ตอนที่2 งอนเองก็ต้องหายเอง

1177 Words
คามินวิศวะร้ายพ่ายรัก "แคลร์ซื้อแต่ของชอบพี่มินมาทั้งนั้นเลยค่ะ พี่มินอยากกินอะไรคะเดี๋ยวแคลร์ป้อน" เอแคลร์เอ่ยถามขณะที่มือไม้จัดวางของกินที่ซื้อมาลงบนโต๊ะกลางโซฟาจนเต็มโต๊ะไปหมด ก่อนจะหันไปมองอีกคนที่เดินมานั่งข้างเธอ มองเขาตาแป๋วอย่างรอคำตอบ "พี่ไม่หิว ถ้าหิวเดี๋ยวกินเอง" คามินตอบปัดๆไปโดยไม่มองหน้าเด็กสาว พลางหยิบโทรศัพท์ของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเล่นเกมต่อ เนื่องจากก่อนหน้านี้เขาเล่นเกมค้างอยู่ ก่อนเสียงหวานใสแจ๋วของเด็กสาวจะเอ่ยพูดต่อ "ไม่เป็นไรถ้าหิวก็บอกแคลร์เดี๋ยวแคลร์ป้อนเองค่ะ" "ไม่ต้อง พี่มีมือพี่กินเองได้" คามินปฏิเสธออกไปอย่างไม่ใส่ใจขณะที่เอาแต่เล่นเกม ไม่ได้มองหน้าคู่สนทนาเลย ทว่าเด็กสาวก็ไม่คิดจะใสใจกับคำพูดที่ไม่รักษาน้ำใจและท่าทีเมินเฉยของเขา เพราะเขาปฏิบัติกับเธอแบบนี้มาตลอดจนเธอชินชาไปเสียแล้ว "ก็แคลร์อยากป้อนหนิคะ" "พี่ไม่ใช่คนพิการ ไม่ต้องการให้ใครมาคอยป้อนข้าวป้อนน้ำให้" "แคลร์ก็ไม่ได้ว่าพี่มินพิการซะหน่อย แคลร์แค่อยากจะเอาใจพี่มินเฉยๆ" เอแคลร์แย้งขึ้นด้วยใบหน้าที่ยังคงยิ้มระรื่น "อยู่เฉยๆก็ถือว่าเอาใจพี่แล้ว" "ไม่จริงอะ พี่มินอยากให้แคลร์อยู่เฉยๆเพราะรำคาญแคลร์มากกว่าใช่ไหมล่ะ" "พี่ไม่ได้พูดสักคำว่ารำคาญ แต่รู้ตัวก็ดี" "พี่มินอะ พูดจาทำร้ายจิตใจแคลร์ตลอดเลย แคลร์งอนแล้วนะ ชิ" เอแคลร์ยกมือกอดอก แล้วทำปากมุ่ยใส่คนตัวโต ก่อนจะหันมองไปอีกทางอย่างกระเง้ากระงอด เมื่อเห็นอีกคนเงียบเธอจึงหันกลับมามองเขาที่เอาแต่นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์ไม่ได้สนใจอะไรเธอเลยสักนิด จนสุดท้ายเธองอนเองก็ต้องหายเองเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา เขาไม่เคยง้อและไม่เคยสนใจ ทว่าแค่นี้ไม่สามารถทำให้เธอหมดหวังในตัวเขาได้หรอก เอแคลร์เขยิบกายบางเข้าไปใกล้คนตัวโตก่อนจะกอดแขนออเซาะเขาเหมือนอย่างเช่นที่เธอชอบทำ พอเห็นว่าเขาไม่ได้มีท่าทีปฏิเสธและไม่ได้ว่าอะไรก็ทำให้เธอหายงอนเป็นปลิดทิ้ง ใจดวงน้อยกลับมากระชุ่มกระชวยอีกครั้งเมื่อได้อยู่ใกล้คนที่ชอบ โดยที่เขาไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ แค่ยอมให้เธอกอดแบบนี้ก็ทำให้เธอมีความสุขมากแล้ว "พี่มินพรุ่งนี้วันเสาร์ไม่มีเรียน แถมแม่กับพ่อของแคลร์ยังไปออกงานอีกกว่าจะกลับก็ดึก งั้นคืนนี้แคลร์ขอนอนคอนโดพี่มินนะคะ" เอแคลร์พูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนไม่ต่างจากใบหน้าที่มองเขาตาปริบๆ ทว่าเขาก็ปฏิเสธออกมาทันควัน "ไม่ได้" "แต่แคลร์จะนอน ใครจะห้ามแคลร์ได้" มีเหรอคนอย่างเธอจะยอมง่ายๆ โอกาสดีๆไม่ได้มีมาบ่อยๆ "ไม่ได้ ขืนอาอรกับอาวีรู้คงยุ่งแน่" คามินพูดด้วยน้ำเสียงเข้มดุไม่ต่างจากสีหน้า "ยุ่งสิดี แคลร์จะได้รวบหัวรวบหางพี่มินซะเลย" "แคลร์! นี่หนูเป็นผู้หญิงแบบไหนเนี่ยถึงได้คิดอะไรแบบนี้ มันใช้ได้ที่ไหน" "ก็แคลร์ชอบพี่มินหนิ ไม่รู้แหละยังไงคืนนี้แคลร์จะนอนกับพี่มินที่นี่ ก่อนมาแคลร์ก็บอกพี่คินแล้วด้วย พี่คินอนุญาต ไม่ว่าอะไรแคลร์สักคำ" เอแคลร์พูดอย่างเอาแต่ใจ ไม่มีท่าทีจะยอมง่ายๆ จนคามินถึงกับถอนหายใจแรงออกมาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ "ไอ้คินมันเป็นพี่ประสาอะไรเนี่ย ถึงได้ปล่อยให้น้องตัวเองมาอยู่กับผู้ชายแบบนี้" เขาบ่นว่าให้เพื่อนตัวดีอย่างอคินที่ชอบชงเขาให้น้องสาวตัวเองอยู่ตลอด ทั้งๆที่รู้ว่าเขาไม่เคยคิดจะรักใคร แต่ก็ชอบยัดเยียดน้องสาวให้เขาอยู่ร่ำไป "พี่คินเป็นพี่ที่เข้าใจน้องไงคะ ถึงได้ปล่อยให้น้องมาอยู่กับคนที่ชอบ คิกๆ~" เอแคลร์ยอกย้อนกลับอย่างทะเล้น หัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย จนคามินได้แต่ส่ายหน้าให้อย่างเหนื่อยใจ โดยไม่คิดจะพูดหรือปฏิเสธอะไรให้มากความอีก เพราะรู้ดีว่าต่อให้พูดยังไงเธอก็คงไม่ยอมอยู่ดี เขาจึงเป็นฝ่ายยอมเองอย่างตัดรำคาญ ... เวลาต่อมา 20:05 น. เวลาล่วงเลยผ่านไปจนกระทั่งฟ้ามืด ด้านเอแคลร์จึงอยากอาบน้ำก่อนเข้านอน แต่เมื่อนึกขึ้นมาได้ว่าไม่มีเสื้อผ้าของตัวเองให้เปลี่ยนนอกเสียจากว่าจะใส่เสื้อผ้าของอีกคน ปากบางจึงยกยิ้มอย่างแสนซน ก่อนจะตั้งคำถามออกไป "พี่มินแคลร์อยากอาบน้ำค่ะ แต่แคลร์ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน แคลร์ขอใส่เสื้อผ้าพี่มินก่อนได้ไหมคะ" เธอพูดอ้อนพลางทำตาปริบๆใส่เขาเหมือนที่ชอบทำ "อือ" ทว่าแค่เพียงคำตอบสั้นๆที่ดังอยู่ในลำคอของเขาก็ทำเอาเอแคลร์ดีใจจนต้องกระโดนโลดเต้น "เย่~ ขอบคุณนะคะ พี่มินของแคลร์น่ารักที่สุดเลย" ฟอด~ พูดจบเธอก็หอมแก้มเขาไปหนึ่งฟอดด้วยความดีใจ ทว่าคามินกลับตำหนิออกมาทันที "แคลร์! พี่บอกหลายครั้งแล้วใช่ไหมว่าอย่าทำแบบนี้" "แล้วแคลร์เคยทำตามไหมล่ะคะ งั้นแคลร์ขอไปอาบน้ำก่อนนะ ได้หอมที่รักแล้วชื่นใจสุดๆไปเลย คิกๆ~" เอแคลร์ไม่มีสลด ยังจะหัวเราะคิกคักอย่างชอบใจ ก่อนจะเดินดุ๊กดิ๊กเข้าไปในห้องนอนของอีกคนทันที ไม่อยู่รอให้เขาได้บ่นอะไรอีก คามินได้แต่ส่ายหน้ามองตามหลังเด็กดื้อที่นับวันยิ่งดื้อรั้นไม่เชื่อฟังเข้าไปทุกที แต่ทว่าไม่รู้ทำไมยิ่งเธอดื้อแบบนี้ ลึกๆเขากลับมองว่าเธอยิ่งดูน่ารักขึ้นไปทุกวัน และหากยังเป็นแบบนี้ต่อไปตัวเขาคงลำบาก กลัวจะต้านลูกตื้อของเธอไม่ไหว และจู่ๆปากหนาก็ระบายยิ้มออกมาโดยที่เขาเองก็ไม่ทันรู้ตัว พอรู้ตัวว่าเผลอยิ้มก็รีบส่ายหน้าแรงๆเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกจากหัวทันที...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD