และเขาคิดถูก เพราะหลังจากได้ยินประโยคนั้นก็ทำขั้นเทพชะงัก สองมือกำแน่น ขบกรามจนขึ้นสันอย่างเห็นได้ชัด พยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองที่มันสุมอยู่ในอกเอาไว้ไม่ให้มันปะทุออกมา
“ได้!! หมั้นแล้ว...จะเซ็นให้เลยไหม” ขั้นเทพหันกลับมาถาม
“หลังพิธีหมั้น...ฉันจะเซ็นให้ทันที”
“อย่าผิดคำพูดก็แล้วกัน” พูดเพียงเท่านั้นก่อนที่จะหมุนตัวแล้วหันกลับขึ้นชั้นสองไป
ช่วงหัวค่ำขั้นเทพก็ได้ออกไปสังสรรค์กับเพื่อนแก้เบื่อ จะมีก็แต่จอมทัพที่ช่วงนี้ไม่ค่อยได้เข้าสังคมกับเพื่อนสักเท่าไหร่ เพราะเห็นว่าแม่บังคับให้เขาปั๊มลูกกับเด็กที่แม่หามาให้ สุดท้ายแก๊งของเขาเลยเหลือกันอยู่แค่สามคน
“เรียกน้องนมโตมาให้หน่อย” ขั้นเทพเอ่ยบอกบริกรหญิง ที่ยกเครื่องดื่มเข้ามาเสิร์ฟในห้องวีไอพี
“น้องนมโตไหนคะ” หญิงสาวในชุดยูนิฟอร์มของร้านเอ่ยถามด้วยท่าทีฉงน
“ยัยนั่นชื่ออะไรวะ” พูดกับตัวเองเบาๆ พยายามนึกว่ายัยนั่นได้บอกชื่อหรือเปล่า บางทีเขาอาจจะเบาหนักจนลืมก็ได้(คิดเข้าข้างตัวเองอยู่)
“ได้กันอีท่าไหนไม่รู้จักชื่อวะ นี่มึงได้น้องเขาจริงปะเนี่ย” นาวีถาม เมื่อดูท่าทางของเพื่อนที่เหมือนจะไม่รู้ชื่อคู่นอนของตัวเอง
“กูไปเยส ไม่ได้ไปทำความรู้จัก” เอ่ยตอบกลับด้วยความโผงผาง จนบริกรสาวถึงกับอึ้ง ในความดิบที่เเสดงออกมาต่อหน้าเธอ
“อ๋อ...” นาวีลากเสียงยาวอย่างประชดประชัน
แต่แล้วสักพักสาวสวยสุดแสบก็เดินผ่านห้องเขาไป ด้วยเพราะเห็นเธอเพียงหางตาแวบๆ ก็เลยรีบหันไปมองแล้วชี้ให้บริกรสาวเห็น
“นั่นไง...คนนั้น”
“เอ๋...พี่ยิปซีเหรอคะ...” ทำหน้าแปลกใจอยู่ไม่น้อย เพราะเท่าที่ทำงานมากับเธอร่วมปี ยิปซีไม่ได้บริการถึงเตียงกับลูกค้าคนไหนเลย จะเป็นไปได้ยังไงที่สุดหล่อคนนี้จะได้
“ชื่อยิปซีเหรอ” หันกลับมาถามบริกรเสียงเรียบ
“ค่ะชื่อยิปซี”
“ชื่อโคตรน่าจั่ว” ความหื่นกามมันไม่เข้าใครออกใคร เพราะขั้นเทพพูดจาสองแง่สองง่าม ทว่าความหมายกลับไปทางลบเสียมากกว่า ซึ่งทุกคนในห้องเข้าใจตรงกัน “ไปเรียกมาให้หน่อย”
“ไม่ได้ค่ะวันนี้พี่ยิปมีแขก ต้องไปเทคแคร์อีกห้องค่ะ” บริกรสาวตอบ ตามความจริง ตามข้อปฏิบัติของร้าน
“ก็ถ้าตามมาได้ ฉันให้เธอหมื่นนึง”
“มะ...หมื่นนึงเลยเหรอคะ” ถึงกับตาลุกวาว เพราะเงินหมื่นสำหรับเธอมันไม่ใช่เงินน้อยๆ แล้วโชคเข้าข้างขนาดนี้ไม่รับเห็นทีจะโง่ไปแล้ว
“อืม...ไปตามมา...” แล้วบริกรสาวก็รีบเดินออกจากห้องไปทันที ส่วนขั้นเทพก็เอนหลังแนบไปกับโซฟาตัวยาว รอยิปซีมาบริการเขาอย่างใจเย็น
“แปลก...นี่มึงกินซ้ำเหรอ...อย่าบอกว่าติดใจ”
“ไม่ได้ติดใจ แค่รู้สึกว่า...คนนี้มันตื่นเต้นดี” ตื่นเต้นในที่นี้ไม่ได้หมายถึงเรื่องอย่างว่า แต่เป็นเพราะนิสัยของเธอต่างหากที่ทำให้เขาชวดหลายครั้ง แถมสร้างวีรกรรมให้เขาเซอร์ไพรส์อยู่เรื่อย
“ตื่นเต้นแค่ไหนกัน อยากลองบ้าง”
“ตื่นเต้นกว่าที่มึงคิด”
“เดี๋ยวกูมานะ...คุยกันไปก่อน...ขอคุยกับไอดินก่อน” นาวาเอ่ยเสียงเครียด หลังจากที่มองไปที่มือถือเครื่องหรูในมือ จากนั้นก็ลุกพรวดขึ้นแล้วก้าวเท้าเดินออกไปนอกห้อง
“ไอ้ดินมันทำไมวะ” ขั้นเทพถามนาวี เท่าที่เขารู้ดินเป็นคนสนิทของนาวาอีกคน เป็นหัวโจ๊กในการจัดการลำเลียงขนส่งของให้นาวาไม่เคยมีปัญหาใดๆ เพราะเป็นคนที่นาวาไว้ใจมาก
“เหมือนว่าตำรวจจะรู้ตำแหน่งนัดส่งของล็อตใหญ่ แล้วพักหลังๆ มาเหมือนโดนบ่อยด้วย ไม่แน่ใจว่าลูกน้องที่ไอ้ดินพาไปด้วยเป็นหนอนหรือเปล่า” นาวีตอบขั้นเทพ พร้อมกับแกร่งน้ำสีอำพันในแก้ววนไปมาเบาๆ จากนั้นก็ยกขึ้นกระดก
“หวังว่าจะไม่สาวมาถึงพวกเรานะ” ขั้นเทพนึกหวั่น
“ไม่หรอก ไอ้ดินมันไว้ใจได้ แต่คนอื่น...ก็ไม่แน่” พยักหน้าตาม ก่อนที่จะหันไปมองยิปซีที่กำลังเดินเข้ามาในห้อง
“คะ...คุณ!!” ถึงกับตาโตเมื่อเปิดประตูเข้ามาในห้องวีไอพีแล้วเจอหน้าขั้นเทพ
“ไง...น้องยิปซี...มานั่งนี่สิ” เอ่ยทักเสียงเนิบ พร้อมกับกระตุกยิ้มร้ายจากนั้นก็กระดิกนิ้วชี้ให้เธอเดินเข้าไปหาเขา โดยที่สายตาก็ยังคงจับจ้องเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าไม่วางตา และที่เลี่ยงที่จะมองไม่ได้เลยก็คือ หน้าอกอวบอิ่มสองเต้านั้นที่โผล่พ้นชุดเดรสสายเดี่ยวรัดรูปสีดำที่เธอสวมใส่ในคืนนี้ บอกคำเดียวว่าโคตรจะเซ็กซี่ขยี้ใจขั้นเทพเสียจริงๆ
“อะ...เอ่อ...เสี่ยขา...วันนี้อยากให้ยิป...ดูแลยังไงดีคะ” รีบแสร้งทำเสียงออดเสียงอ้อน เอาจริงๆ ก่อนหน้านี้เธอโดนหลอกให้มาที่ห้องนี้ และเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนี้เขามา ไม่งั้นเธอคงไม่ย่างกายเข้ามาให้เขาเห็นหรอก ก็นะ สร้างวีรกรรมเอาไว้ซะเยอะ เขาคงหมายหัวเธอแล้วแน่ๆ
แต่ถึงยังไงก็ช่างเถอะ สกิลการเอาตัวรอดของเธอมันมีมากพออยู่แล้ว อีกอย่างมาเฟียหัวงูนี่ก็คงจะแพ้ทางให้เธออีกตามเคย ไม่เชื่อก็คอยดูสิ
หมับ พรึ่บ!!
“เสี่ยขา...” เดินเข้าไปนั่งตักอย่างว่าง่าย แล้วใช้สองมือโอบรอบลำคอเขา พยายามทำทีท่าออดอ้อนเขา ดวงตากลมโตกะพริบปริบๆ หวังให้เขามองข้ามความผิดของเธอก่อนหน้านี้ไปให้หมดสิ้น
“ไม่ต้องมาเสียงหวาน...หนูทำเสี่ยไว้แสบมากเลย...หนูเอาโทรศัพท์เสี่ยไปขายได้ยังไง”
พรวด!!
นาวีที่นั่งฟังอยู่เงียบๆ ถึงกับไวน์พุ่งออกจากปาก ไอ้เพื่อนรักมันไปทำอีท่าไหนเด็กนี่ถึงได้เอาโทรศัพท์มันไปขายได้
“โธ่...เสี่ยขา...ยิปไม่ได้ตั้งใจ...อีกอย่างยิปไม่รู้จะติดต่อเสี่ยขาของยิปยังไง...ก็เลยเอาไปให้เขาปลดล็อกหน้าจอเพื่อติดต่อหาญาติของเสี่ย...จริงๆ ยิปรอสายจากเสี่ยทั้งวันเลยนะคะ...แต่เสี่ยก็ไม่ติดต่อมาเลย...ยิปก็เลยคิดว่าเสี่ยคงจะทิ้งไปแล้วแน่ๆ ก็เลยเอาไปขายค่ะ” เธอแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ด้วยมารยาหญิงร้อยเล่มเกวียน ซึ่งคนปกติที่เขาฉลาดเขาก็ไม่เชื่อหรอก แต่ขั้นเทพเชื่อ
ขณะที่ปากเธอพูดแก้ตัวไปต่างๆ นานา แต่สายตาของเขามองเพียงแค่นมเธอเท่านั้น ก็มันล่อตาล่อใจอะ ใครกันจะอดใจไหว ใจของเขาตอนนี้อยากจะซุกเต็มทนแล้ว แขนข้างหนึ่งโอบเอว ส่วนอีกข้างยกขึ้นเเล้วใช้นิ้วเกี่ยวผมเธอเล่น สายตาก้โลมเลียไปไหนต่อไหน แทบจะไม่ได้ฟังในสิ่งที่เธอพูดเลยด้วยซ้ำ
“อ๊ะ...” อยู่ๆ ความเป็นชายที่เธอนั่งทับกลับผงาดทิ่มก้นเธอ จนร่างเล็กที่ไม่ทันได้ตั้งตัวตกใจรีบเด้งตัวลุกขึ้นในทันที และก็เกือบจะอ้าปากด่าเขาแล้ว แต่ก็ต้องชะงักเอาไว้แล้วแสร้งยิ้ม “อะ...อุ๊ย...เสี่ยขา...ไม่น่ารักกับยิปเลยนะคะ...ทิ่มมาแบบนี้...ยิปขวัญเสียหมดเลย”
“ขอโทษแทนลูกชายไม่รักดีของเสี่ยด้วย ก็หนู...น่าทิ่มนี่จ๊ะ...” ไอ้บ้ากามเอ๊ย ทุเรศ คิดแต่เรื่องทุเรศๆ ได้เดี๋ยวอียิปจะปอกลอกให้หมดตูดเลย!! ยิปซีคิดในใจ
แปะ แปะ!!
“มานั่งตักเสี่ยสิ...” ตบไปที่ตักอีกครั้งเพื่อให้ยิปซีนั่งลง แล้วมาเอาอกเอาใจเขาเหมือนเมื่อกี้ ส่วนนาวีก็เอาแต่ซัดแอลกอฮอล์ลงคอ แอบๆ ชำเลืองตามองเพื่อนอยู่เหมือนกัน
ซึ่งมันเป็นเรื่องปกติที่เห็นบ่อยๆ อยู่แล้ว ขนาดเอากันอยู่ข้างๆ ก็ยังเคยเห็นเลย แค่นี้ถือว่าอนุบาลมาก และดูท่าแล้วสาวสวยคนนี้แพรวพราวใช่เล่นเลย ดูแล้วเหมือนง่ายนะ แต่ไม่ง่ายเลย ดูจากแววตาที่โกหกไม่ได้ ดูก็รู้ว่าจำใจทำ แต่ไอ้เพื่อนรักอย่างขั้นเทพนี่สิ มันดูไม่ออกจริงๆ ดิ ว่าเด็กนี่จะหลอกเอาเงิน
“อุ๊ย...ไม่เอาหรอกค่ะ...ยิปกลัวลูกชายเสี่ยมันทิ่มยิปอีก...ขวัญเสียไม่หายเลย...ต้องทำยังไงให้หายขวัญเสียดีน้า...” ทำหน้าทำตาบ้องแบ้ว แล้วปล่อยให้ขั้นเทพคิดเอาเองว่าต้องจัดการยังไง
“งั้น ******อนให้เลย...หนูอยากได้เท่าไหร่...”
“พูดไปเสี่ยจะหาว่ายิปหน้าเงินหรือเปล่าคะ”
“ไม่หรอก...ทำงานบริการ...ก็ต้องเป็นปกติ...”
“ไม่เอาหรอกค่ะ...ยิปไม่อยากได้เงินเสี่ย...มาค่ะเดี๋ยวยิป...ชงเหล้าให้นะคะ” ว่าแล้วก็นั่งลงข้างๆ เขาแล้วเอื้อมไปหยิบแก้วตรงหน้ามาชงเหล้าให้เขา
หมับ!!
“อ๊ะ...ไอ้บ้านี่นิ” ยิปซีเผลอด่าขั้นเทพออกไปเสียงดัง เพราะตกใจที่เขาดันดึงเธอขึ้นไปนั่งบนตักโดยที่เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัว แต่เมื่อรู้ว่าพลั้งปากก็รีบยกมือขึ้นปิดปากตัวเองทันที ก่อนที่จะแสร้งยิ้มใส่เขาอีกครั้ง วินาทีนี้ทำนาวีเหล้าพุ่งออกจากปากอีกครั้ง ที่ยัยเด็กนี่ด่าซะลั่นห้อง เล่นเอาเพื่อนหน้าเหวออยู่ไม่น้อยเลย “อะ...เอ่อ...ขอโทษทีค่ะเสี่ย...พอดียิปมีปมค่ะ...”
“ปมอะไรหืม?”
“คือ...ยิปเคยโดนโรคจิตข่มขืนค่ะ...ฮึก...แล้วภาพมันติดตายิป...ฮือๆๆๆ” แล้วเธอก็ดึงเข้าดราม่าเสียอย่างนั้น แสร้งบีบน้ำตาแล้วปั้นน้ำเป็นตัว สร้างเรื่องขึ้นมาหลอกเขา หวังให้เขารังเกียจเธอที่เธอเคยผ่านมือคนอื่นมานับครั้งไม่ถ้วน “ยิปเลยตกใจที่โดนผู้ชายคนอื่นลวนลาม ขอโทษด้วยนะคะ ที่เผลอด่าออกไป”
“ชีวิตเธอ...มันน่าเศร้าขนาดนั้นเลยเหรอ ไม่เป็นไรนะเดี๋ยว ******อนค่าทำขวัญให้” ว่าแล้วเขาก็หยิบมือถือแล้วขอโทรศัพท์เธอไปสแกนแล้วโอนเงินให้
“สะ...แสนบาท...ว๊าว...เสี่ยขาของยิป...ใจดีจริงๆ เลย”
การกระทำของทั้งคู่ทำนาวีมองด้วยสายตาเหลือเชื่อ คนหนึ่งก็เล่นละคร อีกคนก็โง๊โง่ อะไรมันจะโดนหลอกง่ายขนาดนั้นน่ะ มองจากนอกโลกยังรู้เลยว่ายัยเด็กนี่แสร้งทำ แต่เอาเถอะ ทนดูไม่ได้แล้วหนีดีกว่า
“เดี๋ยวกูกลับดีกว่า ยังไงก็ขอให้สนุกนะเพื่อน” ยืนขึ้นแล้วกำชับเสื้อตัวนอก จากนั้นก็ตบไหล่เพื่อนเชิงให้กำลังใจด้วยสายตาแอบเวทนาเล็กๆ “หวังว่าคืนนี้จะได้กินนะเพื่อน” แล้วก็เดินจากไป ทิ้งให้เพื่อนโดนเด็กหลอกแดกเงินอยู่เพียงลำพัง พร้อมกับสายตาที่มองเพื่อนอย่างนาวีเชิงตกใจเล็กน้อยที่มันรู้ว่าเขาโกหกเรื่องได้กันกับเด็กนี่