เมื่อคืนหรรษากลับเข้าบ้านมา เธออาการง่วงเต็มทีก็เลยลืมหยิบถุงขนมเข้าบ้านมาด้วย ถุงขนมที่เมฆินทร์ห้อยเอาไว้ให้เธอที่หน้ารถ ปู่ที่เดินมาเห็นตอนเช้าคิดว่าหลานสาวลืม
"หรรษา ห่อขนมของเอ็งนะปู่เก็บเอาไว้ในฝาชีนะ ลืมเอาเข้าบ้านหรือยังไง
" จ้าสงสัยหนูคงลืมจ้าปู่ " หรรษาลงมาด้วยชุดนักศึกษาวิทยาลัย
หรรษาเดินไปเปิดฝาชีหยิบถุงขนมออกมา ขนมมันแข็งเธอเลยเอาไปเข้าไมโครเวฟไม่ถึงนาที กลิ่นขนมก็หอมฟุ้ง
"ขนมอะไร หรรษาไปซื้อจากไหนมา" ย่าเอ่ยถามกลิ่นขนมที่หอมตลบอบอวล
"หนูไม่ได้ซื้อจ๊ะย่า เมื่อคืนอาจารย์ที่สอนหนูให้มา" เธอหยิบขนมชิ้นใหญ่มาให้ย่าหนึ่งชิ้น
"ย่าลองทานดูสิจ๊ะ อันนี้ของปู่ เดี๋ยวหนูไปยกชาร้อน ๆ มาให้หนูว่ามันต้องคู่กัน" หรรษาหยิบกล่องใบชากุหลาบมาชงใส่กาน้ำร้อน เอามาเทใส่ถ้วยจอกใบเล็ก ๆ
"เขาเรียกขนมอะไร" ปู่เอ่ยถาม
"น่าจะของตุรกีมั้งปู่ ที่นี่ทำขนมเรียบง่ายวิธีไม่ยุ่งยากแต่อร่อย" หรรษาที่พอเห็น พอทราบว่ามาจากที่ไหน ด้วยความรักขนมเป็นทุนเดิม แต่ต้องมาทำอาหาร
" โห...ดูสิปู่ เอาไปเวฟไส้ข้างในไหลทะลักออกมาเลย" หรรษากัดชิมเข้าไปคำแรก ตื่นตาตื่นใจกับไส้ จนลืมคิดถึงรสชาติที่ตนเองกัดเข้าไปเลย
(ชิมแล้วไปบอกครูทีนะว่ามันเป็นยังไง เข้าใจรึเปล่า) หรรษาที่คิดถึงคำพูดอาจารย์ จนเธอคิดขึ้นมาได้
"แล้วจะให้หรรษาไปบอกตอนไหนคะ วันนี้ก็ไปเรียน" หรรษาเอ่ยออกมาแล้วรีบเตรียมตัวไปเรียน
ที่วิทยาลัย
หรรษาที่ขี่มอเตอร์ไซค์เข้ามาในวิทยาลัย มายด์เองก็มาพอดี
"หรรษา" มายด์เอ่ยทักทายเธอ
"อ้าวมายด์มาไวเหมือนกันนะแก" หรรษาเอ่ยถึงเพื่อน
"ทำไมแกเดินแบบนั้นหละ" มายด์เอ่ยถามหรรษาที่เดินกะเผลก
"อุบัติเหตุนิดหน่อยวะแก ตอนแรกโดนไล่ออก ไม่ถึงวันก็เรียกกลับมาทำงานแปลกไหมวะ" หรรษาเอ่ยถามมายด์
"ไม่แปลกสำหรับแกหรอกหรรษา ไปเข้าเรียนกัน วันนี้อบรมมีอาจารย์จากข้างนอกมาสอนด้วย" มายด์เอ่ยบอกหรรษา
"อ้าวทำไมหรรษาไม่รู้อะ"
"แหมพอเลิกเรียนแกก็หนีไปแล้ว จะรู้เรื่องอะไรไหม" มายด์บ่นใส่หรรษา
ห้องประชุมใหญ่
นักศึกษาทุกคนที่มาพร้อมกันทุกคนในห้องประชุม เสียงอาจารย์หัวหน้าสาขาที่ดังขึ้นมาผ่านไมโครโฟน
"สวัสดีครับนักศึกษา ปวส.ปีที่ 1 วันนี้เราจะมีอบรมจากเชฟเรื่องเทคนิคการทำขนมอบ โดยอาจารย์เชฟผู้ชำนาญในหลักสูตรนี้ ผมขอเรียนเชิญอาจารย์เชฟเมฆินทร์ อรรถวงษ์ ด้วยครับ" เสียงอาจารย์สาขาที่แนะนำอาจารย์ที่เข้ามาอบรมในวันนี้
ผู้ติดตามที่เดินมาเปิดประตูให้เมฆินทร์ ใส่ชุดเชฟสีขาว หมวกสีขาว บนปกเสื้อด้านขวามีชื่อของเขา ที่กำลังเดินขึ้นมาบนเวที เขายกมือขึ้นไหว้อาจารย์หัวหน้าสาขาของวิทยาลัย ก้าวเดินขึ้นบันไดหน้าเวทีห้องประชุม แสงไฟส่องสะท้อนบนใบหน้า สาวๆนักศึกษาพากันกรี๊ดกร๊าดในความหล่อของอาจารย์
หรรษาที่มองเขาตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาสายตาเธอจับจ้องอยู่ที่อาจารย์เมฆินทร์ที่เดินขึ้นไปบนเวทีทุกย่างก้าว
"สวัสดีครับ ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณอาจารย์หัวหน้าสาขานะครับ ที่ติดต่อตัวผมให้มาเป็นวิทยากรในครั้งนี้ สำหรับนักศึกษาบางท่านที่นี่ ผมเคยสอน หรืออาจจะเดินผ่านกันทุกคนคงจำผมได้" เมฆินทร์เอ่ยกล่าวกับนักศึกษา แต่สายตาเขา ที่กวาดสายตามองไปรอบ ๆ เพื่อหายัยเด็กดื้อทันที เขาเองเจอเป้าหมายแล้ว
"หรรษา อาจารย์เมฆวะ" มายด์เอ่ยบอกเพื่อนที่กำลังมองเขาเช่นกัน
"เออ ได้ยินชื่อเต็มสองหูเลยแก ตาฉันเห็นเต็มคาราเบลเลย" หรรษาเอ่ยออกมา
"คลาสวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับเทคนิคต่างๆ การทำขนมอบครับ ทราบไหมครับว่าเราต้องใช้เนยแบบไหน" เมฆินทร์ยืนถือไมค์เอ่ยถามนักศึกษา เขาเดินลงมาจากบนเวที ยื่นไมค์ให้นักศึกษา
"เราจะใช้เนยอุณหภูมิของห้องค่ะ ไม่ใช้เนยที่ยังเย็นอยู่หรือแช่แข็ง" นักศึกษาคนที่เมฆินทร์ส่งไมค์ให้ตอบกลับมา
"ถูกต้องครับ เนยจะทำให้ส่วนผสมต่าง ๆ เข้ากันได้ดีกว่าตอนแช่แข็งครับ เราสามารถนำเนยไปอุ่นในเตาไมโครเวฟได้นะครับ 10-15วินาที เวลาที่เราใส่ไข่กับนมส่วนผสมจะรวมตัวเป็นเนื้อเดียวกันครับ เนื้อแป้งที่อากาศสามารถแทรกตัวเข้าไปได้อย่างสม่ำเสมอ การอบทำให้ขนมของเราจะขยายตัวมากขึ้นครับ ช่วยทำให้ขนมนุ่ม เบา สุกโดยทั่วถึง" เมฆินทร์ให้ข้อมูลเพิ่มเติม
"คนต่อไปครับ มีอะไรอีกครับ ใครตอบครูได้บ้าง อะเธอแล้วกัน เขายื่นไมค์ให้นักศึกษา ที่นั่งข้าง ๆ หรรษาเป็นคนตอบ เขายื่นไมค์ให้มายด์ แต่สายตาของเขาจับจ้องมองมาที่หรรษา แต่หรรษาเองที่กับนั่งก้มหน้าก้มตาจดรายละเอียดข้อมูล ที่เมฆินทร์กำลังบรรยายเมื่อสักครู่
"การชั่งน้ำหนัก มีความแม่นยำตรงตามสูตรกำหนดค่ะ เครื่องชั่งตวงอาหารสำคัญมากค่ะ สำหรับคนทำอาหาร" มายด์ตอบอาจารย์เสร็จยื่นไมค์ส่งคืนเขา
"ทราบไหมครับแป้งหนึ่งถ้วยตวง มีน้ำหนักกี่ออนซ์" เขายื่นไมค์มาตรงหน้าหรรษา หรรษาที่ไม่ได้ฟังคำถามที่เขาถาม
"หนูขอคำถามใหม่อีกรอบคะ" หรรษาเอ่ยบอกอาจารย์ เมฆินทร์เลยโน้มตัวลงมาใกล้ระดับสายตาของเธอ เขากดปิดไมค์เอาไว้
"ฉันถามเธอว่าแป้งหนึ่งถ้วยตวงจะมีน้ำหนักกี่ออนซ์" เขาเอียงใบหน้าเล็กน้อยมองเธอ เธอเองจะรับไมค์มาถือเอง แต่เขากลับดึงออกห่างเล็กน้อยแล้วเปิดไมค์ให้เธอ ยื่นมาทางเธอโดยที่มือของทั้งสองคนสัมผัสกับตัวไมค์พร้อมกัน เพราะเมฆินทร์เองก็ไม่ยอมปล่อยไมค์เช่นกัน หรรษาเลยต้องชักมือกลับเข้ามาเอง
"ขนาดหนึ่งถ้วยตวงบางคนอาจจะปาดเรียบหรือแค่เคาะ ขนาดมันจะไม่ได้ตรงตามที่เราชั่งด้วยเครื่องค่ะ น้ำหนักจะอยู่ระหว่างสี่ถึงหกออนซ์ " หรรษาตอบตามความรู้ที่เรียนจากหลักสูตร จนเมฆินทร์หันมายิ้มให้เธอเล็กน้อย เขาปิดไมค์อีกรอบเอ่ยถามเธอ
"แล้วขนมที่ฉันทำให้เธอเมื่อวานอร่อยไหม" หรรษาพอได้ยินคำถามเงยหน้าขึ้นไปมองเขา ซึ่งคำถามนี้ไม่ควรเอามาถามในเวลานี้ เขาเองยกยิ้มมุมปาก
"มีอะไรอีกครับ" พอดีกับที่มีนักศึกษาฝั่งนึง ยกมือตอบเขาเลยส่งไมค์ให้ เลยได้โอกาสถามเธออีกครั้ง
"ได้ทานขนมที่ฉันทำหรือยัง"
"หรรษาลืมคะ เอาห้อยไว้หน้ากระจกรถ " หรรษาเอ่ยตอบออกมา เห็นใบหน้าเขาขรึมลงเล็กน้อย ช่วงที่นักศึกษาคนนั้นกำลังตอบคำถามเสร็จ
"การเคาะถาดขนมไล่ฟองอากาศออกไปจากเนื้อแป้งค่ะ"
เมฆินทร์รับไมค์กลับคืนมา เดินใบหน้าขรึมลงเล็กน้อยเดินขึ้นเวทีกลับไปบรรยายต่อ
"ผมขอเสริมเล็กน้อย การเคาะถาดอบขนมนอกจากช่วยไล่ฟองอากาศแล้ว มันจะทำให้เราอบขนมได้ทั่วถึง ยิ่งถ้าเป็นคุกกี้เวลาอบเสร็จให้เคาะถาดสักสองสามที หลังออกจากเตาอบ ทำให้ตัวขนมเซ็ตตัวได้ไวขึ้นครับ"
"การใช้ไฟบนล่างก็สำคัญเช่นกันครับ อย่างเช่นพวกคุกกี้ บราวนี่ใช้ไฟบนล่าง เค้กเราจะใช้แค่ไฟล่าง ขนมปังใส่ในถาดใช้ไฟบนล่าง อยู่ในพิมพ์เราจะใช้ไฟล่างอย่างเดียวครับ" เมฆินทร์เองที่บรรยายไปเรื่อย ๆ จนถึงช่วงพักเบรค เขาเลยหยุดการบรรยายลง ให้นักศึกษาออกไปพัก เขาเองโดนคณะอาจารย์แยกพาออกมาทานข้าวในห้องอาหารของอาจารย์ซึ่งยังไม่มีโอกาสออกไปคุยกับเด็กดื้อ เย็นนี้ยังไงเธอต้องไปทำงานอยู่ดี