าอย่างจัง
สมองอันชาญฉลาด (ในการเข้าข้างตัวเอง) ของพิมพาเริ่มประมวลผลทันที
‘มารอรับเจ้านายแต่เช้าสินะ... ขยันจริง ๆ พ่อบอดี้การ์ดดีเด่น โอกาสทองของพิมพามาเสิร์ฟถึงที่แล้ว’
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ เรียกอินเนอร์ลูกคุณหนูจอมเอาแต่ใจกลับมาประทับร่าง ขยับแว่นกันแดดให้เข้าที่ เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเดินนวยนาดตรงดิ่งเข้าไปหาเป้าหมาย
"นี่นาย..."
น้ำเสียงห้วนจัดเรียกให้นิคอสที่กำลังกวาดสายตาสำรวจความเรียบร้อยของล็อบบี้ต้องละสายตาหันมามอง
คิ้วเข้มเลิกขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าผู้มาเยือนคือใคร... ยัยตัวแสบเจ้าของวีรกรรมเมื่อคืน สภาพดูร่อแร่เหมือนเพิ่งฟื้นจากหลุม แต่ยังพยายามคีพลุคนางพญา
"ครับ?" เขาตอบรับสั้น ๆ ตามมารยาท
"ฉันหิวกาแฟ" พิมพาไม่อ้อมค้อม ยืนกอดอกทิ้งน้ำหนักลงบนสะโพกพิงพนักโซฟาใกล้ ๆ สั่งเสียงงัวเงียแต่ยังวางอำนาจ "ไปซื้อให้หน่อยสิ เอาไอซ์อเมริกาโน่ ไม่หวาน เพิ่มช็อต แก้วใหญ่สุด... สั่งให้ถูกนะยะ ฉันกำลังจะลงแดงตายอยู่แล้ว"
นิคอสลอบถอนหายใจ... มาอีกแล้ว
"คุณผู้หญิงครับ" เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงความเหนื่อยหน่าย "ร้านกาแฟโรงแรมอยู่ทางขวามือ เดินไปอีกแค่ยี่สิบก้าวก็ถึง มีพนักงานคอยบริการเพียบ ทำไมต้องมาใช้ผม?"
"ก็ฉันเจ็บขา!"
พิมพาแว้ดสวนทันควัน นิ้วเรียวชี้ไปที่ข้อเท้าตัวเองที่มีพลาสเตอร์ยาแปะโชว์หรา
"ฝีมือใครทำล่ะยะ? จำไม่ได้หรือแกล้งลืม? เมื่อคืนนายบิดข้อเท้าฉันจนระบมไปหมด เดินแทบไม่ได้เนี่ย!" เธอใส่สีตีไข่หน้าตาเฉย ทั้งที่ความจริงเดินปร๋อมาตั้งแต่ลงลิฟต์
"รับผิดชอบด้วยการไปซื้อกาแฟมาไถ่โทษเดี๋ยวนี้เลย ไม่งั้นฉันจะฟ้องเจ้านายนายว่านายรังแกแขกวีไอพี!"
นิคอสขบกรามแน่น มองดูละครฉากใหญ่ตรงหน้าด้วยความรู้สึกอยากจะจับยัยตัวดีพาดตักแล้วตีสั่งสอนสักที
ข้ออ้างฟังไม่ขึ้นสุด ๆ แต่ขืนเถียงไปก็คงยาว และเขาก็ไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาในล็อบบี้ที่มีแต่แขกเหรื่อ
"โอเคครับ..."
เขาพยักหน้าส่ง ๆ อย่างเสียไม่ได้ ก่อนจะขยับนิ้วชี้เพียงเล็กน้อยแนบลงข้างลำตัว ส่งสัญญาณลับให้ลูกน้องคนสนิทที่ยืนสแตนด์บายปะปนอยู่กับแขกคนอื่น
"จัดไป..." เขากระซิบเสียงเบาให้ไมโครโฟนที่ซ่อนอยู่ในปกเสื้อสูท "ไอซ์อเมริกาโน่ เพิ่มช็อต แก้วใหญ่... เอาให้เข้มจนตาค้างไปเลย จะได้เลิกวุ่นวายสักที"
พิมพาทิ้งตัวลงนั่งไขว่ห้างบนโซฟากำมะหยี่สีแดงสด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กความเรียบร้อยผ่านกล้องหน้า พลางลอบชำเลืองมองนิคอสเป็นระยะ
‘ฮึ... เป็นไงล่ะ ยอมทำตามคำสั่งจนได้ แพ้ทางคนสวยล่ะสิ’
เธอยิ้มกริ่มกับตัวเอง หารู้ไม่ว่านิคอสไม่ได้ขยับตัวไปไหนเลย ยืนสั่งงานผ่านสายตาอยู่ที่เดิม
ไม่ถึงห้านาที... แก้วกาแฟพลาสติกใสที่มีหยดน้ำเกาะพราว เย็นเจี๊ยบจนไอความเย็นลอยฟุ้ง ก็ถูกยื่นมาตรงหน้าโดยมือปริศนา ซึ่งแท้จริงแล้วคือลูกน้องที่เดินผ่านมายื่นให้นิคอสอย่างแนบเนียน แล้วนิคอสก็ยื่นต่อให้เธอ
"กาแฟครับ... ตามบัญชา"
พิมพาเงยหน้าขึ้นรับแก้วกาแฟมา ดูดรวดเดียวไปครึ่งแก้ว รสชาติขมปร่าและความเย็นจัดแล่นพล่านไปทั่วร่าง กระตุ้นสมองที่มึนเบลอให้ตื่นตัวขึ้นทันตาเห็น
"อ้า... ค่อยยังชั่ว รอดตายแล้วแม่"
เธอครางเบา ๆ อย่างพอใจ ก่อนจะวางแก้วลงแล้วเงยหน้ามองนิคอสที่ยืนค้ำหัวอยู่สูงตระหง่าน
"ขอบใจ... นายชื่ออะไรนะ? อ้อ ช่างเถอะ" พิมพาทำท่าไม่ใส่ใจ ทั้งที่จำหน้าเขาได้แม่นยิ่งกว่าตารางงานเดินแบบ
"ยื่นมือมาสิ"
"ทำไม?" นิคอสถามเสียงห้วน คิ้วขมวดมุ่น
"เออน่า บอกให้ยื่นก็ยื่นมาเถอะ อย่าเรื่องมาก"
มาเฟียหนุ่มยอมแบมือออกไปตรงหน้าอย่างงง ๆ ฝ่ามือหนาใหญ่ แข็งแกร่ง และมีรอยด้านจากการจับอาวุธ ซึ่งพิมพาเข้าใจไปเองว่าคงเกิดจากการยกของหนัก
หญิงสาวควานหาของในกระเป๋าใบจิ๋ว หยิบธนบัตรใบละ 50 ยูโรออกมา วางแปะลงบนฝ่ามือเขาดัง แปะ!
"ไม่ต้องทอน"
เธอยิ้มหวานหยด ส่งสายตาปิ๊ง ๆ ลอดแว่นกันแดด
"ถือว่าเป็นทิปค่าเหนื่อย กาแฟแก้วเดียวอาจจะไม่กี่ยูโร แต่ส่วนต่างที่เหลือเจ้ยกให้... บริการดีแบบนี้ เจ้ชอบ ไว้จะเรียกใช้บ่อย ๆ นะน้อง"
พิมพาคิดว่านี่คือยุทธการ 'เปย์ซื้อใจ' แสดงให้เห็นว่าเธอสวย รวย สปอร์ต และอยู่เหนือกว่าเขา
แต่นิคอสกลับมองธนบัตรสีส้มในมือด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป...
จากความรำคาญ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นเยียบ... และอันตราย
เขาคือ นิคอส คาสซานเดอร์ มาเฟียผู้กุมอำนาจธุรกิจมืดครึ่งหนึ่งของกรีซ ทรัพย์สินที่มีใช้สิบชาติก็ไม่หมด... ไม่ใช่เด็กเสิร์ฟที่จะมาให้ใครโยนเศษเงินใส่หน้าเพื่อดูถูกศักดิ์ศรี
ร่างสูงก้าวสามขุมเข้าไปหาพิมพาที่นั่งอยู่บนโซฟาทันที
"นี่นาย..."
พิมพาผงะถอยหลังจนแผ่นหลังชนพนักพิง นิคอสไม่หยุดแค่นั้น เขาแทรกกายเข้ามาจนเข่าแกร่งของเขาเบียดเสียดกับเข่าเนียนของเธอ กักขังเธอไว้ในอาณาเขตของเขาอย่างสมบูรณ์
กลิ่นกายหอมสะอาดแบบผู้ชาย ผสมกลิ่นบุหรี่จาง ๆ และกลิ่นอาฟเตอร์เชฟราคาแพง ปะทะจมูกหญิงสาวจนหัวใจดวงน้อยเต้นระรัว
"จะ... จะทำอะไร..."
นิคอสไม่ตอบ ไม่แม้แต่จะยิ้ม
มือข้างที่ถือธนบัตรพุ่งวูบสวนเข้าไปในสาบเสื้อคอวีของชุดเดรสพิมพาอย่างรวดเร็วและแม่นยำ
"อุ๊ย!"
สัมผัสหยาบกร้านของหลังมือหนาปัดผ่านเนินเนื้อนุ่มหยุ่นที่โผล่พ้นชุดออกมาเพียงเสี้ยววินาที ไอร้อนจากฝ่ามือเขาแนบชิดกับผิวเนื้ออ่อนไหวตรงจุดที่ไม่ควรมีใครแตะต้อง
พิมพาสะดุ้งเฮือก ขนลุกซู่ไปทั้งตัว ลมหายใจสะดุดกึกราวกับโดนกระชากวิญญาณ
นิคอสยัดธนบัตรใบนั้นคืนลงไปในร่องอกของเธออย่างอุกอาจ นิ้วหัวแม่มือบดคลึงเบา ๆ บนธนบัตรที่เสียดสีกับผิวเนื้อเธอ เป็นการหยามคืนที่เจ็บแสบและวาบหวามที่สุด
ชายหนุ่มแช่มือค้างไว้อย่างนั้นครู่หนึ่ง จงใจให้เธอซึมซับความร้อนจากปลายนิ้วเขา ก่อนจะโน้มใบหน้าคมคายลงมาจนจมูกโด่งแทบจะชิดแก้มใส นัยน์ตาสีอำพันจ้องลึกเข้าไปในดวงตาที่ตื่นตระหนกภายใต้แว่นกันแดด
เขากระซิบชิดใบหูด้วยน้ำเสียงทุ้มพร่า ลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดจนเธอร้อนวาบไปถึงซอกคอ
"เก็บเงินของคุณไว้ซื้อยาแก้ปวดเถอะ คุณหนู..."
คำว่า 'คุณหนู' หลุดออกมาจากปากเขาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันแต่เซ็กซี่อย่างร้ายกาจ
"เพราะงานเลี้ยงฉลองคืนนี้... ผมรับรองว่าคุณยังต้องยืนบนส้นสูงอีกนาน"
พูดจบเขาก็ยืดตัวขึ้นเต็มความสูง ปรายตามองผลงานบนแก้มแดงก่ำของหญิงสาว แล้วเดินหันหลังกลับไปยืนหน้านิ่งที่เดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ความเงียบเข้าปกคลุมพิมพาชั่วขณะ เสียงอื้ออึงรอบข้างเหมือนถูกตัดขาด
เธอนั่งนิ่งเป็นหิน มือข้างหนึ่งยกขึ้นทาบอกโดยอัตโนมัติ ปลายนิ้วสัมผัสถึงก้อนกระดาษที่ซุกอยู่ในร่องอก... และความร้อนวูบวาบที่มือเขาฝากทิ้งร่องรอยเอาไว้
หัวใจเต้นโครมครามเหมือนจะทะลุออกมาเต้นระบำแซมบ้าข้างนอก แก้มใสที่แดงอยู่แล้วเพราะแดดเมืองกรีซ บัดนี้แดงเถือกไปจนถึงลำคอ ลามเลียไปถึงใบหู
แต่แทนที่จะโกรธ หรือลุกขึ้นมากรีดร้องโวยวายว่าโดนลวนลาม... ปฏิกิริยาของพิมพากลับตาลปัตรไปคนละทิศคนละทาง
ในสมองของสาวมโนมีแต่เสียงไซเรนดัง วี้ว่อ ๆ ผสมกับเสียงพลุแตกกระจาย
‘กรี๊ดดดดด! แม่เจ้าโว้ยยย!’
เธอกัดริมฝีปากล่างแน่นจนเจ็บ เพื่อกลั้นเสียงกรีดร้องที่จุกอยู่ที่คอหอย มืออีกข้างจิกหมอนอิงกำมะหยี่จนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ
‘การ์ดบ้าอะไรวะ! ปากแซ่บมาก! ดุมาก! ถึงเนื้อถึงตัวมาก! แล้วดูสายตาเมื่อกี้สิ... สายตาที่มองเหมือนจะกลืนกินเข้าไปทั้งตัวนั่นมันอะไร! อร๊ายยยย!’
ประโยคที่เขากระซิบ... 'งานเลี้ยงฉลองคืนนี้ คุณยังต้องยืนบนส้นสูงอีกนาน'
สมองพิมพาแปลความหมายเตลิดเปิดเปิงไปไกลลิบ
‘เขาพูดถึงงานเลี้ยงคืนนี้! แสดงว่าเขาก็จะไป! แล้วที่บอกให้ยืนบนส้นสูงนาน ๆ... เขาหมายถึงอยากเห็นขาฉันใช่ไหม!? หรือเขาตั้งใจจะสื่อว่าคืนนี้ฉันจะต้องเจอศึกหนักกว่านี้?’
ยิ่งคิด จินตนาการยิ่งบรรเจิด ภาพฉากรักเร่าร้อนในนิยายประดังประเดเข้ามาในหัว
พิมพาแอบเหลียวหลังกลับไปมองนิคอสที่ยืนกอดอกตีหน้าตายไม่รู้ร้อนรู้หนาวอยู่ที่เสาต้นเดิม แต่เธอสาบานได้ว่าเห็นมุมปากเขากระตุกยิ้มนิด ๆ
‘ไม่ไหวแล้ว... แพ้ทางผู้ชายดิบเถื่อนแบบนี้ชะมัด’
เธอยกแก้วกาแฟขึ้นดูดแก้เขิน ทั้งที่มือไม้สั่นไปหมดจนน้ำแข็งกระทบแก้วดังกราว
‘คนนี้แหละ! พ่อของลูก! จะเอา! จะเอา! จะเอา! ยิ่งดุยิ่งชอบ!’
ภารกิจจีบการ์ดหน้านิ่ง... บัดนี้ได้ยกระดับความเดือดขึ้นไปอีกขั้น! จากแค่เล่น ๆ เริ่มกลายเป็นวาระแห่งชาติ
"คอยดูเถอะพ่อคุณ..."
พิมพากัดฟันคาดโทษปนสยิว ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์
"คืนนี้แม่จะจัดเต็ม... จะใส่ส้นสูงเต้นยั่วให้ดู เอาให้ตบะแตกสติหลุดกันไปข้างเลย!"