หลังจากจบมื้ออาหาร ไคย์ลี่ที่อาบน้ำเองได้ และมีแม่บ้านช่วยใส่เสื้อผ้า ก็เข้านอนในห้องนอนใหม่ที่ไม่คุ้นเคย สถานที่และคนที่ไม่คุ้นเคยเลยแม้แต่น้อย เธอเริ่มซึมและนอนกอดตุ๊กตาก่อนร้องไห้ออกมาแบบแทบไม่มีเสียง ไคเดนที่ว่าจะออกไปก็ต้องชะงักฝีเท้าทันทีและเดินกลับมา
"เป็นอะไรครับ"
"หนูอยากหาคุณมะ..แม่ ฮึก"
"เอ่อ...แล้วต้องทำยังไงก่อน เอ่อ..." ไคเดนที่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีก็ได้แต่ปลอบแบบเก้ๆกังๆ ใช้มือลูบบนผมเด็กน้อย เธอรีบซุกตัวนอนในขณะที่ไคเดนนั่งข้างๆ
น้ำตาที่เปียกชุ่มไปทั่วดวงตาและแก้มกลมๆนั่น ทำเอาไคเดนเริ่มรู้สึกสงสาร จึงนั่งปลอบแบบนั้นจนกระทั่งหลับสนิท เขาจึงเดินออกจากห้องนอนมา
"ดูคุณหนูด้วยนะ"
CLUB
ไคเดนมานั่งดื่มกับเพื่อนๆ ตอนนี้ชีวิตเขาพลิกผันภายในหนึ่งวัน จากชายหนุ่มโสด จู่ๆก็เป็นคุณพ่อลูกหนึ่ง เขาดื่มจนกระทั่งตีสามกว่าจึงได้กลับ เมื่อมาถึงบ้านปีกซ้าย ได้รับรายงานจากแม่บ้านว่าไคย์ลี่ตื่นมาถามหาเขาและก็หลับไปอีกครั้ง
ไคเดนเดินเข้าห้องนอนของไคย์ลี่แล้วมองเด็กน้อยอยู่ไม่นาน ก็เผลอนอนหลับไปที่โซฟาในห้องนั้นทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนชุด
เช้า
ไคเดนตื่นมา ก่อนจะพบว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนของไคย์ลี่และห่มผ้า นาฬิกา กระเป๋าเงิน กุญแจรถ ถูกวางไว้บนโต๊ะ แต่มองไปที่เตียงเล็กๆนั่นกลับพบว่าเด็กน้อยตื่นออกไปแล้ว และเตียงถูกพับผ้าอย่างดี
หลังอาบน้ำ เขาลงมาเจอไคย์ลี่ที่นั่งกินข้าวเองโดยมีแม่บ้านยืนไม่ห่าง ก่อนเข้าไปนั่ง เขาเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทถึงเรื่องเมื่อคืน
"ทำไมเมื่อคืนไม่มีใครเรียกกูไปนอนที่ห้องวะ"
"ก็นายเขาไปห้องคุณหนูแล้วหลับเลย เลยไม่มีใครเข้าไปกวนอีกครับ"
"แล้วใครเอาผ้าห่ม ห่มให้กู??"
"ไม่ทราบครับ"
ไคเดนนั่งที่โต๊ะอาหาร เด็กหญิงที่กำลังกินมื้อเช้าก่อนหน้าก็ยิ้มให้เขา ก่อนนั่งกินข้าวอย่างเรียบร้อย ไคเดนยกมือถือขึ้นดูกล้องวงจรปิดในห้องนอนของไคย์ลี่เมื่อคืน กลับพบว่า เป็นไคย์ลี่ที่ตื่นขึ้นแล้วเดินถือผ้าห่มมาห่มให้เขา แถมถอดนาฬิกาและวางของเขาไว้อย่างดี ภาพวิ่งไวจนกระทั่งเช้า ไคย์ลี่ตื่นนอนแล้วพับผ้าห่มเก็บ แล้วเดินอย่างเบาๆผ่านเขาที่หลับไปอาบน้ำแต่งตัวเอง ก่อนเดินออกจากห้องพร้อมแม่บ้านที่มารอรับที่หน้าห้อง
"เมื่อคืนหนูห่มผ้าให้พ่อเหรอครับ?"
"ค่ะ"
"อ่อ.."
"คุณพ่อจะหนาว"
นี่เพียงแค่24ชั่วโมงแรกที่อยู่ด้วยกัน เด็กหญิงตัวน้อยกลับมีอะไรให้เขาประหลาดใจอย่างหนักหลายต่อหลายเรื่อง
"ไปดูกล้องวันที่ไคย์ลี่มา ว่าคนมาส่งคือใคร หน้าตายังไง กูต้องหาความจริง"
"ครับนาย"
ทางด้านซัมเมอร์ที่วันนี้ตัดสินใจมาหาไคเดนที่บ้านของเขาที่รู้มาว่าที่ไหน แต่เมื่อมาถึงกลับพบว่ามันใหญ่ยิ่งกว่าวังเสียอีก
"โห ใหญ่ขนาดนี้อาณานิคมหรือบ้านคนนะ"
"มาหาใครครับ" การ์ดหน้าประตูเอ่ยทักขึ้น"
"อ่อ มาหาคุณ..คุณไคเดนค่ะ บอกว่าฉันชื่อซัมเมอร์"
"รอก่อนนะครับ"
หลังจากนนั้นไม่นาน เธอก็ได้รับอนุญาติ แบะบอดี้การ์ดพานั่งรถกอล์ฟไปยังบ้านปีกซ้ายหลังรองของไคเดน ซัมเมอร์ตื่นตาตื่นใจมาก เพราะไม่เคยเห็นบ้านใหญ่ขนาดนี้ใกล้ๆ
"มาหาฉันมีอะไร?"
"ฉันจะมาคุยเรื่องชดใช้หนี้ค่าสูทคุณ"
ซัมเมอร์สังเกตุเห็นเด็กหญิงตัวน้อยเข้า เธอก็ได้แต่ยิ้มให้เพราะน่าตาน่ารัก ที่แท้เขาก็มีครอบครัวแล้วนี่เอง แล้วแบบนี้เธอมาที่นี่จะมีปัญหาอะไรมั้ย
"ว่ามา"
"ฉันจะรีบพูด เดี๋ยวเมียคุณมาเห็นเข้าจะไม่ดี"
"เมีย? ฉันไม่มีเมีย"
"แล้วเด็กคนนี้หลานคุณเหรอ?"
"ลูกฉัน แต่ฉันไม่มีเมีย จบนะ"
"เอ้า"
"ฉัน..."
"เดี๋ยว!!! ฉันนึกออกแล้ว"
"ห๊ะ!!" อะไรของคุณ?" จู่ๆไคเดนก็เอ่ยขึ้น
"เธอไม่ต้องใช้หนี้ฉันเป็นเงินแล้ว เธอบอกเธอไม่มีเงินนิ ฉันมีงานชดใช้อื่นให้เธอทำ"
"ว่ามาเลย ฉันพร้อม"
"มาเป็นพี่เลี้ยงให้ลูกฉัน"
"สบายมาก ไม่ยากๆ ฉันทำได้"ซัมเมอร์เอ่ยด้วยความมั่นใจ
"ตลอด 24 ชั่วโมง"
"จะบ้าเหรอคุณ ขนาดนั้นไม่ได้หรอก"
"ทำไม?" ไคเดนที่คิดได้ว่าถ้ามีคนช่วยเขาดูไคย์ลี่ตลอดได้ ทุกอย่างจะจบ เขาจะได้ใช้ชีวิตเพลย์บอยของเขาได้ตามเดิม
"ฉันต้องไปทำงานหาเงินใช้ ไปเรียนอีก"
"เดี๋ยวฉันจ่ายเงินเธอเอง ส่วนเรียน มีวันไหนก็ไป แค่นั้น"
"ฉันจะมายังไงได้24ชั่วโมง?"
"มาอยู่ที่บ้านปีกซ้ายของฉัน จบ"
"ว่าไงนะ!!!!!"
"หูแตกหรือไง"
"ขนาดนั้นไม่ให้ฉันมาเป็นเมียคุณเลยล่ะ โห คิดได้ยังไงให้มาอยู่ที่นี่เลย"
"จะเอาไม่เอา ข้อเสนอ ไม่เอาก็จ่ายมาสองแสนห้าค่าสูท"
"โห เอาซิ แล้วให้ฉันเริ่มเมื่อไหร่"
"วันนี้เลย"
"โห ไม่ให้เตรียวตัวเลยเหรอ"
"เอาเลขบัญชีเธอมา" ไคเดนเอ่ยพรางกดเปิดแบ็งกิ้งที่มีเงินมากมายจนซัมเมอร์ไม่เคยเห็น เขาให้เธอกดเลขบัญชีให้ เขาจะทำอะไร จะให้เธอชดใช แต่มาให้กดเลขโอนเงิน
"อันนี้ค่าจ้างเธอ แล้วไปย้านข้าวของเดี๋ยวให้การ์ดไปรับด้วย มาให้ไว ฉันต้องการเธอมาทำงานด่วนๆ"ไคเดนกดโอนเงินกว่าห้าหมื่นบาทให้ซัมเมอร์เป็นก้อนแรกแบบวัดใจ ก่อนจะให้การ์ดพาเธอไปเก็บข้าวของย้ายเข้ามาที่นี่ในฐานะพี่เลี้ยงของไคย์ลี่
"ไคย์ลี่ครับ ยัยนี่จะมาเป็นพี่เลี้ยง ไคย์ลี่จะได้มีเพื่อนเล่นนะครับ"
"ค่ะคุณพ่อ สวัสดีค่ะ"
"โห มารยาทงามต่างจากพ่อมาก สวัสดีจ๊ะ พี่ชื่อซัมเมอร์นะคะ"
"อย่ามาหลอกด่าฉัน"
หลังจากที่บอดี้การ์ดพาหญิงสาวออกจากบ้านปีกสายตรงไปยังที่พักของเธอเพื่อไปย้ายข้าวของเข้ามาอยู่เป็นพี่เลี้ยงให้กับลูกสาวที่เขาเองก็เพิ่งรู้ว่ามี
“ พี่สาวคนสวยเมื่อกี้จะมาอยู่กับเราเหรอคะ”
“ ใช่ครับ ต่อไปตอนพ่อไม่อยู่หรือคุณย่าไม่อยู่ก็จะมีคนอยู่เป็นเพื่อนหนูไงดีมั้ยครับ”
“ หนูอยากหาคุณแม่ค่ะ หนูคิดถึงคุณแม่..”
ประโยคนั้นทำเอาชายหนุ่มค่อนข้างสะเทือนใจไม่น้อย ต่อให้ทั้งชีวิตเขาใช้เวลากับผู้หญิงราวกับเพลย์บอยสุดคนนึงก็ตาม แต่เมื่อนึกได้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำมันเกิดผลกระทบจนผลลัพธ์ออกมาเป็นเด็กน้อยไร้เดียงสาที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ด้วย และตอนนี้จากข่าวสารที่ได้รับมา สาวปริศนาที่เป็นแม่ของลูกเขาได้เสียชีวิตลงแล้ว แต่เมื่อไหร่และด้วยเหตุใดก็ตามเขายังไม่สามารถสืบได้ จนกว่าเขาจะเจอตัวกับคนที่พาเด็กหญิงตัวน้อยมาส่งที่นี่
“ นายครับนี่ภาพกล้องวงจรปิดที่หน้าบ้านตอนที่คุณผู้หญิงเจอกับคุณหนูครับ”
ลูกน้องถือแท็บเล็ตภาพจากกล้องวงจรปิดในวันที่มีคนนำเด็กหญิงตัวน้อยมาส่งที่บ้านปีกซ้าย ซึ่งวันนั้นเขายังคงนอนอยู่ในบ้านปีกซ้ายหลังรองของตนเอง และคนที่รับเด็กหญิงตัวน้อยเข้ามาก็คือแม่ของเขาอย่างหรรษา
ในภาพเห็นหน้าคนที่มาส่งเด็กหญิงตัวน้อยไม่ชัดนัก แต่ดูเธอจะเริ่มมีอายุไม่น้อย เธอสวมหน้ากากอนามัยปกปิดใบหน้า และเสียงที่ผ่านหน้ากากอนามัยออกมามันฟังค่อนข้างยาก แต่พอจับใจความได้
(เด็กคนนี้เป็นลูกลูกสาวของลูกชายบ้านนี้ ตอนนี้ฉันเลี้ยงไม่ไหวแล้ว คนเป็นพ่อคงต้องรับได้แล้ว)
(เดี๋ยวนะคะคุณป้า ลูกชายบ้านนี้ คฤหาสน์หลังนี้มีลูกชายหลายคนนะคะ ลูกชายที่คุณป้าพูดถึงคนไหนคะ) นั่นคือเสียงของหรรษาที่คุยกับหญิงชราคนนั้น เพราะอย่างที่เธอพูดคือเรื่องจริง คฤหาสน์หลังใหญ่ของดินแดนผู้เป็นพ่อของเธอมีหนุ่มไหลายคนตั้งแต่มาเฟีย หมอมาเวล และไคเดน ยังไม่รวมไคเลอร์สามีของมารีนอีกคน
(นี่ไงผู้ชายคนนี้ แม่ของเด็กตายไปแล้ว บอกให้ฉันเลี้ยงอย่าเอามาให้พ่อของเขา แต่ฉันจนขนาดนี้จะไปเลี้ยงไหวได้ยังไง)
(ไคเดน?)
(คุณยายขา อย่าทิ้งหนู...) นั่นคือเสียงที่น่าสงสารของเด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยเรียกหญิงชราคนนั้นว่ายาย นั่นหมายความว่าหญิงชราคนนั้นต้องมีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดกับแม่ของเด็กหญิงตัวน้อยแน่นอน
(จะมาอยู่อะไรกับยาย ยายเลี้ยงไม่ไหวหรอก คุณรับไปเลยนะในกระเป๋าของเด็กมีเอกสารใบเกิด และเอกสารที่เกี่ยวข้องทั้งหมด แม่ของเด็กเล่าให้ฉันฟังหมดแล้วว่าผู้ชายคนนี้เป็นพ่อของเด็กคนนี้แน่นอน คุณลองเอาไปตรวจดีเอ็นเอเอาแล้วกัน)
พูดจบหญิงชราก็รีบเดินออกจากบ้านหลังใหญ่ไปโดยที่ทิ้งเด็กหญิงตัวน้อยที่ยืนร้องไห้เมื่อรู้ว่าตัวเองกำลังโดนทิ้งอยู่ในที่ที่ไม่คุ้นเคยและคนที่ตัวเองไม่รู้จัก
(ฮึก)
เมื่อเห็นแบบนั้น หรรษาที่ใจอ่อนทันทีที่เห็นน้ำตาของเด็กหญิงตัวเล็กเล็กเธอก็รีบเข้าไปปลอบ ก่อนจะก้มลงนั่งคุกเข่ามองหน้าของเด็กหญิงดังกล่าวดีๆ และหันกลับมาพูดกับไคล์ผู้เป็นสามี
(ฉันว่าลูกไคเดนแน่ๆไม่ผิดหรอก นายดูหน้ายัยหนูนี่สิ เหมือนลูกชายเราอย่างกับแฝด)
(ไม่ใช่แค่เธอหรอกที่คิด ฉันมองแว๊บแรกฉันยังรู้เลยว่าเหมือนใครในบ้านนี้ เธอตามลูกชายเธอมาเถอะจะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ป้าคนเมื่อกี้เอามาทิ้งแล้วหนีไปหน้าตาเฉยเลย)
เมื่อเปิดดูในกระเป๋าของเด็กหญิงปรากฏว่ามีเอกสารอยู่จริง ตอนนี้เธอเป็นเด็กที่อายุเพียงไม่กี่ขวบเพิ่งเสียแม่และยังต้องมาถูกทอดทิ้งให้อยู่กับคนที่ตัวเองไม่คุ้นเคย เธอจึงมีสีหน้าที่ค่อนข้างกลัว แต่ในขณะที่ผู้เป็นแม่ยังมีชีวิต เธอเลี้ยงดูเด็กหญิงให้เติบโตขึ้นมาอย่างดีมาตลอด
“ นี่เอามาทิ้งแบบนี้เลยหรือไงวะ คิดว่าเอาลูกแมวไปปล่อยวัดหรือไง” ชายหนุ่มเอ่ยพรางตบโต๊ะลงจนเด็กหญิงตัวเล็กที่นั่งอยู่ตรงข้ามก็สะดุ้งตามไปด้วย
“ พ่อ... ตบยุงครับ”
“ คุณพ่อเจ็บมั้ยคะ ถ้ายุงกัดเราต้องทายานะคะ คุณแม่ทาให้หนูบ่อย”
“ โอเคครับ เดี๋ยวหนูอิ่มข้าวแล้วไปเล่นกับลุงกาดรอพี่เลี้ยงก่อนนะ วันนี้พ่อมีงานต้องทำ”
ทางด้านซัมเมอร์ที่เก็บเข้าของก่อนที่จะเดินลากกระเป๋าขึ้นรถตามบริการของชายหนุ่มกลับมาที่บ้านปีกซ้ายหลังรอง
“ ห้องคุณซัมเมอร์เดินขึ้นไปชั้นสองแล้วเลี้ยวขวานะครับ อยู่ข้างห้องนาย ส่วนห้องของคุณหนูอยู่ฝั่งตรงข้ามนายครับ”