ที่สุดไอโกะยอมทำตามในสิ่งที่เพื่อนสาวทั้งสองคนแนะนำ ตอนนี้เธอไม่มีทางอื่นให้เลือกมากนัก
และถ้าเป็นอย่างที่ยูนะ ว่าผู้ชายคนนั้นเป็นถึงนายแบบมืออาชีพจริงนั่นก็หมายถึงเขาน่าจะมีประสบการณ์บนเวทีและหน้ากล้องมาก น่าจะเป็นผลดีต่อโปรเจกต์ของเธอ
“เยส! มันต้องอย่างนี้สิเพื่อนฉัน!” ยูนะดีใจจนเผลอกระโดดกอดเพื่อนแน่น “อย่าไปกลัว คนที่แกควรกลัวน่ะไม่ใช่สายฟ้า แต่เป็นพ่อแกมากกว่า!”
“ยูนะ!” ซีรินรีบหันไปถลึงตาใส่เพื่อนสาวทันทีที่หลุดพูดถึง ‘บุคคลต้องห้าม’ ขึ้นมา ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าเรื่องพ่อของไอโกะคือเรื่องหวงห้ามที่ทุกคนห้ามพูดถึง เพราะไอโกะมักจะมีปัญหากับทางบ้านอยู่บ่อย ๆ
“โอ๊ย ขอโทษ...หลุดปากไปเฉย” ยูนะยกมือปิดปากตัวเองทันทีแบบรู้สึกผิด
“ช่างเถอะ มาสนุกกันดีกว่าอย่ามาอ่อมเพราะเรื่องของฉันเลย” ไอโกะเอ่ยบอกเพื่อนสาวทั้งสองก่อนจะหันกลับมาสนใจแก้วเครื่องดื่มที่โต๊ะพร้อมกับบรรยากาศและเสียงดนตรีภายในผับที่กำลังครึกครื้นได้ที่
ทว่าไม่นานนัก...
“มาแล้ว มาแล้ว! ชั้นสอง ฝั่งซ้าย!” ยูนะสะกิดแขนเพื่อนรัว ๆ ในขณะที่มืออีกข้างชี้ไปยังโซนวีไอพีด้านบนที่เพิ่งมีชายหนุ่มกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามา ไอโกะกับซีรินหันขวับไปตามสายตาอย่างอัตโนมัติ
แสงไฟสลัวสลับกับจังหวะเพลงที่กระแทกเป็นจังหวะ ทำให้ไอโกะต้องเพ่งตาอยู่พักใหญ่กว่าจะเริ่มเห็นภาพ
“คนไหนนะ...ที่ชื่อสายฟ้า?” เธอถามขึ้น ขณะกวาดตามองไปบนโต๊ะที่เพิ่งถูกจับจอง
แต่...
ไอโกะกลับรู้สึกชื่อนี้คุ้นมาก เหมือนเธอเคยได้ยินจากที่ไหน
...ก่อนจะนึกได้ถึงคู่กรณีเมื่อเย็น
“เฮอะ ชื่อโหลดีนะ” เธอว่า พลางยักไหล่
แต่เอาเถอะ...ขอให้แค่ชื่อคล้าย นิสัยอย่าคล้ายกันก็พอ
“โอ๊ย พวกแกไปอยู่ในกะลาใบไหนกันมาเนี่ยถึงไม่รู้จักพวกเขา?” ยูนะส่ายหัวอย่างเอือมจัด
“จะอธิบายให้ฟังชัด ๆ เลยละกันคนซ้ายสุดนั่น ‘ทิวเขา’ คนคุยเก่าฉันเองค่า~”
“โอ๊ยสรุปจะให้เพื่อนหานายแบบ หรือหล่อนจะหาแฟนเก่ากันแน่ยะ พอได้แล้ว! วันนี้จะได้เรื่องไหมเนี่ย” ซีรินถอนหายใจใส่ยูนะแล้วหันไปหาไอโกะต่อทันที
“แหม นิดเดียวเอง อะ งั้นต่อ ๆ คนตรงกลางนั่นชื่อภาม ส่วนคนขวาสุด...ก็คือสายฟ้า เป้าหมายของแก”
สิ้นเสียงยูนะ...
ไอโกะที่เพิ่งกะพริบตาให้สายตาปรับกับแสงไฟ กลับต้องเบิกตากว้างขึ้นอย่างตกตะลึงทันทีที่เห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นชัดเต็มสองตา
“ห๊ะ!” เสียงหวานอุทานออกมาอย่างตกใจ
“มะ หมอนั่นอะนะ ไม่มีทาง!” ไอโกะลุกพรวดจากเก้าอี้ที่นั่ง สายตาจับจ้องไปยังคนคนนั้นด้วยสีหน้าเคืองจัดอย่างไม่หาย
“อะไรของแกไอโกะ อยู่ ๆ ก็ลุกพรวดพราด” ซีรินเอ่ยถามอย่างงง ๆ ซึ่งก็ไม่ต่างไปจากยูนะที่กำลังทำหน้าเหวออยู่เช่นกัน
“เออ แกเป็นบ้าอะไร”
“ฉันไม่มีทางดีลอะไรกับหมอนั่นเด็ดขาด!” ไอโกะเอ่ยบอกอย่างหัวเสีย จู่ ๆ อารมณ์ของเธอก็เปลี่ยนไปในชั่วพริบตา เพื่อน ๆ ที่เห็นอย่างนั้นต่างก็มองหน้ากันไปมา
“ทำไมอะ?” เป็นยูนะที่เอ่ยถามอย่างสงสัย
“ก็หมอนี่นี่แหละที่มีเรื่องกับฉันเมื่อตอนเย็น เหอะ ให้ตายยังไงฉันก็ไม่ทำ” มือเล็กยกขึ้นชี้ไปยังชั้นสองย้ำ ๆ เมื่อพูดจบไอโกะก็ทำท่าจะเดินออกไป
“เดี๋ยวสิ แล้วนั่นจะไปไหน” ซีรินตะโกนถามเมื่อเห็นเพื่อนสาวเดินหันหลังออกไปอย่างหัวเสีย
เท้าเรียวชะงักหยุดเดิน ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อคุมสติตัวเอง
“ฉันจะกลับแล้ว แม้แต่นั่งร้านเดียวกันกับหมอนั่น ฉันก็รังเกียจ” ไอโกะเอ่ยบอกทิ้งท้าย เมื่อสิ้นประโยคเธอก็เดินออกไปทันที
“ไอโกะ เดี๋ยว” ไม่วายให้ยูนะตะโกนเรียกตาม
แต่ไอโกะก็หาได้สนใจ เธอเดินออกมาอย่างหัวเสีย ไม่สนใจสิ่งรอบข้างใด ๆ ทั้งนั้น
“บ้าไปแล้วจริง ๆ คิดว่าฉันจนตรอกขนาดนั้นเลยหรือไง อุตส่าห์เลิกนึกถึงไปแล้วแท้ ๆ”
ระหว่างทางที่ฝ่าผู้คนเพื่อเดินออกไปยังด้านนอกผับ ไอโกะก็บ่นพึมพำกับตัวเองตลอดทาง
เธอไม่เคยรู้สึกไม่ถูกชะตากับใครเท่าเขามาก่อน แค่ชื่อตอนนี้ก็แทบจะไม่อยากได้ยิน และยิ่งต้องให้เธอไปร้องขอให้เขาช่วยแล้วละก็ เธอไม่ทำอย่างนั้นเด็ดขาด
แค่คิดก็หัวเสียจะแย่
ในขณะที่เธอเดินมาตลอดทางจนถึงหน้าประตูทางออก ไหล่มนของเธอก็ชนเข้ากับใครบางคนที่เดินสวนเข้ามาอย่างจัง
“อ๊ะ นี่เธออีกแล้วเหรอ?” เสียงแหลมเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ แต่ไอโกะฟังแล้วรู้สึกคุ้นหูเอามาก ๆ
และเมื่อเธอเพ่งมองไปยังบุคคลตรงหน้า คิ้วเรียวที่เคยขมวดก่อนหน้าก็พลันหายไปเหลือไว้แต่เพียงสีหน้าเรียบนิ่ง
“ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนพูดคำนั้น” เสียงหวานเอ่ยสวนกลับ ในขณะที่ดวงตาคู่หวานดูแข็งกร้าวและพร้อมจะมีเรื่อง
“แต่ครั้งนี้เธอเดินมาชนฉันนะ” อีกฝ่ายเสียงเบาลง แต่ถึงแบบนั้นก็ยังทำใจดีสู้เสือเถียงกลับ แม้จะถอยไปก้าวเล็ก ๆ อย่างไม่รู้ตัวก็ตามที
“ฟังนะ...” ไอโกะพูดพลางขยับเท้าเข้าไปใกล้”ตอนนี้ฉันกำลังโมโหมาก ถ้าไม่อยากโดนหมัดอัดใส่หน้า...ก็ถอยไป” เธอเดินเข้าไปจนเกือบประชิดคู่กรณีที่อยู่ตรงหน้า พร้อมกับกำมัดแน่นด้วยความรู้สึกอย่างที่พูดออกมาจริง ๆ
“เรื่องอะไรฉันต้องถอย? เธอต่างหากที่...”
“ได้!” ในเมื่อไม่ฟังคำขู่ และเธอก็อยากหาที่ระบายอารมณ์อยู่พอดี ไอโกะจึงยกหมัดขึ้นสูงทำท่าจะต่อย
แต่ทว่า...
“ถะ ถอยแล้ว ผู้หญิงอะไรป่าเถื่อนที่สุด”
เจ้าหล่อนรีบร้องเสียงหลง ก่อนจะเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงรีบวิ่งเข้าไปในผับทันทีแบบไม่กล้าหันกลับมาอีก
ไอโกะยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น มองแผ่นหลังที่วิ่งหนีด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก มันทั้งแน่นในอก ทั้งอยากระบาย แต่สุดท้ายก็ได้แค่ถอนหายใจออกมาแรง ๆ
เมื่อร่างบางของหญิงสาวคู่อริลับหายเข้าไปด้านใน
เธอก็เบือนหน้ากลับแล้วเดินมุ่งหน้าออกจากผับทันที โดยไม่หันหลังกลับอีกเลยไอโกะหันมองยังแผ่นหลังบางด้วยความรู้สึกคับแค้นใจ เมื่อแผ่นหลังบางลับสายตาเธอก็หันกลับและเดินออกจากผับเพื่อกลับคอนโด