บทที่4 พ่อ...แม่...ลูก (แมว)

2033 Words
ร่างสูงสง่าของหนุ่มลูกครึ่งไทย-ฝรั่งเศส ยืนนิ่งไม่ก้าวเดินต่อ ขณะเดียวกันนัยน์ตาสีเทามองเบื้องหน้า นี่มันคือโซนเด็ก มีร้านของเล่น ร้านเสื้อผ้า และอีกมากมายที่เกี่ยวกับเด็ก แน่นอนว่าวัยของเขาเหมาะกับ SEX TOY มากกว่า คนที่พามาเดินนำหน้าไปก่อนล่วงหน้า ฟาโรห์จึงจำเป็นต้องตามไป วาคิมมีเหตุผลอะไรถึงพาเขามาที่นี่ อยากรู้นักเชียว “นี่มันร้านของเล่นเด็กนี่” “อืม” ไม่มีคำอธิบายเพิ่มเติม วาคิมก็เป็นซะอย่างนี้ ไม่ใช่พูดไม่เก่ง แต่ขี้เกียจพูดขี้เกียจอธิบาย หากต้องการคำอธิบายเพิ่มเติมจำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้อยากรู้ต้องถามเพิ่มเติม “นายพาฉันมาที่นี่ทำไม” “ซื้อของเล่นให้พยัคฆ์กับนุ่มนิ่ม” “ใคร?” ความสงสัยแรกเพิ่งคลี่คลาย ความสงสัยที่สองตามมาติดๆ ต้องโทษที่วาคิมช่างหาเรื่องให้น่าสงสัย หรือโทษที่ฟาโรห์เป็นคนสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านกันแน่ “แมวสองตัว” ถึงบางอ้อ....ที่แท้ก็แมวนี่เอง แต่มาร้านขายของเล่นเด็กมันถูกต้องแล้วเหรอ บ้านฟาโรห์เลี้ยงสุนัข เขาพอจะแนะนำสิ่งที่ถูกต้องให้วาคิมได้ “นายควรไปร้านสำหรับสัตว์เลี้ยง บ้านฉันก็เลี้ยงหมา” “อืม” ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เดินไปหยุดยืนที่หน้ารถซูเปอร์คาร์เปิดประทุนสำหรับเด็ก ทำงานด้วยแบตเตอรี่และรีโมท “นายคงไม่คิดจะซื้อไปให้แมวเล่นหรอกนะ” วาคิมได้ยินคำถามแล้ว เขายังไม่ตอบ ยืนนิ่งประมวลภาพยามที่แมวสองตัวนั่งอยู่บนรถ ลูก (แมว) ไฮโซต้องเลี้ยงอย่างไฮโซ เกิดรอยยิ้มมุมปาก วาคิมหันหน้ามาตอบคำถามฟาโรห์ “ความคิดของฉันถูกต้อง” “เอาจริงดิ” “เอาคันนี้ครับ ส่งไปที่......” วาคิมหันไปคุยกับพนักงาน ไม่ได้สนใจฟาโรห์อีกต่อไป จากนั้นสองหนุ่มก็ออกจากร้านของเล่นเด็ก ฟาโรห์ยังไม่หายสงสัย “นายซื้อให้แมวบ้านไหน เหมือนนายกำลังเอาใจทั้งแมวและเจ้าของแมว” “เจ้าของแมวคือฉันนี่ไง” “หา!?” พายุเข้าไทยแน่ๆ วาคิมเลี้ยงแมว ฟาโรห์ไม่อยากเชื่อ มองวาคิมตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าแล้วส่ายหน้าไปมา “เป็นไปไม่ได้” “สิตาเลี้ยง ฉันออกค่าเลี้ยงดู” “ที่แท้ก็เป็นแบบนี้ นายนี่ก้าวหน้านะ เอาอกเอาใจแฟนก็เป็น” “เวทนาแมว” “แมวจรเหรอ” ไม่แปลกที่ฟาโรห์เข้าใจอย่างนั้น “ค่าตัวแปดหมื่น” “โคตรพ่อโคตรแม่แมวเหรอ” “ฉันว่าจะไม่ซื้ออยู่แล้ว ก็เห็นว่าสิตาชอบ ไอ้ลูกแมวมันก็ช่างอ้อนช่างทำตัวน่าสงสาร ฉันเวทนาก็เลยซื้อ” “คงน่ารักมากสินะ” “ฉันจำชื่อพันธุ์ไม่ได้ มันกลมไปทุกสัดส่วน ขาก็สั้นมาก” พูดไปพูดมา วาคิมก็เปิดรูปภาพแมวสองตัวในโทรศัพท์ที่ถ่ายภาพโดยสิตา เอามาให้ฟาโรห์ดู “เฮ้ยน่ารัก” “อืม...ส้มขาวนุ่มนิ่ม น้ำตาลลายพยัคฆ์” “นายไม่พามาเล่นที่บ้านบ้างเหรอ ฉันอยากเห็น” ฟาโรห์เป็นคนรักสัตว์ แมวสองตัวน่ารักมาก แถมยังเป็นสัตว์เลี้ยงสองตัวแรกของวาคิม สร้างความตื่นเต้นให้ฟาโรห์ไม่น้อย “อืม...นายมาวันเสาร์สิ สิตาว่างวันเสาร์ช่วงเที่ยง” “ฉันจะล้างท้องรอ” “ฉันคิดว่าจะซื้ออาหารจากภัตตาคารมากิน” “เหอะ!” ไม่อยากให้กินอาหารฝีมือแฟนก็บอกมาเถอะ เดินออกจากห้างสรรพสินค้ามาที่จอดรถ ฟาโรห์นึกบางอย่างขึ้นมาได้ เป็นเรื่องที่เขาต้องเตือนให้วาคิมได้รู้และระมัดระวังตัวไว้ “นายมีคลิปหลุดกับแฟนของนายนะ เห็นเฌอเบลล์เอามาพูด มีคนถ่ายวิดีโอตอนนายกับสิตากำลังกะหนุงกะหนิงกัน ถึงเป็นภาพน่ารักก็เถอะ” “เฌอเบลล์คงรู้สึกดี” “เธอทำนายอกหัก เมื่อนายมีรักครั้งใหม่อีกครั้ง ในฐานะที่เฌอเบลล์เป็นเพื่อนสนิทก็ต้องดีใจอยู่แล้ว” “ก็ดีแล้วล่ะ” “นายมีแฟนแล้วก็เพลาๆ ลงบ้างเถอะนะ ถ้าสิตารู้คงเสียใจแย่” “โลกคู่ขนาน” “หมายถึงความฝันกับความจริงหรือเปล่า” “เรื่องของฉัน ฉันจัดการเองได้ ขอตัวก่อน” คิ้วโค้งดกขมวดเข้าหากันจนเกือบเป็นเส้นเดียวกันได้อยู่แล้ว คล้ายเข้าใจแต่ไม่เข้าใจ ทำไมถึงต้องเป็นโลกคู่ขนานด้วยล่ะ ฟาโรห์ถอนหายใจ เขาสามารถหาคำตอบแท้จริงได้แน่ เพียงแต่....เขาไม่อยากคิดต่อเท่านั้นเอง สนิทกันอย่างไรก็ต้องเว้นช่องว่างให้แก่กัน และนี่เป็นเรื่อง ‘ส่วนตัว’ ++++++++++++++++++++ วันเสาร์เที่ยงตรง ฟาโรห์มาตามเวลานัด นอกจากอยากมาดูลูก (แมว) ของวาคิม เขายังทำหน้าที่เป็นหน่วยข่าว ตามเก็บข่าวความสัมพันธ์หนุ่มสาวเอาไปขยายต่อ การมาครั้งนี้ไม่สูญเปล่า ฟาโรห์สัมผัสได้ว่า สิตาและวาคิมสนิทสนมกันมากกว่าเดิม คงต้องยกความดีความชอบให้ลูก (แมว) อ้วนกลมสองตัว “พยัคฆ์” วาคิมเรียก แต่พยัคฆ์นั่งนิ่ง ยกเท้าหน้าขึ้นเลียขนทำความสะอายหน้าตาเฉย แมวตัวนี้มึนได้ใจจริงๆ “นุ่มนิ่ม” เมื่อเรียกพยัคฆ์ไม่สำเร็จ วาคิมก็เรียกนุ่มนิ่มต่อ นุ่มนิ่มส่งเสียงครางเมี๊ยวๆ อย่างอ่อนหวาน เดินเข้ามาหาวาคิม พยายามเอาหัวถูไถขา ก่อนจะขึ้นไปนั่งไปออเซาะวาคิมบนตัก “เห็นไหมพยัคฆ์น้องทำตัวยังไง” “.....” แม้พยัคฆ์ยังนิ่งเงียบ แต่ดวงตาที่ใช้มองวาคิมนั้นมีความหมาย ซึ่งหากพยัคฆ์พูดภาษาคนได้ คงจะพูดว่า ‘มีปัญหาอะไรเจ้ามนุษย์’ “ฉันว่านายปรับตัวให้เข้ากับพยัคฆ์จะง่ายกว่านะ” ฟาโรห์ให้คำแนะนำ แมวพันธุ์เดียวกัน แต่ไม่ใช่ทุกตัวมีนิสัยเหมือนกัน อีกทั้งพ่อมันก็ช่างวางท่าใส่ลูกชายเหลือเกิน เรียกซะเสียงแข็งกระด้าง ทีลูกสาวกลับใช้น้ำเสียงนุ่มทุ้มเรียก พยัคฆ์ค่อนข้างไว้เนื้อไว้ตัว ฟาโรห์มีสัตว์เลี้ยงเขาจึงสามารถปรับตัวเข้ากับพยัคฆ์ได้ในทันที และด้วยสัญชาตญาณของสัตว์คงรู้ว่าใครมาดีหรือมาร้าย พยัคฆ์ยังไร้เดียงสา แต่ไอ้ตัวพ่อมันนี่ร้ายกาจ ฉะนั้นผู้ที่สมควรต้องปรับตัวมากที่สุดคือ....วาคิม แต่ทว่ามันไม่ง่ายหรอกนะ “ฉันเป็นพ่อมัน มันสิต้องปรับตัวให้เข้ากับฉัน ใช่ไหมนุ่มนิ่ม?” “เมี๊ยวววว ~” “เก่งมากนุ่มนิ่ม” ให้รางวัลแมวเก่งโดยขนมแมวเลีย มือใหญ่อีกข้างลูบหัวนุ่มนิ่มอย่างทะนุถนอม ฟาโรห์ไม่ได้ตาฝาด แต่เขาไม่พูดในสิ่งที่เห็น เพราะนั่นจะทำให้วาคิมระมัดระวังตัวในการแสดงออก เช่นเดียวกับสิตา เธอมองยิ้มๆ ทำตัวปกติไม่พูดในสิ่งที่เห็นด้วยเหตุผลเดียวกัน ผู้หญิงคนนี้ฉลาด แต่นั่นไม่ได้แปลว่าคนฉลาดจะไม่มีวันกลายเป็นคนโง่ “ม๊าววววว!!!” ขอเรียกเสียงนี้ว่า ‘เสียงคำราม’ พยัคฆ์ทำท่าฝนเล็บบนพื้น บั้นท้ายส่ายไปมา ตาจ้องมองมือวาคิมที่ถือขนมแมวเลียป้อนนุ่มนิ่ม พยัคฆ์พร้อมจะกระโจนเข้าตะกุย “ไม่พอใจ อยากกินก็หัดทำตัวแบบน้อง บ้านนี้ใครใหญ่ไม่รู้เหรอ” “ม๊าวววว!!!” “นิ่ง” “ม๊าวววว!!!” ครั้งนี้พยัคฆ์เริ่มเดินเข้าไปช้าๆ เหมือนแมวกำลังย่องเข้าจะไปตะครุบหนู “พยัคฆ์!!” เสียงวาคิมเข้มมาก แต่ไม่สามารถหยุดยั้งพยัคฆ์ได้ ฟาโรห์อยู่ในเหตุการณ์นั้น รู้สึกขบขันแต่ต้องกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ ในใจส่งเสียงเชียร์ให้พยัคฆ์แจกยันต์ตราแมวให้แก่เจ้ามนุษย์ผู้กำเริบเสิบสาน แต่น่าเสียดายเพราะสิตากลับจากครัวมาพอดี “พยัคฆ์จ๊ะ ไม่ทำอย่างนั้นนะ ไม่น่ารักรู้ไหม” “~ เมี๊ยววว ~ เมี๊ยววว ~” จากหน้ามือกลายเป็นหลังมือ พยัคฆ์ครางเสียงอ่อนเสียงหวาน รีบวิ่งเตาะแตะด้วยขาสั้นๆ ของมันไปหาแม่ทูนหัว วาคิมถึงกับอึ้งไปเลย “เมี๊ยววว ~” “ไอ้ลูกทรพี ใครส่งเสียเลี้ยงดู ยังกล้าแผลงฤทธิ์กับผู้มีพระคุณ สักวันจะเอาไปปล่อยวัด” “อย่าเลย ยกให้ฉันเอาไปเลี้ยงดีกว่า” “เสือก....ไม่ยก!! ไม่ให้!!” “ถ้านายเอาไปปล่อยวัด ยังไงฉันก็จะไปเอามาเลี้ยงต่อ พยัคฆ์น่ารักจะมา มานี่เร็วพยัคฆ์ เมี๊ยวๆ” ฟาโรห์เรียกพยัคฆ์ เขากลิ้งลูกบอลไปให้ พยัคฆ์ผละออกจากการคลอเคลียสิตา มาเล่นกับลูกบอล แสดงความฉลาดเล่นของแมวชั้นสูงให้มนุษย์ดูเป็นบุญตา วาคิมหัวเราะเหอะๆ ในลำคอ “ทำน้ำส้มแครอทมาให้ค่ะ ลองกินดูนะคะ” “สิตาเก่งจัง ทั้งอาหารทั้งเครื่องดื่มอร่อยและยังน่ากินอีกด้วย” “ส่วนนายปะเหลาะกินเก่ง” หมอนี่ต้องมีอาการหึงหวงแฟนสาวอยู่แน่ๆ ฟาโรห์สังเกตมาหลายครั้งแล้ว เขาอาจเจอหน้าสิตาสองครั้งก็จริง แต่ช่วงเวลาที่ไม่ได้เจอหน้า เมื่อพูดถึงสิตามักทำให้วาคิมแสดงความหงุดหงิด ขนาดอาหารวันนี้วาคิมยังไม่ยอมให้สิตาทำ สั่งอาหารมากิน ทั้งที่มีแฟนทำอาหารอร่อยแท้ๆ +++++++++++++++++++++++ หนึ่งแสบ หนึ่งน่ารัก นอนสงบนิ่งจากความอิ่มและความเพลีย สิตากลับบ้านไม่ได้ ข้างนอกฝนตกหนัก ฟาโรห์กลับบ้านไปตั้งนานแล้ว ตอนนี้เป็นเวลาบ่ายสามโมง ติดแหง็กอยู่ในบ้านวาคิมสองต่อสอง สิตาปั่นป่วนมากทีเดียว “พอนอนหลับก็สิ้นฤทธิ์” “ปกติแล้วพยัคฆ์ว่านอนสอนง่ายนะคะ” “พยัคฆ์มันท่าทางพี่ ส่วนเธอให้ให้ท้ายลูก อีกหน่อยคงเคยตัว” “ให้ท้าย?” “ใช่” “ขอโทษค่ะ” “มานี่สิ” “คะ?” ทำหน้างง เธอนั่งอยู่โซฟาด้านข้าง ใกล้เพียงแค่นี้.... “มาขอโทษใกล้ๆ” “อะ....เอ่อ...” “1...” ใช้วิธีการนับเลขเร่งข่มขู่ “2…” สิตาลุกขึ้นยืน เดินไปหาวาคิม แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้นั่ง เขาโอบเอวรั้งให้เธอนั่งบนตัก “อุ๊ย!!” ตกใจอุทานเสียงดัง วาคิมเขม่นมอง พูดเตือนสิตา “อย่าเสียงดังเดี๋ยวลูกตื่น ให้มันนอนจะได้ไปแผลงฤทธิ์ต่อที่บ้านเธอ” “ค...ค่ะ” “ค่ะอะไร?” “เข้าใจค่ะ” ประหม่าจนเสียงสั่น ตัวสั่น และเกร็งไม่กล้าขยับตัวตามใจชอบ เธอนั่งบนตักแข็งแรง ขณะเดียวกันก็นั่งทับลงบน.....สิตารับรู้ถึงการมีตัวตนของมัน เรื่องเพศศึกษามีใครบ้างไม่เคยเรียน เธอรู้ว่าเมื่อมีสิ่งเร้าย่อมต้องมีการตอบสนอง ใบหน้าเห่อร้อนแดงระเรื่อ “คิดอะไรทำไมหน้าแดง” “ป...เปล่าค่ะ เอ่อ....ขอโทษค่ะ” “ขอโทษอะไร” “ก็ขอโทษที่ให้ท้ายลูกไงคะ” อ้อมแอ้มตอบ ก้มหน้าลงมองหน้าตักที่มือเรียวประสานกุมมือตัวเองไว้ แต่วาคิมไม่ยอม เขาคางเรียวแล้วออกแรงดันจนกระทั่งดวงหน้าสวยหันมาเผชิญหน้ากับเขา “มองพี่” “ไม่กล้าค่ะ” “พี่สั่ง” “ยากเกินไปค่ะ” “งั้นก็นั่งตักพี่ต่อจนกว่าฝนจะหยุดตก” เจ้าเล่ห์....แบบนั้นมันยากยิ่งกว่าน่ะสิ ทำให้สิตาเงยหน้าขึ้นมาสบตาวาคิมในที่สุด ดวงตาทรงเสน่ห์แต่มีความลุ่มลึกน่าค้นหา ไม่รู้ว่าเขาซุกซ่อนอะไรเอาไว้ในดวงตาบ้าง ใจเธอสั่นระรัว ชีพจรเต้นตามจังหวะหัวใจ “รู้ไหมว่าแฟนกันเขาทำอะไรบ้าง” “รู้...แต่ไม่ได้รู้ทั้งหมด” “เธอบกพร่องหน้าที่แฟนอยู่นะ” “.....” “รู้ตัวใช่ไหม” “ค่ะ” เปรี้ยงงงง!!!! เสียงฟ้าผ่าดังลั่น สิตาสะดุ้งตัวโหยง ลืมตัวผวาเข้ากอดวาคิม เธอไม่มีเสียงร้องกรี๊ด วาคิมมองไปยังแมวสองตัวที่นอนหลับบนเบาะนุ่ม ไม่รู้ร้อนรู้หนาว ราวกับพวกมันตัดขาดจากโลกภายนอกไปแล้ว มือเรียวราวกับมือผู้หญิง ลูบหลังปลอบโยนหญิงสาวบนตัก หน้าอกของหญิงสาวนุ่มนิ่มและมีขนาดใหญ่ ยามเธอกอดทำให้ความนุ่มนิ่มบดเบียดลงบนความแข็งแกร่ง วาคิมรู้สึกตื่นตัวยิ่งกว่าเก่า แข็งขึง ร้อนผ่าว ปวดราวเพราะความทรมาน “สิตา” คล้ายว่าเสียงของเขาเป็นเสียงระฆังตีดัง เรียกสติหญิงกลับคืนมา เธอจึงปล่อยเรียวแขนออกจากรอบคอชายหนุ่ม แล้วกลับมานั่งตัวตรงอีกครั้ง แต่เขาไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่ายดายขนาดนั้น.....
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD