เมฆินทร์เองที่ต้องลงลิฟท์มาด้านล่างอีกครั้ง ครั้งนี้ลงมาเขาดันเจอกับมังกรเข้าพอดี
"คุณเมฆครับ เดี๋ยวก่อนครับ" มังกรเดินก้าวเท้ายาว ๆ เพื่อให้ทันเมฆินทร์ แล้วก็ทัน
"ครับคุณมังกร" เมฆินทร์เอ่ยออกมา เรียกเต็มยศมีคุณด้วย
"เด็กในครัวผมบอกคุณไปลากหรรษาออกมาจากห้องครัว แล้ว..." มังกรกำลังจะเอ่ยถามเขาเลยสวนกลับมา
"หรรษาเป็นไข้ครับ และไม่ต้องห่วงเธอเป็นลูกศิษย์ผม" เมฆินทร์เอ่ยบอกมังกรทันที
"อ้าว หรรษาไม่สบายหรอ เห็นเมื่อตอนมายังดี ๆ " มังกรเอ่ยบอก
"ครับ ผมขอตัวก่อนนะครับ อ้อแล้วก็ลางานให้หรรษาเลยแล้วกันครับ" เมฆินทร์เอ่ยบอกมังกรรีบเดินออกไปร้านขายยาอีกรอบ
เขาเดินเข้ามาในร้านขายยา จนพนักงานเอ่ยถาม
"รับยาอะไรเพิ่มค่ะ" คนขายที่จำเมฆินทร์ได้เอ่ยทักเขาทันที
" ขอยาแก้ปวด ลดไข้สำหรับเด็ก ยาแก้อักเสบ ของเด็กครับ" เมฆินทร์เอ่ยบอก
"น้องน้ำหนัก อายุ เท่าไหร่ค่ะ หมอจะได้เขียนขนาดการใช้ยาถูก " คุณหมอเอ่ยถาม
"เอ่อ อายุน่าจะราว ๆ 18-19 น้ำหนักคร่าว ๆ 40-45 ครับ' เขาเอ่ยออกมากะน้ำหนักจากการอุ้มเธอ
"เอ่อ เด็ก หรอค่ะ เด็ก แน่ใช่ไหมค่ะ" คุณหมอพอได้ยินอายุถึงกับเขวไปนิดนึง
"ครับ รุ่นลูกผมแล้วครับ เธอไม่กินยาเม็ดครับ ผมรบกวนด้วยนะครับ" เมฆินทร์เอ่ยบอกคุณหมอ อายก็อาย ที่ต้องมาซื้อยาให้หรรษาแล้วต้องมาแจ้งอายุ
"ได้แล้วค่ะ ลดไข้เอาแบบมีไข้สูงนะคะ ตัวยาพอดีกับเด็ก สองช้อนโต๊ะ นะคะ ยาแก้อักเสบ ผสมน้ำ ทานติดต่อกัน ไม่เกิน 7 วันนะคะ"
"ครับผม ขอบคุณนะครับ" เมฆินทร์จ่ายตังค่ายาแล้วเดินออกมาจากร้านขายยา เดินกลับโรงแรมทันที
เขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องยอมเดินลงมาข้างล่างถึงสองรอบเพื่อเด็กดื้อที่กำลังนอนป่วยอยู่บนเตียง เขาเดินเข้าไปในลิฟท์ และกดชั้นตนเอง เขารีบเดิน เข้ามาในห้องตนเองทันที เตรียมน้ำกับยา เดินเข้าไปหาหรรษาที่กำลังหลับ
"หรรษา ยาน้ำมาแล้ว ลุกขึ้นมากินก่อนเดี๋ยวยาหก" เมฆินทร์เอ่ยบอก
"ใช้ไซลิงค์ดูดสิ จะได้ไม่หก " หรรษาเอ่ยออกมาทำท่าจะงอแงใส่เขา เป็นปกติที่เธอป่วยมักจะอ้อนปู่
"ลุงป้อนหรรษาหน่อย" หรรษาเอ่ยเรียกเมฆินทร์
"เธอเรียกฉันว่าอะไรนะ" เมฆินทร์ที่ได้ยินไม่ค่อยชัด
"ลุง ไง แก่แล้วต้องเรียกลุง" หรรษาหัวเราะออกมา แต่เขาที่หันมาทำหน้าตึงใส่เธอ
"ฉันอายุแค่ 37 เองนะ เรียกลุงเลยหรอ หรรษา" เมฆินทร์เอ่ยถาม หันกลับมาสำรวจตัวเอง เอ่ยคิดในใจ
(เราแก่ขนาดเด็กมันเรียกลุงเลยหรอวะ )
"ไหนยาอะลุงป้อนด้วยนะ " หรรษาเอ่ยปากบอกเขา
เมฆินทร์จำใจต้องเทยาใส่ช้อนแล้วค่อยนำเข้าปากเธอตามปริมาณที่หมอแนะนำ ทั้งสองขวด
"นอนพักก่อน ถ้าสบายตัวขึ้น ฉันพาไปส่งบ้าน" เมฆินทร์เอ่ยบอกเธอ หรรษาเลยรีบยกมือไหว้เขา
"ขอบคุณนะลุง"
" เออ ลุงก็ลุง อย่ามาหลงรักลุงแบบฉันก็แล้วกัน ยัยเด็กดื้อ" เมฆินทร์พูดประชดใส่เด็ก
"ไม่มีทาง หรรษาไม่ชอบคบคนรุ่นลุงอายคนอื่นเขา" หรรษาเอ่ยยอกย้อนกลับล้มตัวลงนอนหลับไปอีกครั้ง
เมฆินทร์เองข่มอารมณ์ความหมั่นเขี้ยวเอาไว้จนสุดทน กับความแก่นกะโหลกกะลาของหรรษาจอมป่วน เขาได้แต่ปล่อยให้หรรษานอนหลับพักผ่อน
ส่วนเค้าออกมานั่งเขียนเมนูตัวใหม่ที่เขาอยากทำแต่ยังไม่ได้ลองทำ มันเป็นคุกกี้ที่ทำง่าย สไตล์ตุรกี ที่ด้านในเราจะใส่ไส้ต่าง ๆ เวลากินต้องเอามาอบร้อนๆ ไส้มันจะไหลเยิ้มลงมา เขาได้ให้ผู้ติดตามหาของมาให้ น้ำอุ่น น้ำมัน นูเทลล่า แยมต่าง ๆ แป้งสาลีเอนกประสงค์ เขาเตรียมมาเสร็จสรรพครบทุกอย่างที่เขาต้องการ
หลังจากที่เมฆินทร์ได้ของมาครบแล้วเขาเริ่มตั้งน้ำร้อน พักทิ้งไว้จนมันอุ่น เขาร่อนแป้งใส่ชาม ใส่น้ำอุ่น น้ำมัน นวดให้เนื้อเนียนเข้ากัน นำมาแบ่ง เป็นก้อนกลมกลมเล็ก ได้แปดก้อน เขาจับแป้งที่ละก้อนมาคลึงด้วยไม้นวดแป้ง ทำให้มันแบน ๆ ใส่นูเทลล่าด้านในปั้นปิดไส้ให้มิดชิด ทำแบบนี้จนครบแปดชิ้น ที่นี่ไม่มีเตาอบ เขาเลยให้ผู้ติดตามหา หม้ออบลมร้อนไร้น้ำมันมาแทน เขาวางตัวแป้งคุกกี้บนกระดาษแต่ละแผ่น ใส่ในหม้ออบลมร้อนปรับไฟให้พอดี ตั้งเวลาห้านาที กลิ่นหอมของคุกกี้ ทำเอาหรรษาที่นอนในห้องมาสักพักจนตอนนี้อาการเธอเริ่มดีขึ้น เธอเดินออกมาตรงที่เมฆินทร์กำลังทำขนม เธอเอาจมูกเข้ามาใกล้ ๆ หม้ออบลมร้อน
"กลิ่นหอมมาก ๆ เลยค่ะ ทำเสร็จหนูขอลองสักชิ้นนะคะ" เธอเอ่ยออกมาด้วยรอยยิ้ม
"ใครว่าฉันทำให้เธอ ฉันแค่ลองคิดสูตรเอาไว้สอน" เมฆินทร์เอ่ยออกมา
"งั้นหนูขอตัวกลับก่อนแล้วกันนะคะ นี่ก็ดึกมากแล้ว" หรรษาบอกเขาแล้วเดินกลับไปทางประตู เธอที่นึกได้
"ขอบคุณนะคะที่ดูแลหนูตอนป่วย " เธอหันมายกมือไหว้ขอบคุณเขาในฐานะลูกศิษย์
"หรรษา รอก่อนสิ เดี๋ยวผมไปส่ง"เมฆินทร์เอ่ยบอกเธอทันที แต่เขาไม่สามารถออกจากหม้ออบได้กลัวขนมไหม้จนกระทั่งหม้ออบมีเสียงดังขึ้นมาไฟหน้าจอที่ดับลง
"เสร็จแล้ว ขนมคุกกี้" เมฆินทร์พูดลอยเพื่อเด็กดื้อจะสนใจเดินกลับมาตรงที่อบขนม หรรษากลับเลือกเปิดประตูห้องของเขาเดินออกไปที่ลิฟท์
เมฆินทร์รีบนำขนมอบขนาดใหญ่มาก 4 อันใส่ถุงกระดาษ หยิบถุงหิ้วมาใส่อีกที รีบเดินตามหรรษาออกมา แต่ไม่ทันเธอเดินเข้าลิฟท์ไปแล้ว เขาเลยเดินตามเข้าไปในลิฟท์อีกตัว ลงตามเธอออกมา
หรรษาที่ลงมาถึงชั้นล่างเจอเข้ากับตะขบที่กำลังเลิกงาน ตอนนี้สามทุ่มพอดี ตะขบเดินออกมาจากห้องอาหารเจอกับหรรษาที่หน้าลิฟท์
"หรรษา เป็นยังไงบ้าง ไหนหายปวดหัวหรือยัง" ตะขบเอามือมาแตะหน้าผาก ตะขบรู้ว่าป่วย เพราะมังกรเข้าไปบอกทุกคน
"หรรษารีบกลับบ้านปู่กับย่าจะเป็นห่วง" หรรษาเอ่ยบอกเดินออกไปนอกโรงแรม ตะขบเดินตามเธอออกมาจนถึงรถมอเตอร์ไซค์ของเธอ
"จะขี่กลับเองได้ยังไง เดี๋ยวเราไปส่ง" ตะขบบอกหรรษา
"ไม่เป็นไร เดี๋ยวฉันไปส่งเด็กของฉันเอง" เสียงของเมฆินทร์ที่ดังมาด้านหลัง
"เด็กคุณเมฆ" ตะขบเอ่ยออกมา ขยับตัวออกห่างจากหรรษาเล็กน้อย แต่ยังยืนใกล้หรรษาอยู่
"หรรษาไม่ใช่เด็กของอาจารย์สักหน่อย " หรรษาเอ่ยตอบเมฆินทร์ จนเมฆินทร์เดินเข้ามาใกล้ตัวเธอจับมือเธอเดินออกมาข้างเขา ตะขบที่ได้ยินหรรษาตอบว่าไม่ใช่เขาดึงมือหรรษาอีกข้างนึงรั้งเธอเอาไว้ ต่างคนต่างดึงมือของหรรษาทำเอาหรรษาเองเริ่มเจ็บจนเธอเซไปซ้ายทีขวาที ตามแรงดึงของทั้งสองคน
"เธอต้องไปกับฉันหรรษา" เมฆินทร์เอ่ยออกมา ดึงมือเธอมาข้างเขา
"ไปกับเรา เดี๋ยวเราไปส่ง" ตะขบเองดึงหรรษากลับมาเช่นกัน
"ปล่อยมือหรรษาเดี๋ยวนี้นะ หรรษาเจ็บ" หรรษาตะโกนออกมาเสียงดังจนทั้งสองคนหยุดดึงมือเธอ
"เห็นหรรษาเป็นชักกะเย่อหรือไงค่ะ" เธอหันมาถามอาจารย์เมฆินทร์
"ไปเอากรรไกรมาตัดแบ่งครึ่งหรรษาเลยไหม" เธอหันมาทางตะขบด้วยความโมโห นอกจากปวดหัวเป็นไข้เจ็บแผลแล้ว ยังต้องมาเจออะไรแบบนี้อีก
"ฉันขอโทษ" เมฆินทร์เอ่ยออกมา
"เราเองก็ขอโทษนะหรรษา"ตะขบเอ่ยคำขอโทษ
แต่หรรษาที่กำลังโกรธทั้งสองคนเดินออกมาด้วยความเจ็บขา เดินมาช้า ๆ ไม่ฟังคำขอโทษจากใครทั้งนั้น หรรษาเดินมาจนถึงมอเตอร์ไซค์แต่ก็โดนมือของใครบางคนยื่นห่อขนมมาตรงหน้า
"อะ ขนมของเธอ" เมฆินทร์ยื่นขนมให้เธอ
"อาจารย์ไม่ได้ทำให้หรรษาไม่ใช่หรอคะ เอามาให้หรรษาทำไม"
"ฉันก็ไม่ได้เอาให้เธอ เอาให้คนป่วย ขี่มอเตอร์ไซค์ดึก ๆ ฉันไปส่งเธอยิ่งไม่สบายอยู่นะหรรษา" เมฆินทร์เอ่ยบอกหรรษา ยังคงยื่นถุงขนมให้
"ลองชิมให้ครูหน่อยว่ารสชาติมันเป็นยังไง ครูลองคิดสูตรนี้ครั้งแรก" เมฆินทร์เอ่ยหาข้ออ้างให้เธอหยิบขนมของเขามาทาน พร้อมดึงกุญแจรถจากมือเธอออก ให้เธอเดินตามเขามาที่รถของเขาเอง
"หนูจะกลับบ้าน อาจารย์ อาจารย์ปล่อยหรรษา หรรษาจะกลับบ้าน"
"จะกลับเองได้ยังไง ดูสภาพเธอตอนนี้สิ ไปขึ้นรถ หรือจะให้ฉันแจ้งมังกรว่าเมื่อช่วงบ่ายเธอซุ่มซ่ามทำของหล่นตอนมาเสริฟ์อาหารให้ฉัน"
"ก็..." หรรษาเอ่ยขึ้นมาตะกุกตะกักเถียงไม่ออก ทำหน้ายู่ใส่เมฆินทร์ จนเขาเองอดขำไม่ได้ แต่ยังอยากกวนประสาทเด็กดื้อ
"ก็อะไร" เมฆินทร์เอ่ยออกมาน้ำเสียงดุ
"ก็หรรษาแค่ตกใจ...มั้งค่ะ มันเหมือนเจอ The Ghost หลอกตอนกลางวัน แล้วอาจารย์รู้ได้ยังไงคะว่าเป็นหรรษา" หรรษาเอ่ยถามเขากลับ
" แล้วเธอคิดว่าเธอมาสมัครงาน ที่นี่ได้ยังไง ทั้งที่เธอบอกว่ายังไม่ได้กดส่งใบสมัครงาน" เมฆินทร์พูดแล้วมองหน้าเด็กน้อยที่กำลังคิดตาม จนเขาเองเอามือมาเขกหัวเธอ
"โอ้ย อาจารย์มาเขกหัวหรรษาทำไมมันเจ็บนะ" เสียงเธอที่โวยวายขึ้นมาที่โดนเขกหัว
"เขกเด็กดื้อที่บังอาจมาเรียกฉันว่าลุง" เมฆินทร์ที่ยังคงแค้นเด็กน้อยเรียกเค้าลุง
"หรรษาไปเรียกอาจารย์ตอนไหนก่อน หรรษาจำไม่ได้เลย จริงจริง" เธอพูดออกมาด้วยเสียงสูงโหนลงมาทำหน้าตายใส่เขา
"หึ จำไม่ได้ ไม่ให้กินแล้วเอาขนมคืนมาเลย" เขาดึงถุงขนมกับมา
"อ้าว อาจารย์ให้หรรษาแล้วนะให้แล้วเอาคืนได้ยังไงอะ" หรรษาจะเข้าไปแย่งด้วยความสูงที่มี 160 เซน กับอาจารย์ตัวสูงยังกะเสาไฟฟ้า เธอเองกระโดดแย่งถุงขนม ก็เลิกกระโดดเพราะเจ็บบนฝ่าเท้า เมฆินทร์ที่กำลังสนุกลืมคิดไปว่าเธอเท้าบวมอยู่ หรรษานั่งลงยอง ๆ ก้มดูบนฝ่าเท้าของตัวเอง
"ให้แล้วเอาคืน มะรืนนี้ตายเพี้ยง" หรรษาเอ่ยแช่งอาจารย์เมฆินทร์ออกมา
"นี่มากไป แช่งฉันเลยหรอ ฉันแก่กว่าเธอตั้งเยอะนะ " เมฆินทร์ที่ลืมตัวบอกว่าตนเองแก่
"ก็แก่ไง แก่แล้วมารังแกเด็กได้หรอ เอากุญแจรถหรรษาคืนมาเลย หรรษาจะกลับบ้านเอง" หรรษารีบดึงกุญแจรถจากกระเป๋ากางเกงเขาทันที เดินกะเผลกมาที่รถ
"หรรษา หรรษา" เมฆินทร์เอ่ยเรียกหรรษาหลายทีเธอไม่สนใจเขาเลย จนเธอสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์แล้วขี่ออกไป
เขาเลยต้องเดินไปที่รถตนเอง เอาขนมวางเอาไว้ ตรงเบาะที่ว่างขับตามเธอออกไป เพราะความเป็นห่วง กับเด็กน้อยที่กำลังขี้งอน เขาขับตามเธอห่าง ๆ ไม่ให้ไปส่ง ขับตามมาส่งเพื่อเป็นอะไรระหว่างทาง จนหรรษามาถึงบ้านเธอลงจากรถมาเปิดประตูรั้ว เมฆินทร์ขับมาจอดข้างรถเธอ หยิบถุงขนมลงมาด้วย หรรษาเองไม่ได้สนใจเมฆินทร์ เขาเลยห้อยถุงขนมเอาไว้กระจกรถ
"ชิมแล้วไปบอกครูทีนะว่ามันเป็นยังไง เข้าใจรึเปล่า" เขาบอกหรรษาที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้าบ้านไป เขาเลยกลับมาขึ้นรถตนเองแล้วขับกลับบ้านตนเอง