บทที่ 2 : รูดซิปหน่อยพ่อคุณ

1954 Words
“หลีกทางหน่อย! หลีกทาง!” เสียงตะโกนภาษาอังกฤษสำเนียงกรีกแปร่งหูดังลั่นหลังเวที ท่ามกลางความวุ่นวายที่ยิ่งกว่าจลาจลย่อม ๆ ราวแขวนเสื้อผ้าถูกเข็นสวนกันไปมาจนล้อบดพื้นดังครืดคราด แข่งกับเสียงโวยวายของทีมงานนับร้อย กลิ่นสเปรย์จัดแต่งทรงผมฉุนกึกตลบอบอวลจนแสบจมูก ผสมปนเปไปกับกลิ่นแป้งฝุ่นและกลิ่นเหงื่อไคลชวนเวียนหัว พิมพา ยืนตัวแข็งทื่อเป็นหุ่นโชว์อยู่หน้ากระจกบานใหญ่ในห้องแต่งตัววีไอพี ไม่ใช่เพราะอยากยืนนิ่ง... แต่เพราะขยับไม่ได้ต่างหากล่ะ! “โอ๊ยเจ๊! เบา ๆ เนื้อพิมจะหลุดติดซิปออกมาแล้ว!” หญิงสาวหันไปแว้ดใส่สไตลิสต์สาวประเภทสองร่างยักษ์ที่ตอนนี้เหงื่อแตกพลั่ก อีกฝ่ายเม้มปากแน่น พยายามดึงซิปชุดราตรีเกาะอกสีแดงเพลิงอย่างเอาเป็นเอาตาย “อดทนหน่อยสิคะคุณน้อง! ชุดฟินาเล่ก็แบบนี้แหละ ตัดมาเล็กกว่าตัวหน่อยจะได้ดูลงตัว ฮึบ!” กึก! ซิปเจ้ากรรมหยุดชะงักค้างเติ่งอยู่กลางแผ่นหลัง พิมพาสูดลมหายใจเข้าจนซี่โครงบาน แขม่วหน้าท้องจนแทบจะราบไปติดกระดูกสันหลัง หน้าสวยเฉี่ยวเริ่มแดงก่ำเพราะขาดอากาศ “หายใจ... ไม่... ออก...” เสียงเธอขาดห้วงเหมือนปลาขาดน้ำ ชุดบ้านี่คนหรือไส้เดือนใส่ รัดรูปชนิดที่ว่าถ้าเผลอกินน้ำเข้าไปแก้วเดียว ตะเข็บคงได้ปริแตกดัง โพละ “ซวยแล้ว! ซิปกินผ้า!” สไตลิสต์อุทานตาเหลือก ปล่อยมือจากซิปเหมือนโดนของร้อน “เดี๋ยวพี่วิ่งไปตามช่างเย็บผ้าหน้างานก่อนนะ หนูรอแป๊บ ห้ามขยับ! ห้ามหายใจแรง!” “เดี๋ยว! อย่าเพิ่งไป! มาช่วยกันก๊อนนน!” ไม่ทันการ ร่างยักษ์วิ่งหายลับออกไปจากห้อง ทิ้งพิมพาให้ยืนเคว้งอยู่หน้ากระจกสภาพกึ่งเปลือยหลัง ชุดเดรสหลุดลุ่ยคาอยู่กลางลำตัวเหมือนงูลอกคราบไม่เสร็จ พิมพามองเงาสะท้อนตัวเองในกระจกแล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ “สวยสู้ชีวิตฉิบหาย...” มือเรียวพยายามเอื้อมไปด้านหลังเพื่อจัดการซิปเจ้าปัญหา แต่พยายามเท่าไหร่ก็ติดแหง็ก ขยับไม่ได้สักมิลเดียว ยิ่งดึงก็ยิ่งรั้งเนื้อจนเจ็บแปลบ เสียงประกาศจากเวทีด้านนอกดังลอดเข้ามา “อีกห้านาที! เตรียมสแตนด์บาย!” ห้านาที! ซวยกว่านี้มีอีกไหม ถ้าออกไปไม่ทันเวลางานเดินแบบการกุศลครั้งแรกในกรีซจบเห่แน่ ดีไม่ดีชื่อเสียงตระกูลวรโชติโภคินอาจต้องป่นปี้ เพียงเพราะลูกสาวคนเล็กแก้ผ้าโชว์กลางงาน “ไม่ได้การ...” พิมพากัดฟันกรอด มือหนึ่งรวบชายกระโปรงยาวลากพื้น อีกมือยกกุมอกเสื้อกันโป๊ ตัดสินใจเปิดประตูห้องแต่งตัวออกไปตายเอาดาบหน้า ต้องหาใครสักคนมาช่วยดึงซิปให้จบ ๆ ไป จะเป็นใครก็ได้ นาทีนี้ไม่เกี่ยงแล้ว! ทางเดินหลังเวทีเงียบกริบ ผิดกับความวุ่นวายในห้องเมื่อกี้ลิบลับ พิมพาชะโงกหน้าออกมาจากประตู กวาดตามองซ้ายขวา ว่างเปล่า... ทีมงานคงไปออรอกันที่หน้าเวทีหมดแล้ว ไฟทางเดินสลัว ๆ ทำให้บรรยากาศดูวังเวงชอบกล พื้นพรมสีแดงยิ่งทำให้ดูน่ากลัวกว่าเดิม ตึก... ตึก... เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังใกล้เข้ามา พิมพาหูผึ่ง ดวงตาคู่สวยเป็นประกาย... รอดตายแล้วแม่! เงาร่างสูงใหญ่ทาบทับลงบนผนังทางเดิน ก่อนที่เจ้าตัวจะปรากฏกาย ชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่งในชุดสูทสีดำสนิท คัตติ้งเนี้ยบกริบแบบที่มองจากปากซอยก็รู้ว่าแพงระยับ เดินล้วงกระเป๋ากางเกงตรงมาด้วยท่าทางมั่นคง ใบหน้าคมเข้มแบบตะวันตก สันกรามชัดจนแทบบาดมือ นัยน์ตาสีอำพันฉายแววดุดันภายใต้คิ้วหนาพาดเฉียง นิคอส คาสซานเดอร์ มาเฟียหนุ่มกำลังเดินตรวจตราความเรียบร้อยของสถานที่ ตามนิสัยคนขี้ระแวงที่ไม่เคยไว้ใจระบบรักษาความปลอดภัยของใครหน้าไหนนอกจากคนของตัวเอง แต่สำหรับพิมพา... ภาพที่เห็นผ่านฟิลเตอร์ความรีบร้อนคือ: ‘ตัวใหญ่... ใส่สูทดำ... หน้าโหด... การ์ดเฝ้างานชัวร์!’ สวรรค์ทรงโปรดแท้ ๆ ส่งผู้ชายร่างยักษ์มาให้ใช้งานถูกจังหวะ แรงเยอะขนาดนี้รับรองรูดปรู๊ดเดียวจบ พิมพาไม่รอช้า กวักมือเรียกยิก ๆ “นาย ๆ! นายคนนั้นน่ะ! มานี่หน่อย!” นิคอสชะงักฝีเท้า สายตาคมกริบตวัดมองต้นเสียง คิ้วเข้มขมวดเข้าหากัน ทั้งชีวิตมีแต่คนก้มหัวให้เขาจนแทบติดพื้น ไม่ก็วิ่งหนีป่าราบ แต่นี่ยัยผู้หญิงคนนี้กลับยืนกวักมือเรียกเหมือนเขาเป็นเด็กรับใช้ในบ้าน? ชายหนุ่มเพ่งมองสาวเอเชียที่โผล่หน้าออกมาจากประตูห้องแต่งตัวแค่ครึ่งเดียว ผมลอนสลวยปัดข้าง เผยให้เห็นลาดไหล่ขาวเนียนโผล่พ้นชุดเดรสออกมาท้าทายสายตา “มองอะไรยะ! บอกให้มานี่ เร็ว ๆ เข้า!” พิมพาเร่งยิก จิ๊ปากขัดใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายยังยืนบื้อ “หูตึงหรือไงพ่อคุณ งานด่วน งานเร่ง มาช่วยกันทำมาหากินหน่อยสิ!” นิคอสหรี่ตาลง มุมปากกระตุกยิ้มอ่านยาก น่าสนใจ... เขาไม่พูดอะไร ขยับขายาว ๆ ก้าวเดินตรงเข้าไปหาตามคำสั่ง อยากจะรู้ว่าหญิงสาวตรงหน้าต้องการอะไร กลิ่นอายอันตรายบางอย่างแผ่ออกมาจากตัวเขา แต่ยัยตัวแสบที่กำลังหน้าสิ่วหน้าขวานกลับไม่รู้สึกตัว ทันทีที่เขามาถึง พิมพาก็คว้าหมับเข้าที่แขนเสื้อสูท ออกแรงลากตัวเขาเข้าไปในห้องแต่งตัวทันที “เข้ามาเร็ว ๆ เดี๋ยวคนเห็น!” ปัง! เสียงประตูปิดลงพร้อมเสียงล็อกกลอน ในห้องแต่งตัวคับแคบที่อัดแน่นไปด้วยเสื้อผ้า ร่างสูงใหญ่ของนิคอสดูจะคับห้องไปถนัดตา เขาต้องก้มหัวหลบราวแขวนผ้าที่ยื่นเกะกะ ไหล่กว้างแทบจะชนขอบประตู พิมพาปล่อยมือจากแขนเขาแล้วสะบัดหน้าหันหลังให้ “รูดซิปให้หน่อย” คำสั่งห้วน ๆ ไม่มีหางเสียง นิคอสยืนนิ่ง มองแผ่นหลังขาวเนียนละเอียดตรงหน้า แสงไฟนีออนหน้ากระจกส่องกระทบผิวเนื้อที่โผล่พ้นรอยแยกของชุดเดรส ไล่ตั้งแต่กึ่งกลางหลังลงไปจนเกือบถึงเอวคอดกิ่ว รอยซิปที่กินเนื้อผ้าอยู่ดูน่าหวาดเสียว... แต่ผิวขาวจัดที่ตัดกับชุดสีแดงเพลิงกลับน่ามองยิ่งกว่า “ยืนบื้ออยู่ทำไมเล่า! รูดสิ! หรือรูดไม่เป็น?” พิมพาเอี้ยวหน้ามามองค้อน ปลายผมลอนยาวสะบัดผ่านจมูกชายหนุ่ม กลิ่นแชมพูหอมอ่อน ๆ ลอยมาแตะจมูก กลิ่นคล้ายลูกพีช... หวานละมุน แต่ไม่เลี่ยนจนเวียนหัว “เร็ว ๆ สิยะ เดี๋ยวไม่ทันคิว!” นิคอสระบายลมหายใจในลำคอเบา ๆ เกิดมาสามสิบสองปี ฆ่าคนมานับไม่ถ้วน คุมธุรกิจค้าอาวุธข้ามชาติ แต่วันนี้ต้องมายืนรูดซิปให้ยัยเด็กปากแจ๋วที่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขามีปืนพกกระบอกโตเหน็บอยู่ที่เอว มือหนาภายใต้สูทหรูยกขึ้น ปลายนิ้วด้านแข็งจากการจับอาวุธมาค่อนชีวิตแตะลงบนแผ่นหลังเปลือยเปล่า เฮือก! พิมพาสะดุ้งสุดตัว ร่างกายเกร็งเขม็งทันทีที่ความเย็นเฉียบสัมผัสผิว ปลายนิ้วสากระคายลากไล้ผ่านแนวกระดูกสันหลังช้า ๆ ความหยาบกร้านนั้นไม่ได้ทำให้เจ็บ แต่กลับปั่นป่วนความรู้สึกจนเธอใจสั่นระรัว ขนอ่อนทั่วกายสาวลุกชันเกรียวราวกับถูกกระตุ้นด้วยกระแสไฟฟ้า “บ...เบา ๆ สิ นายมือหนักชะมัด” เสียงบ่นเริ่มตะกุกตะกัก ความเก่งกล้าเมื่อครู่หดหายไปจนหมดสิ้น นิคอสไม่ได้ตอบรับ เขาเพียงแค่นขยับนิ้วโป้งและนิ้วชี้จับหัวซิปโลหะมั่นคง ส่วนมืออีกข้าง... วางทาบลงบนเอวคอดกิ่วเพื่อช่วยประคอง ฝ่ามือเขาใหญ่โตมหาศาล... วางทาบลงมาทีเดียวก็ครอบครองเอวบางของเธอจนเกือบมิด ไอร้อนผ่าวจากฝ่ามือแกร่งแผ่ซ่านทะลุชั้นผิวเนื้อ พิมพากลั้นหายใจโดยไม่รู้ตัว ก้อนเนื้อในอกเต้นกระหน่ำรุนแรงจนกลัวเหลือเกินว่าคนข้างหลังจะได้ยินเสียงมัน แคว่ก... ครืด... นิคอสออกแรงดึงผ้าที่กินอยู่ออกอย่างง่ายดายเหมือนฉีกกระดาษ ก่อนจะค่อย ๆ รูดซิปขึ้นอย่างมั่นคง เสียงซิปเลื่อนผ่านฟันขบกันดัง กริ๊ก... กริ๊ก... ช้า ๆ เนิบนาบ ลากผ่านส่วนเว้าส่วนโค้งของแผ่นหลังขึ้นไปทีละนิ้ว... ทุกจังหวะที่ข้อนิ้วแกร่งครูดผ่านผิวเนื้ออ่อนบาง พิมพาสะท้านเฮือก ความรู้สึกเหมือนกระแสไฟแล่นพล่านจากแผ่นหลังลามเลียไปถึงปลายเท้า ทำไมแค่รูดซิปมันต้องเสียวสันหลังวาบขนาดนี้วะ! “ส...เสร็จหรือยัง” เธอถามเสียงสั่น “อืม” เสียงทุ้มต่ำตอบรับชิดริมหู ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดต้นคอ นิคอสดึงซิปขึ้นจนสุด ตบเบา ๆ ที่ไหล่เธอหนึ่งทีเป็นสัญญาณ พิมพารีบหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า แล้วก็ต้องชะงัก... เมื่อกี้รีบจนไม่ได้ดูให้ดี แต่ตอนนี้... ผู้ชายตรงหน้ายืนอยู่ใกล้แค่คืบ ตัวสูงจนเธอต้องแหงนคอตั้งบ่าเพื่อสบตา สาบเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดภายใต้สูทแหวกออกเล็กน้อยเห็นแผงอกแกร่ง กลิ่นน้ำหอมผู้ชายเจือกลิ่นบุหรี่จาง ๆ ลอยมาแตะจมูก กลิ่นแบบ... ผู้ชายอันตราย ดวงตาสีอำพันคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในตาเธอ นิ่งสนิท อ่านไม่ออก แต่ทำเอาพิมพารู้สึกเหมือนลูกกวางตัวน้อยที่กำลังจ้องตาเสือ “ข...ขอบใจ” พิมพาเชิดหน้าขึ้นตามสไตล์ลูกคุณหนู พยายามข่มอาการใจสั่น “มือสากชะมัด ไปหัดทาแฮนด์ครีมบ้างนะยะ เดี๋ยวสาวหนีหมด” ปากเก่งไปงั้น แท้จริงแล้วเข่าอ่อนจนแทบยืนไม่อยู่ นิคอสเลิกคิ้ว มุมปากยกยิ้มที่ดูเหมือนเยาะเย้ยมากกว่าเอ็นดู “เก็บคำแนะนำไว้ใช้กับตัวเองเถอะ” เขาโน้มหน้าลงมาเล็กน้อย นัยน์ตาสีอำพันเป็นประกายวาววับยามกวาดมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนจะกระซิบเสียงพร่าที่ข้างหู “ทีหลังอย่าเที่ยวลากผู้ชายแปลกหน้าเข้าห้อง... ถ้าไม่อยากโดน 'รูด' อย่างอื่น” หน้าสวยหวานแดงแปร๊ด ร้อนฉ่าลามไปถึงใบหู “นี่นาย! ทะลึ่ง!” ก๊อก! ก๊อก! ก๊อก! เสียงเคาะประตูดังรัว ๆ ขัดจังหวะ “น้องพิม! เสร็จยังลูก! ถึงคิวจะขึ้นแล้ว!” เสียงสไตลิสต์ตะโกนแข่งกับเสียงดนตรี พิมพาสะดุ้งเฮือก ผลักอกแกร่งของผู้ชายตรงหน้าออกเต็มแรง “หลีกไปเลยนะ! เกะกะ!” เธอสะบัดหน้า เดินกระแทกส้นสูง ปึงปัง ตรงไปที่ประตู แต่ก่อนจะเปิดออกไป ก็มิวายหันขวับกลับมาค้อนขวับใส่ไอ้ผู้ชายปากเสียอีกรอบ “จำไว้เลยนะ! ฉันไม่ได้ลากนายเข้ามา นายเดินตามฉันมาเองย่ะ!” ปัง! ประตูห้องปิดลง ทิ้งให้นิคอสยืนอยู่ลำพังในห้องที่ยังอบอวลไปด้วยกลิ่นพีชหอมหวานของน้ำหอมผู้หญิง มาเฟียหนุ่มยกมือขึ้นดูปลายนิ้วตัวเอง... สัมผัสนุ่มลื่นของผิวเนื้อเมื่อกี้ยังติดตรึงอยู่ที่ปลายเล็บ “พิม...” เขาพึมพำชื่อที่เห็นบนป้ายหน้าห้องเบา ๆ รอยยิ้มร้ายกาจผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ยัยตัวแสบ... กล้าเรียกเขาใช้งาน แล้วยังมาบ่นว่ามือสากอีก น่าสนุกดีนี่ นิคอสล้วงมือถือออกมา กดเบอร์หาลูกน้องคนสนิท “เช็กประวัตินางแบบฟินาเล่คืนนี้ให้ฉัน... เดี๋ยวนี้”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD