แล้วความคิดในหัวก็ผุดขึ้นมา ยิปซีกดด้วยความลีลาเพื่อดึงเวลา และแล้วจากไฟแดงก็เปลี่ยนเป็นไฟสีเขียว พร้อมกับรถเมล์ที่เคลื่อนออกไปทางด้านหน้า โดยที่เบอร์ก็ไม่ได้ แถมโทรศัพท์ของเขาก็ยังติดมือไปกับยิปซีอีก ไม่พอ เคราะห์ซ้ำกรรมซัด รถคันอื่นๆ ที่ติดไฟแดงก็ต่างพากันบีบแตรเร่งให้เขาออกรถ เหตุการณ์กลางสี่แยกครั้งนี้เล่นเอาชายหนุ่มวัยสามสิบถึงกับฮึดฮัดอยู่ในใจด้วยความอับอาย จะไม่อายได้ไงชวดเบอร์สาวต่อหน้าประชากรบนท้องถนนที่มองมาอย่างให้ความสนใจ
“บ้าเอ๊ย!!” ขั้นเทพหัวฟัดหัวเหวี่ยงขึ้นรถไป
ปิ้น ปิ้นนนนนนน
เสียงแตรดังขึ้นลั่นท้องถนน ราวกับร่วมใจกันประท้วงรถของเขาที่จอดขวางจราจร ทั้งที่ช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาที่ต้องเร่งรีบไปทำงาน แต่ไอ้บ้าหัวงูดันมาขอเบอร์สาวกลางทางแบบนี้ก็สมควรที่จะถูกประท้วงน่ะถูกแล้ว ดีแค่ไหนที่ไม่มีนักข่าว ไม่งั้นก็คงจะเป็นข่าวให้ต้องอับอายกันไปจนถึงลูกบวชเลย
“นายครับจะให้ขับตามไปไหมครับ” เสียงคนสนิทอย่างทีเอ่ยถามผู้เป็นนาย พร้อมกับมองหน้าเจ้านายผ่านกระจกมองหลัง
“ไม่ต้องๆ ...มีประชุมแก๊งเรื่องสินค้า...รีบไปโกดังก่อนเดี๋ยวไปสายไอ้จอมทัพบ่นกูอีก”
“แต่...โทรศัพท์นาย...”
“ช่างมันเถอะน่า แค่โทรศัพท์เครื่องละไม่กี่หมื่น ขนหน้าแข้งกูไม่ร่วงหรอก อีกอย่าง...ถึงเอาไปก็เข้ารหัสไม่ได้อยู่ดี...แล้วค่อยไปทบต้นทบดอกทีหลัง” พูดพลางยกยิ้มร้าย ได้ยากๆ แบบนี้สิถึงน่าตื่นเต้น
“เมื่อคืน...น้องนมใหญ่ของมึงเด็ดไหมวะ” เป็นคำถามแรกของนาวีที่ถามขึ้น แต่ก็นะสาวสวยคนนั้นสะดุดตาจริงๆ นั่นแหละ
“หึ...ระดับขั้นเทพซะอย่าง...จะไม่ได้...ได้ยังไงล่ะ...” ร่างสูงวางมาดทำเหมือนว่าได้กินเนื้อกระต่ายแสนหวานแล้ว ทั้งที่ความจริงชวด ไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนเขาหลับไปตอนไหน ถ้าเพื่อนรู้ว่าไม่ได้ คงได้โดนล้อพอดี เพราะงั้นจะเผยไต๋ว่าสุดหล่ออย่างเขาแห้วเห็นทีจะไม่ได้เด็ดขาด
“แปลก...ปกติน้องคนนั้นไม่รับงานนี่...กูเคยเล็งเอาไว้เจ้บอกว่าน้องไม่รับงาน...แถมโดนซื้อตัวด้วยราคาแพงๆ ...น้องก็ยังไม่รับเลย...มึงได้ได้ยังไงวะบอกกูทีดิ” นาวีนึกสงสัย
“แค่โอนเงินมากพอ...ผู้หญิงก็พร้อมคลานขึ้นเตียงแล้วล่ะไอ้วี...มึงอย่าโง่ไปหน่อยเลย”
“มากพอนี่มึงโอนไปเท่าไหร่วะ” นาวียังไม่ลดละที่จะถามต่อ ไม่รู้ว่าต้องการต้อนเพื่อนให้จนมุมที่รู้ว่าเพื่อนแถ หรือถามเพื่อเอาสาระเพราะอยากไปลองของบ้างกันแน่
“เหมือนจะสามแสน...แพ็กเกจดีมีบริการเปิดห้องวีไอพีด้วยนะมึง...”
“แล้วเด็ดไหม...”
“ก็งั้นๆ ...มึงคิดว่าผู้หญิงที่ซื้อกินจะเด็ดสักแค่ไหนล่ะ”
“ก็จริง...อย่างเก่งก็คงแค่ระบายความใคร่แหละ” พยักหน้าเข้าใจก่อนที่จะหันไปสนใจงานตรงหน้าต่อ โดยจุดประสงค์ที่เรียกรวมตัวของวันนี้คือจะมาคุยเรื่องรายละเอียดที่จะส่งข้ามประเทศ ล็อตใหญ่ความเสี่ยงก็ค่อนข้างสูง เพราะงั้นทุกอย่างต้องรอบคอบและรัดกุมที่สุด
ตกเย็น...
“ไอ้ที...ช่วงเช็กGPSตามตัวยัยนั่นให้กูที”
“ครับนาย...”
“รู้ตำแหน่งแล้วก็ไปส่งกูที่นั่นเลยนะ...จะไปเอา...โทรศัพท์คืนน่ะ” เน้นหนักตรงคำว่าเอา จนทีถึงกับเลิกคิ้วมอง เข้าใจแหละว่าเจ้านายมีความต้องการด้านนี้สูงมาก คิดดีไม่ได้จริงๆ ก็คงจะไปล่อสาวสวยคนนั้นแหละ แต่ทว่าเมื่อเช็กตำแหน่งแล้วโทรศัพท์ของเจ้านายกลับอยู่ที่ห้างศัพท์สินค้า จึงรีบบึ่งรถไปส่งเจ้านายทันที
“ถึงแล้วครับนาย...สัญญาณอยู่บริเวณนี้แหละครับ” ทีมาจอดรถอยู่ระหว่างห้างและโรงแรมชื่อดังย่านใจกลางเมือง
ขั้นเทพเหลือบมองด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย พร้อมกับคิดในใจว่าอะไรจะเหมาะเจาะขนาดนี้กัน สุดท้ายจึงให้ลูกน้องต่อสายเข้าโทรศัพท์ของตัวเอง
“เอามานี่มา...เดี๋ยวกูคุยเอง...ส่วนมึง...จะไปไหนก็ไป...โทรศัพท์นี่กูยืมก่อน...” ดึงโทรศัพท์ของทีมมาแนบหูแล้วเดินลงจากรถไป
ยืนมองโรงแรมหรูแล้วกระตุกยิ้ม มือหนายกขึ้นคลายเนกไทออกเล็กน้อยแล้วปลดกระดุมเสื้อด้านบนสุดออกสองเม็ด รอให้ปลายสายรับหวังจะได้ยินเสียงหวานๆ ที่ยังติดตราตรึงใจเขาเมื่อคืน
“สวัสดีครับ...”
แต่กลับผิดคาด เพราะปลายสายกลับเป็นเสียงผู้ชายเสียอย่างนั้น ด้วยความตกใจจึงยกมือถือขึ้นมาดูว่านั่นใช่เบอร์เขาหรือเปล่า หรือว่าเขากดเบอร์ผิด ซึ่งมาเช็กให้แน่ใจก็พบว่านั่นคือเบอร์ของเขาจริงๆ เพราะชื่อเด่นหราที่หน้าจอว่าเจ้านาย
“อะ...เอ่อ...นั่นใคร...โทรศัพท์ผมไปอยู่ที่คุณได้ยังไง” กรอกเสียงเข้มเอ่ยถามปลายสาย หัวคิ้วหนาขมวดมุ่นเข้าหากันจนแทบเป็นโบว์
“โทรศัพท์คุณ...เป็นไปได้ยังไง...ก็เมื่อกี้น้องผู้หญิงคนสวยๆ เอามาขายให้ผม...”
“ขาย?” แทบจะบ้า เมื่อได้ยินคำว่าขาย กล้าขายโทรศัพท์ของเขาได้ยังไง เด็กนี่มันแสบเกินไปแล้วนะ
“ครับ...”
“ขายไปเท่าไหร่...นั่นโทรศัพท์ผม...ผมอยากได้คืน...”
“2หมื่นครับ”
“ซื้อคืน3หมื่น”
“ครับ...มารับได้ที่ร้านเลยครับ...ข้างโรงแรม...อมาโด้” ได้ยินชื่อโรงแรมก็กัดฟันกรอดเลย เธอไม่ได้ล่อเขามาตอกที่โรงแรม แต่เธอเอาโทรศัพท์เขามาขายข้างโรงแรมต่างหาก!!
หึ่ย!! คิดแล้วมันก็เสียอารมณ์จริงๆ ยัยนั่นกะจะทำเขาเป็นบ้าใช่ไหม นี่ขนาดยังไม่ได้นะ แต่ก็นะ ท้าทายระบบซะด้วย แบบนี้คงต้องลองของหน่อยแล้ว อย่าให้เจอตัวนะ จะบี้ให้แหลกคาเตียงเลยคอยดูเถอะยัยมิจจี้ตัวแสบ
@บ้านพันธุเทวากุล
“กลับบ้านมาก็ดีแล้ว...ฉันมีคนจะแนะนำให้แกรู้จักเอาไว้” สองเท้าก้าวเข้ามาปุ๊บ เสียงของพ่อผู้บังเกิดเกล้าก็เอ่ยขึ้นทันที แล้วก็คงจะไม่พ้นบังคับให้เขาไปดูตัวอีกเช่นเคย
“ไม่แต่ง ไม่เอา ถ้าอยากได้มาก ก็เอาเองสิ” ตอบกลับเสียงกวนๆ ไม่พอเดินผ่านหน้าผู้เป็นพ่ออย่างพรเทพไปโดยไม่สนใจว่าพ่อของเขาจะโกรธเป็นฟืนเป็นไฟแค่ไหน
“ไอ้ลูกไม่รักดี ฉันหาคนดีๆ ให้แกทำไมยังไม่เอา”
“เก็บความหวังดีของพ่อเอาไว้เถอะ ผมไม่ต้องการ ก็ถ้ายังดึงดันจะให้แต่งบอกไว้เลยว่าจะพังงานให้ขายขี้หน้าไปเลย” เขาไม่ได้แค่พูดขู่ ทว่าในใจของเขาก็หวังจะทำมันจริงๆ
เขาและพ่อไม่ค่อยจะกินเส้นกันสักเท่าไหร่ เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าความเจ้าชู้ของพ่อนั่นแหละ ทำให้แม่ของเขาต้องตรอมใจตาย แต่ก็ไม่ทำให้คนแบบพรเทพสลดเลย แถมหลังวันตายไม่กี่วันก็พาผู้หญิงคนใหม่เข้ามาบ้านอีก ความทุกข์ทรมานใจของแม่ที่เขาเห็นมันมาตลอด ยิ่งทำให้เขาเกลียดพรเทพมากยิ่งขึ้น
“อีก7วัน แกต้องหมั้นกับหนูพลีส ถ้าแกไม่ทำตามที่ฉันบอก ฉันจะปลดชื่อแกออกจากบริษัท และจะไม่เซ็นยกบริษัทของแม่แกให้ด้วย” พรเทพหยิบยกสมบัติชิ้นสุดท้ายของแม่เขาขึ้นมาขู่ เพราะเป็นทางเดียวที่จะบีบบังคับให้เขาทำตามคำสั่งได้