“พี่คะ...ช่วยเปิดห้องพักวีไอพีชั้น4ให้หนึ่งห้องค่ะ...ของคุณผู้ชายท่านนี้...อ๋อ...ช่วยแบกขึ้นห้องด้วยนะคะ” เมื่อตั้งสติได้ก็จัดการเรียกคนให้มาช่วยหามเขาขึ้นไปพักที่ห้อง
ซึ่งยิปซีก็ได้เดินตามมา ในสายตาคนอื่นก็ดูเหมือนว่าเธอจะไปดูแลแขกต่อนั่นแหละ ที่ไหนได้ เธอมาปล้นทรัพย์เขาต่างหาก
“เสี่ยขา...ยิปขอสักสี่ห้าใบคงไม่ถือนะคะ” ร่างเล็กเปิดกระเป๋าตังค์ของเขาแล้วดึงแบงก์สีเทาออกมาสี่ห้าใบ “พี่คะ...ยิปให้ทิปคนละใบค่ะ...” ไม่พอเพียงเท่านี้ยังดึงแจกเด็กที่ช่วยแบกเขาขึ้นมาคนละใบอีก รวมๆ เงินในกระเป๋าของขั้นเทพหายไปเป็นหมื่น เรียกได้ว่าดัดหลังแทบหัก แต่ก็นะ เขากระเป๋าหนักจะตาย แค่นี้ไม่สะเทือนหรอก
“ขอบคุณครับน้องยิป...งั้นพวกพี่...ขอตัวนะ...แล้วก็...ระวังตัวหน่อย” รุ่นพี่คนหนึ่งเอ่ยเตือนเธอ เพราะรู้ว่าเธอไม่ได้รับงานแบบนั้น
“ขอบคุณค่ะพี่กิต...เดี๋ยวยิปจะออกไปแล้ว...”
“ครับ...ให้พี่ไปส่งไหม” กิตเอ่ยถาม ด้วยเพราะทั้งคู่เป็นรุ่นพี่รุ่นน้องที่ทำงานกันมานานแล้วก็ค่อนข้างสนิทกัน
“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวยิปจะแวะไปเอายาให้แม่ด้วย...ช่วงนี้แกปวดเก๊า” เธอปฏิเสธด้วยรอยยิ้ม จริงๆ เธอไม่ได้จะแวะไปเอายาให้แม่อย่างที่บอกหรอก แต่ด้วยเพราะเธอเป็นผู้หญิง แม้ว่าจะสนิทแค่ไหน ก็ไม่ควรที่จะไว้ใจผู้ชาย
แล้วยิ่งผู้ชายที่รู้จักในร้านเหล้าแบบนี้ ก็ยิ่งไม่ควรเลย ห่างได้ ระวังตัวได้ นับเป็นเรื่องที่ดีที่สุด เธอเองก็ไม่ได้อยากจะได้ผู้ชายจากสถานที่แบบนี้ไปทำสามีหรอก และไม่มีทางเอาด้วย เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะแม่เธอเองก็ได้สามีจากที่นี่ สุดท้ายเป็นไง ถูกทิ้งเพราะเขามีบ้านใหญ่อยู่แล้ว และนี่คือปมฝังใจที่เธอจะไม่มีทางถูกตราหน้าว่าเป็นเมียน้อยใครเหมือนอย่างแม่ของเธอเด็ดขาด
ท่ามกลางบรรยากาศที่เยือกเย็นในเวลากลางคืน แสงไฟตามถนนสาดส่องลงมากระทบพื้น ไม่ได้มืดแต่ก็ไม่ได้สว่างมากนัก เป็นบรรยากาศที่แอบรู้สึกเหงาอยู่เหมือนกัน แล้วในเวลานี้ก็แทบจะไม่มีรถผ่านไปมาเลยสักคัน
ร่างเล็กหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเรียกรถ เพียงไม่นานรถที่เธอเรียกก็พาเธอกลับบ้านอย่างปลอดภัย
“ยิป...กลับมาแล้วเหรอลูก...หิวไหม...กินอะไรมาหรือยัง” นี่เป็นเสียงของผู้เป็นแม่เอ่ยถามเป็นประโยคแรกหลังจากที่เธอก้าวขาเข้าบ้าน ความเหนื่อยล้ามลายหายไปจนหมดสิ้น นี่สินะความรัก ความห่วงใยที่เป็นดั่งปั่กเพิ่มพลังงานให้เธอได้มีชีวิตสู้ต่อ
“ทำอะไรอยู่คะ...ดึกแล้วทำไมแม่ยังไม่นอน” เสียงหวานถามกลับ มือปลดสายสะพายกระเป๋าวางไว้บนโต๊ะข้างๆ โซฟาไม้ขัดเงา ตามด้วยทิ้งตัวลงนอนหนุนตักผู้เป็นแม่ที่กำลังถักผ้าพันคอเพราะเป็นงานอดิเรกที่มักจะทำเป็นประจำเวลาว่างๆ
“ถักผ้าพันคอเล่นๆ น่ะ สรุปจะกินอะไรแม่จะได้ไปทำให้”
“อืม...แม่ไปพักเถอะ...เดี๋ยวยิปไปต้มบะหมี่กินเอง...วันนี้ทำงานเหนื่อยไหม...ตำส้มตำได้กี่ครก”
“วันนี้ตำได้ตั้ง20ครกแน่ะ ขายดีจนของไม่พอขาย”
“จ้างลูกน้องดีไหมแม่...แม่จะได้ไม่เหนื่อย”
“จะจ้างมาทำไม แม่ยังทำไหว อีกอย่างยิปก็เก่งแล้ว ไม่ต้องขอเงินแม่ใช้สักบาท ทำงานเองก็เก็บๆ ไว้ใช้ในอนาคตบ้างล่ะเข้าใจไหม”
“วันนี้ยิปได้ทิปจากลูกค้ามาเยอะเลย เดี๋ยวยิปโอนค่ารักษาพยาบาลให้แม่นะ...รอบหน้าแม่ต้องใช้เงินเท่าไหร่”
“แม่ว่า...แม่จะหยุดไปแล้ว...แม่รู้สึกว่ามันเปลืองเงิน...จะไปกินยาสมุนไพรเอา”
“แม่จะไปกินแค่สมุนไพรตามแผนโบราณได้ยังไง แม่เป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาวนะ ถ้าไม่รักษาต่อเนื่องมันจะลุกลาม”
“แต่ตอนนี้อาการแม่ก็คงที่แล้ว ไม่ได้มีอาการแทรกซ้อน ป้าแต้วบอกว่าญาติของแกก็กินยาผีบอกนี่แหละ ไปตรวจอีกทีไม่มีก้อนเนื้อร้ายแล้ว”
“แม่คะ...เชื่อยิปเถอะ...ให้หมอดูแลดีกว่า...เรื่องเงินไม่ต้องห่วงเลย...ยิปหาได้...แม่ไม่ต้องคิดมากเลยนะ” ไม่ว่ายังไงเธอก็พยายามรบเร้าแม่ให้รักษาต่อ ต่อให้ต้องแลกด้วยอะไรก็ตามในโลกนี้ เธอจะต้องรักษาแม่ให้หาย เพราะแม่คือทุกอย่างสำหรับเธอ ในชีวิตนี้คนที่สำคัญกับเธอเหลือแค่แม่คนเดียวแล้ว
“แม่ไม่อยากให้ยิปเหนื่อย หาเงินดึกๆ ดื่นๆ คิดว่าแม่ไม่เป็นห่วงหรือไง”
“แม่คะ...เพื่อแม่...ต่อให้ดึกแค่ไหนยิปก็จะทน...”
“แม่กลัว...ว่ายิป...”
“แม่...ยิปไม่มีทางเอาผู้ชายที่ร้านเหล้ามาทำสามีเด็ดขาด...แล้วยิปก็ยังบริสุทธิ์ดี...ที่ร้านก็มีกฏ...ไม่ได้ให้ทำเรื่องอย่างว่ากับลูกค้าเลย...อีกอย่างงานนี้มันก็ได้เงินเยอะ...เชื่อยิปนะ...ยิปจะระวังตัวเองอย่างดีที่สุด”
“ยิป...ถ้าเรามีเงินมากพอแล้ว...ยิปเลิกทำงานนี้ได้ไหม”
“ได้สิคะ...แต่ยิปจะเลิกทำก็ต่อเมื่อชีวิตเราดีขึ้นแล้ว...มีบ้าน...มีรถ...แล้วก็รักษาแม่จนหาย...ชีวิตยิป...แค่นี้ก็เพียงพอแล้ว”
“ถึงแม้วันนั้นแม่จะพลาดให้กับพ่อของยิป...แต่สิ่งที่แม่รู้สึกว่าไม่เคยพลาด คือการมียิปนี่แหละ...ขอบคุณนะที่เป็นเด็กที่น่ารักกับแม่มาตลอด” มือเหี่ยวย่นลูบเบาๆ ไปที่ศีรษะของยิปซีด้วยความอ่อนโยน
“ยิปมีแค่แม่คนเดียว เพราะงั้น...แม่ก็ต้องรักษาตัวเองให้หายจะได้อยู่กับยิปนานๆ ...โอเคไหมคะ”
“โอเค...ไปอาบน้ำนอนได้แล้วไป...เดี๋ยวแม่ถักอีกหน่อย...ก็จะไปนอนเหมือนกันพรุ่งนี้เช้าต้องไปซื้อของมาเปิดร้านอีก”
“รับทราบค่ะ...” ดีดตัวลุกขึ้นจากตักแม่จากนั้นก็หอมชิงหอมแก้มแม่หนึ่งที ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นบ้านไป
“เด็กคนนี้นี่” ตาค้อนใส่ไม่จริงจังนัก กับท่าทีทะเล้นของลูกสาว แต่ก็อดอมยิ้มด้วยความเอ็นดูไม่ได้เลย
วันต่อมา...
“แม่ยิปไปเรียนก่อนนะคะ...” ร่างบอบบางสวมชุดนักศึกษาเดินลงมาหาแม่ที่หน้าบ้าน ซึ่งเป็นร้านส้มตำด้วยใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส
“อื้ม...ตั้งใจเรียนล่ะ” ละสายตาจากเตาย่างไก่มามองลูกสาว แล้วตอบรับด้วยรอยยิ้ม ส่วนยิปซีก็พุ่งเข้ามากอดแล้วหอมแก้มแม่ก่อนไปเรียนอย่างเช่นทุกวัน
“โอ๊ยยิป...แม่ตัวเหม็นควัน...จะมาหอมทำไมเนี่ย...” ดุลูกสาวที่ไม่กลัวว่าตัวเองจะเหม็นไปด้วยเลย
“โถ่แม่...กอดแค่นี้เอง...ไปแล้วๆ ...ขี้บ่นจริงๆ” ถอนกอดออกแล้วทำท่าทีไม่สนใจที่ถูกแม่ตำหนิ ก่อนที่จะเดินไปยังหน้าปากซอยแล้วโบกรถเมล์ไปเรียน
ในขณะที่รถเมล์ที่เธอนั่งกำลังจอดติดไฟแดงอยู่นั้น สายตาของเธอก็ดันมองลงไปยังรถสปอร์ตคันหรูที่จอดเด่นตระหง่านอยู่ข้างๆ ดึงความสนใจให้ยิปซีหันไปมองด้วยความตื่นเต้นอยู่ไม่น้อย
“ว๊าว...ชาตินี้...จะมีวาสนาได้นั่งรถคันหรูๆ แบบนี้ไหมนะ” ร่างเล็กพูดขึ้นกับตัวเอง แล้วมองรถคันนั้นไม่ละสายตา วาดฝันว่าอนาคตคงจะมีหนุ่มหล่อมหาเศรษฐี มาดเท่ มาตกหลุมรักเธอสักคน
ครืดดดดดด!!
ทันใดนั้นเองกระจกหลังของรถคันนั้นก็เลื่อนลง เผยให้เห็นเจ้าของรถใบหน้าหล่อ แต่ดูร้ายกาจกำลังจ้องมองเธออยู่ แถมยังยกยิ้มร้ายใส่เธอ กระชากภาพฝันที่เธอกำลังจินตนาการเมื่อครู่ไปจนหมดสิ้น ก็เพราะไอ้ผู้ชายคนนั้นคือไอ้บ้ามาเฟียหื่นเมื่อคืนที่จะหลอกตอกเธอยังไงล่ะ
“เฮือก!!” ดวงตากลมโตเบิกโพลง รอยยิ้มเมื่อครู่ที่ปรากฏบนใบหน้าจางหายไปในทันที ก่อนที่จะหันหน้าหลบเขาอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว เพราะเขาเห็นเธอตั้งแต่ที่เธอกำลังฝันลมๆ แร้งๆ แถมยิ้มเคลิ้มๆ นั้นตั้งแต่แรก
“นี่...ขอเบอร์หน่อยสิ” แล้วไม่รู้ว่าไอ้บ้านี่มันคิดอะไรอยู่ ถึงได้เปิดประตูรถลงมาแล้วยื่นโทรศัพท์ให้เธอผ่านหน้าต่างรถเมล์
“เฮือก...คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย...มาขอเบอร์กลางสี่แยกเนี่ยนะ” อยากจะเอาหน้ามุดแผ่นดินหนีจริงๆ ที่เป็นเป้าสายตาให้คนอื่นมองทั่วทั้งรถและท้องถนน
แต่ก็นะ เขาไม่คิดจะแคร์สายตาของใครอยู่แล้ว เพราะอะไรที่เขาอยากได้ ก็ต้องได้ ไม่เว้นแม้แต่ตัวเธอเช่นกัน
“เร็วๆ ดิ...เมื่อคืนได้ไปตั้งหลายแสน แขนก็ไม่ได้จับ ขอเบอร์แค่นี้ทำไมต้องหวงด้วย”
“เหลือเชื่อเลยจริงๆ ...” ส่ายหน้าด้วยความเอือมระอากับความเอาแต่ใจของเขา จากนั้นก็รับมือถือจากมือเขามากดๆ