ความเดิมตอนที่แล้ว

1087 Words
บทที่ 1 ความเดิมตอนที่แล้ว ปวรปรัชญ์ยืนกอดอก อมยิ้มมองคู่สามีภรรยาวัยหกสิบกว่าพูดคุยทักทายบรรดาแขกเหรื่อคนสนิทที่ได้รับเชิญมาร่วมรับประทานอาหารฉลองวันครบรอบแต่งงานควบวันเกษียณของผู้เป็นเจ้าบ้าน ภีมกับนลิน ไวยวัจน์ อยู่กินกันมาสามสิบกว่าปี มีพยานรักสี่คน หลานชายหญิงที่เพิ่มปริมาณขึ้นเรื่อยๆ จับมือกันฝ่าฟันมาตลอดทางจนถึงวันนี้ที่สามีประกาศวางมือจากธุรกิจทุกอย่างและส่งไม้ต่อให้ลูกชายทั้งสามดูแล ขอใช้ชีวิตบั้นปลายดั่งไม้ใหญ่ยืนต้นมั่นคง แตกกิ่งก้านขยายสาขาแผ่ร่มเงาปกคลุมให้ความร่มเย็นทุกหมู่เหล่า นั่นเป็นสิ่งที่ทุกคนรับรู้ ภาพพ่อกับแม่คล้องแขนดื่มแชมเปญสีทองระยับจากแก้วทรงสูงก้านยาวไพล่ให้ลูกชายคนเล็กนึกถึงตำนานอ**บท เหรียญอีกด้านของชีวิตแต่งงานแสนชื่นมื่น อมพระมาพูดก็ไม่เชื่อว่าครั้งหนึ่งทั้งสองเคยระหองระแหงจนเกือบหย่าขาดจากกัน ความทรงจำสีซีดจางในวันวานค่อยๆ แจ่มชัดกลับมีชีวิตชีวาขึ้นมา ตอนนั้นเขายังเด็ก เป็นน้องเล็กของบ้าน อายุราวสามหรือสี่ขวบเห็นจะได้ วันหยุดสุดสนุกของสามพี่น้องถูกขัดจังหวะด้วยเสียงทุ่มเถียงไม่ลดราวาศอกที่เพิ่มระดับความดังขึ้นเรื่อยๆ ก่อนพ่อจะดึงร่างแม่เข้าห้องนอน ปิดประตูแน่นหนา ปล่อยให้ลูกอยู่กับพี่เลี้ยงจนค่ำมืด วันรุ่งขึ้นเขาถูกปลุกแต่เช้ามืดด้วยน้ำเสียงแปร่งปร่าของแม่ นลินสวมคาร์ดิแกนสีเหลืองแขนยาวกับกางเกงยีนส์ ปลายจมูกแดงเรื่อ อุ้มลูกชายคนเล็กไว้ในอ้อมแขน พร่ำกระซิบบอกว่าจะพาไปเที่ยวบ้านตายาย “โปรดไม่ต้องไปโรงเรียนเหรอฮะ” เด็กน้อยถามอย่างไม่ประสีประสา “วันนี้หยุดดีไหม แม่ให้โปรดเล่นที่บ้านคุณตาคุณยายทั้งวันเลย” กุลีกุจอเก็บของใช้จำเป็นของลูกยัดลงกระเป๋า ปรี่ออกจากห้องนอนไปหาลูกชายฝาแฝดอีกห้องอย่างร้อนรน ปรวีร์กับปรวัธน์งัวเงียตื่น ส่งเสียงอืออารับคำแม่ว่าเย็นนี้ลุงบอมจะเป็นคนไปรับที่โรงเรียน “แม่รักลูก” เธอโน้มหอมแก้มสองหนุ่มน้อยไวๆ สูดลมหายใจลึก ตัดใจหันหลังสาวเท้าออกจากห้อง ปวรปรัชญ์ขลุกอยู่กับคุณตาคุณยาย ได้เล่นทุกอย่างที่อยากเล่น แม่หายไปไหนไม่น่าสนใจเท่าหุ่นยนต์ตัวใหม่ในมือ ทว่าจู่ๆ ความสนุกก็จบสิ้นลงพร้อมเสียงโวยวายของคุณหญิงกัลยา ไวยวัจน์ ผู้เป็นย่า กับเขาเองที่โดนอุ้มตัวลอยจากพื้น “ขอโทษที่เสียมารยาทค่ะ” ปากเอ่ยขอโทษ แต่สองแขนกอดตัวหลานรักแน่น “คุณหญิง!” ยายเขาอุทานตกใจ “มีอะไรก็คุยกันดีๆ เถอะค่ะ อย่าถึงกับอุ้มลูกหนีกลับบ้านเลย” “หึ คุณหญิงคงไม่ทราบว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนทำอะไรไว้กับลูกสาวฉันบ้าง เขาแยกทางกันแล้ว เหลือตกลงเรื่องลูกเท่านั้น” “หา!” นางแทบล้มทั้งยืน “วะ ว่าไงนะคะ คุณนลินีใจเย็นๆ ก่อน จะหย่าได้ยังไง มีลูกด้วยกันตั้งสามคนแล้ว ฉันขอร้องละค่ะ อย่าให้ถึงขั้นนั้นเลย” ย่าทรุดตัวนั่งบนโซฟาช้าๆ แต่ยังไม่ยอมปล่อยเขา “น้องบัวตัดสินใจแล้ว ขณะที่ยังตกลงกันไม่ได้ ตามกฎหมายลูกเป็นสิทธิโดยชอบธรรมของแม่ กรุณาปล่อยตาโปรดด้วยค่ะ” เป็นครั้งแรกที่เขาได้ยินน้ำเสียงคุกรุ่นของยาย วินาทีต่อมาจะเป็นประวัติศาสตร์ที่จารึกไว้ในความทรงจำปวรปรัชญ์ตลอดกาล อ้อมกอดของย่าเริ่มกระชับแน่นจนรู้สึกอึดอัด และก่อนที่ใครจะไหวตัวทัน คุณหญิงกัลยาก็ออกวิ่งลืมตายตรงไปที่รถ ตะโกนลั่นสั่งให้คนขับสตาร์ตรอ หลบหลีกคนรับใช้ที่ตามตะครุบตัวไวปานลมกรด ฝ่าความอลหม่านมาถึงรถโดยสวัสดิภาพ เขาถูกโยนส่งๆ ลงบนเบาะนั่งหลังรถตามด้วยเสียงปิดประตูปัง “ออกรถๆๆ” นางเร่งคนขับ หากขับเองได้คงทำแล้ว “เฮ้อ” ย่าถอนหายใจโล่งอกหลังพ้นรั้วบ้านคุณตาคุณยาย ควานหายาหอมยาดมในกระเป๋ามายัดรูจมูกทั้งสอง “ย่าวิ่งเร็วจังฮะ” แววตาหนุ่มน้อยเปี่ยมความชื่นชม “สนุกไหม” ปวรปรัชญ์พยักหน้า “เอาอีกฮะ” “กลับบ้านไปให้พ่อพาเล่นนะ” นางยิ้มลูบหัวหลาน เหนื่อยเกือบตายไม่เสียแรงเปล่า ได้ตัวตาโปรดคืน ที่เหลือก็ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของลูกชายแล้วกัน ย่าพามาส่งบ้านในช่วงเย็นพอดีกับที่พ่อเพิ่งไปรับพี่ปั้นกับพี่ป้อนกลับจากโรงเรียน สภาพพ่อตอนนี้ดูแปลกตาอย่างที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน ย่าก็ตกใจไม่น้อย เรียกหาอุปกรณ์ทำแผลจากคนรับใช้ แต่พ่อโบกมือปฏิเสธ มุมปากหนุ่มวัยสามสิบปลายแตกเลือดซิบ โหนกแก้มมีรอยฟกช้ำ ชายเสื้อเชิ้ตหลุดลุ่ยออกมานอกกางเกง ภีมเท้าสะเอว ขมวดคิ้ว เดินย่ำเท้าไปมาหน้าโซฟาอย่างงุ่นง่านขณะรับฟังข้อมูลจากมารดา “บัวบอกจะหย่าเหรอฮะ” ขบกราม กดเสียงต่ำ ไม่อยากให้ลูกชายสามคนที่นั่งเล่นอยู่ไม่ไกลได้ยิน “ใช่น่ะสิ แม่ยายแกบอกว่าแยกทางกันแล้ว เหลือตกลงเรื่องลูก” คุณหญิงกัลยานั่งเหยียดขาบนโซฟาใหญ่ให้คนรับใช้บีบนวดแก้ปวดเมื่อย “ภีมไม่หย่า!” “เป็นผัวเมียอย่าหมางใจกันข้ามวัน แกไปทำอีท่าไหนเข้า หนูบัวถึงหอบตาโปรดหนี ภีมนะภีม แม่บอกแล้วใช่ไหมว่าให้ใจเย็นๆ” บ่นพลางสูดยาดมอีกรอบ “ไม่ใช่แค่โปรด บัวพาบอมไปดักรอปั้นกับป้อน เลิกเรียนแล้วจะพากลับบ้านนู้น แต่ภีมไปเจอเข้าเสียก่อน...” “พี่ชายเขาเลยอัดแก” แม่ต่อให้จนจบ “ยังไงลูกก็ต้องอยู่กับภีม” “พ่อ แม่จะกลับกี่โมงฮะ ป้อนหิวแล้ว” ปรวัธน์เล่นเกมอยู่อีกฝั่งของห้องตะโกนถาม “ป้อนหิวแล้วเหรอลูก หาอะไรให้หลานฉันกินหน่อย” คุณหญิงย่าสั่งแม่ครัวนำอาหารมาเสิร์ฟ “คืนนี้แม่จะค้างบ้านคุณตาคุณยาย” ภีมบอกสามหนุ่มก่อนหันหามารดา “ภีมต้องฝากแม่ดูปั้น ป้อน โปรดสักพัก” “แกจะทำอะไร” นางหรี่ตามองไม่ไว้ใจ “ปรับความเข้าใจกับบัวครับ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD