บทที่ 3 : ล็อกเป้าหมาย

2080 Words
ลำแสงสปอตไลต์สาดกราดลงมากระทบดวงตาจนพร่ามัว เสียงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์บีตหนักหน่วงกระแทกโสตประสาท ปลุกเร้าอารมณ์ผู้ชมรอบรันเวย์ให้พลุ่งพล่านดั่งลาวากำลังเดือดปะทุ วินาทีนั้น พิมพาก้าวเท้าออกมาปรากฏตัวด้วยท่วงท่าสง่างามประหนึ่งพญาหงส์สยายปีก ชุดฟินาเล่เกาะอกสีแดงเพลิงขับเน้นผิวขาวผ่องให้เจิดจรัสสะกดทุกสายตา เธอดูราวกับนางพญาอัคคีผู้ทรงอำนาจ ชายกระโปรงยาวกรุยกรายสะบัดพลิ้วไหวล้อไปตามจังหวะการย่างก้าวที่มั่นคง ทรงพลัง สมศักดิ์ศรีซูเปอร์โมเดลที่ผ่านสังเวียนรันเวย์มาอย่างโชกโชน ใบหน้ารูปไข่เชิดขึ้น 45 องศาอย่างเย่อหยิ่ง นัยน์ตาคมกริบจิกสู้กล้องแทบแตกละเอียด ทว่าภายใต้ภาพลักษณ์อันเลอค่าบนเวที สมองอันปราดเปรื่องของเธอกลับกำลังทำงานหนักเพื่อสแกนหาเป้าหมาย ‘หายไปไหนนะ... พ่อเทพบุตรรูปหล่อคนนั้น’ ดวงตาคู่สวยลอบกวาดมองผ่านขนตาหนางอนไปยังที่นั่งแถวหน้าสุด พื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ถูกสงวนไว้สำหรับแขก VVIP ระดับท็อปเท่านั้น... และในที่สุด เธอก็พบเขา นิคอส คาสซานเดอร์ นั่งไขว่ห้างด้วยท่าทีผ่อนคลาย ทว่ารอบกายกลับแผ่กลิ่นอายแห่งอำนาจดิบเถื่อนที่ยากจะละสายตา เขาเปลี่ยนจากสูทสีดำเมื่อหัวค่ำเป็นทักซิโด้สีกรมท่าคัตติ้งเนี้ยบกริบที่ดูหรูหราและอันตรายยิ่งกว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักกรีกเมื่อต้องแสงไฟสลัวยิ่งดูดุดันและน่าค้นหาจับใจ ที่สำคัญ... เขานั่งติดกับ 'มาดามอกาธา' ดีไซเนอร์เจ้าของแบรนด์และแม่งานคนสำคัญในค่ำคืนนี้ พิมพาแอบเห็นจังหวะที่นิคอสโน้มตัวลงไปกระซิบกระซาบถ้อยคำบางอย่างกับหญิงสูงวัย มาดามอกาธาหัวเราะร่าอย่างชอบอกชอบใจ พลางยกมือขึ้นตบหลังมือเขาเบาๆ ด้วยความเอ็นดูสนิทสนม สมองอันชาญฉลาดแกมเจ้าเล่ห์ของพิมพาประมวลผลฉับไวสมกับที่ได้วิชาคณิตเกรด 4 ทุกเทอม ‘ชัดเลย!’ เสียงกรีดร้องในใจดังขึ้นพร้อมจังหวะหมุนตัวโพสท่าฟินาเล่ ‘สนิทกันเบอร์นี้ นั่งประกบติดหนึบไม่ห่างขนาดนี้... เขาต้องเป็นบอดี้การ์ดส่วนตัว ของคุณป้าเจ้าของงานแน่ๆ! มิน่าล่ะถึงได้เดินกร่างตรวจตราหลังเวทีซะทั่ว แถมยังตีหน้ายักษ์เคร่งขรึมตลอดเวลา’ ริมฝีปากเคลือบสีแดงสดกระตุกยิ้มมุมปาก ก่อนจะส่งสายตาหวานเชื่อมหยาดเยิ้มไปทางนิคอสอย่างจงใจ ‘งานดี เกรดพรีเมียม แถมหน้าที่การงานมั่นคง ดูแลระดับ VVIP... พิมพาเอ๋ย เซ้นส์แกนี่แม่นยิ่งกว่าหมอดูตาเห็น’ นิคอสที่กำลังสนทนากับป้าของตัวเองชะงักไปชั่วครู่เมื่อปะทะเข้ากับสายตายั่วยวนที่ส่งมา เขามองตามร่างระหงบนเวทีที่กำลังเดินสับขาหลอกหมุนตัวกลับเข้าไปหลังฉากด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดา ชุดสีแดงสดนั่นขับให้เธอดูร้อนแรงดั่งไฟ เจ้าเล่ห์ และน่าขย้ำให้แหลกคามือในเวลาเดียวกัน “ถูกใจหรือไง นิคอส” มาดามอกาธากระซิบเย้าแหย่หลานชายเมื่อจับสังเกตสายตาเขาได้ “คนนี้ป้าจองตัวข้ามปีเลยนะ ลูกสาวเจ้าสัวเมืองไทย เห็นหน้าหวานๆ แบบนี้ แสบใช่เล่น” นิคอสกระตุกยิ้มมุมปาก นัยน์ตาสีเข้มยังคงจับจ้องไปยังความว่างเปล่าที่แผ่นหลังเนียนนั้นเพิ่งหายวับไป “ครับ... แสบมาก” แสบจนน่าจับมาพาดตักแล้วตีก้นสั่งสอนสักทีสองที . . ทันทีที่แสงไฟบนเวทีดับวูบ งานเดินแบบการกุศลก็จบลง ความโกลาหลเบื้องล่างก็เริ่มต้นขึ้น บริเวณหน้าโรงแรมหรูคลาคล่ำไปด้วยกองทัพนักข่าวและเหล่าเซเลบริตี้ที่กำลังทยอยเดินทางกลับ แสงแฟลชวูบวาบสาดกระหน่ำใส่ขบวนรถลีมูซีนที่จอดเรียงรายเป็นตับ พิมพาก้าวออกมาจากลิฟต์ในลุคสบายๆ มินิเดรสรัดรูปแบรนด์เนมราคาเหยียบแสนที่เน้นสัดส่วนโค้งเว้า พร้อมกระเป๋าใบจิ๋วคู่ใจ แม้จะมีรถลีมูซีนคันยาวของงานจอดเทียบท่ารอรับนางแบบฟินาเล่อย่างสมเกียรติที่โซนวีไอพี แต่พิมพากลับทำเป็นมองไม่เห็นและเดินเมินใส่ เพราะเรดาร์ล่าผู้ชายของเธอกำลังจับสัญญาณบางอย่างได้ชัดเจน เบื้องหน้าประตูทางเข้าโรงแรม นิคอสกำลังยืนบัญชาการกลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำนับสิบชีวิตอยู่พอดี “เคลียร์พื้นที่โซนบี รถท่านทูตกำลังจะออก” “อย่าให้ใครเข้าใกล้ออดี้สีดำคันนั้น” น้ำเสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจสั่งการเป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำ ท่าทางเด็ดขาดดุดัน ผายมือสั่งซ้ายหันขวาหัน บรรดาชายชุดดำต่างก้มหัวรับคำสั่งกันอย่างพร้อมเพรียง “Yes, Sir!” พิมพาแฝงตัวอยู่หลังเสาหินอ่อน ลอบมองภาพความยิ่งใหญ่นั้นด้วยความปลื้มปริ่มจนแก้มแทบปริ ‘นั่นไง! ว่าแล้วไม่มีผิด’ เธอตบเข่าฉาดในใจ ‘สั่งลูกน้องซ้ายหันขวาหันได้ขนาดนี้ ตำแหน่งไม่ธรรมดาแน่ๆ ยิ่งในงานพูดคุยสนิทสนมกันอีก ไม่บอดี้การ์ดส่วนตัวก็มือขวาคนสนิท ที่มาคุมความปลอดภัยแน่ๆ ดูสิ รัศมีความดุพุ่งกระแทกตาจนพร่าไปหมดแล้วพ่อคุณเอ๊ย’ ยิ่งเห็นเขายืนกอดอก ตีหน้าเคร่งขรึม คิ้วเข้มขมวดมุ่นบัญชาการสถานการณ์ พิมพายิ่งรู้สึกว่าก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายมันเต้นผิดจังหวะรัวแรง แพรวพราวเคยบอกว่าผู้หญิงมักแพ้ทางผู้ชายในเครื่องแบบ... แต่สำหรับพิมพา ผู้ชายในชุดสูทที่สั่งคนไปตายได้นี่แหละคือนิพพาน! “เอาล่ะพิมพา... โอกาสทองมาถึงแล้ว” หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดลึก เรียกความมั่นใจ พลางเช็กความเป๊ะของหน้าผมผ่านเงาสะท้อนของเสาหินอ่อน แผน A : สาวน้อยผู้บอบบางต้องการความช่วยเหลือ ดวงตากลมโตหลุบมองรองเท้าส้นสูงลิมิเต็ดอิดิชั่นราคาแพงระยับบนเท้าตัวเอง แล้วเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่มุมปาก “ขอโทษนะลูกรัก แต่วันนี้แม่ต้องขอใช้บริการหนูหน่อย” ลานจอดรถวีไอพีเริ่มเงียบสงบลงหลังจากแขกเหรื่อทยอยกลับกันจนเกือบหมด นิคอสยืนพิงสะโพกกับรถปอร์เช่สีดำคันหรูของตัวเอง มือหนาคลายปมเนกไทออกเล็กน้อยเพื่อระบายความอึดอัด พลางจุดบุหรี่ขึ้นสูบฆ่าเวลา ควันสีเทาจางๆ ลอยอ้อยอิ่ง รอลูกน้องเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยก่อนจะกลับเพนท์เฮาส์ ตึก... ตึก... เสียงรองเท้าส้นสูงกระทบพื้นคอนกรีตดังแว่วมา แต่จังหวะการเดินกลับดูแปลกประหลาดขัดหูจนเขาต้องปรายตามอง ตึก... ตึก... ตึก... นิคอสพ่นควันบุหรี่ขึ้นฟ้า สายตาคมกริบจับจ้องไปยังต้นเสียงที่กำลังเคลื่อนกายเข้ามา ร่างระหงที่คุ้นตา... ยัยตัวแสบที่บังอาจใช้เขาเป็นคนรูดซิปเมื่อหัวค่ำ กำลังเดินกะเผลกๆ ตรงดิ่งมาทางเขา ใบหน้าสวยเฉี่ยวบิดเบี้ยวคล้ายเจ็บปวดเสียเต็มประดา มือข้างหนึ่งหิ้วรองเท้า อีกข้างเกาะกำแพงพยุงตัวอย่างทุลักทุเล “อุ๊ย... โอ๊ย... เจ็บจังเลย...” เสียงครวญครางดังลอยลมมาจงใจให้ได้ยินชัดเต็มสองหู พิมพาเดินลากขามาหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ห่างไปเพียงไม่กี่ก้าว เงยหน้าขึ้นสบตาด้วยแววตาเว้าวอนระริกไหว “นี่นาย... นายหัวหน้าการ์ด” นิคอสเลิกคิ้วสูง คีบบุหรี่ออกจากปาก “หัวหน้าการ์ด?” เขาพึมพำทวนคำในลำคอ “ก็ใช่น่ะสิ ยืนสั่งคนปาวๆ ขนาดนั้น” พิมพาโมเมสรุปเอาเองเสร็จสรรพ ก่อนจะปรับโหมดเป็นนางเอกเจ้าน้ำตาผู้น่าสงสาร “นายพอจะช่วยฉันหน่อยได้ไหม รองเท้าบ้านี่มันกัดเท้าฉันจนเดินไม่ไหวแล้วเนี่ย เจ็บจะตายอยู่แล้ว” เธอยื่นเท้าข้างที่สวมส้นสูงออกมาข้างหน้า ขยับข้อเท้าไปมาเพื่อเรียกร้องความสนใจ “แล้ว?” นิคอสถามสั้น ห้วน “ก็รถลีมูซีนฉันจอดอยู่ตรงโน้น” นิ้วเรียวชี้ไปที่รถคันยาวที่จอดรออยู่ห่างไปไม่ไกล “แต่ฉันเดินไปไม่ไหว นายช่วย... เอ้อ พยุงฉันไปหน่อยสิ หรืออุ้มไปเลยก็ได้นะ ฉันตัวเบา” นิคอสมองเท้าเรียวขาวผ่องที่สวมรองเท้าราคาแพงระยับ แล้วไล่สายตาขึ้นมาสบตากับหญิงสาวที่กำลังส่งวิ้งค์มาให้ มารยา... เขามองปราดเดียวก็ทะลุปรุโปร่งว่ายัยนี่กำลัง ‘อ่อย’ ไอ้ท่าเดินกะเผลกเมื่อกี้มันเสแสร้งสิ้นดี นางแบบระดับอาชีพเดินบนส้นสูงมาทั้งชีวิต แค่รองเท้ากัดแค่นี้ไม่มีทางเดินเป๋ขนาดนั้นหรอก ระยะทางแค่นี้ต่อให้เธอกระโดดขาเดียวไปก็ยังถึง “ข้อเท้าแพลงเหรอ? ไหนขอผมดูหน่อย” เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบจนน่าขนลุก ก่อนจะย่อตัวลงนั่งคุกเข่าตรงหน้าเธออย่างว่าง่าย พิมพาเบิกตาโต หัวใจพองฟูคับอก ‘กรี๊ดดด! ติดกับแล้ว! ผู้ชายเย็นชาแพ้ลูกอ้อน! ดูสิ ยอมคุกเข่าให้ด้วย ตายสงบศพสีชมพูไปเลยสิคะพิมพา’ เธอยื่นเท้าให้เขาอย่างกระหยิ่มยิ้มย่อง วาดฝันหวานว่าเขาจะถอดรองเท้าให้อย่างทะนุถนอม แล้วนวดคลึงเบาๆ เหมือนเจ้าชายในเทพนิยายกำลังปรนนิบัติเจ้าหญิง มือหนาของนิคอสคว้าหมับเข้าที่ข้อเท้าเล็ก สัมผัสแข็งกระด้างและร้อนผ่าวทำเอาพิมพาสะดุ้งเฮือก “ตรงนี้เหรอ?” เขากดนิ้วโป้งลงบนตาตุ่ม “ช...ใช่ ตรงนั้นแหละ เบาๆ น...” กึก! “โอ๊ยยยยยยยย!” เสียงกรีดร้องของพิมพาดังลั่นลานจอดรถจนคนขับรถลีมูซีนของเธอสะดุ้งโหยง นิคอสไม่ได้นวด แต่เขาจงใจใช้นิ้วโป้งกดลงไปที่จุดเส้นประสาทข้างตาตุ่มเน้นๆ แล้วบิดข้อเท้าเธอเบาๆ เพื่อดัดกระดูก “เจ็บ! เจ็บ! ปล่อยนะ! ไอ้บ้า! จะหักขาฉันหรือไง!” พิมพาดิ้นพล่าน น้ำตาเล็ดออกมาจริงๆ ไม่ใช่สแตนด์อิน ความเจ็บปวดแล่นปราดจากข้อเท้าขึ้นสมองจนตาสว่างวาบ นิคอสปล่อยมือ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดฝุ่นที่หัวเข่ากางเกงอย่างไม่ยี่หระ “ไม่หักหรอก แค่คลายเส้น” เขาพูดหน้าตาย มองดูผลงานตัวเองด้วยความพอใจลึกๆ “ทีหลังถ้ารองเท้ากัด ก็ถอดทิ้งซะ อย่าฝืนเดิน... แล้วก็อย่าแกล้งเจ็บ ถ้าไม่อยากเจ็บตัวจริงๆ” ประโยคท้ายเขาโน้มใบหน้าคมคายลงมากระซิบ แววตารู้ทันฉายชัดจนคนฟังหน้าชา พิมพายืนกระต่ายขาเดียว เกาะรถปอร์เช่ของเขาแน่น มองหน้าเขาอย่างกินเลือดกินเนื้อ “ใครแกล้งยะ! เจ็บจริงๆ นะเว้ย! มือหนักอย่างกับตีน!” เธอลืมรักษาภาพพจน์ลูกคุณหนูผู้บอบบางไปชั่วขณะ หลุดคำผรุสวาทออกมาเพราะความปวดร้าว นิคอสเห็นฤทธิ์เดชแม่คุณก็หัวเราะในลำคอ หึๆ “ปากดีแบบนี้ แสดงว่าเดินไปรถเองได้แล้ว” เขาหมุนตัวเปิดประตูรถปอร์เช่ฝั่งคนขับอย่างไม่ไยดี “อ้าว! จะไปไหน! รับผิดชอบเดี๋ยวนี้เลยนะ ทำคนอื่นเจ็บแล้วจะหนีเหรอ!” พิมพาโวยวายเสียงแหลม นิคอสชะงักมือก่อนจะก้าวขึ้นรถ หันกลับมามองเธออีกครั้งพร้อมรอยยิ้มยียวนที่มุมปาก “ผมเป็นคนขับรถ... เอ้ย หัวหน้าการ์ด ไม่ใช่หมอนะครับ” เขาจงใจกวนประสาทด้วยสรรพนามที่เธอยัดเยียดให้ “ถ้าอยากให้รับผิดชอบ... ก็ตามมาเอาคืนเองสิ” ปัง! ประตูรถปิดกระแทกใส่หน้า สตาร์ตเครื่องยนต์เสียงกระหึ่ม แล้วขับรถสปอร์ตคันหรูพุ่งทะยานออกไปจากลานจอดรถ ทิ้งให้พิมพายืนดมควันท่อไอเสียอยู่เบื้องหลังอย่างเดียวดาย พิมพายืนอ้าปากค้าง มองไฟท้ายรถสีแดงที่หายวับไปกับตา “ไอ้... ไอ้ผู้ชายเฮงซวย! ไอ้คนใจดำ! ไอ้มาเฟียเก๊!” เธอกระทืบเท้าเร่าๆ ก่อนจะชะงักกึกเมื่อความปวดแปลบแล่นริ้วขึ้นมาอีกรอบ “โอ๊ย... เจ็บจริงๆ นะเนี่ย ฝากไว้ก่อนเถอะอีตานิคอส!” พิมพากัดฟันกรอด หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาพี่สาวทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าอยู่คนละซีกโลก แต่คนมันเจ็บและเจ็บใจ มันต้องฟ้อง! “เจ๊แพรว! รับสายสิ! ฮือออ...” ทันทีที่ปลายสายกดรับ พิมพาก็ปล่อยโฮออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน “เจ๊! พิมโดนผู้ชายแกล้ง! เจ็บขาไปหมดแล้วเนี่ย! มันบิดขาพิมอะเจ๊! ไอ้บ้านั่นมันปีศาจชัดๆ!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD