แสงแดดจัดจ้านยามสายสาดทะลุพุ่มใบมะพร้าวลงมาแยงตา เสียงนกทะเลร้องเจื้อยแจ้วปลุกคนที่กำลังจมดิ่งในห้วงนิทราให้เริ่มรู้สึกตัวตื่น
พิมพา ขยับตัวยุกยิก ความปวดเมื่อยแล่นพล่านไปทั่วร่างราวกับเพิ่งผ่านสมรภูมิรบมาหมาด ๆ ทว่าสิ่งที่น่าประหลาดใจกลับเป็นสัมผัสอุ่นจัดที่เธอกำลังกอดก่ายอยู่ มันไม่ใช่ความนุ่มนิ่มของหมอนข้างที่คุ้นเคย แต่มันคือความแข็งแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้ามตึงเปรี๊ยะ แถมยังมีการขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่สม่ำเสมอ
มือไม้ที่แสนซุกซนเริ่มทำงานโดยอัตโนมัติ ลูบไล้ไปตามลอนกล้ามเนื้อที่เรียงตัวสวยงามดั่งลูกระนาด ผิวสัมผัสตึงแน่นสู้มือ ผสานกับไรขนอ่อน ๆ ที่ให้ความรู้สึกจักจี้หัวใจพิกล
"อืม... แน่นจัง... หมอนข้างรุ่นลิมิเต็ดเหรอเนี่ย..."
เสียงหวานพึมพำงัวเงียอย่างคนยังตื่นไม่เต็มตา ใบหน้าสวยซุกไซ้เข้าหาไออุ่นนั้นอย่างถือวิสาสะ จมูกโด่งรั้นสูดดมกลิ่นกายหอมกรุ่นเฉพาะตัวที่เจือกลิ่นไอเค็มของทะเล... กลิ่นหอมแบบดิบเถื่อนที่ปลุกเลือดสาวให้สูบฉีดพล่าน
นิ้วเรียวสวยเริ่มไต่สะเปะสะปะ ก่อนจะไปหยุดวนเวียนอยู่ที่ปุ่มนูนเล็ก ๆ สีเข้มบนแผงอก แล้วเขี่ยเล่นอย่างเพลิดเพลิน
เขี่ย... เขี่ย... จิ้ม ๆ
"จะลวนลามอีกนานไหมครับ หรือต้องให้ผมเก็บค่าบริการเพิ่ม"
เสียงทุ้มต่ำติดจะแหบพร่าดังขึ้นเหนือศีรษะ ส่งผลให้พิมพาชะงักกึก นิ้วที่กำลังเขี่ยเล่นหยุดค้างกลางอากาศทันที
สมองที่เพิ่งตื่นเต็มตาเริ่มประมวลผลฉับไว... เดี๋ยวประเดี๋ยวนะ หมอนข้างพูดไม่ได้ หมอนข้างไม่มีหัวนม และที่สำคัญ... หมอนข้างบ้านไหนจะมีเสียงทุ้มเซ็กซี่ขยี้ใจชวนฝันขนาดนี้!
ดวงตากลมโตเบิกโพลง ภาพแรกที่ปรากฏแก่สายตาคือแผงอกกว้างเปลือยเปล่าที่มีรอยสักรูปปีกนกอินทรีสีนิลพาดผ่านอย่างองอาจ และเมื่อค่อย ๆ แหงนหน้าขึ้นไปอีกนิด ก็สบเข้ากับดวงตาสีอำพันพราวระยับที่กำลังก้มมองลงมาด้วยแววตาขบขันระคนเจ้าเล่ห์
"เฮ้ย!"
พิมพาร้องลั่น ดีดตัวผลุงลุกขึ้นนั่งเหมือนติดสปริง ถอยกรูดไปจนแผ่นหลังกระแทกขอนไม้ ใบหน้าแดงเถือกรามไปจนถึงใบหู ความร้อนวูบวาบแล่นพล่านไปทั่วร่างเมื่อตระหนักได้ว่าเมื่อครู่มือตัวเองทำอะไรลงไป
"นะ... นาย! นายทำอะไรฉัน!? ฉันมานอนตรงนี้ได้ยังไง! นายวางยานอนหลับฉันใช่ไหม! ไอ้คนฉวยโอกาส!"
นิคอส ลุกขึ้นนั่งตามช้า ๆ บิดขี้เกียจโชว์เรือนร่างสมบูรณ์แบบจนกระดูกลั่น กร๊อบแกร๊บ กล้ามเนื้อทุกมัดขยับตัวอวดสายตาประชาชี เล่นเอาคนมองตาพร่าไปหมด
"ความจำเสื่อมเหรอคุณหนู" เขาเลิกคิ้วกวนประสาท "เมื่อคืนใครกันที่ร้องไห้ขี้มูกโป่ง กลัวผี กลัวลิง แล้วกระโดดมาเกาะแขนผมแน่นยิ่งกว่าตุ๊กแก แถมยัง..." เขาหลุบตามองหน้าอกตัวเองที่ยังมีรอยแดงจาง ๆ จากการโดนหยิกเล่นเมื่อกี้
"ลวนลามร่างกายผมแต่เช้า... สงสัยจะชอบของแปลก"
"บ้า! ใครลวนลาม! หลงตัวเอง!" พิมพาแก้ตัวน้ำขุ่นคลั่ก แถสีข้างถลอกปอกเปิก "ฉันแค่... แค่ละเมอ! ปกติฉันนอนกอดน้องเน่าที่บ้านย่ะ แล้วผิวสัมผัสนายมันก็... ก็สาก ๆ เหมือนตุ๊กตาหมาเน่าของฉันพอดี!"
"หมาเน่า?" นิคอสทวนคำเสียงสูง มุมปากหยักกระตุกยิ้มร้าย "งั้นเหรอ... เมื่อกี้เห็นซุกไซ้ใหญ่ นึกว่าติดใจรสชาติหมาเน่า"
"ไม่ชอบย่ะ! เหม็นจะตาย!"
พิมพาเชิดหน้ากลบเกลื่อนความเขิน รีบจัดทรงผมที่ฟูฟ่องเป็นรังนกให้เข้าที่ พยายามกู้ศักดิ์ศรีลูกคุณหนูกลับคืนมา แต่มันช่างยากเย็นเหลือเกินเมื่อท้องเจ้ากรรมดันส่งเสียงประท้วงดังสนั่นหวั่นไหว
โครก... คราก...
เสียงท้องร้องดังแข่งกับเสียงคลื่น ทำเอามาดสวยพังทลายลงในพริบตา พิมพาตะครุบท้องตัวเองแน่น หน้าเจื่อนสนิท
นิคอสกลั้นขำจนไหล่สั่น เขาหัวเราะ หึ ๆ ในลำคอ
"หิวแล้วสินะ น้องเน่า"
"อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะ!" พิมพาแว้ดใส่ ทั้งอายทั้งโมโห "ฉันหิวจะตายอยู่แล้ว นายเป็นบอดี้การ์ดก็รีบไปหาอะไรมาให้เจ้านายกินสิ! บริการให้มันสมกับตำแหน่งหน่อย! ไปเลย! ไปจับปลา จับปู หรืออะไรก็ได้ที่กินได้มาเดี๋ยวนี้! ฉันไม่มีแรงจะด่านายแล้วนะ!"
นิคอสส่ายหน้าด้วยความระอาใจ ลุกขึ้นยืนเต็มความสูง ปัดทรายออกจากกางเกงสแล็กที่เริ่มแห้งแต่ยับยู่ยี่ มือหนาคว้ามีดพกประจำตัวออกมาแล้วเดินหายเข้าไปในแนวป่าครู่หนึ่ง ก่อนจะกลับมาพร้อมไม้ไผ่เหลาปลายแหลม
"รออยู่นี่ ห้ามซน ห้ามเดินไปไหน" เขาสั่งเสียงเข้ม "ถ้าเจอลิงอย่าไปยิ้มให้มัน เดี๋ยวโดนลากเข้าป่า"
"รู้แล้วน่า! ไปเร็ว ๆ เข้า!"
นิคอสถอนหายใจแล้วเดินลุยน้ำทะเลออกไป พิมพานั่งกอดเข่ามองตามตาแป๋ว... และแล้วมหกรรมอาหารตาของพิมพาก็เริ่มขึ้น
ภาพชายหนุ่มร่างยักษ์เปลือยท่อนบน ยืนนิ่งสงบอยู่กลางน้ำทะเลใสแจ๋วระดับเอว แสงแดดกระทบผิวสีแทนเป็นประกายระยิบระยับ กล้ามเนื้อหลังเกร็งตัวแน่นเปรี๊ยะ ยิ่งจังหวะที่กางเกงสแล็กสีดำเปียกน้ำจนลู่แนบไปกับต้นขาแกร่ง เผยให้เห็นสัดส่วนความเป็นชายที่ซ่อนอยู่รำไร...
พิมพากลืนน้ำลายลงคอดัง เอือก
‘โอ๊ย... ตาย ๆ อีพิม หัวใจจะวาย หล่อวัวตายควายล้มจริง ๆ พ่อคุณเอ๊ย คนบ้าอะไรยืนจับปลาเฉย ๆ ยังเหมือนถ่ายปกนิตยสารปลุกใจเสือป่า... น่ากินกว่าปลาอีกมั้งเนี่ย’
ระหว่างที่กำลังเคลิ้ม จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปไกล สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นปูตัวเล็ก ๆ เดินต้วมเตี้ยมอยู่บนหาดทรายใกล้ ๆ
"หนอย... เจ้าปู เดินยั่วโมโหคนหิวเหรอ มาให้แม่กินซะดี ๆ!"
เธอกระโจนเข้าใส่ ง้างมือแล้วตะปบลงไปเต็มแรง... หมับ!
"โอ๊ยยยยย! เจ็บๆๆๆ!"
เสียงกรีดร้องดังลั่นหาด นิคอสที่กำลังเล็งปลาสะดุ้งโหยง รีบหันขวับกลับมา เห็นพิมพากระโดดเหยง ๆ สะบัดมือเร่า ๆ โดยมีปูทะเลตัวเป้งหนีบติดนิ้วชี้อยู่
"ไอ้บ้า! ปล่อยนะ! ปล่อยนิ้วฉัน! ช่วยด้วย! นายการ์ด! ช่วยด้วย!"
นิคอสทิ้งไม้ไผ่ทันที สับขาวิ่งลุยน้ำกลับขึ้นมาหาเธอ พิมพาเห็นที่พึ่งก็วิ่งถลาร้องไห้จ้าเข้าไปหา กระโดดกอดคอเขาแล้วเอาขาเกี่ยวเอวสอบไว้แน่นเหมือนลิงเกาะต้นไม้ด้วยความตกใจ
"เอาออก! เอามันออกไป! ฮืออออ!"
นิคอสเซเล็กน้อยแต่ก็รับร่างนุ่มนิ่มไว้ได้ทัน เขาคว้าข้อมือเล็กไว้มั่น แล้วใช้นิ้วงัดก้ามปูออกอย่างชำนาญ
เป๊าะ!
เจ้าปูร่วงลงพื้นแล้วรีบวิ่งหนีลงรูไป ทิ้งไว้เพียงรอยแดงช้ำเลือดบนนิ้วเรียวสวย
"ใครใช้ให้ไปจับมันด้วยมือเปล่าแบบนั้น" นิคอสดุเสียงเข้ม ทั้งที่ยังอุ้มเธอเตง ๆ อยู่ที่เอว "เจ็บมากไหม?"
"เจ็บสิยะ! ถามได้!" พิมพาเบะปาก น้ำตาคลอเบ้า ซุกหน้าลงกับซอกคอเขา "ฮือ... นิ้วจะขาดไหมเนี่ย ฉันต้องพิการแน่เลย"
นิคอสส่ายหน้า วางเธอลงยืนบนพื้นทรายอย่างเบามือ แล้วจับนิ้วเธอขึ้นมาเป่าเบา ๆ เหมือนเป่าแผลให้เด็กน้อย
"ไม่ขาดหรอก แค่ช้ำ... เพี้ยง! หายนะ"
ลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดปลายนิ้วทำเอาพิมพาหน้าแดงวาบ ลืมความเจ็บไปชั่วขณะ เธอมองหน้าเขาตาแป๋ว ใจเต้นตึกตั๊กแรงยิ่งกว่าตอนเห็นซิกแพ็กเมื่อครู่
‘บ้าจริง... เป่าแค่นี้ทำไมต้องเขินด้วยเนี่ย แต่ปากเขาน่าจุ๊บชะมัด...’
นิคอสปล่อยมือเธอแล้วเดินกลับไปที่ทะเล คราวนี้เขาตั้งสมาธิมั่น นัยน์ตาคมกริบจ้องมองผิวน้ำนิ่ง
ฉึก!
เขาพุ่งไม้ลงไปในน้ำอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เมื่อยกขึ้นมา ปลาตัวขนาดกำลังดีก็ติดปลายไม้ขึ้นมาดิ้นกระแด่ว ๆ
"ว้าว!" พิมพาปรบมือรัว ๆ ลืมเจ็บ ลืมหิว กระโดดโลดเต้นเหมือนเชียร์มวยข้างเวที "เก่งมาก! สุดยอด! นี่มันอควาแมนกลับชาติมาเกิดชัด ๆ! เอาอีก ๆ! เอาตัวใหญ่ ๆ เลยนะพ่อรูปหล่อ!"
นิคอสเดินลุยน้ำกลับขึ้นฝั่งพร้อมปลาสองตัวในมือ มุมปากยกยิ้มเล็กน้อยด้วยความภูมิใจที่เห็นยัยตัวแสบตื่นเต้นจนตาเป็นประกาย
หลังจากจัดการย่างปลาจนสุกหอม นิคอสก็ส่งเนื้อปลาขาวจั๊วะให้เธอ
พิมพาไม่รอช้า ใช้มือคว้าหมับเข้าปากเคี้ยวตุ้ย ๆ ลืมภาพลักษณ์นางแบบผู้ดีตีนแดงไปจนหมดสิ้น
"หูยยยยย! อร่อย!" เธอร้องเสียงใส ตาโตเท่าไข่ห่าน ดูดนิ้วตัวเองดัง จ๊วบ "หวานมาก! สดมาก! น้ำจิ้มซีฟู้ดไม่มี แต่รสชาติดีเวอร์! นายใส่อะไรลงไปเนี่ย ผงชูรสเหรอ?"
"ใส่ความใส่ใจครับ" นิคอสตอบหน้าตาย พลิกปลาอีกด้าน
พิมพาชะงัก แก้มร้อนวูบ
"แหม... ปากหวานนะยะ หวังทิปหนัก ๆ ล่ะสิ" เธอแก้เก้อด้วยการฉีกเนื้อปลาชิ้นใหญ่ แล้วยื่นไปจ่อปากเขาบ้าง "อะ... กินสิ นายจับมาเหนื่อย ๆ ไม่ใช่เหรอ"
นิคอสมองนิ้วเรียวที่เปื้อนคราบปลาเล็กน้อยก่อนจะงับชิ้นปลาจากมือเธอโดยไม่รังเกียจ ริมฝีปากอุ่นเฉียดโดนปลายนิ้วเธอเบา ๆ ทำเอาพิมพาต้องรีบชักมือกลับเหมือนโดนไฟช็อต
‘กินปลาก็อร่อยดีหรอก... แต่ถ้าได้กินคนย่างด้วยคงแซ่บนัวกว่าเยอะ’
ระหว่างที่กินกันเพลิน ๆ พิมพาก็ลอบมองเสี้ยวหน้าด้านข้างของชายหนุ่ม คิ้วเข้ม จมูกโด่งเป็นสัน ขนตายาว... ยิ่งมองยิ่งเพลินตา
"นี่... นาย" เธอเอ่ยทำลายความเงียบ "เราติดเกาะด้วยกันมาตั้งคืนนึงแล้ว ฉันยังไม่รู้ชื่อนายเลย จะให้เรียกนายการ์ด หรือนายถึกไปตลอดก็ไม่ไหวนะ"
นิคอสชะงักมือที่กำลังแกะปลา เงยหน้าขึ้นสบตา
"นิคอส" เขาตอบสั้น ๆ
"นิคอส?" พิมพาทวนคำ จ้องหน้าเขาอยู่สามวินาที ก่อนจะหลุดขำออกมาพรืดหนึ่งจนเศษปลาเกือบพุ่ง
"ขำอะไร?" เขาเลิกคิ้ว หรี่ตามองอย่างไม่พอใจ
"เปล่า ๆ แค่จะบอกว่า..." พิมพากลั้นขำจนหน้าแดง "ชื่อนายมันโหลชะมัดเลยอะ! ที่กรีซนี่ใคร ๆ ก็ชื่อนิคอสไม่ใช่เหรอ? เหมือนชื่อ 'สมชาย' บ้านฉันเปี๊ยบเลย! เดินไปตลาดตะโกนเรียก 'สมชาย' คงหันกันมาทั้งตลาดแน่ ๆ"
นิคอสถึงกับไปต่อไม่ถูก
เป็นครั้งแรกในชีวิตที่มีคนบอกว่าชื่อมาเฟียแห่งคาสซานเดอร์ มาเฟียผู้ทรงอิทธิพลในกรีซ... เป็นชื่อโหลเกรดเดียวกับสมชายขายผัก!
"ขอโทษทีนะที่ชื่อผมมันโหลจนคุณขำ" เขาประชดเสียงเรียบ "แล้วคุณหนูล่ะ ชื่อจริงชื่ออะไร หรือจะให้เรียกว่า 'น้องเน่า' ตลอดไป"
"หยาบคาย!" พิมพาค้อนขวับ "ฉันชื่อพิมพา! จำใส่สมองอันน้อยนิดของนายไว้ซะ พิม-พา! แปลว่าผู้หญิงที่สวยและรวยมาก!"
"พิม..." นิคอสลองเรียกชื่อเธอเบา ๆ ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มอย่างพึงพอใจ "โอเค พิมพา... ชื่อก็ไม่ได้วิเศษวิโสไปกว่าสมชายเท่าไหร่หรอก"
"นี่!" พิมพาง้างมือจะตี แต่เขาลุกหนีไปเสียก่อน
"รีบกินซะ เดี๋ยวเราต้องหาทางออกจากเกาะนี้ ถ้าบ่าย ๆ ยังไม่มีเรือผ่านมา เราอาจจะต้องเดินสำรวจเกาะ"
"เดิน!?" พิมพาทำหน้าเหมือนโลกจะแตก ยกเท้าเปล่าที่เปื้อนทรายขึ้นมาโชว์ "รองเท้าฉันไม่มีนะ! นายโยนทิ้งไปแล้วจำไม่ได้เหรอ! จะให้เดินเท้าเปล่าในป่าดงดิบเนี่ยนะ! ไม่เอาอะ เจ็บเท้า!"
"งั้นก็นั่งรอเป็นอาหารลิงอยู่ตรงนี้ ผมไปคนเดียว"
"ไม่เอา! ไปด้วย! อย่าทิ้งฉันนะอีตานิคอส!"
พิมพารีบขยับเข้าไปกอดแขนเขาหมับ เนื้อนุ่มนิ่มเบียดกระแซะเข้ากับท่อนแขนแกร่งโดยไม่ตั้งใจ
นิคอสส่ายหน้า ลอบยิ้มมุมปากให้กับความเพี้ยนและความขี้อ่อยแบบเนียน ๆ ของยัยตัวแสบข้างกาย