บทที่ 10 :ทำตัวไม่ถูก

1873 Words
แสงแดดยามสายที่ร้อนแรงสาดส่องลอดผ่านทิวพร้าวลงมากระทบเปลือกตาบาง ปลุกให้ร่างระหงที่นอนคุดคู้ตื่นขึ้นจากห้วงนิทราอันแสนหวาน พิมพา ขยับตัวเล็กน้อยเพื่อบิดขี้เกียจ แต่ทันทีที่ขยับ ความเจ็บร้าวก็แล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กายตอกย้ำถึงบทรักอันหนักหน่วงเมื่อคืน โดยเฉพาะช่วงเอวที่เคล็ดขัดยอก และจุดกึ่งกลางลำตัวที่ยังคงระบมและวูบวาบยามเสียดสีกับเนื้อผ้า "โอ๊ย... ร้าวไปหมดเลย..." เธอครางเบา ๆ ใบหน้าสวยเหยเก พยายามยันกายลุกขึ้นนั่ง แล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อพบว่าตัวเองไม่ได้นอนจมกองทรายตากน้ำค้างอยู่ริมหาดอย่างที่คิด แต่เธอกำลังนอนสบายอยู่บน ผ้าขนหนูผืนหนานุ่ม ที่ถูกปูรองไว้อย่างดีบน ผืนหญ้า ใต้ร่มเงาไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นถัดเข้ามาจากชายหาด ‘เอ๊ะ... มานอนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่...’ ความทรงจำอันเร่าร้อนเมื่อคืนไหลย้อนกลับเข้ามาในหัวเป็นฉาก ๆ ภาพความดิบเถื่อน ความหิวโหย และเสียงครางกระเส่าของตัวเองที่ร้องเรียกชื่อเขาไม่หยุดหย่อน ทำเอาแก้มใสร้อนวูบจนแทบระเบิด แต่แล้วความเขินอายก็ถูกแทนที่ด้วยความตื่นตระหนก เมื่อพิมพากวาดตามองไปรอบ ๆ ที่ว่างเปล่า... ไร้เงาของคนตัวโตที่นอนกอดเธอเมื่อคืน "หายไปไหน..." ใจดวงน้อยกระตุกวูบ ความกลัวแล่นเข้ามาเกาะกุมจิตใจ "นิคอส... นิคอส! นายทิ้งฉันเหรอ!" ความหวาดระแวงของลูกผู้หญิงทำงานทันที เขาได้เธอแล้ว... ผู้ชายพรรค์นี้พอได้สิ่งที่ต้องการก็มักจะตีตัวออกห่าง หรือว่าเขาจะแอบขับเรือหนีไปแล้วทิ้งให้เธอเน่าตายอยู่ที่นี่คนเดียว? "ทำไม... ทำไมทิ้งกันแบบนี้... ฮือ..." น้ำตาเม็ดโตเริ่มร่วงเผาะ ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาเป็นระลอก เธอพยายามยันกายลุกขึ้นนั่งอย่างทุลักทุเล แต่ขามันสั่นพั่บ ๆ จนแทบไม่มีแรงทรงตัว สุดท้ายก็นั่งแปะลงกับผ้าขนหนูเหมือนเดิม "ไอ้บ้าเอ๊ย! ไอ้คนเลว! ฮือออ... ได้แล้วทิ้งจริง ๆ ด้วย!" "ตื่นมาก็โวยวายเลยนะ" เสียงทุ้มคุ้นหูที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาพิมพาชะงักกึก เธอรีบปาดน้ำตาแล้วหันขวับไปมอง เห็น นิคอส เดินออกมาจากแนวป่าด้วยท่วงท่าสง่าผ่าเผย ในมือถือ ลูกมะพร้าวอ่อน ที่ถูกมีดเฉาะเปิดฝาอย่างประณีตพร้อมเสียบก้านไม้อ้อกลวง ๆ ทำเป็นหลอดดูดไว้อย่างดี มาแล้วสองลูก เขายังคงอยู่ในสภาพเปลือยท่อนบน อวดมัดกล้ามสีแทนที่มีเหงื่อเกาะพราวและรอยสักรูปปีกนกอินทรีที่ดูเซ็กซี่ร้ายกาจท่ามกลางแสงแดด แต่ใบหน้าหล่อเหลานั้นกลับเรียบเฉย ไร้อารมณ์ราวกับรูปปั้นหิน นิคอสเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ แล้วยื่นลูกมะพร้าวให้ "ดื่มซะ จะได้มีแรง" เขาพูดสั้น ๆ น้ำเสียงราบเรียบเหมือนเจ้านายสั่งลูกน้อง ไม่มีแววหวานซึ้งเหมือนเมื่อคืนเลยสักนิด พิมพารับมะพร้าวมาถือไว้อย่างงง ๆ มองหลอดดูดธรรมชาติที่เขาตั้งใจทำมาให้ แล้วเงยหน้ามองเขาที่ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เมื่อคืนเพิ่งจะกลืนกินเธอไปทั้งตัวแท้ ๆ "ขอบใจ..." เธอตอบเสียงอ่อย พยายามจับสังเกตสีหน้าเขา "นาย... ตื่นนานแล้วเหรอ?" "อืม ตื่นไปเดินดูรอบ ๆ มา" เขาตอบคำเดียว แล้วยกมะพร้าวของตัวเองขึ้นดื่ม หันมองทะเลเหมือนไม่อยากสบตาเธอ ความเงียบที่น่าอึดอัดเริ่มก่อตัวขึ้น พิมพามองท่าทางเย็นชาของเขาแล้วน้ำตาก็พาลจะไหลอีกรอบ ความน้อยใจตีตื้นขึ้นมาจุกอกจนเจ็บไปหมด ‘อะไรกัน... เมื่อคืนยังบอกว่าหลงใหล ยังบอกว่าเป็นเจ้าของฉันอยู่เลย พอเช้ามาก็ทำเมินงั้นเหรอ? ผู้ชายมันก็เหมือนกันหมดสินะ! ได้แล้วก็จบกัน!’ "นี่นาย!" พิมพาวางลูกมะพร้าวกระแทกพื้นหญ้าดัง ตุ้บ! "เป็นบ้าอะไรของนายฮะ! ทำไมทำท่าทางห่างเหินแบบนี้!" นิคอสเลิกคิ้ว หันกลับมามองด้วยสายตาเรียบเฉย "ห่างเหิน? ผมก็ปกตินี่" "ปกติกะผีสิ!" พิมพาแว้ดเสียงสั่น พยายามรวบรวมแรงเฮือกสุดท้ายลุกขึ้นยืนประจันหน้า แม้ขาจะสั่นและเจ็บระบมแค่ไหนก็ตาม "เมื่อคืนนาย... นายทำกับฉันขนาดนั้น จูบฉัน กอดฉัน... แต่พอเช้ามาก็ทำหน้าตายด้านใส่เหมือนคนไม่รู้จักกัน ได้แล้วทิ้งเหรอ! เห็นฉันเป็นของเล่นฆ่าเวลาบนเกาะร้างหรือไง!" เธอด่ากราดทั้งน้ำตาที่พรั่งพรูออกมา ความเจ็บทางกายไม่เท่าความเจ็บทางใจที่โดนเมินใส่ "คิดว่าฉันเป็นผู้หญิงใจง่ายเหรอที่ยอมนายง่าย ๆ น่ะ! ถ้าไม่ใช่เพราะ... ฮึก..." เธอชะงัก กัดริมฝีปากแน่นเมื่อนึกถึงลีลาอันเร่าร้อนและความอ่อนโยนในบางจังหวะของเขาที่ทำให้เธอสมยอม "ถ้าไม่ใช่เพราะบรรยากาศมันพาไป แถม... นายน่ะ... นายมันร้ายกาจ! ฉันไม่ยอมนายง่าย ๆ หรอกย่ะ! ไอ้คนเฮงซวย!" นิคอสยืนนิ่งฟังคำตัดพ้อของยัยตัวเล็กที่กำลังโวยวายด้วยสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง ร่างกายมีแต่รอยรักสีแดงจาง ๆ ที่เขาฝากไว้เต็มตัว... โดยเฉพาะเรียวขาขาวที่สั่นระริกจนแทบยืนไม่อยู่ นั่นคือหลักฐานชั้นดีว่าเมื่อคืนเขา 'จัดหนัก' กับเธอแค่ไหน สภาพเธอมันน่าสงสารและน่าเอ็นดูจนเขาเกือบหลุดขำ แต่ก็ต้องเก๊กขรึมไว้ เขาไม่ได้เมิน... เขาแค่ทำตัวไม่ถูกต่างหาก ปกติเขาเป็นมาเฟีย สั่งฆ่าคนง่ายกว่าสั่งดอกไม้ให้สาว ไม่เคยต้องมานั่งเทคแคร์ใครหลังเสร็จกิจ และยิ่งกับผู้หญิงที่เพิ่งเสียความบริสุทธิ์ให้เขา เขายิ่งไม่รู้ว่าต้องวางตัวยังไงให้ดูอ่อนโยนแบบที่พระเอกละครทำกัน ขืนทำตัวหวานเลี่ยนเกินไป คงเสียลุคมาเฟียจอมโหดหมด "เลิกโวยวายได้แล้ว น่ารำคาญ" เขาแกล้งดุแก้เขิน ถอนหายใจแล้วเดินเข้าไปหาเธอ "อย่าเข้ามานะ! ไอ้คนฉวยโอกาส! ไอ้คนไม่มีหัวใจ!" พิมพาถอยหลังหนี แต่ด้วยความที่ขาอ่อนแรงทำให้สะดุดขาตัวเองจนเกือบล้มหน้าทิ่ม "ระวัง!" นิคอสพุ่งเข้าไปคว้าแขนเธอไว้ได้ทัน ดึงร่างบางเข้ามาปะทะอกแกร่ง กลิ่นกายหอมกรุ่นที่คุ้นเคยทำเอาพิมพาใจสั่น ก่อนที่เธอจะทันได้ดิ้นหนี เขาเอื้อมมือไปหยิบ ผ้าขนหนูผืนใหญ่ ที่เธอนอนทับเมื่อกี้มาคลุมหัวเธอจนมิด "อื้อ! ทำอะไรเนี่ย! หายใจไม่ออก!" พิมพาดิ้นขลุกขลักอยู่ใต้ผ้า "ใส่คลุมซะ" นิคอสบอกเสียงดุแต่นุ่มนวลกว่าเดิม มือหนาช่วยจัดผ้าขนหนูให้คลุมร่างเปลือยเปล่าของเธออย่างมิดชิด "ชุดเดรสคุณมันขาดวิ่นจนไม่เหลือสภาพแล้ว นั่งโป๊ตากลมเดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก" พิมพาโผล่หน้าออกมาจากผ้าขนหนู มองหน้าเขาตาแป๋ว "นาย... ห่วงฉันเหรอ?" "ถ้าไม่ห่วง ผมจะตื่นแต่เช้าเดินเข้าป่าไปปีนมะพร้าวมาให้คุณกินทำไม แล้วใครเป็นคนอุ้มคุณจากหาดทรายมานอนบนหญ้านี่ กลัวคุณจะโดนแดดเผาตายซะก่อน" เขาบ่นอุบอิบ เสยผมอย่างเก้อเขิน หลบสายตาหวานเชื่อมของเธอ "มะพร้าวอ่อนมันช่วยให้ฟื้นตัวเร็ว... ยายผมเคยบอกไว้ ว่ากินแล้วจะหายเพลีย" พิมพามองลูกมะพร้าวที่วางอยู่บนพื้น แล้วมองรอยถลอกเล็ก ๆ บนหน้าอกและหน้าท้องของเขาที่น่าจะเกิดจากการเสียดสีกับต้นมะพร้าวเมื่อเช้า แถมยังอุตส่าห์อุ้มเธอมานอนในที่สบาย ๆ อีก หัวใจที่แห้งเหี่ยวเมื่อกี้พองโตขึ้นมาทันที รอยยิ้มหวานหยดปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวย "ปากแข็ง..." เธอกระชับผ้าขนหนูห่อตัวแน่น เดินเข้าไปเบียดไหล่เขาอย่างออดอ้อน "ปากแข็งแต่ใจดีนี่นา... นึกว่าจะทิ้งกันซะแล้ว" "ไร้สาระ ใครจะทิ้งลง" นิคอสส่ายหน้า หันหลังหนีเพื่อซ่อนรอยยิ้มมุมปาก "รีบกินซะ เดี๋ยวเราต้องเดินเข้าไปในป่าอีกรอบ" "หา!?" พิมพาทำหน้าเหวอตาโต "เดินป่าอีกแล้วเหรอ? ไม่เอาอะ ฉันเจ็บขา... เจ็บไปทั้งตัวเลย เดินไม่ไหวแล้วนะ! ให้นั่งรอเรือตรงนี้ไม่ได้เหรอ" "ต้องไป" นิคอสยืนกราน ชี้มือเข้าไปในแนวป่าลึก "เมื่อกี้ตอนผมไปหามะพร้าว ผมได้ยินเสียงน้ำตก" "น้ำตก?" "ใช่ เสียงน้ำไหลแรงมาก ผมเดาว่าบนเกาะนี้ต้องมีแหล่งน้ำจืดขนาดใหญ่ หรือไม่ก็น้ำตกซ่อนอยู่แน่ ๆ เราควรไปล้างเนื้อล้างตัวกันหน่อย คุณคงไม่อยากตัวเหม็นเน่า เหนียวตัวด้วยคราบ... เอ่อ... คราบเหงื่อไคล รอเรือมารับหรอกใช่ไหม" พิมพาก้มลงดมตัวเองแล้วทำหน้าหยี "ไปสิ! ไปเดี๋ยวนี้เลย! เหนียวตัวจะแย่อยู่แล้ว" นิคอสลอบยิ้มร้ายเมื่อเห็นยัยคุณหนูตื่นเต้นจนลืมความเจ็บ จริง ๆ แล้วเขาไม่ต้อง 'เดา' อะไรทั้งนั้น เขารู้อยู่เต็มอกว่าเกาะคาสซานเดอร์แห่งนี้มีน้ำตกส่วนตัวที่สวยงามซ่อนอยู่หลังแนวป่า ก็มันเป็นเกาะของเขาเองนี่นา ที่ผ่านมาเขาแค่โกหกว่าเป็นเกาะร้างแห้งแล้ง ก็เพราะอยากจะแกล้งดัดนิสัยยัยคุณหนูขี้อ่อย อยากรู้ว่าถ้าต้องมาตกระกำลำบากจริง ๆ เธอจะวีนแตกหรือร้องไห้ขี้มูกโป่งแค่ไหน แต่หลังจากผ่านค่ำคืนอันเร่าร้อนเมื่อวาน เขาก็เปลี่ยนใจ... พิมพาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอไม่ได้มีดีแค่สวยหรืออ่อยเก่ง แต่เธอยังมีความอดทนและน่ารักในแบบที่เขาคาดไม่ถึง ‘ถือว่าเป็นรางวัลปลอบใจแล้วกันนะยัยตัวแสบ... เดี๋ยวจะพาไปอาบน้ำให้ฉ่ำปอดเลย’ "ถ้าจะไปก็มาขี่หลังผม" นิคอสย่อตัวลงนั่งหันหลังให้ ตบไหล่ตัวเองเบา ๆ "ขี่หลังผมไป... สภาพคุณตอนนี้ขืนเดินลุยป่าเอง เดี๋ยว 'ตรงนั้น' จะระบมไปกันใหญ่... เมื่อคืนผมก็ไม่ได้ออมแรงซะด้วยสิ" คำพูดตรงไปตรงมาทำเอาพิมพาหน้าแดงแปร๊ดลามไปถึงหู แต่เธอก็ไม่ปฏิเสธ รีบกระโดดกอดคอเขาหมับอย่างไม่เกรงใจ ซุกหน้าลงกับแผ่นหลังกว้างด้วยความหมั่นเขี้ยว "กรี๊ด! นายน่ารักที่สุดเลยนิคอส!" เธอหวีดร้องอย่างชอบใจ กอดรัดรอบคอเขาแน่น "ไปเลยสารถีส่วนตัวของฉัน! พาคุณหนูไปอาบน้ำเดี๋ยวนี้... ซิ่งเลยนะ!" เธอยื่นหน้าไปจูบซับเหงื่อที่ไหล่เขาเบา ๆ หนึ่งทีเป็นการให้รางวัล นิคอสชะงักเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะ หึ ๆ ในลำคอ กระชับขาเรียวของคนบนหลังให้แน่นขึ้น แล้วพาเธอเดินเข้าป่าไปพร้อมกับรอยยิ้มที่มุมปาก... การติดเกาะกับยัยตัวภาระนี่... เริ่มจะสนุกขึ้นทุกทีแล้วสิ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD