ตอนที่ 1

1090 Words
 หากตอนนี้กำลังรู้สึกเจ็บปวดเพราะความรัก....ถ้าได้มีเวลาย้อนกลับไปยังเลือกที่เดินไปในเส้นทางเดิม หรือเลือกที่จะเลี่ยงตั้งแต่แรกเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องเจ็บอีก                  นี่เป็นความคิดของข้า....หงเย่วซินบุตรสาวของตระกูลขุนนางที่รับเคียงข้างฮ่องเต้ด้วยความจงรักภักดี กลับต้องมายืนมองบุรุษอันเป็นที่รักกำลังเข้าพิธีสมรสกับสตรีอื่น                  เนี่ยน่ะหรือสิ่งที่นางควรจะได้รับ.....ความรักที่นางมีนางมอบให้ชายคนนั้นไปแล้วทั้งใจและตลอดเวลาเราทั้งคู่ต่างมีสัมพันธ์อันดีมาโดยตลอด                  จวบจนกระทั่งสตรีผู้นั้นได้ก้าวเข้ามา.....                  ทุกอย่างได้เปลี่ยนไปง่ายดายราวกับพลิกฝ่ามือ เพียงแค่ในระยะเวลาสั้นๆ...                  จะบอกว่าเพราะนางอ่อนแอ ไม่มีความสามารถ...ไม่โดดเด่น?? นั่นก็เป็นเพราะเขาไม่ใช่หรืออย่างไรที่บอกให้นางทำตัวอย่างที่เคยเป็น                  ความสามารถทางด้านพลังธาตุไม้แม้ของนางจะไม่เก่งกาจก็หาใช่ขี้ริ้วขี้เหร่ เขาเคยบอกว่าไม่ได้สนใจในจุดนี้ แต่พอวันหนึ่งท่านกลับบอกว่าสตรีอีกคนน่าสนใจที่พลังธาตุน้ำของนางนั้นโดดเด่นว่าคนในรุ่นเดียวกัน                  จนถึงตอนนี้นางเองก็ยังไม่รู้เลยว่าตัวเองนั้นทำอะไรผิด                  หรือถ้าจะผิดก็คงเป็นเพราะนางเองที่ใจอ่อน และอ่อนแอเกินไป                  เหวินอู่..ท่านช่างเป็นบุรุษที่อบอุ่นและใจร้ายมากในเวลาเดียวกัน                  ข้าดีใจที่ได้รักท่าน...ดีใจที่เคยได้เรียนรู้ว่าความรักนั้นสวยงามเพียงใด แต่หากให้ย้อนกลับไปข้าจะขอเลือกที่จะไม่รักท่านอีก                  ร่างบางที่ยืนอยู่นอกประตูทางเข้าจวนสกุลอี้มองบรรยากาศด้านในด้วยความรู้สึกที่เจ็บปวด มือที่กำอยู่ภายใต้ชายแขนเสื้อหยิบพู่หยกออกมา                  พู่หยกสลักลายดอกโบตั๋นที่เขามอบให้นางแทนคำสัญญาว่าเขาจะไม่มีวันทิ้งดอกโบตั๋นดอกนี้ เห็นทีพู่หยกที่นางถนุถนอมมาตลอดสิบปีคงจะไม่มีความหมายอีกต่อไป                  หงเย่วซินเดินทอดน่องอย่างเฉื่อยชาไปตามทางเพื่อที่จะกลับจวนของตัวเอง ใบหน้างามเงยขึ้นมองดวงจันทร์ที่ช่างสว่างสดใสผิดกับจิตใจของนางตอนนี้เสียจริง                  พอคิดว่าอีกไม่นานเขาก็จะเข้าห้องหอก็รู้สึกเจ็บที่ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายอย่างห้ามไม่ได้ นางทำได้แค่เพียงยิ้มขมขื่นให้กับตัวเอง                  หงเย่วซินแบมือข้างขวาออกก่อนปลดปล่อยพลังธาตุไม้ออกมากลางฝ่ามือก่อนแสยะยิ้มออกมา นี่น่ะหรือธาตุที่ผู้ปรุงโอสถใฝ่ฝันนักหนา นางมีในครอบครองแล้วอย่างไรด้วยความสามารถที่ต่ำเตี้ยเรี่ยดินแบบนี้ อย่างไรเสียนางก็คงไม่สามารถก้าวไปได้ไกลนักหรอก                  ช่างน่าผิดหวังนัก.....                  ตู้ม!!!                อั่ก...                  หงเย่วซินที่อยู่ๆก็โดนโจมตีจากทางด้านหลังพยายามหันกลับไปมองว่าใครเป็นคนทำร้ายตนในขณะที่นางเองในตอนนี้กระอั่กเลือดออกมาคำโต เห็นทีภายในคงบอบช้ำไม่น้อย                  “ละ...ลี่อัน..ฉี เหตุใดเจ้า”                  ยังไม่ทันที่หงเย่วซินจะพูดจบสตรีร่างบางในชุดเจ้าสาวสีแดงงดงามยืนยิ้มมุมปากให้กับสตรีอีกนางที่แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย                  “เป็นข้าเองหาใช่ใครอื่น” น้ำเสียงที่แสดงออกถึงการเยาะเย้ยเอ่ยตอบ                  “ที่เจ้าทำข้าเช่นนี้เพราะเหตุอันใด?”                  สตรีในชุดเจ้าสาวค่อยๆ เดินตรงเข้าไปหาหญิงสาวที่ตนได้โจมตีไปก่อนหน้านี้ ครั้นเห็นท่าไม่ดีหงเย่วซินจึงรวบรวมพลังธาตุในมือก่อนจะปล่อยใส่อีกฝ่ายที่กำลังเดินใกล้มาถึงตัวเองเต็มที                  ลี่อันฉีมองอีกฝ่ายอย่างดูถูกในขณะที่นางปัดพลังที่อีกฝ่ายตั้งใจซัดเข้ามาตน พลังที่ไม่ได้รับการฝึกหรือขัดเกลาจะชนะนางได้อย่างไร ลี่อันฉีซัดพลังกลับเข้าที่ช่วงท้องของหงเย่วซินจนนางกระอักเลือดออกมาอีกรอบ                  “เอาเถอะถือว่าข้าจะอนุเคราะห์เจ้าเป็นครั้งสุดท้าย ข้าแค่ต้องกำจัดเสี้ยนหนามแล้วต้องขุดรากถอนโคนมันออกก็เท่านั้น”                  “อย่าได้โทษข้าเลยนะ....เจ้าดันเป็นต้นหนามต้นใหญ่สำหรับข้าเพียงแค่เจ้าหายไปสักคนเหวินอู่จะได้เลิกคิดถึงเจ้าสักที”                  หงเย่วซินอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ ตนน่ะหรือเป็นเสี้ยนหนาม เป็นนางเสียมากกว่าที่เป็นเสี้ยนหนามสำหรับตนเพียงแค่ว่านางไม่สามารถถอนนางออกไปก็เท่านั้น                  “ช่างนางขันนักคนเช่นเจ้ากลับกลัวคนเช่นข้า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” หงเย่วซินตอบกลับพร้อมกับพยายามแสดงออกว่าตนไม่ได้รู้สึกอะไรกับการกระทำของอีกฝ่ายในครั้งนี้                  “ข้าหาได้กลัวคนเช่นเจ้าคุณหนูหง วัชพืชควรจะกำจัดให้มันเด็ดขาดมิเช่นนั้นมันจะแพร่ออกมาอย่างไม่มีที่สุดและมันทำให้ข้ารำคาญเพราะรู้สึกรกหูรกตา”                  ลี่อันฉีบีบเข้าที่ปลายคางของหงเย่วซิน ก่อนเอ่ยต่อ “อย่างที่ข้าบอกหากไร้ซึ่งเจ้าสักคนหัวใจของเหวินอู่จะได้มีเพียงข้าคนเดียว”                  เมื่อพูดจบลี่อันฉีก็ยืนตัวขึ้นก่อนจะหันมาสั่งการให้ชายชุดดำจำนวนสองคนนำตัวของหงเย่วซินไปโยนทิ้งที่แม่น้ำ โดยที่ให้ชายชุดดำทั้งสองมัดมือและมัดแขนหงเย่วซินให้เรียบร้อย                  “เดี๋ยว!!”                  ราวกับนึกอะไรบางอย่างออก ลี่อันฉีเดินย้อนกลับมาก่อนหยิบเม็ดยาออกมาหนึ่งเม็ดแล้วจับกรอกใส่ปากของสตรีที่เป็นขวากหนามของตน                  หงเย่วซินที่พยายามขัดขืนโดยการปฏิเสธที่จะกลืนเม็ดแต่กลับโดนชายชุดดำคนหนึ่งชกเข้าที่ท้องน้อย จนเผลอกลืนเม็ดยาลงคอ                  “นี่มันเม็ดยาสลายพลัง!!”                  ลี่อันฉีหันมายิ้มให้กับหงเย่วซินอีกครั้ง “อย่างน้อยเจ้าก็ยังฉลาดในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนะคุณหนูหง”   .....................................................................
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD